หลายราตรีผันผ่านไปนับตั้งแต่เจี้ยนหลิน (剑林) สัมผัสได้ถึง "การเรียกหา" อันลึกลับจากทิศทางของ "หุบเขาเร้นเมฆา" (隐云谷) ความรู้สึกนั้นยังคงแจ่มชัดในห้วงคำนึง สอดรับกับพลังธาตุพฤกษา (草木之力) ในกาย และ "ราก" ที่มองไม่เห็นซึ่งเขาเคยสัมผัสได้ในห้วงฝัน ทว่า คำเตือนของศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵) เกี่ยวกับโลกภายนอก และภาพอดีตที่เขาเคยถูก "จำกัด" อยู่เพียงในเขตศิษย์นอกอันต่ำต้อย ก็ทำให้เกิด "ความลังเล" ขึ้นในใจ
เขาใช้เวลาหลายวันในการ "ครุ่นคิด" ชั่งน้ำหนักระหว่างความปรารถนาที่จะค้นหาคำตอบกับความอันตรายที่อาจจะต้องเผชิญ แต่ในที่สุด "ความมุ่งมั่น" ที่จะเข้าใจใน "วิถี" ของตนเอง และ "ปริศนา" ที่เกี่ยวข้องกับพลังที่ซ่อนเร้น ก็มีน้ำหนักมากกว่าความหวาดหวั่น 'ถึงเวลาแล้ว...ที่ข้าจะต้องออกเดินทาง' ปณิธานนั้นถูกสลักลึกลงในจิตวิญญาณของเด็กหนุ่ม 'ไม่ว่าเบื้องหน้าจะมีอันตรายใดรออยู่ ข้าก็จะขอไปประจักษ์ด้วยตนเอง! หุบเขาเร้นเมฆา...ข้าจะต้องไปให้ถึง!'
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว สิ่งแรกที่เจี้ยนหลินกระทำคือการมุ่งหน้าไปยัง "หอตำรา" (藏经阁) อีกครั้ง เขาหวังจะค้นพบ "แผนที่" ของอาณาเขตสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์ (云清剑宗) ที่ละเอียดกว่านี้ หรืออย่างน้อยก็ "บันทึก" บางส่วนที่กล่าวถึง "ป่าเขตลึกชั้นนอก" ทางทิศเหนือ
ภายในหอตำราอันเก่าแก่และเงียบสงัด กลิ่นอับชื้นของม้วนตำรายังคงต้อนรับเขาเช่นเดิม เขาเดินตรงไปยังหมวดหมู่ "ภูมิศาสตร์" และ "บันทึกการสำรวจ" อย่างระมัดระวัง สังเกตเห็นศิษย์สองสามคนกำลังค้นคว้าอยู่เช่นกัน แต่ดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดสนใจเขาเป็นพิเศษ เขาพยายามจะทำตัวให้ "กลมกลืน" ที่สุด ในขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบม้วนตำราที่ทำจากหนังสัตว์เก่าแก่เล่มหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า "บันทึกสำรวจแดนเหนือโบราณ" ปลายนิ้วของเขาก็พลันสัมผัสได้ถึง "ความรู้สึก" ที่แปลกประหลาด...คล้ายกับ "กระแสพลังงาน" อันแผ่วเบาที่สอดรับกับ "เมล็ดพันธุ์จิตแรก" ที่เขาเพาะปลูกไว้!
เขารีบคลี่ม้วนตำรานั้นออกอย่างระมัดระวัง บนหน้าแรกของบันทึกนั้น นอกจากตัวอักษรโบราณที่เขาอ่านไม่ออกแล้ว ยังมี "สัญลักษณ์" เล็กๆ รูปหนึ่งที่ถูกวาดไว้ที่มุมกระดาษ...มันเป็นภาพของ "รากไม้" ที่ขดพันกันเป็นเกลียว! คล้ายคลึงกับ "ภาพ" ที่เขาเคยเห็นใน "ความฝัน" เมื่อหลายคืนก่อนอย่างน่าประหลาดใจ! และยังให้ความรู้สึก "เชื่อมโยง" อย่างบอกไม่ถูกกับ "ภาพนิมิต" ของ "กระบี่ใหญ่นิรนาม" และ "บุรุษลึกลับ" ที่เขาเคยได้สัมผัสในป่าไผ่เมื่อครั้งเข้าสู่สภาวะจิตรวมเป็นหนึ่ง!
