ระบบครองยุทธภพ

    บทที่ 52 ยอดยุทธ์

            บทที่ 52  

            ยอดยุทธ์

            ห้องโถงที่กว้างขวางสถานที่แห่งนี้บัดนี้มีงานเลี้ยงยามราตรีถูกจัดขึ้นหัวค่ำสายลมเย็นๆพัดผ่านเข้ามาจากบริเวณด้านนอกยามฤดูเหมันต์สายลมที่พัดผ่านเข้ามาเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ

            แต่ภายในห้องโถงที่กว้างขวางของสมาพันธ์จอมยุทธสถานที่แห่งนี้มันถูกจัดเอาไว้อย่างดีพวกทั้งบริเวณห้องโถงขนาดใหญ่มีคบเพลิงที่ถูกจุดเอาไว้ตามส่วนต่างๆสามารถบรรเทาความหนาวเย็นได้  

            ผู้ที่ได้ก้าวเข้ามาภายในบริเวณนี้สามารถสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบรรยากาศความอบอุ่นภายในห้องโถงแห่งนี้แตกต่างจากด้านนอกราวกับว่าเป็นคนละโลก

            คนมากมายเดินทางมาเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธมากหน้าหลายตาที่ต่างพากันเดินทางเข้ามา 

            หลี่หยางเดินทางมาถึงก่อนหน้านี้แล้วเขากำลังนั่งอยู่ในโต๊ะต้อนรับของจอมยุทธระดับทองแดงแม้จะเป็นจอมยุทธระดับทองแดงแต่ว่าที่นั่งที่ทางสมาคมจัดเอาไว้ให้มันก็ไม่ได้แย่เลยสักนิด 

            หลี่หยางนั่งอย่างสงบใจบริเวณด้านหน้ามีโต๊ะเล็กๆที่ตั้งสุราและอาหารเอาไว้โต๊ะข้างๆของเขาทางด้านขวาเป็นที่นั่งขออี้ชิง 

            หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่ยกสุราเบื้องหน้าของตนเองขึ้นมาดื่มอย่างช้าๆถ้วยสุราที่ถูกยกขึ้นกระดกจนหมดกวางกลับไปลงตรงโต๊ะด้านหน้าอีกครั้งดวงตาทั้งสองข้างขวามองไปบริเวณรอบๆ

            หลี่หยางเห็นผู้คนมากมายภายในสถานที่แห่งนี้เดินทางเข้ามาอย่างมากหน้าหลายตาบุคคลเหล่านี้มีหลากหลายสถานะแตกต่างกันไปแต่พวกเขานั้นล้วนแล้วแต่เป็นจอมยุทธ

            จอมยุทธบางผู้มีฐานะร่ำรวยแต่งกายด้วยชุดเครื่องแต่งกายดูดี แต่ว่าบางคู่ก็สวมใส่ด้วยชุดเครื่องแต่งกายที่ดูโกโรโกโสไม่ต่างจากขอทาน 

            สังคมของจอมยุทธก็ยังคงมีการแบ่งแยกสารโชคดีที่สมาพันธ์จอมยุทธ์ไม่ได้เลือกคนเข้าร่วมเพราะแบบนั้นผู้คนต่างฐานะกันก็สามารถเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ได้ดังนั้น

            หลี่หยางกำลังนั่งอยู่อย่างสงบใจดวงตาทั้งสองข้างของเขากวาดไปมองบริเวณรอบรอบอย่างใจเย็นบริเวณที่นั่งทางด้านชั้นสองถูกจัดเอาไว้เป็นอย่างดีมันยังไม่มีผู้ใดเดินทางมาถึง

            ด้านบนนั้นมีที่นั่งเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นมันก็เพิ่มความสงบสนใจให้กับเขาเป็นอย่างมากเพราะว่าผู้ที่จะนั่งด้านบนได้น่าจะเป็นคนที่มีฐานะสูงส่ง

