“ไม่เป็นไรนะ ข้าอยู่นี่ ข้าอยู่ที่นี่แล้ว” แม่ทัพหยางบอกเธอด้วยเสียงที่อ่อนโยน
คืนนั้นดูเหมือนว่าอันดาจะได้นอนเต็มที่เพราะรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย เหมือนมีคนคอยระวังหลังให้เธอ นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่เคยได้นอนเต็มตา
การต้องอยู่ในสภาวะสงครามอยู่ตลอดเวลาทำให้เธอฝึกการนอน แต่เป็นการนอนที่หลับครึ่งเดียวเพราะต้องพร้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินตลอด แต่คืนนี้เธอรู้สึกว่าเธอได้รับการปกป้องจากมือใหญ่ๆ ที่กุมเธอเอาไว้
“หือ” ภาพที่อันดาลืมตาขึ้นมาเห็นคือแม่ทัพหยางที่นั่งข้างเตียงเธอหลับโดยที่ตัวยังนั่งตรงอยู่
“ตื่นแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง” แม่ทัพหยางรู้สึกตัวเมื่อเธอขยับตัวแล้ว มือของเธอยังอยู่ในอุ้งมือของเขาอยู่เลย
“ท่านนั่งเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ” อันดา
“ใช่” แม่ทัพหยาง
“ท่านไม่ควรทำ” อันดาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
“เพราะเหตุใด” แม่ทัพหยางไม่เข้าใจที่เขาอุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนนางทั้งคืนทำไมนางไม่พอใจ
“ก็ข้าเป็นหญิงท่านเป็นชายจะมาอยู่ร่วมห้องข้ามคืนมันไม่เหมาะ” อันดา
“ข้าลืมไป แต่คืนแรกเจ้าก็นอนเตียงเดียวกับข้า” แม่ทัพหยาง
“อ้อ จริงด้วย เอ๊ะไม่ได้สิตอนนั้นข้าเป็นผู้ชายตอนนี้ข้าเป็นผู้หญิง” อันดาตกหลุมแม่ทัพอีกแล้ว
“เจ้าแปลงเพศได้หรือ” แม่ทัพหยาง
“ไม่ใช่อย่างนั้น ตอนนั้นตัวตนของข้าเป็นผู้ชายแต่ตอนนี้ดูสิ เอ๊ะทำไมมีรองเท้าแล้ว” อันดากำลังจะว่าต่อแต่เห็นว่ามีถุงเท้าและรองเท้าสวมที่เท้าของเธอ
"ก็ข้าใส่ให้เจ้าน่ะสิ อย่างที่บอกเจ้าร่วมเตียงกับข้าไปแล้ว อย่างไรเสียทุกคนก็รู้เรื่องแล้ว"แม่ทัพหยางพูดเหมือนเรื่องปกติ
“แล้วจะทำยังไงกันล่ะเนี่ย” อันดากลุ้มใจ ถ้าอยู่ที่โลกของเธอเป็นเรื่องปกติเพราะบางครั้งต้องนอนรวมกัน แต่ที่นี่ดูเหมือนจะจารีตเคร่งครัด ขนาดเปลือยเท้ายังไม่ได้เลย
“ทางออกง่ายมาก” แม่ทัพหยางตอบ
“ยังไง” อันดาสนใจ
“เจ้าก็แต่งงานกับข้า ต่อไปเรานอนห้องเดียวกันก็ไม่มีใครว่าอีก” แม่ทัพหยางตอบหน้าตาเฉย
“ไปถามแม่กับพ่อข้าดูก่อนเถอะ” อันดาจี้ใจดำ
“ได้งั้นเราไปหาพวกเขากัน” แม่ทัพหยาง
“แล้วท่านไม่ป้องกันเมืองแล้วหรือ” อันดา
