หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 51 ผู้ช่วยคนที่สาม
หลังจากใช้เวลาเดินทางกว่าห้าวัน ตอนนี้พวกของเป่าเปาก็มาถึงเมืองหลวงเป็นที่เรียบร้อย
เมื่อจากหลี่ต้าเข้ารับตำแหน่งใหม่ เขาก็ได้รับจวนประจำตำแหน่งมาด้วยหนึ่งหลัง ซึ่งเป็นจวนที่มีพื้นที่พอเหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง มีสวนกว้างอยู่ด้านหน้า มีห้องโถง ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องนอน และห้องบ่าวรับใช้ครบครัน
ตำแหน่งที่หลี่ต้าพี่ชายคนโตได้รับมานั้นเป็นตำแหน่งที่แต่งตั้งขึ้นมาใหม่โดยฮ่องเต้ ปกติการตรวจสอบเรื่องต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของกรมยุติธรรมที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามคำร้องจากฎีกา แต่หน้าที่ของหลี่ต้านั้นแตกต่างออกไป
เขาทำงานในเชิงรุกไม่ใช่งานเชิงรับแบบกรมยุติธรรม ตำแหน่งนี้จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ได้ เพราะการหาคนทุจริตโดยไม่ได้มีเรื่องร้องเรียนหรือมูลเหตุมาก่อนนั้น มีโอกาสที่เขาจะผิดใจกับคนที่ถูกตรวจสอบ
ในทางกลับกัน หากเขาไม่มีผลงานอะไรเลย จะกลายเป็นคนที่ถูกเพ่งเล็งแทน ดังนั้นการจะอยู่ตำแหน่งผู้ตรวจสอบทุจริตได้อย่างมั่นคง ต้องมีผลงานและไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อขุนนางคนอื่นอีกด้วย
เมื่อมาถึงจวนหลังใหม่ทั้งสี่คนได้พากันเดินสำรวจไปรอบๆ แต่ที่ดูตื่นเต้นที่สุดเห็นจะเป็นเจ้าหนิวหนิว สุนัขตัวน้อยของเป่าเปา ก่อนหน้านี้มันเองถูกอาจารย์ฮุ่ยพาไปอยู่ด้วย ก่อนจะพบกับหลี่เอ้อพี่ชายคนรองที่กลับมาจากทำงานในเหมือง
หลังจากนั้นหลี่เอ้อก็เป็นคนเลี้ยงหนิวหนิวในค่ายทหาร จนมันกลายเป็นสุนัขที่มีความสามารถไม่น้อยเลยตัวหนึ่ง ครั้งนี้หลี่เอ้อไม่ได้มาเมืองหลวงด้วย เขาจึงส่งเจ้าหนิวหนิวผู้มีความสามารถตัวนี้มาเป็นตัวแทน
ตลอดเวลาที่อยู่ค่ายทหาร แม้จะไม่ลำบากแต่ก็ไม่ได้สุขสบาย เมื่อได้มาวิ่งเล่นในสวนสวยๆ อย่างจวนแห่งนี้อีกครั้ง ก็ทำให้มันมีความสุขและตื่นเต้นมากกว่าใครทั้งหมด
ส่วนจางเหว่ยอดีตเจ้าเมืองทังโจวไม่ได้อาศัยอยู่ที่จวนแห่งนี้ เขาเลือกที่จะไปพักในบ้านที่ทางการจัดให้ใกล้ๆ จวนหลังนี้แทน
เมื่อต่างคนต่างจับจองห้องพักกันเรียบร้อย แขกคนแรกก็มาเยือนทันที หลี่ต้าที่เห็นแขกผู้มาเยือนก็มองไปทางน้องสาวทีหนึ่ง ก่อนจะปั้นยิ้มเดิมออกไปต้อนรับ
"คุณชายจิ้น ไม่ทราบลมอะไรหอบท่านมาที่หน้าบ้านข้าหรือขอรับ"
"ลมคิดถึง เอ๊ย ลมเป็นห่วงน่ะขอรับ กลัวพวกท่านยังขาดเหลืออะไร ข้าจะได้ช่วยดูแล เมืองหลวงมีที่ท่องเที่ยวพักผ่อนกับร้านอาหารมากมาย หากไม่รังเกียจข้าสามารถพาพวกท่านไปเที่ยวรอบๆ ได้นะขอรับ"
จิ้นอันเดินเข้ามาส่งรอยยิ้มกว้างไปให้แต่ละคนที่อยู่ในบ้าน หลี่ต้าพี่ชายคนโตกับหลี่กังผู้เป็นอาที่รู้สึกอคติกับคนตรงหน้า มีเพียงหลี่ซานพี่ชายคนที่สามที่เปิดทางให้จิ้นอันเกี้ยวน้องสาวตัวเองตั้งแต่สิบปีก่อน เพราะจิ้นอันคือนายทุนที่ทำให้เขามีกิจการใหญ่โตจนถึงทุกวันนี้
