คนที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของบิดาของถิงฟงเห็นทีจะมีเพียงก็แต่ตัวของท่านแม่ทัพเนี่ยนจินเท่านั้นคนทั้งสองต่างช่วยเหลือดูแลกันและกันตลอดระยะเวลานานนับ10 ปี ทำให้คนทั้งสองนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเป็อย่างมาก ถึงแม้ว่าหากดูแต่เพียงภายนอกคนทั้งคู่นั้นแทบที่จะไม่มีความสัมพันธ์หรือรู้จักกันเลยนี่ก็เพื่อความปลอดภัยของคนทั้งสองตระกูล
“น้องเนี่ยน เ้าเป็คนที่รักษาสัญญาจริงๆคิดไม่ถึงว่าเ้ากับมอบของรักของหวงที่สุดให้กับบุตรชายของข้า” สีหน้าและแววตาของบิดาของถิงฟงในตอนนี้นั้นมีความสุขเป็อย่างมาก
“หากไม่ได้ท่านพี่ชีวิตของน้องคงไม่สงบสุขจนถึงตอนนี้” ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานนับสิบปีบุญคุณครั้งนั้นตัวของแม่ทัพเนี่ยนจินย่อมไม่มีวันลืมเพราะหากเขาตายไป ชีวิตของเขาก็คงไม่ได้สุขสบายจนถึงตอนนี้
“อย่าได้พูดถึงเื่เก่าๆอีกเลยเื่มันผ่านมานานแล้ว” บิดาของถิงฟงพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจทั้งตัวเขาและแม่ทัพเนี่ยนจินเคยเป็ศัตรูกันในสนามรบมาก่อนที่าต่างแคว้น แต่ตัวของบิดาของถิงฟงนั้นเลือกที่จะไว้ชีวิตแม่ทัพผู้นี้เอาไว้เพราะคิดว่าจะมีประโยชน์ต่อตนเองภายหลัง
“ท่านพี่แล้วท่านไม่คิดที่จะเดินทางกลับไปที่แคว้นของท่านอย่างงั้นเหรอ” แม่ทัพเนี่ยนจินกล่าวถามด้วยความสงสัยเพราะชายผู้นี้และบุตรชายฝั่งตัวเองอยู่ภายในดินแดนแห่งนี้มานานนับสิบปี
“ข้าคงรอให้ ถิงฟงเติบใหญ่สักหน่อยหลังจากนั้นเราจะไปทวงที่ๆเป็ของเราคืน” แท้ที่จริงแล้วบิดาของถิงฟงนั้นเป็เชื้อพระวงศ์ของต่างแคว้น คดีที่สั่นะเืไปทั่วทุกแคว้นและทุกหัวเมืองคือคดีกบฎวังหลวง แม่ทัพเนี่ยนจินรู้อย่างชัดแจ้งว่าชายผู้นี้นั้นมีส่วนไม่มากก็น้อยและเขาได้ให้ความช่วยเหลือให้ชายผู้นี้และบุตรชายย้ายอาศัยอยู่ภายในเมืองหลวงเพราะเห็นแก่ที่เขาเคยช่วยเหลือชีวิตของตนไม่งั้นเขาก็คงสิ้นชื่อไปนานแล้ว
“ข้ายกลี่อิงที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของข้ามากที่สุดให้กับบุตรชายของท่าน ข้าคาดหวังเป็อย่างยิ่งว่าเขาจะดูแลชีวิตของนางให้ดี” ดูเหมือนว่าตัวของท่านแม่ทัพนั้นจะรักในตัวบุตรสาวคนนี้มากเป็พิเศษเพราะแม่ของนางได้ตายจากเขาไปแล้วและนางคือตัวแทนความรักของและนาง
ั้แ่พิธีเลือกคู่ผ่านไป ลี่อิง เด็กสาวตัวน้อยนางมาเยี่ยมเยือนถิงฟงและพ่อของเขาอยู่บ่อยครั้งนางพยายามที่จะกล่าวย้ำเตือนต่อเขาเสมอว่าเขาควรที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อนาง
“ทักษะในการอ่านเขียนของเ้าใช้ได้ไม่เลว แต่ทำไมผลการเรียนของเ้ามันช่างย่ำแย่นัก” เด็กสาวตัวน้อยบ่บอุบอิบออกมาอย่างไม่หยุดปากจนตัวของเขานั้นแทบที่จะหูชา
“ลี่อิง เ้าเป็คู่หมั้นของข้านะไม่ใช่แม่ของข้า” ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าสุดแสนจะเ็าพูดกับสาวน้อยด้วยความเบื่อหน่าย แม้แต่ท่านพ่อของเขานั้นยังไม่เื่มากเท่านางเลย
