[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    101 ล่มสลายและปีก

    “นายน้อย ชุดเกราะพร้อมแล้ว”


    โรแลนมองจ้องไปยังชุดเกราะระดับ 6 หลังจากที่มันพ่ายแพ้พี่น้องในเรื่องคำสาป จึงพยายามทำให้ตัวเองแข็งแกร่งด้วยการใช้ยาและปลดล็อกพลัง จนตอนนี้พลังเวทย์ของมันพุ่งสูงขึ้นมาถึง 600 ปีแล้ว หากคืนนี้ผ่านพ้นไปมันจะเข้าสู่กระบวนการปลดล็อกพลังเวทย์ 600 ปีเพื่อไล่ตามพี่น้องคนอื่นๆ 


    ซึ่งการที่มันต้องลุกขึ้นมาสวมใส่ชุดเกราะระดับ 6 ในคืนนี้นั่นก็เพราะว่าแผนการทั้งหมดดำเนินมาจนถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมามันได้วางแผนจัดการตระกูลเฟียร์ช้าๆจนคนของตระกูลนี้อ่อนแอถึงที่สุด วันนี้มันจึงจะใช้โอกาสที่คนของตระกูลหลักและสหพันธ์เดินทางไปเสริมกำลังที่เกทระดับ 10 บุกไปถล่มตระกูลเฟียร์ให้สิ้นซาก แม้จะมีกฎห้ามฆ่าฟันในสหพันธ์ หากไม่สามารถตามร่องรอยได้นั้น พวกมันก็จะไม่ผิดตามกฎที่สหพันธ์สร้างเอาไว้ ตอนนี้คนของมันที่เตรียมไว้ทางฝั่งตระกูลเฟียร์ได้เคลียร์เส้นทางเรียบร้อยแล้ว ต่อให้จะเกิดเพลิงไหม้ที่ตระกูลเฟียร์ก็จะไม่มีใครเห็น


    “นายน้อย!!! นายน้อยโรแลนคนของเราติดต่อมาครับ” หนึ่งในพ่อบ้านวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตกใจ โรแลนจึงย่นคิ้วพลางพยายามฟังข้อมูลจากพ่อบ้านที่วิ่งเข้ามาในช่วงกลางดึก


    “จากใคร”


    “คนที่อยู่รอบๆบ้านตระกูลเฟียร์ครับ!”


    “เกิดอะไรขึ้น” โรแลนทำหน้าวิตกอีกไม่กี่นาทีแผนการของมันก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว


    “คือว่านายน้อย มีคนตัดหน้าพวกเรา คนกลุ่มนี้เข้าไปโจมตีตระกูลเฟียร์จากนั้นก็ฆ่าคนของเรา ระหว่างที่การโจมตีเกิดขึ้นนี้เองคนของสหพันธ์ก็เดินทางมาถึง”


    “แกว่ายังไงนะ”


    โรแลนพูดด้วยน้ำเสียงโกรธ แผนในวันนี้มันวางเอาไว้เป็นอย่างดี นอกจากมันและคนที่จะเดินทางไปจัดการตระกูลเฟียร์ในคืนนี้ไม่มีใครรู้ได้ แต่กลับมีกลุ่มคนปริศนาเข้ามาลงมือจัดการตระกูลเฟียร์ตัดหน้าพวกมันแล้วยังฆ่าคนของตระกูลซิกฟรีทที่ส่งไปประจำการรอเคลียร์เส้นทาง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีคนของสหพันธ์เดินทางมาในช่วงเวลานั้นเช่นกัน


    จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เองนั้น มันเป็นการตัดหน้าและใส่ร้ายตระกูลซิกฟรีท โรแลนที่รู้ว่ามีพี่ชายบางคนสอดส่องการกระทำของมันทุกฝีก้าวนี้เอง มันจึงรีบสั่งให้ถอนกำลังกลับมาทั้งหมด ถอนกลับมาให้มากเท่าที่ทำได้ พลางบอกพ่อบ้านให้ค้นหากลุ่มคนที่ลงมือตัดหน้าให้ได้เพราะไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นฝ่ายผิดจริงๆ  หากสหพันธ์สืบสวนมาถึงถ้าสามารถพลิกคดีได้ด้วยการสืบหากลุ่มคนที่ตัดหน้าได้ มันก็มีเส้นทางรอด


    “นายน้อย คนของเราถูกฆ่าไป 142 คน หลายคนถูกโยนเข้าไปในที่เกิดเหตุ”


    “พูดมาทั้งหมด”


