ข้านี่แหละเทพ

    ตอนที่ 37 ไปรับดาบ


    ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือน ในที่สุดการผ่าหินวิเศษก็แล้วเสร็จ พวกเข้าได้ของวิเศษมากว่าหนึ่งร้อยชนิด มีหินบางก้อนผ่าออกมาแล้วก็เป็นของวิเศษชนิดเดียวกัน ของที่ซ้ำกันนั้นพวกเขาจะนำไปแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนของที่เหลือ จะผลัดกันเลือกคนละชนิด


    เมื่อผลัดกันเลือกของวิเศษจนหมดกองแล้วนั้น ทุกคนก็ได้แยกย้ายกันไปยังที่พักของตนเพื่อชื่นชมสมบัติล้ำค่า อี้เหรินเฟิ่งนับว่าเข้าเมืองมาไม่เสียเที่ยวเปล่าแล้ว เขานั้นได้ทั้งเงินทอง หินวิญญาณ ของวิเศษต่างๆมากมาย เพียงพอที่จะอยู่นิ่งเพื่อฝึกฝนได้นับสิบๆปี


    อี้เหรินเพิ่งมายังห้องของตน เมื่อมาถึงจึงได้นำของวิเศษออกมากองรวมกัน จากนั้นจึงไห้จินฉานได้เลือกไป เพราะของที่เลือกมานั้น มีของที่จำเป็นในการบ่มเพาะของจินฉานเช่นเดียวกัน


    อี้เหรินเฟิ่งและจินฉาน ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในการปิดด่านรอบนี้ เนื่องจากนัดกับจินเข่ออี๋ไว้ ว่าในวันนี้พวกเขาจะไปยังลานประมูลกัน พวกเขาจึงได้ออกจากด่านแล้วพากันไปยังลานประมูลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในเมือง


    ลานประมูลนี้เป็นของร้าน เรือนทอง ซึ่งอี้เหรินเฟิ่งเคยได้ป้ายลูกค้าพิเศษมาจากการแลกเปลี่ยนกระถางปรุงยาในคราวก่อน ทั้งหมดจึงเข้าไปยังลานประมูลได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมทั้งยังมีห้องรับรองพิเศษไว้ไห้พวกเขาอีกด้วย


    พวกเขาทั้งหมดจึงเข้าไปยังห้องพิเศษ พร้อมกับเลือกดูรายการสินค้าที่จะนำมาประมูลในวันนี้ สินค้าในวันนี้นั้นหลักๆจะเป็นสมุนไพรหายาก และอาวุธวิเศษ แต่มีสิ่งที่อี้เหรินเฟิ่งหมายตาไว้สิ่งหนึ่งนั่นก็คือ คัมภีร์วิธีปรุงยาพิษโบราณเล่มหนึ่ง


    ของเล่นชิ้นนี้ อี้เหรินเฟิ่งต้องการที่จะได้มาครอบครอง เนื่องจากตัวเขานั้นมีกายวิเศษต้านพิษ ทำไห้เขานั้นไม่มีข้อกริ่งเกรงไดๆในการใช้พิษ กลับจะทำไห้เขานั้น เหมือนเสือติดปีกในภายภาคหน้า ลองคิดดูเล่นๆว่า ตัวเขาที่เต็มไปด้วยพิษร้ายที่ไม่มีทางรักษา วิ่งเข้าไปยังกลางดงศัตรู


    เพียงแค่ยืนไห้พวกมันซ้อม พวกมันก็ติพิษตายเองเสียแล้ว ยิ่งคิดยิ่งร้ายกาจ อี้เหรินเฟิ่งคิดไปไกลแล้วตอนนี้


    ทั้งสามรอประมาณสองชั่วโมงในที่สุดการประมูลก็เริ่มขึ้น พนักงานสาวบนเวทีเริ่มแสดงสินค้าเพื่อทำการประมูล สินค้าชิ้นแรกที่นำมาประมูลเป็นสมุนไพรหายาก อายุร้อยปีต้นหนึ่ง นามว่าหญ้าน้ำค้างหวน ใช้ในการปรุงยาระสูงได้หลายชนิด


    พวกหญ้าวิญญาณเหล่านี้ อี้เหรินเฟิ่งไม่ค่อยจะสนใจนัก เพราะตอนนี้นั้นตัวเขามีสวนสมุนไพรล้ำค่าอายุนับพันๆปีไว้ในครอบครองอยู่แล้ว วัตถุดิบในการปรุงยามีมากมาย สูตรยาต่างๆก็ไม่ขาด ขาดก็แต่เพียงระดับวรยุธทของเขาเท่านั้น


    การประมูลดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากภายในเมืองล้วนเต็มไปด้วยเหล่าพ่อค้าวาณิช การประมูลในแต่ละรอบราคาจบล้วนสูงลิบ แต่สำหรับเหล่าพ่อค้าเหล่านี้นั้น นับว่าเป็นขนเส้นเดียวของวัวเลยก็ว่าได้


    จินเข่ออี๋ประมูลได้หมุนไพรฟ้าดินอายุสามร้อยปีมาได้สามต้น นางจะนำไปไห้พ่อนางนำไปปรุงยาไห้นางใช้ในการฝึกฝน ส่วนอี้เหรินเฟิ่งนั้น เขาก็ได้ประมูลคัมภีร์ปรุงยาพิษมาได้เรียบร้อยแล้ว


    การประมูลเป็นไปอย่างดุเดือดอี้เหรินเฟิ่งชนะการประมูลมาในราคาหนึ่งร้อยล้านพลึกวิญญาณ เมื่อประมูลชนะ มีพนักงานนำของที่ประมูลชนะมาหาถึงที่ห้อง พร้อมรับการชำระเงิน


    อี้เหรินเฟิ่งหลังจากได้คัมภีร์โบราณเล่มนั้นมา ก็เปิดออกดูอย่างสนอกสนใจ ภายในนั้นมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรชนิดต่างๆ ทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ อีกทั้งวิธีการเข้ายาแบบต่างๆ


    มีทั้งสูตรยาพิษที่ใช้พืชพิษ และทั้งที่ใช้สมุนไพรวิเศษมาปรุงเป็นยาพิษ ซึ่งชนิดหลังนี้แหละนับเป็นสุดยอดพิษที่แท้จริง ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรสูงยิ่งในการศึกษา


    อี้เหรินเฟิ่งจมจ่อมอยู่กับคัมภีร์เล่มนั้นเป็นเวลานาน เขาหมดความสนใจในงานประมูลนี้แล้ว รอจนจบงานประมูลทั้งสามจึงพากันไปกินข้าวแล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อน


    วันเวลาล่วงเลยผ่าไปเจ็ดเดือน


    ระหว่างที่อยู่ที่นี่ อี้เหรินเฟิ่งใช้เวลาไปกับการฝึกฝน ศึกษาวิชาพิษ หลอมยา สิ่งต่างๆถูกขัดเกลาฝึกฝนอย่างหนัก ไร้การห่วงพะวงไดๆในการฝึกฝีมือ ส่วนจินฉาน ทุกๆสองสามวัน เขาจะออกไปกับจินเข่ออี๋เพื่อหาเงิน หาของวิเศษ ทั้งสองชื่นชอบเงินทองของวิเศษเหมือนกัน


    จินเข่ออี๋นับว่าเจอกับอี้เหรินเฟิ่งแทบจะทุกวัน ทำไห้ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้นยิ่งนักในเวลานี้ และในที่สุดตอนนี้ก็ถึงเวลาที่อี้เหรินเฟิ่งต้องไปรับเขี้ยวหมาป่าที่หลอมไว้แล้ว


    มาถึงหอกระบี่มาร อี้เหรินเฟิ่งและจินเข่ออี๋ได้พากันไปยังห้องผู้จัดการเพื่อรับสินค้า และผู้ที่นำสินค้ามาส่ง เป็นเจ้าของหอกระบี่มาร มีชื่อว่า " เหรินจิ่ง "


    เขาถือกล่องไม้สีดำเดินมาภายในห้อง กล่องไม้สีดำเลื่อมทองแคบยาวดูหรูหรายิ่ง เหรินเจิ่งนำกล่องไม้วางไว้บนโต๊ะเพื่อที่จะไห้อี้เหรินเฟิ่งได้เปิดออกดูด้านใน


    อี้เหรินเฟิ่งเดินเข้ามาใกล้ๆเพื่อเปิดกล่องไม้ออกดู เมื่อเขาเปิดกล่องไม้ออกดู ด้านในนั้นเป็นดาบยาวเล่มหนึ่ง ฝักดาบทำมาจากหยกดำขลิบทอง แกะสลักเป็นฝูงรูปหมาป่าอ้าปากกระโจน ดวงตาสีทอง กรงเล็บสีแดง ด้ามดาบฝังประดับหยกโลหิตมาร