“ตอนนี้พักรบหนึ่งเดือน อีกไม่กี่วันเมื่อแม่ทัพใหญ่พาทูตเป่ยซานไปเข้าเฝ้า เราจะได้รู้กันว่าจะทำอย่างไรต่อ เจ้ารอหน่อยได้หรือไม่” แม่ทัพหยางถามเธอกลับ เขาค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าเธอนั้นคือท่านหญิงผิงอัน แต่เรื่องแบบนี้เขาไม่สามารถปล่อยให้เธอเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงด้วยตัวคนเดียวได้ อีกทั้งการเข้าถึงอัครเสนาบดีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ข้าพลัดพรากพ่อแม่มาแปดปี รออีกสักเดือนนึงคงไม่เป็นไรหรอก แต่ว่า..” อันดาเหมือนมีความในใจบางอย่าง
“เรื่องนี้ท่านเก็บไว้เป็นความลับก่อนได้หรือไม่” อันดาขอร้อง
“มีแค่ข้ากับท่านหมอเจียง วางใจได้เขาไม่พูดหรอก แต่บอกข้าได้หรือไม่ว่าทำไม” แม่ทัพหยาง
“ความทรงจำของข้ายังขาดหายอยู่ เหมือนมีเรื่องสำคัญที่เมื่อไหร่ข้าพยายามคิดถึงมันแล้วทำให้ข้าหมดสติไป มันน่าสงสัยเกินไป ข้าไปทำอะไรที่ตรงนั้นกันแน่” อันดาเองก็สงสัยในจุดเดียวกัน
ภาพในความทรงจำของเธอคือคนคนหนึ่งบอกให้เธอรอแล้วเขาจะกลับมา คนคนหนึ่งหรือคนอีกคนนึง มีอีกคนนึง...คืนนั้นมีอีกคนนึงแต่เธอนึกไม่ออก
“อันดาหยุดคิด” แม่ทัพหยางตกใจเมื่อเห็นเลือดไหลออกจากจมูกของอันดา
“ดูสิข้าไม่เป็นลมแล้วแค่เลือดออก” อันดาดีใจที่เธอยังมีสติอยู่
“หยุดคิดเดี๋ยวนี้” แม่ทัพหยางเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเลือดกำเดาที่ยังไหลอยู่
“แต่ว่าเฮ้ย!” อันดาตกใจแม่ทัพหยางก้มลงมาจูบเธออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตอนนี้เธอหยุดคิดได้จริงๆ แต่ว่า...
“อันดา อันดา โอ๊ย!” แม่ทัพหยางที่ถอนริมฝีปากออกเพราะอันดานั้นแน่นิ่งไป แต่เธอไม่ได้หมดสติ พอได้สติเธอก็เอานิ้วจิ้มตาเขาแล้วถีบเขาตกจากเตียง
“คนฉวยโอกาส ข้าไม่มีวันแต่งกับท่าน” อันดาโมโหแล้วหายเข้ามิติไปนั่งร้องไห้
“อันดา ข้ากลัวว่าเจ้าจะเป็นอันตราย บอกให้เจ้าหยุดคิดข้าหาวิธีอื่นไม่ได้แล้วจริงๆ” แม่ทัพตกใจมากที่เขาทำไปเขาเองก็ตกใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะบุ่มบ่ามทำอย่างนั้นไปได้
"ท่านทำร้ายข้า อันดาโผล่หน้าออกมามองเหมือนผีหัวขาด
“ทำไมการจุมพิตเจ้ากลายเป็นทำร้ายเจ้าไปได้” นี่นางรังเกียจเขาขนาดนั้นเลยหรือ
“ท่านน่ะ อย่ามายุ่งตอนนี้ข้าโกรธอยู่ออกไปจากห้องไม่อย่างนั้นข้าจะไม่ออกไปพบท่านอีก” อันดายื่นคำขาด
คนบ้าอะไร ช่วยเธอไว้แล้วก็ทำร้ายเธอในเวลาเดียวกัน คนซื่อบื้อสมควรตาย จูบแรกควรโรแมนติก ไอ้คนถ่อย เอาจูบแรกข้าคืนมานะ อันดาโกรธแล้วร้องไห้จนหลับไปอีกรอบ
พอสงบสติอารมณ์ได้พักใหญ่ๆ อันดาก็ออกมา แต่ไม่พบใคร ทุกคนเข้าเมืองกันหมด เหลือสิบสี่กับเพ่ยเพ่ยที่รอเธออยู่เท่านั้น แม้แต่เด็กๆ ก็ไป
“ทิ้งข้าไว้คนเดียวเลยเหรอ” อันดาน้อยใจ