    โรแลนพยายามฟังข้อมูลพร้อมกับคิดหาวิธีแก้ปัญหานี้ อย่างไรก็ตามพ่อบ้านก็ได้เข้ามารายงานเรื่องด่วนอีกเรื่อง ส่งผลให้มันโกรธจัดเพราะกลุ่มคนที่ตัดหน้าและกำลังถูกตามจับ มีกลุ่มคนที่ซ่อนตัวออกมาช่วยเหลือจนรอดไปได้


    “บ้าจริง แบบนี้เราก็ทำได้แค่ปฎิเสธปากเปล่าเท่านั้น คงต้องใช้ตระกูลซิกฟรีทเข้าอ้างและใช้ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์อธิบาย”


    “นายน้อย ในระหว่างหนีคนของเรายังพอจับพวกมันได้บ้าง”


    “พวกมันเป็นใคร”


    “ตระกูลเวลเลสและตระกูลโจชัว”


    “สองตระกูลเลยเหรอ แต่เดี๋ยวนะ”


    โรแลนกัดฟัน หลังจากที่มันนึกขึ้นได้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้ที่แอบมองดูการเคลื่อนไหวของมันและรอจังหวะตัดหน้าแล้วใส่ร้ายให้ตระกูลซิกฟรีทรับบทผู้ร้ายไปเพียงคนเดียวนั้นคือพี่ 6 จากตระกูลแลนเซอร์ 


    ยิ่งคิดมันก็ยิ่งโกรธเพราะพี่ 6  พยายามจัดการแอนเดอร์สันด้วยการใช้แผนของมันอีกครั้ง ในช่วงที่มีการทดสอบนักเรียนปี 1 ก็เช่นกัน การไล่ล่าแอนเดอร์สันไม่ใช่คำสั่งของตระกูลซิกฟรีททั้งหมด ภายในนั้นมีคนของพี่ 6 ร่วมด้วย หนำซ้ำการสะดุดล้มของตระกูลเฟียร์ที่ต้องเสียสวนพฤกษาไปช่วงแรกก็มีพี่ 6 ของมันอยู่เบื้องหลัง โรแลนที่โกรธแค้นพี่ของมันมากถึงขั้นเขียนรายงานทุกอย่างเก็บเอาไว้เพราะมันเชื่อว่าเอกสารนี้จะทำให้แอนเดอร์สันเปิดศึกกับพี่ชายของมัน หากเขารอดจากมิสเทอรี่


    —----------------------------------------


    “เป็นอย่างไรบ้าง”


    นายน้อยคนที่ 6 ของบ้านตระกูลสกอร์เปี้ยนส์มองจ้องไปยังเหล่าพ่อบ้านที่ออกไปทำงานและพึ่งกลับมา การลงมือเมื่อช่วงค่ำที่เกิดขึ้นนั้นนับว่าเป็นการลงมือตัดหน้าตระกูลซิกฟรีทไม่น้อย ถึงอย่างนั้นเขาก็รอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเพราะรู้ว่าแผนการของมันสำเร็จ


    “นายน้อย เราทำตามแผนทุกอย่าง ตระกูลเฟียร์หายไปแล้ว ผู้นำตระกูลตาย ผู้อาวุโสและสมาชิกที่รอดจากสิ่งนั้น ได้ตายจากการต่อสู้ ส่วนตระกูลซิกฟรีทกลายเป็นแพะรับบาป”


    “พวกมันตามตัวคนที่ลงมือได้ไหม”


    “ได้ครับ ทางฝั่งตระกูลซิกฟรีทได้ให้พ่อบ้านที่แข็งแกร่งมาคนหนึ่ง เขาสามารถจัดการคนของตระกูลเวลเลสและตระกูลโจชัวได้ ตอนนี้น่าจะรู้แล้วว่าเป็นเรา”


    “ฮ่าๆๆ ดีดี รู้แล้วก็ดี เรามาดูอะไรสนุกๆกันเถอะ ต่อจากนี้น้อง 10 และน้อง 11 จะทำอย่างไรต่อไป”


    นายน้อย 6 หย่อนเบ็ดต่อไป ทุกอย่างสำเร็จตามแผน  ตอนนี้มันอยากจะเห็นความโกรธของแอนเดอร์สันที่พุ่งตรงไปยังตระกูลซิกฟรีทเป็นอย่างมาก มันอยากรู้ว่าความโกรธนี้จะถูกใช้ด้วยวิธีใดบ้างเพื่อแก้แค้น ไม่เพียงเท่านั้นมันยังอยากรู้อีกด้วยว่าน้อง 10 จะทำอย่างไรเพื่อแบ่งความแค้นมายังมันผู้อยู่เบื้องหลัง การแบ่งความแค้นที่ว่านั้นโรแลนจะทำอย่างไรเพื่อให้แอนเดอร์สันเชื่อว่าตระกูลอื่นเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่ตระกูลซิกฟรีทตระกูลเดียว หากจะใช้หลักฐานในที่เกิดเหตุ พวกมันไม่ได้ทิ้งอะไรเอาไว้เลยนอกจากศพของตระกูลซิกฟรีทที่จัดฉากให้สู้กันกับคนของตระกูลเฟียร์


    —---------------------


    วูบ!