    เหรินจงกล่าวแนะนำ หยกโลหิตมารเม็ดนี้ได้นำไปแกะสลักค่ายกลรวมโลหิต สามารถดูดซับโลหิตศัตตรูเพื่อนำมาเป็นพลังโจมตีไห้กับดาบได้ ยิ่งสังหารมากดูดซับโลหิตมากขึ้นเท่าไหร่


    พลังการทำลายล้างของดาบวิเศษก็ยิ่งจะรุนแรงมากยิ่งๆขึ้นไป นับว่าเป็นอาวุธสังหารที่เหมาะสำหรับสู้รบยิ่ง


    เมื่ออี้เหรินเฟิ่งได้ยกดาบขึ้นมา และดึงดาบออกจากฝักนั้น ทันไดในห้องก็เต็มไปด้วยแรงกดดันของสัตว์อสูรระดับแปด แรงกดดันดั่งท้องทะเลถาโถมซัดสาดไม่หยุดหย่อน


    คมดาบสีแดงสดเปล่งประกายดุจโลหิต คมดาบสีแดงสดนั้นเต็มไปด้วยลวดลายโบราณจากทัณฑ์สวรรค์ เหรินจิ่งสันนิฐานว่าเจ้าของเขี้ยวหมาป่านี้ น่าจะตายตอนที่ได้รับทัณฑ์สวรรค์ ถึงแม้จะทะลุขอบเขตมาได้ แต่ก็ยังตายเพราะบาดแผลอยู่ดี


    อี้เหรินเฟิ่งพลิกดูดาบครั้งแล้วครั้งเล่า เขาชื่นชอบมันยิ่งนัก เหรินจิ่งแนะนำไห้อี้เหรินเฟิ่งกลับไปหยดเลือดทำพันธะสัญญายังที่พัก เพราะว่าหลังจากอาวุธวิเศษได้ทำพันธะสัญญานั้น จะก่อไห้เกิดทัณฑ์สวรรค์ขึ้น และก่อเกิดวิญญาณอาวุธขึ้น ที่นี่จึงไม่ค่อยเหมาะสมที่จะทำมันสักเท่าไร


    อี้เหรินเฟิ่งชำระเงินที่เหลือจึงจากมาพร้อมกับทุกคน เขานำดาบยาวมาสะพายไว้ด้านหลัง ด้ามดาบยาวโผล่พ้นศรีษะไปช่วงใหญ่ๆดูเด่นสะดุดตายิ่งนัก เขายิ่งดูก็ยิ่งชอบดาบเล่มนี้ ของสิ่งนี้นับเป็นอาวุธวิเศษที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของเขาชิ้นแรกเลยก็ว่าได้


    อี้เหรินเฟิ่งกลับไปยังจวนเจ้าเมืองก็ลากลับเข้าไปยังเรือนพักทันที เขาไปยังลานหลังจวนทันที ดึงดาบออกมาจากฝัก นำคมดาบกรีดไปยังฝ่ามือ คมดาบเฉือนเข้าไปในเนื้อดุจโคลนนิ่ม ต้องบอกก่อนว่าตอนนี้อี้เหรินเฟิ่งนั้นฝึกวิชากายาเทพทมิฬไปจนถึงขึ้นสูงสุดแล้ว


    ร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ดาบกระบี่ยากระคายเคือง แต่พอเจอกับดาบยาวเล่มนี้เข้าไป เนื้อหนังของเขาก็นุ่มนี้ประดุจโคลนนิ่ม เลือดไหลหยดลงไปยังตัวดาบ ซึมหายไปในเล่มดาบ ลวดลายโบราณเปล่งแสงสีทองออกมา ลำแสงสีทองเจิดจ้าแทงทะลุท้องฟ้า


    อี้เหรินเฟิ่งรู้สึกถึงความเชื่อมโยงภายในจิตใจกับตัวดาบ เขารู้สึกถึงพลังจิตวิญญาณบางเบาภายในตัวดาบที่ทำท่าว่าจะตื่นขึ้นมา เป็นวิญญาณหมาป่าขาวตัวหนึ่ง ตัวโตราวกับภูเขาดวงตาทีทอง คมเขี้ยวและเล็บเป็นสีแดงสด


    เมื่อวิญญาณดาบลืมตาขึ้นมานั้น ท้องฟ้าก็มืดครึ้มขึ้นมาทันได ทัณฑ์สวรรค์เริ่มก่อตัวขึ้นมาทันได