'นี่มัน...' หัวใจของเจี้ยนหลินเต้นแรงขึ้น 'หรือว่าบันทึกเล่มนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับ "การเรียกหา" ที่ข้ารู้สึกได้?' แม้จะยังไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่ความเชื่อมโยงอันแปลกประหลาดนี้ก็ยิ่งทำให้ความปรารถนาที่จะไปยังหุบเขาเร้นเมฆานั้นมี "รากทางอารมณ์" ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขาพยายามจะ "เพ่งจิต" เพื่อ "สัมผัส" สัญลักษณ์นั้นอีกครั้ง แต่ก็มิได้มีปฏิกิริยาใดๆ เกิดขึ้นอีก
เจี้ยนหลินใช้เวลาที่เหลือในการพยายามจะ "ถอดความ" หรือ "ตีความ" เนื้อหาในบันทึกนั้น แต่ด้วยความรู้ที่จำกัด เขาก็ได้ข้อมูลมาเพียงเล็กน้อยว่ามันกล่าวถึง "พลังงานลึกลับ" และ "พืชพรรณที่ไม่ธรรมดา" ในดินแดนทางทิศเหนือสุดของอาณาเขตสำนัก และมี "แผนที่คร่าวๆ" ที่วาดด้วยลายเส้นง่ายๆ แสดงให้เห็นถึง "แนวเขากำบังอสูร" และ "ด่านพิทักษ์ไพรทิศอุดร" แต่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับหุบเขาเร้นเมฆาโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึง "ลานหมอกเร้นจันทร์" (隐月迷津) ที่อยู่เลยด่านนั้นออกไป และเป็นสถานที่ที่ "อันตรายและลึกลับ"
ก่อนจะออกจากหอตำราในวันนั้น เขาได้แวะไปคารวะอาจารย์ซ่ง (宋长老) ที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่มุมในสุดเช่นเคย "ศิษย์คารวะท่านผู้อาวุโสซ่ง" อาจารย์ซ่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "มีสิ่งใดคืบหน้าในการค้นคว้าของเจ้ารึ?" "ศิษย์...ศิษย์เพียงแค่กำลังศึกษาเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ทางทิศเหนือของสำนักขอรับ" เจี้ยนหลินตอบอย่างนอบน้อม "พอจะทราบหรือไม่ขอรับว่า 'ลานหมอกเร้นจันทร์' นั้นเป็นสถานที่เช่นไร?"
อาจารย์ซ่งมองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความครุ่นคิด "ลานหมอกเร้นจันทร์รึ...เจ้าถามถึงสถานที่นั้นด้วยเหตุใดกัน? ระดับการบำเพ็ญเพียรของเจ้าในปัจจุบัน ดูจะยังไม่เหมาะแก่การย่างกรายเข้าไปในสถานที่เช่นนั้นนะ"
เจี้ยนหลินสะท้านในใจเล็กน้อย รีบกล่าวตอบ "ศิษย์เพียงแค่บังเอิญไปพบเจอชื่อสถานที่นี้ในบันทึกเก่าแก่ จึงเกิดความสงสัยใคร่รู้เท่านั้นเองขอรับ มิได้มีเจตนาจะล่วงล้ำเข้าไปโดยพลการแต่อย่างใด"
อาจารย์ซ่งพยักหน้ารับเบาๆ "ลานหมอกเร้นจันทร์นั้น...เป็นสถานที่เก่าแก่และไม่ค่อยมีผู้ใดอยากจะย่างกรายเข้าไปนัก ว่ากันว่าหมอกในบริเวณนั้นมิใช่หมอกธรรมดา แต่สามารถทำให้ผู้ที่หลงเข้าไปเกิดภาพลวงตาหรือสูญเสียการรับรู้ทิศทางได้ง่ายๆ...และบางที อาจจะนำไปสู่ 'บางแห่ง' ที่แม้แต่ข้าเองก็มิอาจให้คำตอบที่ชัดเจนแก่เจ้าได้" คำพูดนั้นยิ่งทำให้เจี้ยนหลินมั่นใจว่าเขากำลังมาถูกทาง