    สายลมหอบใหญ่วิ่งวนรอบแขนแอนเดอร์สันก่อนที่พวกมันจะพุ่งออกไปอีกเส้นทางโดยไม่ได้ทำความเสียหายต่อตัวของเขาเลยสักนิด ภายใต้การกวาดแขนไปมาบนอากาศของแอนเดอร์สันนี้เอง พายุหมุนขนาดใหญ่ที่ถาโถมเขาตลอด 5 วันที่ผ่านมาก็ได้ถูกเขาใช้ความสามารถบังคับให้พวกมันแตกตัวกลายเป็นสายลมอ่อนๆ พัดออกไปด้านข้างในทิศทางที่ไม่ใช่พายุหมุน 


    หากมีคนมองดูเขาในตอนนี้แอนเดอร์สันคงจะถูกเปรียบเทียบกับเครื่องฟอกอากาศ ต่อให้พายุจะรุนแรงแค่ไหนเขากลับสามารถปรับสภาพพายุที่พัดผ่านให้อ่อนตัวลงได้ ภายใต้มือทั้งสองข้างที่ค่อยๆกวาดผ่านไปบนอากาศช้าๆเพื่อเปลี่ยนทิศทางสายลมมากมาย แอนเดอร์สันก็ได้ลดระดับการลอยตัวของเขาจากสายลมที่พัดผ่านจนเท้าลดต่ำลงมาเหยียบพื้นดิน


    “ผ่านแล้วเหรอ”


    แอนเดอร์สันหันมองไปรอบๆ ลมพายุที่เคยพัดถาโถมเข้าโจมตีได้หายไปทั้งหมด  เหลือเพียงแค่ก้อนเมฆสีขาวและทุ่งดอกไม้เท่านั้น ภายใต้ความสงสัยว่าการทดสอบจบลงหรือไม่นั้นแอนเดอร์สันได้หันมองไปยังตำแหน่งหนึ่งที่สัมผัสได้ถึงมานามหาศาลกำลังพุ่งเข้าไปรวมตัวกันก่อให้เกิดกลุ่มก้อนพลังงานสีเขียว


    “แอนเดอร์สัน สกอร์เปี้ยนส์ ผู้ครอบครองพรสายลมถึง 3 อย่าง”


    แอนเดอร์สันไม่ตกใจกับเสียง ครั้งนี้มันไม่ได้เป็นเสียงที่ดังสะท้อนรอบตัวเพราะมาจากกลุ่มก้อนพลังงานสีเขียวตรงหน้า ทันทีที่จิตวิญญาณธาตุลมรู้ว่าเขาครอบครองอะไรเอาไว้มันก็ได้พูดออกมาทั้งหมดก่อนจะปลดปล่อยสายลมเข้ามาอุ้มร่างของเขาไปใกล้ๆมัน


    “เจ้าบอกข้าได้ไหมว่าเจ้าทำไมถึงมีพรถึง 3 อย่างเกี่ยวกับสายลม และเจ้าทำไมถึงมีพรอย่างอื่นนอกจากนี้อยู่ด้วย”


    “ท่านรู้แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงต้องถาม” แอนเดอร์สันรู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสมองของเขาได้ด้วยพลังที่เหนือกว่า ดังนั้นเขาจึงขอเหตุผลจากอีกฝ่ายแทน


    “ข้ารู้ แต่ไม่ใช่ว่าข้าจะพูดได้หากเจ้าของไม่อนุญาต เอาล่ะในเมื่อเจ้าไม่อยากตอบ และข้าก็รู้แล้ว เช่นนั้นเจ้าจะทำอย่างไรต่อหลังจากปลุกจิตวิญญาณให้กับพรได้ทั้งหมด”


    “ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากมันอยากให้ผมฆ่าผมก็จะฆ่า หากมันอยากให้ผมช่วยผมก็จะช่วย หากว่าสถานการณ์ตอนนั้นมันอยากให้ผมใช้สายลมหลอกลวง ผมก็จะทำตามสถานการณ์”