            หลี่หยางพี่ใช้ดวงตาทั้งสองข้างกวาดใบไม้บริเวณรอบรอบเริ่มทำการคิดในใจ‘ ไม่แปลกใจเลยพวกสมาพันธ์จอมยุทธมีแต่คนที่แข็งแกร่งผักที่ใช้ดวงตาของตนเองมองดูคนที่มีระดับเลเวล 100ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด ภายในสถานที่แห่งนี้ก็มีระดับเลเวลถึง 100อยู่หลายต่อหลายคน ’

            ’ แต่หลังจากที่มองดูแล้วพวกที่มีระดับเลเวล 100พวกมันเองก็ยังเป็นเพียงแค่จอมยุทธที่อยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนักมันยิ่งเพิ่มความสนใจให้กับเรามากขึ้นว่าพวกจอมยุทธป้ายหยกจะมีระดับมากขนาดไหน ’

            หลี่หยางกำลังวิเคราะห์สิ่งที่อยู่บริเวณรอบรอบอย่างใจเย็นแข็งแกร่งของจอมยุทธภายในยุทธจักรมันทำให้เขาตลาดใจเป็นอย่างมาก

            ในครั้งนี้การที่ตัดสินใจมาเข้าร่วมการชุมนุมจอมยุทธในครั้งนี้ทำให้เขานั้นรู้สึกว่าตนเองคิดถูกต้องเพราะว่ามันทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตา และได้มองเห็นผู้คนมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้เขารู้ว่าจุดที่เขายืนอยู่แม้ว่าจะแข็งแกร่งในระดับนึงแต่มันก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับสังคมจอมยุทธ

            อี้ชิงที่กำลังนั่งอยู่ข้างในน้อยของตนดวงตาของเขามองเห็นบางอย่าง ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างตกตะลึงมือของเขายื่นไปสะกิดนายน้อยของตนเองตามสัญชาตญาณ 

            หลี่หยางที่โดนมือพุ่งเข้ามาสะกิดตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าดวงตาของเขาหันกลับไปมองอย่างประหลาดใจมองเห็นท่าทางของอี้ชิงที่กำลังนึ่งกับบางอย่างอยู่หลี่หยางเลยขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย 

            แต่ในช่วงพริบตาต่อมาดวงตาของเขาก็หันไปมองเห็นสิ่งที่อี้ชิงเห็นร่างของคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาภายในงานเลี้ยง 

            เขาเป็นชายวัยกลางคนร่างกายสมบุกสมบันดูมีภูมิฐานทั่วทั้งกายแต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำสนิทปกปิดเอาไว้แทบจะทุกส่วนบริเวณบนศีรษะสวมใส่หมวกฟางขนาดใหญ่ที่กางออกมาราวกับร่มบริเวณภายในมือข้างซ้ายถือกระบี่มือหนึ่งที่ดูไม่ธรรมดาเป็นกระบี่สีดำที่มีความยาวมากกว่ากระบี่ธรรมดาถึงสองเท่ายามที่เขาทำการเดินมาปลายของฝักกระบี่ลากยาวไปกับพื้นจนเกิดกลายเป็นเสียง 

            ทุกย่างก้าวของคนผู้นั้นดูมีพลังเป็นอย่างมากเพียงแค่เขาทำการก้าวเท้าก็เกิดขึ้นสายลมเบาบางแผ่ซ่านออกมาการปรากฏกายของเขาไม่ได้ดึงดูดสายตาเพียงแค่หลี่หยางและอี้ชิงเท่านั้นทว่าการปรากฏกายของเขามันกลายเป็นดึงดูดสายตาที่ทำให้พวกผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปยังร่างกายของคนผู้นั้นเป็นตาเดียว 

            ผู้ที่ปรากฏกายออกมาเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างไม่ต้องสงสัย

            หลี่หยางแม้ว่าจะไม่รู้จักคนผู้นั้นมาก่อนแต่ทว่าพลังที่มันถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของผู้ที่อยู่ด้านหน้ามันทำให้ร่างกายของเขานั้นสั่นสะท้าน 

            ผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ต่างพากันแตกตื่นดวงตาทั้งหมดต้องมองเป็นตาเดียวไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังดูแต่ตื่นและฮือฮากันเป็นอย่างมากเมื่อเห็นร่างของชายวัยกลางคนผู้นั้นก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้

            ที่ก้าวเข้ามาแสดงท่าทางเงียบขรึมก้าวเข้ามายังไม่พูดจาอันใดและก็เดินตรงไปยังที่นั่งของตนเอง

            ผู้ที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นอยู่เริ่มแตกตื่นแล้วก็พากันพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น“ รัศมีกระบี่ไร้เสียง หยวนอิง!!! ”

            “ แม้แต่คนผู้นั้นที่เป็นมือกระบี่ลำดับต้นๆของดินแดนแห่งนี้ก็เดินทางมาด้วย”

            นั่นคือชื่อที่ผู้คนส่วนใหญ่เรียกขานชายผู้นี้เขาเป็นมือกระบี่ภายในยุทธจักรที่ถูกเรียกขานว่ารัศมีกระบี่ไร้เสียงนามว่าหยวนอิงชื่อของคนผู้นี้ประจักษ์แก่สายตาของผู้คนมาตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน

            เริ่มต้นตั้งแต่เป็นจอมยุทธที่ไม่มีผู้ใดรู้จักจนตอนนี้เขาขึ้นมาอยู่ในจอมยุทธระดับแนวหน้าที่มีป้ายรับสีทองการปรากฏกายของเขาสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก

            มันเป็นเพราะว่าคนผู้นี้เป็นคนที่มีตัวตนลึกลับไปมาอย่างไร้ร่องรอยไม่มีผู้ใดสามารถตามตัวเขาได้เขาอยากจะมาที่ไทยก็จะปรากฏกายออกมาเอง 

            ทางด้านฝีมือของเขาในฉายาที่ได้ชื่อว่ารัศมีกระบี่ไร้เสียงฉายานี้ที่ได้มาไม่ใช่เป็นเพียงแค่ฉายาที่ผู้คนเรียกขานเอาไว้เฉยๆเท่านั้น 

            ความเก่งกาจในด้านวิชากระบี่ของเขาเป็นเลิศเป็นอย่างมากกระบี่ที่ถืออยู่ภายในมือของเขาเป็นกระบี่ที่มีความยาวกว่ากระบี่ธรรมดาถึง 2 เท่าผู้คนส่วนใหญ่ถ้ามองเห็นก็มองว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตลกกระบี่ที่ยาวขนาดนั้นการที่จะทำการใช้มันได้คงจะแทบจะไม่มีผู้ใดใช้งานได้ 

            แต่สำหรับหยวนอิงฝึกฝนทักษะกระบี่นี้มาตั้งแต่แรกทำให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญกระบี่ภายในมือของเขากล่าวว่าตวัดเพียงแค่ครั้งเดียวไม่เกิดแม้แต่เสียงกระเพื่อมของอากาศสามารถตัดศีรษะของศัตรูที่อยู่ไกลกว่าสามสิบเมตรได้อย่างสบายๆ 

            เพราะทักษะกระบี่ที่ทั้งรวดเร็วเฉียบคมแถมยังไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวแทบจะไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานได้มันเลยทำให้คนผู้นี้ได้ฉายาว่ารัศมีกระบี่ไร้เสียง 

            หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่มองเห็นข้อความตรงหน้าที่มันปรากฏขึ้นมา

             ---

            ชื่อหยวนอิง(รัศมีกระบี่ไร้เสียง)      LV.301

            เผ่ามนุษย์       เพศ ชาย

            HP[56350/56350]

