4
ร้านสะดวกซื้อ...ที่สะดวกกว่าที่คิด
เมื่อพูดคุยกับพ่อและแม่เข้าใจแล้วเื่หมั้นหมาย เหมยลี่ก็มาที่ห้องของน้องชายทั้งสองคน เธอมีเื่สำคัญที่จะพูดคุยกับน้องชายทั้งสองคน
“หยางเฟย หยางหลง พี่เข้าไปได้ไหม ?” เธอเอ่ยเรียกเพื่อขออนุญาตเข้าไปในห้องของน้องชาย เป็หยางหลงที่เดินมาเปิดประตูห้องให้เธอเข้าไป
“พวกเรากำลังรอพี่เหมยลี่อยู่” ในห้องของน้องชายทั้งสองคน เตียงมีขนาดใหญ่ พวกเขาสองคนนอนด้วยกัน มีตู้สำหรับเก็บเสื้อผ้าและข้าวของส่วนตัว
มีพื้นที่ให้วางโต๊ะไม้ สำหรับไว้นั่งทำงาน มีเบาะรองนั่ง เหมยลี่เดินไปนั่งลง แล้วก็สบตากับน้องชายทั้งสองคนด้วยแววตาจริงจัง
“พี่รู้ว่าพวกนายมีหลายเื่ที่สงสัย พี่เองก็ไม่รู้ว่าจะเล่ายังไงดี ไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหน ?”
ทั้งสองคนตั้งใจฟังในสิ่งที่พี่สาวกำลังพูด
“ตอนที่พี่ตกลงไปในน้ำ แล้วก็หลับไปนานถึงสามวัน พี่ได้บางอย่างมาจากท่านเทพบน์ ่เวลาที่หลับไปพี่ได้เรียนรู้หลายอย่าง” ขอแต่งเื่หน่อยก็แล้วกัน จะบอกว่าข้ามเวลาทะลุมิติมาจากคนละโลกก็กระไรอยู่ ขอแค่ใช้ของที่มีในมิติได้สะดวกก็พอแล้ว
“จะเรียกว่าของวิเศษก็ได้” เหมยลี่สบตากับน้องชายทั้งสองคนแล้วบอกออกไป
“ของวิเศษหรือครับ ยังไงครับ” หยางเฟย
“เป็ของวิเศษแบบไหนครับพี่เหมยลี่” หยางหลง
“มันก็พูดยาก เอาเป็ว่า ตั้งใจดูนี้นะ” เหมยลี่นึกถึงซาลาเปาที่อุ่นไว้ในตู้ เป็ซาลาเปาไส้คัสตาร์ด เพียงเท่านี้ซาลาเปาไส้คัสตาร์ดก็ปรากฏอยู่ตรงฝ่ามือของเธอ
“นี่มัน...” หยางเฟย
“....” !!! หยางหลง ทั้งสองคนมีสีหน้าตื่นใ ที่อยู่ก็เห็นซาลาเปาหนึ่งลูกวางอยู่บนมือพี่สาวของตนเอง มันคือสิ่งวิเศษที่พี่สาวเขาบอกกับพวกเขาใช่หรือเปล่า ทั้งใ ทั้งตื่นเต้น ประหลาดใจ
“พี่เหมยลี่” ทั้งสองเรียกพี่สาวพร้อม ๆ กัน
“พี่สามารถนำของกินออกมาได้ อย่างซาลาเปาแล้วก็ทาร์ตไข่ที่กินไปตอนเที่ยง” เหมยลี่บอกกับน้องชายทั้งสองคน
“นอกจากนี้ยังมีของอีกหลายอย่าง ที่ไม่มีในโลกนี้แต่ว่ามีในมิติที่ท่านเทพให้มา” พูดจบ ก็นึกถึงนมรสช็อกโกแลตที่ชอบกิน เธอนำมันออกมาสองขวด ส่งให้น้องชายคนละกล่อง
“ลองชิมดู นี้เรียกว่านมรสช็อกโกแลต” ทั้งสองรับไปด้วยความตื่นเต้น เป็ของที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“มันเย็นด้วย” หยางหลงเอ่ยออกมาเมื่อััถึงความเย็นได้จากขวดนมที่พี่สาวยื่นให้
“ใช่จ้ะ เหมือนซาลาเปาที่ยังร้อน ๆ อยู่ไง” ร้านสะดวกซื้อมีบริการอุ่น มีตู้เย็นแช่เอาไว้เก็บเครื่องดื่มและอาหาร อะไรก็ตามที่เอาออกมามันจะคงสภาพเหมือนตอนอยู่ในร้าน ตอนนี้เหมยลี่เริ่มที่จะใช้มิติได้คล่องตัวมากขึ้นแล้ว ไม่ต้องเข้าไปในมิติเพื่อไปหยิบสิ่งของที่้ามา เพียงแค่นึกถึงมัน มันก็จะปรากฏออกมาตรงหน้า หรือในมือของเธอทันที นับว่าสะดวกสบายกว่าที่คิดเอาไว้มาก
ทั้งสองคนดื่มนมจนหมดขวด พวกเขาพบว่ามันอร่อยมาก รสชาติที่ไม่เคยได้กินมาก่อน ก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยจากพี่สาว แล้วก็พบว่าพี่สาวของเขามีของในมิติมากมาย ทั้งสบู่ ครีมบำรุงผิว เสื้อสีขาวเนื้อผ้าใส่สบาย พี่สาวบอกว่ามันคือเสื้อยืดตราห่าน
แล้วสิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นแล้วก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ก็คือ บะหมี่ น้ำซุปของมันหอมมาก กลิ่นหอมน้ำซุปกระดูกหมู แต่ไม่มีหมู แต่รสชาติน้ำซุปคือใช่เลย ทำมาจากเนื้อหมูแน่ ๆ กลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม
พี่เหมยลี่บอกกับพวกเขาว่าสิ่งนี้คือบะหมี่รสหมู เป็ถ้วยสีเหลือง ๆ แค่ใส่น้ำร้อน แล้วทิ้งเอาไว้พักหนึ่ง แค่นี้ก็พร้อมกิน มันอร่อยมาก ๆ เลย พวกเขาแบ่งกันชิมคนละครึ่ง นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่พี่สาวเรียกว่าช็อกโกแลตอีกด้วย
มิติที่ท่านเทพให้พี่สาวช่างแสนพิเศษ พี่สาวของพวกเขาเป็คนจิตใจดี เหมาะสมแล้วที่ท่านเทพมอบมิติที่มีของมากมายให้พี่สาว ยังไงในสายตาของพวกเขาสองคน พี่สาวของเขาคือคนที่จิตใจดีที่สุด แสนดีที่สุด
ต่อไปนี้บ้านของพวกเราก็จะได้มีอาหารดี ๆ กิน โดยไม่ต้องประหยัดแล้ว ถึงพ่อแม่จะพอมีฐานะอยู่บ้าง แต่ก็ต้องกินอยู่อย่างประหยัด
ใช้เวลาพูดคุยแล้วก็ตกลงกับน้องชายทั้งสองคนอยู่พักใหญ่ ทั้งสองคนรับปากว่าจะไม่บอกเื่นี้กับใคร แล้วก็จะหาวันดี ๆบอกเื่นี้กับพ่อแม่ ตอนนี้เธอสบายใจขึ้นที่ได้บอกเื่นี้กับน้องชายทั้งสองคน
ยังไงเสียเื่มิติก็ปิดบังพ่อแม่ไม่ได้ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของตัวเธอเองและครอบครัวด้วย
เช้าวันใหม่ เทียนเหมยลี่ตื่นเข้าครัวั้แ่เช้ามือ โดยวันนี้ทำโจ๊กไข่ข้น ๆ กินกับผัดเต้าหู แล้วก็ยังมียำไข่เค็มด้วย ที่จริงอยากจะเอาเนื้ออกไก่ต้มมาฉีกใส่โจ๊กด้วย แต่ยังไม่ได้บอกเื่นี้กับพ่อและแม่ กลัวว่าทั้งสองจะใ
“เหมยลี่ ลูกทำอะไรแต่เช้า ที่จริงแม่ทำเองก็ได้นะ” หยางอวี้ฟ่านเดินมาเข้าครัวก็พบลูกสาวคนโตกำลังทำอาหารมื้อเช้าอยู่แล้ว
“หนูทำได้ค่ะแม่ แม่กับพ่อต้องออกไปทำงาน มื้อเที่ยงแม่แบ่งเอาไว้เลยนะคะ หนูทำไว้เผื่อด้วย” วันนี้เธอเองก็ต้องไปโรงเรียนด้วยเหมือนกัน
เหมยลี่ไม่มีปัญหากับการทำอาหารเช้า แล้วก็เตรียมอาหารเที่ยงให้ทุกคนในบ้าน พ่อแม่ทำงานที่เดียวกันมื้อกลางวันกินด้วยกันได้ ส่วนมื้อกลางวันของน้อง ๆ และตัวเองก็จัดเตรียมเอาไว้แล้วเช่นกัน
“ไข่บ้านเรายังไม่หมดอีกหรือลูก” ผู้เป็แม่เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ จำได้ว่าไข่ไก่ที่บ้านใกล้จะหมดแล้ว
“ไม่หนิคะ ยังเหลืออยู่ 8 ฟอง” จริง ๆ ก็หมดแล้ว แต่เธอเอาออกมาจากมิติ ข้าวสารเองก็เหมือนกัน
“แม่ดูในครัวเมื่อสองวันก่อนเหมือนว่ามันจะหมดแล้วนะ” จำได้ว่าเข้าครัวเมื่อสองวันก่อนไข่ไก่เหลือแค่สองฟองเท่านั้น หรือว่าจำผิด
“ยังไม่หมดนะคะแม่ วันนี้หนูก็เอาทำโจ๊กสองฟอง” ที่จริงใส่ไปสี่ฟองจุก ๆ
“แม่คงจำผิดไป เอาไว้ตอนเย็นแม่จะซื้อของมาเพิ่ม”
“ค่ะแม่” เครื่องปรุงที่เติมได้เธอเติมไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็เกลือ น้ำตาล ก็เติมจนเต็ม
เย็นนี้ค่อยบอกความจริงกับพ่อแม่ ตามที่ได้คุยกับน้องชายทั้งสองคนไปแล้ว จะได้ไม่ต้องมาคอยโกหก บอกตามตรงว่ามันเหนื่อย
แล้วก็เป็อย่างที่เหมยลี่คิดเอาไว้ แม่ถึงกับร้องไห้โอบกอดเธอด้วยความเศร้าใจ ที่เกือบจะเสียลูกสาวที่รักไป ที่จริงนางเอกก็ตายไปแล้วจริง ๆ แต่เธอก็ไม่กล้าเอ่ยปากบอกความจริงทุกคนไป กลัวว่าทุกคนจะรับไม่ได้ เลยจำเป็ต้องปิดบังเอาไว้ แล้วก็ไม่รู้ว่าบอกไปจะมีใครเชื่อเธอบ้าง
เื่ที่เกิดขึ้นมันน่าเหลือเชื่อเกินไป แค่เื่มิติร้านสะดวกซื้อยังทำให้คุณพ่อและคุณแม่กังวลใจอยู่ไม่น้อย กำชับไม่ให้เธอเอาของออกจากมิตินอกบ้าน
การไม่ต้องปกปิด ปิดบังเื่มิติที่มีมันทำให้ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากขึ้น นี่คือร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากมาย แน่นอนว่ามันมีของมากมายกว่าที่คิดเอาไว้