    “หึหึ เจ้าเป็นคนแรกที่ตอบได้น่าสนใจ เอาล่ะในเมื่อเจ้าสามารถครอบครองพรมากมายได้ตามที่เจ้าต้องการ ข้าจะมอบบางอย่างให้กับเจ้าก็แล้วกัน จงใช้ให้ดี ”


    แอนเดอร์สันมองดูมานาสีเขียวไหลเข้าสู่ร่างกายกระจายไปตามเส้นเลือดต่างๆ ทันใดนั้นพลังมานาอีกสายก็ได้พุ่งไปบริเวณข้อเท้าปรากฎเป็นรอยสักสีเขียวเหมือนปีกติดเอาไว้เหนือตาตุ่มทั้งสองข้าง  แอนเดอร์สันสงสัยว่ามันคืออะไรนี้เองนั้นร่างของเขาก็ถูกนำออกมานอกถ้ำสัมผัสกับความร้อนด้านนอกเช่นเดิม


    “นี่มันอะไรกัน”


    แอนเดอร์สันมองดูรอยสักรูปปีกเหนือตาตุ่ม ไม่มีคำอธิบายใดๆเกี่ยวกับมัน แอนเดอร์สันที่คาดการณ์จากลอยสักเขาจึงเคลื่อนมานาไปยังมัน ก่อนจะพบว่ารอยสักสีเขียวเรืองแสงออกมาจางๆ จากนั้นเขาก็ตัวลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า


    “ฮ่าๆๆ บินได้โดยไม่ต้องร่ายเวทย์เลยเหรอ”


    แอนเดอร์สันหัวเราะลั่นหลังจากรอยสักที่ได้มานั้นทำให้เขาบินบนท้องฟ้าได้ ไม่เพียงเท่านั้นมันยังสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ตามเท้าที่เขาก้าวไป ส่งผลให้เขาลอยตัวกลางอากาศได้อย่างอิสระเสรี


    คนของตระกูลโบฟอร์ตที่สัมผัสได้ถึงมานาของแอนเดอร์สันอีกครั้งนี้พวกเขาก็ออกมาเจอเข้ากับความประหลาด การบินของนักเวทย์ในปัจจุบันส่วนมากจะพึ่งอุปกรณ์เพราะการบินต้องใช้มานามหาศาล หนำซ้ำเวทย์บินยังเป็นเวทย์ลับไม่ได้หามาใช้กันง่ายดาย เมื่อเห็นแอนเดอร์สันบินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระพวกเขาก็เข้าใจได้ว่าแอนเดอร์สันคงจะได้รับบางอย่างมาจากจิตวิญญาณธาตุลม


    “ไปกันเถอะ ผมต้องรีบแล้ว”


    แอนเดอร์สันบินมายังนักเวทย์ทั้ง 2 พลางจับไปยังไหล่เพื่อให้พวกเขาบอกทาง แม้ตอนนี้บนท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยสายลมที่สามารถฟันร่างนักเวทย์ให้ขาดออกจากกันได้ แอนเดอร์สันกลับสามารถอ่านทิศทางของลมได้ทั้งหมดจนเขาหลบหลีกสายลมได้อย่างสบาย


    “นายน้อย ฉายาผู้ใช้เปลวเพลิงอยู่ทิศทางนั้น”


    แอนเดอร์สันพุ่งตัวไปด้วยความรวดเร็วเพื่อทดสอบความเร็วในการบินของตัวเอง ทันใดนั้นเองเขาก็ตกใจเพราะการบินที่เกิดขึ้น มีตัวชี้วัดคือมานา ยิ่งเขาถ่ายเทมานาไปยังรอยสักมากแค่ไหน ความรวดเร็วของเขาก็มากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ต่อให้เขาจะสามารถใส่มานาเข้าไปได้มากมายมหาศาลร่างกายของเขากลับสามารถรองรับความเร็วในการบินได้เทียบเท่านักเวทย์ 800 ปี หากสูงกว่านี้เขาจำเป็นต้องหาเวทย์ระดับ 9 มาใช้ป้องกันตัวเองระหว่างบินไม่ให้ถูกสายลมฉีกกระชากร่างกาย


    บู้ม!


    “นี่มันความเร็วระดับยานรบแล้ว”


    นักเวทย์ทั้ง 2 รีบร่ายเวทย์ป้องกัน ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถป้องกันแรงกระแทกของลมได้ ทว่าแอนเดอร์สันกลับไม่ได้ใจร้ายเขาได้ใช้เวทย์ระดับ 8 ป้องกันให้ทั้งสองคนจนสามารถบินด้วยความเร็วของนักเวทย์ 800 ปี


    “นายน้อยแอนเดอร์สัน ตรงนั้น จิตวิญญาณธาตุไฟอยู่ตรงนั้น!”




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน