"เจี๊ยกๆๆ"
เสียงร้องของฝูงลิงด้านหลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เห็นชัดเจนว่าพวกมันพบผู้บุกรุกอย่างเธอเข้าแล้ว
ทันใดนั้นต้นไม้ทุกต้นบนเชิงเขาก็มีเงาของลิงวาบผ่านไป
ตามด้วยเสียงดังตุ้บตั้บๆของผลไม้นานาชนิดที่ถูกขว้างปาเข้ามา
"โอ๊ย"
เซวียเสี่ยวหรั่นร้องเสียงหลงไม่รู้ว่าอะไรปามาถูกหลังศีรษะเข้าอย่างจัง เจ็บจนน้ำตาไหลแต่เท้าของเธอก็ยังไม่หยุดวิ่ง
ที่นี่คือป่าดงพงไพรหากขุนเขาไร้พยัคฆ์ วานรย่อมเป็ราชัน
เธอขโมยผลไม้ของพวกมันมาภายใต้หนังตาของราชันวานร
ไม่รีบเผ่นหนีตอนนี้จะรอให้ถูกพวกมันเล่นงานเอาหรือ?
แค่หนีให้พ้นจากถิ่นของพวกมันก็คงไม่มีตัวไหนตามมาแล้วกระมัง
แค่นึกถึงสิ่งที่ประสบมาเมื่อวานใต้ฝ่าเท้าของเซวียเสี่ยวหรั่นก็แล่นฉิวราวกับพายุ
เธอกัดฟันกลั้นใจวิ่งสุดแรงเกิดรู้แต่วิ่ง วิ่ง วิ่ง มุ่งไปข้างหน้า
จนกระทั่งวิ่งอ้อมมารอบใหญ่เซวียเสี่ยวหรั่นเหนื่อยหอบจนแทบขาดใจหัวใจเต้นโครมครามอย่างรุนแรงในที่สุดก็เอี้ยวศีรษะกลับไปมองก็พบว่าไม่มีลิงตัวไหนตามมาแล้วจริงๆ
แต่ยังเห็นลิงน้อยขนทองตัวนั้นนั่งอยู่บนต้นไม้ส่งเสียงร้องอย่างกราดเกรี้ยวอยู่ไกลๆ
เซวียเสี่ยวหรั่นค่อยใจชื้นวางกล้วยน้ำว้าในมือไว้บนก้อนหิน ก้มตัวหายใจกระหืดกระหอบ หลังจากวิ่งมาสุดฝีเท้าไม่อาจหยุดกะทันหัน ต้องฝืนลากขาหนักอึ้งวิ่งเหยาะๆ ต่อไป นี่เป็ความรู้สามัญขั้นพื้นฐาน
"ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ"
เธอหอบหายใจอย่างหนักก่อนหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว เอื้อมมือไปลูบหลังศีรษะที่ถูกปาด้วยของแข็งจนบวมปูดหัวเราะไปก็ปาดน้ำตาไป
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะมีวันหนึ่งที่เธอต้องมาแย่งผลไม้กับฝูงลิงซ้ำยังชิงมาสำเร็จอีกด้วย ฮ่าๆๆ
บางครั้งชีวิตก็เป็อะไรที่มหัศจรรย์อย่างบอกไม่ถูก
หลังจากหัวเราะอยู่หลายรอบหัวใจก็ไม่เต้นรุนแรงอย่างเมื่อครู่อีก
เซวียเสี่ยวหรั่นค่อยๆหยุดเดิน ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก ฉวยโอกาสรูดซิปเสื้อแขนยาวลงเธอร้อนจะแย่อยู่แล้ว
เมื่อครู่เธอวางกล้วยน้ำว้าไว้บนก้อนหินแต่วิ่งเลยมาแล้ว หากจะเอาก็ต้องย้อนกลับไป
แต่ลิงน้อยขนทองดุร้ายตัวนั้นยังขย่มกิ่งไม้แสดงความเกรี้ยวกราดอยู่
จิ๊ๆเ้าลิงน้อยนิสัยเสีย ไม่น่ารักเอาเสียเลย
กล้วยเยอะขนาดนั้นแบ่งให้พวกเธอบ้างจะเป็ไรเซวียเสี่ยวหรั่นแค่นเสียงหึสองครั้ง ทำใจกล้าเดินย้อนกลับไป
โชคดีที่เธอซ่อนมันไว้ไกลหน่อยแม้ต้องย้อนกลับไปบ้าง แต่ก็ยังห่างจากดงกล้วยอยู่ประมาณหนึ่ง
เซวียเสี่ยวหรั่นแบกกล้วยเต็มกระเป๋าขึ้นหลังอย่างมีความสุขหลังจากหอบอีกสามสี่หวีไว้ในอ้อมแขนเรียบร้อยก็เตรียมตัวเดินกลับ