“ท่านลุง ลูกชายของท่านช่างทำตัวไม่ได้เื่นักสาวน้อยเช่นข้าจะฝากชีวิตไว้กับเขาได้เหรอ” นางจึงหันไปเล่นงานชายผู้มีอายุตรงหน้าทันทีบิดาของถิงฟงนั้นถึงกับทำตัวไม่ถูกความเข้มงวดของนางนั้นไม่ต่างอะไรไปจากฮูหยินของเขาที่ตายจากไปเลย
“เฮ้ย เฮ้ย ยัยหนู ให้มันน้อยๆหน่อยนี่มันท่านพ่อของข้านะ ไม่ใช่ท่านพ่อของเ้า” ชายหนุ่มมีสีหน้าที่บึ้งตึงใส่เด็กสาวตัวน้อย
“ถิงฟง...พ่อบอกแล้วไงว่าให้เ้าเชื่อฟังนางตั้งใจอ่านตำราแล้วฝึกยุทธ์ซะ” ถิงจ้าวพูดกับบุตรชายของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เนิบช้าตัวของเขาในยามนี้นั้นพร้อมกับหลับตาพร้อมทั้งนึกถึงยายแก่ขี้บ่นที่ตายจากเขาไปแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มหวานให้กับหญิงสาวตัวน้อยนางช่างทำตัวเป็ลูกสะใภ้ที่ดี
“ลี่อิง ให้เวลาเขาสักหน่อยนะลุงเชื่อว่า ถิงฟงจะต้องเป็สามีที่ดีของหนูภายในอนาคตเป็แน่” ยิ่งชายวัยกลางคนัักับเด็กสาวคนนี้มากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งเกิดความประทับใจในตัวนางมากขึ้นเท่านั้นถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นยังเด็กแต่ก็มีความฉลาดเฉลียวเกินวัย ขุนศึกดีต้องมีสตรีที่ดี
“ท่านลุงเป็พ่อค้าธรรมดาแน่เหรอ ทำไมข้าติดตามรับใช้ของท่านมันแปลกๆถือดาบพกติดตัวตลอดเวลา วันทั้งวันท่านเอาแต่ท่องบทกวีทำอย่างกับพวกชนชั้นสูงทำกัน” เด็กสาวกล่าวถามด้วยความไร้เดียงสา ชายวัยกลางคนถึงกับมีดวงตาที่สั่นไหวเพราะเขาก็ทำกิจกรรมเดิมๆเช่นนี้เหมือนกับสถานที่ของเขาที่จากมา เขาอดไม่ได้ที่จะเอาลูบหัวของนางด้วยความเอ็นดู
“พ่อของเ้าช่างมอบของขวัญที่สุดแสนจะพิเศษให้ข้าจริงๆ” หลังจากนั้นเขาก็เดินจากห้องโถงนี้ไปเหลือเพียงแต่บุตรชายของเขาและว่าที่ลูกสะใภ้ตัวน้อย
“นายท่าน เด็กน้อยคนนี้ช่างฉลาดเฉลียวนัก” เหล่าคนคุ้มกันต่างพูดจาชื่นชมในตัวลี่อิง ชายวัยกลางคนยิ้มรับด้วยความพึงพอใจใน่หลายวันมานี้มันทำให้ตัวของเขานั้นรู้สึกมีความสุขมากจริงๆ
“ให้คนของเราลดการป้องกันลงซะ แม้แต่เด็กยังดูออกแล้วคนอื่นจะดูไม่ออกเหรอ” ดวงตาของชายวัยกลางคนนั้นมองไปในทิศทางที่ไกลแสนไกลมันคือสถานที่ของตนที่เดินทางจากมา
“ขอรับ” เหล่าผู้ติดตามต่างปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเรียบง่าย
ทางด้านตัวของเด็กหนุ่มถิงฟงนั้นชีวิตของเขานั้นมีสีสันขึ้นมาเป็อย่างมากั้แ่ที่มีเด็กสาวตัวน้อยคนนี้เข้ามาในชีวิต ถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะทำท่าทางเบื่อหน่ายแต่ตัวของเขานั้นก็มักที่จะแอบอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา
“ลี่อิง ข้าถามอะไรเ้าหน่อยจะได้ไหม” ชายหนุ่มกล่าวถามเด็กสาวตัวน้อยด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยน หลังจากนั้นนางก็หันมามองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่ไร้เดียงสา