เสื้อยืด กางเกงใน ถุงเท้า ถุงมือ มียาสามัญประจำบ้านด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องดื่มเอาไว้ชงกับน้ำร้อน อย่างพวกกาแฟ โอวันติน ไมโล น้อง ๆ ของเธอชอบมาก ต้องดื่มทุกวันก่อนนอน
น่าเสียดายที่ไม่มีเนื้อหมูสด ๆ เอาไว้ทำอาหาร มีแต่อกไก่ต้ม แต่ก็เป็แหล่งโปรตีนได้เหมือนกัน อาหารปรุงสุกแค่อุ่นก็ทานได้มีมากมายหลายอย่าง ข้าวกระเพราะหมูสับไข่ดาว ข้ามต้ม เกี้ยวกุ้ง ข้าวห่อสาหร่าย สปาเกตตี เบอร์เกอร์ ของสดที่นำมาทำอาหารก็มีไข่ไก่ เต้าหู้ ลูกชิ้น หมูยอ แหนม ปูอัด
“พี่เหมยลี่ครับ เพื่อนผมเขาอยากได้สบู่ ก้อนข้าว ๆ ที่มีกลิ่นหอม”
“เดี๋ยวนะหยางเฟย นายเอาสบู่ไปโรงเรียนด้วยเหรอ ?” เหมยลี่เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เหมือนว่า 2-3 วันมานี้เธอลืมเื่บางอย่างที่เคยคิดไปสนิทเลย
“เป็ผมเองที่เอาไป” หยางหลงบอกกับพี่สาว เขานอนคิดอยู่หลายคืนเื่พี่สาวของตัวเอง พี่สาวเคยเปรยเื่ขายสิ่งของกับพวกเขา แต่ก็ยังไม่ได้คิดจะทำอย่างจริงจัง แต่คิดวางแผนเอาไว้คราว ๆ เท่านั้น
“พี่มีเยอะไหมครับ เพื่อนผมเขาสนใจอยากจะซื้อ” หยางหลงเอ่ยประโยคต่อมา เป็เพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ เขาถึงกล้าเอ่ยเื่นี้กับพี่สาว
“เดี๋ยวนะ การซื้อขาย มันผิดกฎหมาย” เหมยลี่เอ่ยออกมาเสียงเครียด นี่ไม่คิดจะทำเหมือนนางเอกนิยายในยุคนี้ที่เธอเคยอ่านมาหรอกนะ มันเสี่ยงเกินไป เธอเป็แค่คนธรรมดาไม่ได้มีพลังพิเศษ ถ้าเจอทหารแดงจับจะทำยังไง
“ผมรู้ครับ แต่เพื่อนผมคนนี้เขาเป็ลูกชายนายทหารยศพันเอกเลยนะครับที่สำคัญเขาเป็เพื่อนสนิทของพวกเราสองคน”
“เขาไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้” เหมยลี่ยังคงไม่แน่ใจ ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะเอาของที่มีไปขาย แต่มันเสี่ยงมากเกินไป สถานการณ์่นี้ไม่สู้ดี ่ปลายปีถึงจะเป็่เวลาที่เหมาะสม
ผู้นำคนสำคัญจะเสียชีวิตในเดือนกันยายนปีนี้ ซึ่งนั่นก็คือเดือนเก้า หลังจากนั้นจะมีการเปลี่ยนผู้นำ สถานการณ์จะเริ่มผ่อนปรนมากขึ้น สามารถที่จะทำการค้าขายได้
“ไว้ใจได้ครับ เพื่อนผมเขาอยากได้ไปฝากแม่กับพี่สาวของเขา”