“ใครว่าเล่า ท่านแม่ทัพตอนแรกจะรอเจ้าแต่เห็นแก่พวกข้าเพราะท่านหยวนอิงบอกว่าท่านเจ้าเมืองทำฎีกาเพ็จทูลไป ดีที่เขาดักสาส์นไว้ได้ทัน ท่านแม่ทัพจึงต้องรีบเข้าไปจัดการ เราไปกันเถอะ ข้ากับท่านองครักษ์มีหน้าที่พาเจ้าไปด้วย” เพ่ยเพ่ยบอก
“นี่เสื้อผ้าของเจ้าท่านแม่ทัพให้คนส่งมาให้ น่าจะพอดีตัวเจ้ามากกว่า” สิบสี่ยื่นห่อเสื้อให้อันดารับมาเปลี่ยน
“แต่ว่า…” อันดาใส่เป็นเสียที่ไหน
“มาข้าสอนให้” เพ่ยเพ่ยพาอันดาเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วแทนที่จะออกไปด้านนอกอย่างตอนที่เข้ามาทั้งสองกลับพาอันดาไปที่ห้องใต้ดิน ที่จริงเจ้าเมืองทำอุโมงค์เชื่อมจวนหลังนี้กับจวนใหญ่ นั่นทำให้ไม่มีใครรู้เมื่อพวกเขาพาคนมาที่นี่
เฮ! เสียงประชาชนอื้ออึงโห่ร้องดีใจ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเจ้าเมืองกังฉินที่เอารัดเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงพวกเขาก็มีวันนี้
“ท่านเจ้าเมืองนั้นนอกจากฉ้อราษฎร์บังหลวงแล้ว เพื่อเห็นแก่ความสุขส่วนตัวเบียดบังทรัพยากรของส่วนรวมมาใช้ปรนเปรอตนเองและครอบครัวโดยไม่เห็นแก่ความทุกข์ยากของราษฎร ส่วนจื้อเหมยฮวาและจื้อหลันฮวา ใช้ตำแหน่งของบิดาในการทำร้ายและคร่าชีวิตผู้คนมากมาย เฉียนกังเองก็สมรู้ร่วมคิดทั้งยังกระทำชำเราหญิงสามหลายคน
แต่ด้วยการสารภาพผิดโทษตายจึงยกเว้นแต่โทษเป็นยังอยู่” ใต้เท้าที่นั่งเป็นผู้ตัดสินนั้นระหว่างพิจารณาคดี และตัดสินนั้นมักจะชำเลืองไปทางแม่ทัพหยาง ที่ตอนนี้นั่งด้านหลัง เหมือนเกรงว่าหากพูดอะไรผิดใจเขาเองที่อาจจะตายเสียก่อน
ตอนนี้เขาหยุดหันไปมองแต่แม่ทัพหยางก็ยังมีสีหน้าที่เรียบเฉย
“ข้าขอตัดสินประหารชีวิตจื้อลี่หมิง จื้อหลันฮวา และจื้อเหมยฮวาและรีบทรัพย์ทั้งหมดเข้าส่วนกลาง ส่วนเฉียนกังที่ยอมสารภาพให้ตัดอวัยวะเพศทิ้งเพื่อเป็นการประจาน ก่อนการลงโทษให้แห่ประจานคนพวกนี้เป็นเวลาสามวันสามคืน” ความคิดนี้มาจากแม่ทัพหยาง
“เดี๋ยวก่อน ยังมีอีกคนไม่ใช่หรือ” แม่ทัพหยาง
_________________________
โทษนี่ถือว่าเบาแล้วนะคะ ไม่อยากอธิบายการใช้ม้าชำเราหรือม้าแยกร่างและอื่นๆ เลย เอาแบบธรรมดาไปเถอะเนอะ ขอแจ้งอีกเรื่องนะคะ
ในเรื่องคือมิติที่ซ้อนกันไม่ใช่จีนโบราณแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหากการใช้คำทำให้เสียอรรถรสในการอ่านต้องขออภัย ไว้ณ.ที่นี้ด้วย เอ๊ะ ณมีจุดหรือณ ไม่มีจุดกันนะ บางทีก็ไม่ได้เปิดกูเกิ้ลเช็คคำเหมือนกันค่ะ เพราะว่าความคิดมันไหลลื่นถ้าต้องแวะเช็คทุกคำบางทีเรื่องก็สะดุด แล้วไรท์ก็เขียนสด ทวนนะคะแต่บางทีก็มองไม่เห็นจริงๆ ขอบคุณที่ช่วยดูให้มีเวลาแล้วจะกลับไปแก้นะคะ