"อย่าบอกนะว่าท่านผันตัว จะมาสมัครเป็นพ่อบ้านจวนข้า ข้าคงรับไม่ไหวหรอก ว่าแต่คุณชายจิ้น รู้สึกว่าจมูก เอ๊ย ข่าวของท่านไวจริงๆ นะขอรับ พวกข้ามาถึงจวนยังไม่ถึงหนึ่งเค่อก็รู้เสียแล้ว"
"เพราะเรื่องของพวกท่านเป็นเรื่องสำคัญเสมอขอรับ หากข้ามาช้าจะหาว่าข้าไม่ใส่ใจเอาได้"
เป่าเปาที่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาทีหนึ่ง จิ้นอันมีอายุมากกว่านางหกปี จริงๆ แล้วบุรุษจากตระกูลใหญ่อย่างเขาไม่น่าครองตัวเป็นโสดได้จนถึงตอนนี้ ยิ่งเป็นบุตรชายคนเดียวยิ่งแทบจะเป็นไปยาก ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ อาจเป็นเพราะความสวยของข้าที่ทำให้เขารอคอยอยู่ก็เป็นได้
หลี่ต้าพี่ชายคนโตที่ได้ยินเช่นนั้นก็กัดฟัน ก่อนจะเชิญจิ้นอันเข้ามาในบ้าน เมื่อเหลือบไปด้านนอกก็พบว่าไม่ได้มีเพียงจิ้นอัน แต่มีบุรุษวัยกลางคนกับบุรุษหน้าหยกอีกคนหนึ่งยืนรออยู่ ดังนั้นเขาจึงเชิญทั้งสามเข้ามาด้านในพร้อมกัน
"ต้องขออภัยที่มารบกวน ข้าคือจิ้น... เสนาบดีกรมวัง วันนี้มีเรื่องอยากรบกวนใต้เท้าหลี่เสียหน่อย"
นี่คือบิดาของจิ้นอันงั้นหรือ? หลี่ต้าพี่ชายคนโตกับหลี่กังผู้เป็นอาที่ได้ยินคำแนะนำตัวก็รู้สึกตื่นตัวเล็กน้อย ไม่ใช่เจ้าหนุ่มนั่นชักชวนให้บิดาของเขามาขอเป่าเปาหรอกนะ ไม่ได้การเสียแล้ว หลี่ต้าจึงเอ่ยขึ้นว่า
"พวกท่านคิดดีแล้วหรือ รออีกสักสองสามปีจะดีกว่า"
เสนาบดีจิ้นรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายสามารถรับรู้จุดประสงค์ของเขาได้โดยไม่ได้ต้องเอ่ย มิน่าเล่าฮ่องเต้ถึงกับยอมตั้งตำแหน่งใหม่นี้ขึ้นเพื่อเด็กหนุ่มตระกูลหลี่ ดังนั้นเขาจึงตอบกลับไปอย่างไม่อ้อมค้อมว่า
"เรื่องนี้คงรอไม่ได้ ใต้เท้าหลี่ ขอให้ช่วยพิจารณาด้วยเถอะ"
ตอนแรกคิดว่าจะคุยได้ไม่ยากเพราะบุตรชายของตัวเองก็รู้จักกับตระกูลหลี่อยู่แล้ว ที่ไหนได้กลับต้องรออีกสองสามปี
"ข้าว่าพวกเขายังเด็กเกินไป รออีกสักหน่อยเถอะขอรับ"
"ปีนี้เขาก็อายุยี่สิบปีแล้ว อายุยี่สิบสามารถช่วยงานได้มากมาย ท่านช่วยพิจารณาอีกทีเถอะ"
หลี่ต้าขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพูดขนาดนี้แล้วยังจะเอาให้ได้อีกหรือ ไม่มีทางหรอก น้องสาวคนเล็กเพิ่งอายุสิบห้าเองนะ
"ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ยอมเด็ดขาด พวกท่านกลับไปเถอะขอรับ"
เสนาบดีจิ้นรู้สึกงุนงงกับคำพูดของหลี่ต้า เขาเพียงต้องการให้หลี่ต้าช่วยรับเฟยหลงเป็นผู้ช่วยไว้คนหนึ่ง เหตุใดต้องยืนกรานปฏิเสธขนาดนี้
งานผู้ช่วยหลี่ต้าแม้จะไม่ใช่งานที่ต้องลงพื้นที่โดยตรง แต่ตำแหน่งผู้ช่วยตรวจสอบการทุจริตนี้สามารถสร้างผลงานที่จะต่อยอดไปในทิศทางที่เฟยหลงต้องการได้ เมื่อพูดคุยธรรมดาไม่รู้เรื่องคงต้องยื่นขอเสนอเพิ่มเติมเสียแล้ว
"เช่นนั้นท่านมีข้อเสนออะไรหรือไม่ถึงจะรับคนของข้า"
"บ้านข้าไม่ขาดแคลนสิ่งใดขอรับ ขอท่านอย่าบีบบังคับพวกเราเลย น้องสาวข้าเพิ่งอายุสิบห้าปี ท่านจะพรากนางจากครอบครัวได้ลงคอเชียวหรือขอรับ"
"...?? ข้าแค่อยากขอให้ท่านช่วยรับเฟยหลงเป็นผู้ช่วยของท่านสักคน น้องสาวของท่านเกี่ยวอะไรกัน หรือน้องสาวท่านก็เป็นหนึ่งในผู้ช่วย??"