“ให้ได้ไม่เกิน 10 ก้อน ราคาแพงกว่าสหกรณ์สามเท่า ถ้าเขาตกลง พี่จะยอมขายให้” ก็ถ้าน้องชายบอกว่าไว้ใจได้ ก็จะยอมเสี่ยงดูสักครั้ง
“ได้ครับพี่เหมยลี่ พี่เตรียมของไว้ได้เลย เพื่อนผมซื้อแน่นอน” หยางหลงบอกอย่างมั่นใจ
“ถ้าเราเอาไปขายตลาดมืดต้องขายดีมากแน่ ๆ ครับพี่เหมยลี่” สบู่ของพี่สาวมีกลิ่นหอม ก้อนใหญ่ ใช้ดีมาก ๆ มีฟองเยอะมาก ๆ แถมมีหลายกลิ่น หลายสีอีกด้วย
“เอาไว้ก่อน เื่นี้พี่จะลองคิดทบทวนดูอีกที” กลิ่นเงินหยวนมันหอมหวาน นอกจากสบู่ก็ยังมี ข้าวสาร แล้วก็น้ำตาลที่ขายได้ราคาแพง ชีวิตที่แล้วเป็ติ่งแต่การเงินไม่ค่อยเอื้ออำนวย ชีวิตนี้เธอจะต้องรวย การมีเงินคือหนทางแห่งความสุขสบาย
“ยังไงก็ระวังเอาไว้” เหมยลี่กำชับกับน้องชายทั้งสองคน
“น้องเหมยลี่” เสียงเรียกทำให้ต้องเงยหน้าจากแปลงผักขึ้นมาดูต้นเสียง
“พี่ซานเต๋อ”
“ครับพี่เอง” เขาก็ข้ามรั้วไม้ไผ่เข้ามาในบริเวณบ้านของเธอ ทำเอาเหมยลี่มองการกระทำของอีกฝ่ายตาปริบ ๆ เท่จังวะ พระเอกอะเนอะ ออร่า ดาเมจแรงจริงๆ
“พี่ช่วยนะครับ”
“ค่ะ” ก็ถ้ามีผู้ชายหล่อมาช่วยถอนหญ้า จะปฏิเสธทำไม อยากทำก็ทำไป มีคนช่วยจะได้เสร็จเร็วขึ้น
“พักนี้เหมือนเหมยลี่หลบหน้าพี่ยังไงก็ไม่รู้” เทียนเหมยลี่ยังไม่ได้ตอบอะไรก็มีเสียงของใครอีกคนดังขึ้นมาเสียก่อน
“พี่ซานเต๋อ มาช่วยพี่เหมยลี่ถอนหญ้าหรือครับ ไม่ต้องก็ได้นะครับ” เป็เทียนหยางเฟยนั้นเอง ตอนนี้ที่บ้านก็มีแค่เขาและพี่สาวอยู่สองคน หยางหลงออกไปข้างนอก
“พี่เต็มใจ เราเองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล” หยงซานเต๋อสบมองเทียนเหมยลี่ด้วยแววตาสื่อความหมาย แต่คนที่ถูกมองกลับไม่ได้สนใจ ยังคงตั้งอกตั้งใจถอนหญ้าในแปลงผัก
“ครับ แต่ผมว่าแบบนี้คนอื่นจะมองพี่สาวของผมไม่ดีเอานะครับ พี่เหมยลี่เองก็มีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว” หยางเฟยไม่อยากให้ใครมองพี่สาวของตัวเองไม่ดี พวกเขารู้มาจากพ่อแม่ แปลกใจมากที่พี่สาวยอมรับหมั้น พวกเขาคิดว่าพี่สาวมีใจให้พี่ซานเต๋อเสียอีก แต่พวกเขาคงคิดไปเอง เพราะถ้าพี่สาวมีใจให้พี่ซานเต๋อจะรับหมั้นทำไม
“หมายความว่ายังไง ?” คำพูดของเทียนหยางเฟยเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของหยงซานเต๋อ