แต่จะขนให้หมดในรอบเดียวคงเป็ไปไม่ได้กล้วยน้ำว้าเยอะขนาดนี้อย่างน้อยต้องแบ่งเป็สองรอบ
แน่นอนว่าเซวียเสี่ยวหรั่นย่อมไม่รังเกียจ
"ข้ากลับมาแล้ว"
คนยังมาไม่ถึงแต่เสียงนำมาก่อนแล้ว
เหลียนเซวียนเหลือบมองมาทางพงไม้รกหน้าปากถ้ำเสียงฝีเท้าของแม่นางจอมยุ่งผู้นั้นหนักหน่วงยิ่ง ดูเหมือนว่าจะหอบของมากมายกลับมา
"เหลียนเซวียน ท่านแล่นไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร"
เซวียเสี่ยวหรั่นวางของไว้ที่มุมหนึ่งของถ้ำกวาดมองในถ้ำแต่ไม่เห็นเขา จึงรีบวิ่งออกจากถ้ำมาหาคน
พอเห็นเขาหอบกิ่งไม้มาจำนวนหนึ่งเซวียเสี่ยวหรั่นก็เข้าใจทุกอย่าง
เธอวิ่งเข้ามาหาแล้วรับกิ่งไม้เ่าั้มา "ท่านมีาแติดตัว สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือพักฟื้นรักษาาแให้หายอย่าเที่ยวเดินไปทั่ว ส่วนไม้ฟืน หากข้ามีเวลาว่างก็จะไปเก็บเอง"
ดวงตาเห็นไม่ชัดหากพลัดหกล้ม เกิดหัวร้างข้างแตก หรือแผลบวมขึ้นมา ไม่ยิ่งแย่ไปกว่านี้หรือ
เธออยากประคองเขาเข้าไปในถ้ำแต่เหลียนเซวียนส่ายหน้า
"ท่านจะไปข้างนอก?" เซวียเสี่ยวหรั่นทำตาปริบๆ
เหลียนเซวียนผงกศีรษะ
เซวียเสี่ยงหลันลังเลเล็กน้อย "งั้นก็ได้ แต่อย่าไปไกลล่ะ เอามีดไปด้วย"
นึกถึงเมื่อวานที่เขาใช้มีดสังหารงูจงอางฝีมือร้ายกาจกว่าเธอมาก
หลังจากยัดมีดใส่มือเขาก็เอาฟืนไปวางที่พื้นก่อน "ข้าจะไปแบกกล้วยที่เหลือกลับมา"
หลังฝากคำพูดไว้ก็วิ่งออกไป
กล้วยที่เหลือ? นางแล่นไปเก็บกล้วยน้ำว้าถึงถิ่นของลิงจริงๆ หรือนี่?
เหลียนเซวียนถือมีดจดจ้องไปทางที่นางเดินไปอย่างอึ้งงัน
แม่นางคนนี้ทั้งเซ่อซ่าใจกล้าบ้าบิ่น ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง หกล้มเจ็บตัวอยู่ชัดๆ เดินเหินไม่คล่องยังกล้าออกไปขโมยกล้วยถึงรังวานร
ซ้ำยังทำสำเร็จอีกด้วยไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือทอดถอนใจดี
หลังจากนั้นหนึ่งเค่อเสียงย่ำเท้าหนักหน่วงของหญิงสาวก็ย้อนกลับมา
"โอย... หนักเหลือเกิน ฮ่าๆ" ครั้งนี้เซวียเสี่ยวหรั่นหอบกล้วยน้ำว้ากลับมาทั้งหมดทั้งหน้าหลังเต็มเพียบไปหมด บ่นตัดพ้อไปพลางหัวเราะร่า
กล้วยน้ำว้ามากมายขนาดนี้พอให้พวกเขากินได้หลายวัน
หลังเอาของไปกองไว้มุมหนึ่งเซวียเสี่ยวหรั่นก็มองกล้วยน้ำว้าบนพื้นอย่างมีความสุข
แต่พอก้มหน้าลงมองเสื้อยืดสีขาวของเธอคงจบสิ้นแล้ว ยางกล้วยที่ติดอยู่้าเหนียวหนืดเป็พิเศษเลอะเทอะจนดูไม่ได้
เซวียเสี่ยวหรั่นกะพริบตาถี่ๆดูไม่ได้ก็จริง แต่อย่างไรเสียนอกจากตัวเธอเองแล้ว เหลียนเซวียนก็มองไม่เห็น
เธอยิ้มตาหยีปอกกล้วยที่เริ่มเหลืองเข้าปากดื่มด่ำกับผลงานของตนเองอย่างพึงพอใจ
หลังจากนั้นก็เด็ดผลที่เหลืองหน่อยสองผลออกมาจากถ้ำ
