มารยาสีชาด

    ท่านพ่อท่านแม่

            เสิ่นซัวหยางยังคงปักหลักอยู่ในหมู่บ้านปินเหอมิได้ไปไหน วันทั้งวันนอกจากเขาจะเดินชมวิธีการเพาะปลูกพืชสวนตามหัวหน้าหมู่บ้านฉงแล้ว ในเวลาที่ว่างเขากลับไปนั่งเฝ้าป้อนคำหวานให้หลงเย่วซินมิได้ขาดช่วง แม้มิได้เปิดเผยอย่างโจ่งแจ้งในการคบหากับสตรีอันเป็นที่รักเพราะซือหลิวเยี่ยนยังมิยอมลงนามในใบหย่า แต่ถึงอย่างนั้นผู้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านต่างรับรู้กันดีว่าท่านนายอำเภออย่างเขาและเย่วซินผู้อ่อนหวานเป็นคนรักกันมาก่อน ส่วนซือหลิวเยี่ยนนั้นก็มิกล้าอยู่สู้หน้าผู้ใดอีก และอีกฝ่ายได้หนีกลับไปเมืองหลวงเมื่อสองวันก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งเรื่องหลังนี้เสิ่นซัวหยางได้เตรียมใจเอาไว้มากกว่าครึ่งกับการปะทะกันระหว่างสกุลเสิ่นของเขาและสกุลซือของท่านเลขา โดยการกลับเมืองหลวงตามไปภายหลังย่อมเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้และนั่นคงต้องเป็นหลังจากที่ท่านอ๋องกับพระชายารองเดินทางมาหาเย่วซินตามคำบอกเล่าของเส้าปี หนึ่งในองครักษ์เงาที่ปลอมตัวมาสอดแนมเขานั่นเอง ‘คิดแล้วก็ยิ่งเจ็บใจที่เส้าปีมิเคยบอกความจริงอันใดเลยทั้งๆ ที่รู้เรื่องราวทั้งหมด’

            “ท่านอ๋องน่าจะมาถึงที่นี่ในตอนค่ำ” เส้าปีนั่งดื่มน้ำถั่วเหลืองรสชาติกลมกล่อมพร้อมกับเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องทั้งหมดที่เขารู้มาก่อนหน้า นอกจากเสิ่นซัวหยางจะไม่โกรธ ไม่โวยวายแล้ว อีกฝ่ายยังทำแค่เพียงพยักหน้ายิ้มอยู่อย่างนั้น ‘คงดีใจที่เรื่องนี้ใกล้จะถึงตอนจบกระมัง’

    เสิ่นซัวหยางพยักหน้ารับ “เช่นนั้นข้าต้องขอขมาทั้งท่านอ๋องและพระชายารองเสียแล้ว ที่เผลอไปล่วงเกินเย่วซิน ไม่แน่ว่ายามนี้นางอาจจะกำลังตั้งครรภ์บุตรของข้าอยู่ก็ได้” ^^

            เย่วซินผู้เอาแต่เขินอายถึงกับเผลอตวาดลั่นอย่างเสียกิริยา “ยังมิใช่สิเจ้าคะ!!” ในใจนางยังมิได้คิดไปไกลถึงขั้นนั้น แม้ก่อนหน้านี้พี่เสี่ยวเม่าจะเคยกล่าวเอาไว้ แต่นางไม่เชื่อแน่…ว่าแค่ครั้งเดียวนางจะมีบุตรได้ “พี่ซัวหยางอย่าได้กล่าวถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สิเจ้าคะ ข้าจะท้องได้อย่างไร” กาลเวลานั้นก็ผ่านมานานแล้ว หากนางตั้งท้อง มิใช่ว่าต้องมีอาการมิใช่หรือ?