“พี่ซานเต๋อคะ ฉันรับหมั้นกับลูกชายของผู้มีพระคุณของพ่อไปแล้ว” เื่ระหว่างเขาและเธอไม่มีทางจะเดินต่ออย่างแน่นอน ไม่อยากจะใช้ชีวิตดราม่า สามีทิ้งเป็หม้าย เลี้ยงลูกเพียงลำพังแล้วรอผู้ชายที่ไม่เห็นค่ากลับมาง้อขอคืนดี
“แล้วเื่ของเราละน้องเหมยลี่”
“พี่ซานเต๋อก็ยังเป็พี่ชายข้างบ้านของพวกเราเหมือนเดิม” เหมยลี่บอกกับอีกฝ่าย ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะเรียกคนรักก็เรียกได้ไม่เต็มปาก เพราะไม่เคยมีใครเอ่ยปากบอกความรู้สึกออกไป
“น้องเหมยลี่” น้ำเสียงเอ่ยเรียกชื่ออย่างเศร้าใจ ทำให้เหมยลี่สบตามองกับอีกฝ่าย แววตาที่ทอดมองมาดูเศร้าเสียใจ จนน่าสงสาร
“ขอโทษนะคะพี่ซานเต๋อ” โธ่ ๆ ๆ พ่อพระเอกของเหมยลี่ หล่อมาก งานดีมาก เบ้าหน้าฟ้าประทานแต่เหมยลี่คนนี้ขอบาย ขอตัดใจจากความหล่อแต่โดยดี
“ไม่คิดเลยว่าน้องเหมยลี่จะใจร้ายกับพี่ได้ลงคอ”
ก็ดีกว่าปฏิเสธงานหมั้นแล้วมาแต่งงานกับพ่อพระเอกตรงหน้า เห็นหน้าเศร้า ๆ แล้วอยากจะดึงมากอดปลอบ มาซบอกมัมหมีไหมจ๊ะ
แต่ไม่ได้!!! ใจแข็งเข้าไว้เหมยลี่ บอกให้โลกรู้ว่าความหล่อไม่อยากสั่นคลอนจิตใจของเราได้
“พี่เหมยลี่!!” อยู่ ๆ น้องชายแสนน่ารักก็เรียกเธอด้วยน้ำเสียงดุ ๆ นี่น้องหรือพ่อ...
“เข้าบ้านได้แล้ว ตรงนี้ผมทำเอง”
“ฮะ”
“เข้าบ้านได้แล้วครับ” เมื่อสบสายตาดุ ๆ ของน้องชายเหมยลี่ก็พยักหน้าตอบตกลง แล้วก็รีบลุกเดินเข้าบ้านตามที่น้องชายบอก
“น้องเหมยลี่ครับ” พ่อพระเอกคนหล่อลุกตามมา แต่...
“พี่ซานเต๋อไม่ควรอยู่ตามลำพังกับพี่เหมยลี่นะครับ ตอนนี้พี่สาวผมมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว คนอื่นเขาจะนินทาว่าร้ายสาวของผมได้ว่าทำตัวไม่เหมาะสม พี่ซานเต๋อเองอายุพอที่จะมีครอบครัวได้แล้ว”
เทียนหยางเฟยเอ่ยออกมาด้วยความจริงจัง ตอนแรกคิดว่าพี่สาวไม่มีใจให้พี่ซานเต๋อ แต่ดูจากสายตาของพี่สาวที่มองพี่ซานเต๋อเมื่อสักครู่เขาก็รู้สึกว่าคิดผิดไป
ไม่รู้ว่าพี่สาวมีเหตุผลอะไรที่รับหมั้น ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็อย่าใจอ่อนกับคนตรงหน้าเขาอีกเลย
ถ้าเทียนเหมยลี่รู้ความคิดของน้องชาย เธอก็จะบอกกับน้องชายว่า ไม่ต้องกังวล พี่สาวแค่แพ้ทางคนหล่อ แบบอยากเป็มัมหมี เวลาเห็นคนหล่อเศร้าใจก็อยากจะกอดปลอบ ไม่ได้มีใจคิดเป็อื่น...