            --

            ‘ เลเวล 301 เจ้านี่มันสัตว์ประหลาดยิ่งกว่าที่ตัวของข้าเคยพบเจอมาก่อนหน้านี้อีก’นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขานั้นตื่นตระหนกตกใจอยู่ในตอนนี้เลเวลที่มันปรากฏมาอยู่ตรงหน้าของเขาความแข็งแกร่งของคนผู้นี้ตอนนี้อยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมา  

            เสียงฝีเท้าที่เงียบสงัดแต่กับสามารถสร้างแรงกดดันก่อกำเนิดกลายเป็นคลื่นอากาศบริเวณรอบๆกายได้หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่ห่างไกลจากจุดที่คนผู้นั้นกำลังยืนหลายสิบเมตรแต่สามารถสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล 

            หลี่หยางพึมพำออกมา “ ลมปราณยอดเยี่ยม ร่างกายยอดเยี่ยมความแข็งระดับนี้ไม่ใช่ว่าจะหาพบเจอได้ง่ายๆ ” 

            อี้ชิงหันไปมองอย่างรวดเร็วพูดขึ้นอย่างทันควันด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจ“แน่นอนสิขอรับนายน้อยนั้นเป็นหนึ่งในคนที่มีวรยุทธยอดเยี่ยมที่สุดภายในดินแดนห้าธาตุของเราเลยนะขอรับอาวุโสหยวนอิงเป็นคนที่ได้ขนานนามว่ารัศมีกระบี่ไร้เสียง ”

            “ ท่านอาวุโสผู้นั้นสามารถสังหารคนที่ยืนอยู่ไกลกว่าตนเองประมาณ30 เมตรได้ด้วยการตวัดกระบี่ครั้งเดียวไม่เพียงเท่านั้นคำเล่าขานของผู้คนยังบอกว่าตอนที่เขาทำการตวัดกระบี่ออกไปผู้คนไม่เห็นแม้แต่ตัวกระบี่และไม่สามารถได้ยินแม้กระทั่งเสียงของกระบี่พุ่งผ่านอากาศรู้สึกตัวอีกทีตัวของศัตรูก็โดนตัดจนขาดร่วงลงมาจากลำตัวแล้ว ” 

            อี้ชิงคำพูดของเขามันเป็นคำพูดที่ทั้งชื่นชมทั้งตื่นตระหนกการที่ผู้คนจะได้พบเห็นคนผู้นี้ปรากฏกายออกมามีไม่บ่อยนะเพราะแบบนั้นผู้คนภายในงานเลี้ยงต่างพากันตื่นตระหนกตกใจ 

            ชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดคลุมสีดำสนิทเดินผ่านทางเดินระหว่างทางเพื่อที่จะมุ่งตรงไปยังที่นั่งบริเวณชั้น2 แต่ในขณะที่กำลังก้าวเท้าเดินขึ้นไปบนบันไดเขาหยุดเท้าของตนเองชั่วขณะดวงตามองตรงมายังหลี่หยางราวกับว่าสามารถสัมผัสบางอย่างได้

            หลี่หยางกำลังนั่งอยู่ในรูปลักษณ์บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีดำปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากอสุราใช้ดวงตาของตนเองจองมองกลับไป  

            หยวนอิงไม่กล่าวอันใดหลังจากมองเห็นหลี่หยางตรงกับมาที่ตนเองมันได้สะบัดหน้าแล้วก็เดินขึ้นไปบนบันไดต่อ 

            ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจของเหล่าผู้คนที่มองเห็นผู้อาวุโสหยวนอิงที่เป็นหนึ่งในมือกระบี่ชั้นยอดของดินแดนปรากฏกายออกมางานเลี้ยงก็ยังคงดำเนินต่อไปแขกมากมายังคงเดินทางเข้ามาภายในงานเลี้ยงอย่างเป็นระยะไม่ขาดสาย 

            เพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วยามผู้คนภายในงานเลี้ยงกันหนาแน่นเต็มไปหมด

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องระบบครองยุทธภพ ที่คุณอ่าน