            ^^ “เช่นนั้นวันหน้าหากเรื่องของเราคลี่คลาย พี่จะทำให้เจ้าท้องเร็วๆ ท่านพ่อและท่านแม่ของพี่คงอยากอุ้มหลานเต็มทนแล้ว” เอ่ยอ้าง

            “ท่านพ่อ” นึกไปถึงนายท่านเสิ่นซัวหยาง ใบหน้าของเย่วซินถึงกับหม่นหมองลง ถ้อยคำอ่อนโยนแต่เจ็บลึกของนายท่านเสิ่น ทำให้นางตัดสินใจมาที่นี่ คำที่ว่าท่านพ่อของพี่ซัวหยางอยากมีหลาน คงมิได้หมายความว่าอยากให้นางมีบุตร “ข้าคิดว่าพี่อาจจะฟังผิด นายท่านเสิ่นซูฉีมิได้อยากให้ข้าเป็นสะใภ้”

            “พี่คิดว่าท่านพ่อของพี่คงรู้แล้วว่าเราสองคนรักกันมาก อีกเรื่องที่เส้าปีบอกไปเมื่อครู่ ท่านพ่อและท่านแม่ของเจ้าได้เดินทางไปพบกับท่านพ่อของพี่มาแล้ว เรื่องที่เจ้าคือบุตรีของท่านอ๋อง สกุลเสิ่นทุกคนจะมิรู้ได้อย่างไร” แน่นอนว่าบิดาของเขาต้องเสียใจมากแน่ๆ ที่เคยปฏิเสธไม่รับเย่วซินเป็นสะใภ้ในตอนแรก…บทเรียนในครั้งนี้ของบิดาถือว่าราคาสูงมากเลยทีเดียว

            เย่วซินทำหน้าเศร้า “หากข้ามิใช่บุตรสาวของท่านอ๋อง เรื่องราวมันจะไม่ง่ายดายเช่นนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ” แต่เดิมไม่มีแซ่ แม้เป็นบุตรบุญธรรมสกุลเสิ่นก็ยังมิมีผู้ใดยอมรับนับถือ ยามนี้มีแซ่แล้ว ซ้ำยังยิ่งใหญ่เป็นรองเพียงฮ่องเต้ กลับไปครานี้ทุกคนในจวนคงมองเห็นหัวนางบ้างกระมัง

            “พี่ขอโทษแทนท่านพ่อด้วย ที่เอาแต่คิดถึงเรื่องไร้ประโยชน์ ทั้งๆ ที่ชื่อสกุลนั้นมิได้เป็นตัวชี้วัดความดีความชั่วของผู้ใด เย่วซิน เรื่องที่ผ่านไปขออย่าได้จดจำมันเลย นับจากนี้พี่อยากให้เจ้ามาอยู่เคียงข้างพี่ คิดแค่เรื่องของพี่ได้หรือไม่”

            เย่วซินใบหน้าแดงก่ำกับคำสารภาพราวกับกำลังขอนางสมรสก็ไม่ปาน เรื่องราวมันอาจจะง่ายหากที่ตรงนี้เป็นห้องพักส่วนตัวและนางกับพี่ซัวหยางพูดคุยกันเพียงสองคน…มิใช่กลางร้านที่มีองครักษ์เงามากกว่าห้าคนรายรอบ ไหนจะบรรดาลูกบ้านในหมู่บ้านที่ยืนอมยิ้มรอซื้อหมั่นโถวนั่นอีก “…” นางจะตอบอย่างไรดี

            “ตอบว่าได้สิ แม่หนูเย่วซิน” หญิงสูงวัยยืนยิ้มปิดปาก บิดร่างราวกับเขินอายแทนสตรีงดงามที่ได้ข่าวว่าเป็นคนรักของท่านนายอำเภอ แม้อีกฝ่ายจะมีฮูหยินแล้ว แต่เรื่องบุรุษมีหลายภรรยานั้นมิใช่เรื่องผิดแปลกอันใด

            “ตกลงไปเถิดแม่หนูเย่วซิน ยายจะได้ซื้อน้ำแล้วกลับบ้านเสียที” สตรีหลังค่อมเรือนผมสีขาวโพลนเอ่ยคำพูดติดตลกและหลังคำกล่าวนั้นผู้คนทั่วร้านต่างพากันหัวเราะ

            ^^ เสิ่นซัวหยางหัวเราะในลำคอ พลางจ้องมองสตรีอันเป็นที่รักที่กำลังคีบหมั่นโถวใส่ห่อกระดาษอย่างเคอะเขิน...หมู่บ้านแห่งนี้มีความสุขมากกว่าที่คิด ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น ไม่มีการข่มเหงรังแกกันในหมู่บ้าน ขนาดที่ว่าเย่วซินเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ก่อนหน้าเขาไม่นาน ยังเป็นที่น่าเอ็นดูได้ขนาดนี้ ‘หรือเพราะเย่วซินของเขาน่ารักอ่อนหวาน ใครเห็นต่างก็นึกเอ็นดู’ เขาดีใจจริงๆ ที่โชคชะตานำพาให้เขาเดินทางมาทำงานต่างอำเภอแล้วยังได้พบกับนาง…จะว่าไป การมาต่างอำเภอแห่งนี้อาจจะเป็นจุดประสงค์ของว่าที่พ่อตาตั้งแต่แรกก็ได้ ผู้ใดจะรู้


    ยาม 18.30

            ชินอ๋องหลงจางเหว่ยลงจากรถม้าพร้อมกับลิ่วเข่อซิงพระชายาผู้งดงาม ในสายพระเนตรของชินอ๋องมองสบกับองครักษ์เงามากมายที่เผยตัวให้เห็นอยู่เบื้องหน้า ‘องครักษ์ทั้งหมดตรงนี้ คือองครักษ์ที่ถูกสั่งให้คอยคุ้มครองเย่วซินอย่างลับๆ’ ไม่ไกลกันนั้นเป็น ว่าที่เขยขวัญ นั่งคุกเข่าชิดติดกับสตรีตัวน้อยที่มีใบหน้าคลับคล้ายคลับคลามารดาของนางถึงแปดส่วน “เย่วซินลูกรัก” เจ้าของนามสะดุ้งพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองสบ ^^ “มาหาบิดา” มือแกร่งในชุดสีกรมท่ายื่นออกไปเบื้องหน้า ในหูได้ยินเสียงสตรีอันเป็นที่รักอย่างลิ่วเข่อซิงกำลังสะอึกสะอื้น หากจะกล่าวว่าครอบครัวของเขากำลังได้มีโอกาสอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาก็คงไม่ผิดนัก

            เย่วซินเดินน้ำตาคลอเข้าไปหาบุรุษสูงศักดิ์และสตรีรูปร่างผอมบางแต่งดงามมาก คำแรกที่นางเอ่ยกับพวกท่าน พาลพาให้น้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านพ่อ ท่านแม่”

            ภาพครอบครัวกอดกันและเดินสนทนาไปตามเส้นทางในหมู่บ้านยามเย็น ช่างเป็นภาพที่น่าชื่นชมในสายตาของผู้พบเห็นจริงๆ จนทั้งหมดเดินไปถึงหน้าบ้านของเสี่ยวเม่า การนั่งดื่มน้ำถั่วเหลืองท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้จึงเกิดขึ้น

            “ไหน ให้มารดาพิศดูเจ้าสิ งดงามเหมือนมารดามิมีผิด” ลิ่วเข่อซิงนั่งลูบใบหน้าของบุตรสาวที่นางมิมีโอกาสได้เลี้ยงดูอย่างรักใคร่ กล่าวยามใดน้ำตารื้น คิดถึงยามใดมักสะท้อนในอกจนเจ็บปวด บ่อยครั้งที่นางสั่งให้องครักษ์เงาวาดภาพใบหน้าของบุตรสาวมาให้นางดูชม ในยามที่ไม่สบาย หากนำมาเทียบกันแล้วภาพใบหน้ามีความคล้าย แต่ตัวจริงนั้นงดงามกว่ามาก “มารดาขอโทษที่มิได้อยู่ดูแลเจ้า”

            เย่วซินส่ายหน้า “เพราะท่านแม่ไม่สบาย ลูกเข้าใจและไม่เคยนึกโกรธเลยเจ้าค่ะ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคงเป็นเพราะโชคชะตานั้นขีดไว้ จนมาวันนี้ลูกกลับดีใจเสียอีกที่ลูกได้มีโอกาสพบหน้าท่านพ่อและท่านแม่ เพียงเท่านี้ลูกก็มีความสุขแล้วเจ้าค่ะ” จะกล่าวว่านางคงนอนตายตาหลับแล้วก็ไม่ผิดนัก ความน้อยเนื้อต่ำใจในชีวิตของตัวเองมันหายไปหมด แม้ช่วงชีวิตในวัยเยาว์ระหว่างนางกับท่านพ่อและท่านแม่ที่แท้จริงจะหายไป แต่อย่างน้อยท่านแม่บุญธรรมก็ดูแลนางมาอย่างดี จนเติบใหญ่ถึงตอนนี้ได้ก็นับว่าเป็นบุญของนางแล้ว

    คล้ายกับเรื่องมารยาสีชาด ที่คุณอ่าน