เหลียนเซวียนยังคงดึงดันไปเก็บไม้มาทำฟืนเซวียเสี่ยวหรั่นวิ่งเข้าไปหาอย่างอารมณ์ดีเธอเอื้อมมือมารับกิ่งไม้เ่าั้ไว้เองแล้ว ยัดกล้วยน้ำว้าใส่มือเขาหลังจากนั้นบอกเล่าถึงวีรกรรมอันน่าภาคภูมิใจของตนเองที่ไปแย่งชิงกล้วยน้ำว้าจากใต้หนังตาของฝูงลิงมาได้
ยังไม่ทันที่เขาจะตอบสนองหญิงสาวก็หัวเราะร่าหอบกิ่งไม้เข้าไปเก็บในถ้ำแล้ว
หันมาอีกทีก็ะโโลดเต้นออกมา ฝากวาจาไว้อีกประโยค "ข้าจะไปริมแม่น้ำสักหน่อย" แล้วก็วิ่งไป
ช่างเป็แม่นางที่วิเศษยิ่งเมื่อคืนยังบ่นจะเป็จะตายว่าไม่ไหวแล้ว หลับแค่ตื่นเดียวก็กลับมาเป็ัฮึกเหิมพยัคฆ์ผาดโผนแล้ว
เหลียนเซวียนปอกกล้วยเข้าปากคำหนึ่ง
เขาเป็คนกินยากเมื่อก่อนไม่กินกล้วยน้ำว้า
ที่เคยชิมก็เพราะตอนอยู่หุบเขาราชันโอสถศิษย์พี่บังคับยัดเยียดให้เขา
ผลไม้เนื้อนิ่มรสหวานอมเปรี้ยวเจือฝาดเล็กน้อยแบบนั้นหาใช่รสชาติที่เขาชอบ
ภายใต้เงื่อนไขหากมีทางเลือกเขาต้องไม่กินอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้...
เหลียนเซวียนกลืนกล้วยน้ำว้าลงท้องแล้วกัดเข้าไปอีกคำ
แม่นางผู้นั้นกล่าวถูกไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการมีชีวิตอยู่
คนมีชีวิตเท่านั้นถึงจะแก้แค้นและเรียกร้องความเป็ธรรมให้ตนเองได้
หางตาของเขาเย็นะเืกลืนเข้าไปคำใหญ่
เซวียเสี่ยวหรั่นย่อตัวลงล้างมือริมแม่น้ำแต่ไม่สามารถล้างยางกล้วยออกจากมือให้สะอาดได้ ในที่สุดก็เลิกสนใจมัน
จากนั้นก็เริ่มสำรวจริมแม่น้ำอย่างละเอียด
พื้นที่ใกล้ริมแม่น้ำมีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์
เซวียเสี่ยวหรั่นหรี่ตากวาดมองไปตามทางลาดที่เป็หลุมเป็บ่อข้างคูน้ำไม่ช้าก็พบกระเทียมป่าหลายต้น
เธอดีใจมากมีรอยยิ้มฉายผ่านแววตา
กระเทียมป่าก็ดีสิมีคุณค่าทางโภชนาการ กลิ่นหอมไม่ด้อยกว่ากระเทียมธรรมดาสักนิด
แม้ว่าจะแก่ไปสักหน่อยแต่ไม่เป็อุปสรรคสำหรับเซวียเสี่ยวหรั่น
แค่เด็ดส่วนที่พ้นดินออกมาแล้วเหลือรากไว้มันก็สามารถเติบโตต่อไปได้ ต่อไปมันโตขึ้นก็ยังมีให้เด็ดอีกหลายรอบ
กระเทียมป่าค่อนข้างแก่เธอไม่ได้พกมีดมาด้วย ครั้นจะใช้เล็บก็เสียเวลามาก เซวียเสี่ยวหรั่นจึงเพียงแค่เด็ดมากำหนึ่งอาหารของพวกเธอมีปริมาณเพียงพอแล้ว เด็ดมามากก็กินไม่หมดอย่างไรเสียต้นกระเทียมป่าก็ไม่วิ่งหนีไปไหน
หลังเก็บใส่กระเป๋าก็เริ่มเดินสำรวจต่อไป
ทันใดนั้นที่พงหญ้าด้านซ้ายใกล้กับแม่น้ำที่อยู่ด้านหน้าพลันเกิดเสียงสวบๆดังขึ้น ห่านป่าสองตัวบินออกมาจากพงหญ้า
"ห่านป่า?"
เซวียเสี่ยวหรั่นดวงตาเป็ประกาย
มีห่านป่าก็ต้องมีไข่ของห่านป่าสิ
เธอวิ่งไปตามทางที่ห่านป่าบินขึ้นไปอย่างลิงโลดแต่พอเหยียบเข้าพงหญ้าเท่านั้น ก็กรีดร้องพร้อมกับะโถอยหลังออกมาไกลลิบ
"บ้าเอ๊ย ว่าแล้วทำไมห่านป่าถึงบินกระเจิงไปอย่างนั้น"
...
[1] เค่อเป็หน่วยบอกเวลา มีค่าเท่ากับสิบห้านาที
[2] เป็ความเปรียบถึงอากัปกิริยาร่าเริงสดใส เปี่ยมไปด้วยพลังและชีวิตชีวา