“เ้ามีอะไรจะถามข้าอย่างงั้นเหรอ” เด็กสาวตัวน้อยจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้ตัวของเขานั้นหลุดอาการเขินอายเล็กน้อยจึงไม่ได้สบสายตากับนางโดยตรงนางจับสังเกตเขาได้ถึงกับหลุดยิ้มออกมา
“นี่อะไรกันเ้าเขินข้าอย่างงั้นเหรอ คิกคิก ไหน ไหน เ้าลองมองใบหน้าของข้าโดยตรงซิ” นางหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดใสแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่กล้าที่จะสบสายตาโดยตรง ถึงแม้ว่าภายนอกของหนุ่มน้อยคนนี้จะเป็คนที่เฉยชาแต่ตัวของเขาก็เป็เพียงแค่เด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสาเท่านั้นที่พึ่งจะรู้จักความรักเป็ครั้งแรก
“เดี๋ยวเถอะข้าบอกให้เ้ามองหน้าข้าเดี๋ยวนี้” นางส่งเสียงดุเขาเล็กน้อยพร้อมทั้งจับใบหน้าของเขาให้หันมองนางคนทั้งคู่ต่างสบสายตาของกันและกันชายหนุ่มทนความเขินอายไม่ไหวจึงพยายามหลบสายตาเล็กน้อย
“ถึงเ้าจะแก่กว่าข้า แต่ทำตัวเด็กจังเลยนะ แค่นี้ก็เขินอายแล้ว” ถึงนางจะอยู่ในร่างของเด็กสาวแต่จิติญญาของนางนั้นก็เป็ผู้ใหญ่แล้วนางอดนึกสนุกไม่ได้ที่จะกลั่นแกล้งหนุ่มน้อยผู้นี้
“นี่....ลี่อิง ทำไมเ้าถึงเกลียดน้องสาวต่างมารดาของเ้าอย่างงั้นเหรอ” ชายหนุ่มพูดเสียงอ่อนเวลาที่กล่าวถามนาง
“ข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะตอบเ้า ไม่ว่าจะน้องสาวของข้าหรือจะเป็คู่หมั้นของนางข้าก็รู้สึกเกลียดพวกมันทั้งนั้น” น้ำเสียงของสาวน้อยในตอนนี้นั้นเยือกเย็นเป็อย่างมากมันบ่งบอกระดับความแค้นที่มีให้ต่อคนทั้งสองได้เป็อย่างดี
“ลี่อิง หากเ้ามีคนที่เกลียดข้าก็จะเกลียดด้วย หากเ้ามีคนที่รักข้าก็รักด้วย” ชายหนุ่มจ้องมองสบสายตากับสาวน้อยพร้อมทั้งพูดออกมาอย่างแ่เบา ลี่อิงทำได้แต่เพียงส่งรอยยิ้มที่สุดแสนจะอ่อนหวานมาให้พร้อมทั้งหอมแก้มชายหนุ่มไปหนึ่งทีแววตาของหนุ่มน้อยถึงกับเกิดการสั่นไหว
“เ้า เ้าทำอะไร” เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆที่โดนเด็กสาวตัวน้อยหอมแก้ม
“ข้าก็ให้รางวัลเ้าไง” นางยิ้มหวานให้กับเขา หนุ่มน้อยถึงกับมีใบหน้าที่ขึ้นสีไปทั้งหน้าด้วยความเขินอาย
“แต่พวกเรายังเด็กกันอยู่เลยนะ” ถิงฟงหนุ่มน้อยผู้มีลักษณะนิสัยสุดแสนจะเ็าในตอนนี้นั้นถึงกับพูดแทบไม่เป็ภาษาเมื่อถูกเด็กสาวตัวน้อยเริ่มทำการบุกจู่โจม
“ก็เพราะพวกเรายังเด็กอยู่ไง ข้าถึงแค่หอมแก้มเ้า แต่ถ้าพวกเราเป็ผู้ใหญ่ข้าทำให้เ้าได้มากกว่านี้อีกนะ” เด็กสาวตัวน้อยนางพูดออกมาอย่างไร้เดียงสาสีหน้าและแววตาของนางนั้นใสซื่อเป็อย่างมาก
“ข้า...ข้า..ไม่คุยกับเ้าแล้ว” หนุ่มน้อยถึงกับวิ่งหนีด้วยความเขินอาย
“คิก คิก เ้านี่มันช่างทำตัวเป็เด็กน้อยไร้เดียงสาจริงๆนะ” เด็กสาวตัวน้อยส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข นางรู้สึกมีความสุขมากขึ้นจริงๆั้แ่มีชายหนุ่มคนนี้เข้ามาในชีวิต่ชีวิตของนางถ้าหากได้เขาเป็ชีวิตคู่ก็คงจะดีไม่น้อยไม่งั้นนางคงไม่ต้องจมอยู่กับความแค้นจนถึงตอนนี้