ในวันต่อมา เจี้ยนหลินนำทรัพยากรส่วนหนึ่งที่ "ได้รับ" มาจากการ "สั่งสอน" กลุ่มของเฉินเฟิง (陈峰) ในครั้งนั้น ไปยัง "ตลาดศิษย์นอก" เขาแลก "โอสถแก้พิษเบื้องต้น" สองสามเม็ด, "หินเหล็กไฟ" คุณภาพดี, และ "มีดสั้น" ที่ทำจากเหล็กธรรมดาแต่ก็คมพอจะใช้ป้องกันตัวหรือตัดเถาวัลย์ได้ เขาตระหนักดีว่า "ขาวน้อย" (小白) สามารถช่วยฟื้นฟูปราณได้ในระดับหนึ่ง แต่การเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อเขากำลังจะออกจากตลาดเพื่อกลับไปยังเรือนพัก เขาเดินผ่าน "หอภารกิจ" (任务殿) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างเขตศิษย์นอกและเขตศิษย์ใน สถานที่นี้คึกคักไปด้วยศิษย์จำนวนมากที่กำลังยืนอ่าน "ป้ายประกาศภารกิจ" หรือต่อแถวเพื่อ "รับ" หรือ "ส่ง" ภารกิจต่างๆ เสียงพูดคุยจอแจดังไปทั่วบริเวณ แม้ในอดีตเจี้ยนหลินจะไม่เคยให้ความสนใจกับสถานที่แห่งนี้มากนัก เพราะรู้ดีว่าพลังบำเพ็ญของตนยังไม่ถึงขั้นที่จะรับภารกิจใดๆ ได้ แต่บัดนี้ เขากลับหยุดมองอย่างพิจารณา เขาสังเกตเห็นศิษย์ในหลายคนกำลังรวมกลุ่มกันพูดคุยถึงภารกิจ "ลาดตระเวนแนวเขากำบังอสูร" (镇妖山脉) หรือ "กำจัดสัตว์อสูรที่บุกรุกเข้ามาในเขตเพาะปลูก" ทำให้เขารู้สึกได้ถึง "ความกว้างใหญ่" และ "กิจกรรม" ที่หลากหลายของสำนักแห่งนี้
เขายังได้ยินศิษย์กลุ่มหนึ่งพูดถึง "เหอซวี่" ด้วยน้ำเสียงชื่นชมระคนอิจฉา "ข้าได้ยินมาว่าศิษย์พี่เหอซวี่ได้รับภารกิจพิเศษให้เข้าไปเก็บ 'หญ้าวิญญาณสายหมอก' ในป่าเขตลึกชั้นนอกเชียวนะ! ว่ากันว่าเป็นสมุนไพรที่หายากและต้องใช้ความสามารถสูงมากในการค้นหาและเก็บเกี่ยว!" 'เหอซวี่...เขาก็ไปทางนั้นเช่นกันรึ' ความคิดนั้นทำให้เจี้ยนหลินรู้สึกถึงความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
เมื่อกลับถึงห้องพัก เขาคลี่ "แผนที่คร่าวๆ" ที่เขาพยายามจะวาดขึ้นจากข้อมูลที่รวบรวมมาทั้งหมดลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ "ขาวน้อย" ที่ซุกอยู่ในอกเสื้อค่อยๆ โผล่หัวออกมา มันมองไปยังแผนที่นั้นด้วยดวงตากลมโต ก่อนจะใช้หัวเล็กๆ ดุนไปยัง "ทิศเหนือ" ของแผนที่ แล้วส่งเสียง "คิกๆ" ออกมาอย่างกระตือรือร้น ราวกับจะ "ยืนยัน" หรือ "เห็นด้วย" กับการตัดสินใจของเจี้ยนหลิน และดูเหมือนว่ามันจะ "ตอบสนอง" เป็นพิเศษเมื่อปลายนิ้วของเจี้ยนหลินสัมผัสกับ "สัญลักษณ์รากไม้" ที่เขาวาดเลียนแบบมาจากบันทึกโบราณเล่มนั้น!
เจี้ยนหลินลูบหัว "ขาวน้อย" เบาๆ "ดูเหมือนว่าเจ้าเองก็อยากจะไปที่นั่นสินะ" เขากล่าวพลางยิ้มบางๆ เด็กหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงม่านหมอกสีเทาที่เริ่มจะโรยตัวลงมาปกคลุมแนวเขาทางทิศเหนืออยู่ไกลลิบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความไม่แน่นอนที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นจากการ "เชื่อมโยง" กับอดีตที่เพิ่งจะค้นพบ 'หุบเขาเร้นเมฆา...ลานหมอกเร้นจันทร์...ไม่ว่าเบื้องหน้าจะมีสิ่งใดรออยู่ ข้าก็จะต้องไปให้ถึงให้ได้!'
(จบตอนที่ 66)