"..."
หลี่ต้าที่ได้ยินจุดประสงค์ของอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาก็รู้แล้วว่าตัวเองเข้าใจผิด เขาจึงเสียงอ่อนลงแล้วถามรายละเอียดเกี่ยวกับเฟยหลง
เมื่อได้คุยกันจึงได้รู้ว่าเฟยหลงคือเด็กชายที่อาศัยอยู่กับอาจารย์ฮุ่ยเมื่อสิบปีก่อน ทั้งยังเคยมาร่วมงานแต่งของเขาตอนนั้นอีกด้วย
หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่ง เมื่อมองไปที่เป่าเปาน้องสาวคนเล็ก และเห็นท่าทางของนางไม่ได้คัดค้านการรับเฟยหลงมาเป็นผู้ช่วย หลี่ต้าจึงตกลงรับเฟยหลงเป็นหนึ่งในผู้ช่วยของเขา เพราะเฟยหลงมีความสามารถในการต่อสู้และรู้เรื่องราวการร้องเรียนต่างๆ จากฎีกาที่เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาจำนวนมาก ทั้งยังมีเสนาบดีจิ้นเป็นผู้คอยให้การสนับสนุน
แม้เสนาบดีจิ้นจะงุนงงอยู่บ้างว่าเหตุใดจากที่ปฏิเสธเสียงแข็งถึงยอมรับเป็นผู้ช่วยอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่เอาเถอะ เมื่อบรรลุจุดประสงค์ เขาก็ไม่ได้คิดมาก
หลังจากคุยกันพักหนึ่งเขาก็ขอตัวกลับจวน โดยลากจิ้นอันกลับไปพร้อมกัน โดยที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจนัก แต่เพราะอยากให้ตระกูลหลี่ได้พักผ่อนจึงยอมกลับไปก่อน
เป่าเปากลั้นหัวเราะอยู่ด้านหลังพี่ชาย จริงๆ นางพอรู้จุดประสงค์ของเสนาบดีจิ้น และก็รู้สิ่งที่พี่ชายตัวเองคิด แต่นางไม่ได้เอ่ยเตือนพี่ชาย
"พี่ใหญ่ ตอนนี้เราอยู่เมืองหลวง ไม่ใช่ที่เมืองทังโจวอีกแล้วนะเจ้าค่ะ"
"พี่รู้แล้ว"
หลี่ต้าที่ยังรู้สึกอายเล็กน้อยที่เข้าใจผิดว่าเสนาบดีจิ้นจะมาขอน้องสาว เมื่อรู้ว่าเป่าเปาเข้าใจความคิดของเขาก็ยิ่งอายหนักขึ้นกว่าเดิม เขาพยักหน้า ฟังคำของน้องสาวคนเล็ก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ว่าแต่เจ้าสามหายไปไหนแล้วล่ะ?"
"พี่สามน่าจะออกไปดูลาดเลาหน้าจวนอ๋องสามมั้งเจ้าคะ อีกไม่เกินหนึ่งเค่อคงกลับมา"
"เหตุใดถึงเร็วเช่นนั้นล่ะ จวนอ๋องสามอยู่ใกล้ๆ จวนนี้หรือ?"
"ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่..."
ยังไม่ทันที่เป่าเปาจะพูดจบ เสียงของหลี่ซานพี่ชายสามก็ดังขึ้นที่หน้าจวน
"คิดว่าจะเอาชีวิตไม่รอดเสียแล้ว"
"เจ้าถูกอ๋องสามทำร้ายมารึ!!"
"ใช่ที่ไหนล่ะพี่ใหญ่ ข้าลืมไปว่าตัวเองไม่รู้ทาง เกือบกลับจวนแห่งนี้ไม่ถูกแล้ว"
"มาเดี๋ยวข้าพาไป"
"ไม่ไปแล้ว ข้าขอเตรียมใจใหม่ก่อน"
"..."
โถ่วว นึกว่าจะแน่