มีเด็กอยากเป่าเทียนวันเกิด
“ฮ่ะๆๆๆในที่สุดข้าก็ชนะ เช่นนั้นข้าจะต้องได้กินขนมแป้งอบฉลองวันเกิดฝีมือชิงเถา”มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาอย่างผู้มีชัยชนะถึงแม้ว่าของรางวัลจะดูไม่สมกับความภาคภูมิใจของเขาไปเสียหน่อยก็เถอะ
ชิงเถาได้แต่ยืนฟังพวกเขาพูดข่มกันไปมาอย่างได้ใจก็นะเงินทองไหลเข้าร้านนางนี่นา แต่เดี๋ยวก่อนแล้วไอ้เจ้าขนมที่เขาจะได้กินฝีมือนางนั้นมาจากไหนกัน นางไม่เคยจะพูดเสียหน่อย
“เอ๊ะพี่หานตงที่พูดว่าจะได้กินขนมฝีมือข้านี่มันเรื่องเป็นมาอย่างไรกันแน่”ชิงเถาถามออกมาเมื่อมีชื่อนางไปเกี่ยวข้อง แล้วมันมีไปเกี่ยวได้อย่างไรกันเล่า
“อย่างนี้ขอรับ”หานตงเล่าให้ชิงเถาฟังว่าในร้านพวกเขาพูดถึงเรื่องที่ปีก่อนที่จวนเจี้ยนเฉิงได้จัดงานเลี้ยงวันเกิดให้สองแฝดโดยอาหารที่ทำขึ้นก็ล้วนมีแต่แปลกตาแต่ล้ำเลศรสโดยเฉพาะขนมแป้งอบที่มีเจ้าเนื้อเนียนนุ่มโอบล้อมอยู่ยิ่งมีรสชาติที่แม้แต่แก่เฒ่าชราไปแล้วก็ลืมไม่ลงพวกเด็กๆ ยิ่งร้องอยากกินกันมากนัก มีมาถามที่ร้านหลายคนว่ามีมาขายหรือยังแต่กลับได้คำตอบว่าไม่ ยิ่งได้ยินจากหลายปากที่ได้เคยลองลูกค้าทั้งหลายก็อยากจะได้ลองบ้างเช่นกันแต่คงไม่หนักเท่าชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังประชันสั่งอาหารกันอยู่หรอกที่เอาเรื่องนี้มาเดิมพันกันเองโดยไม่ถามสุขภาพนางสักคำเอ๊ยถามความคิดเห็นนางสักคำ
“แล้วพวกเขามั่นใจได้อย่างไรว่าข้าจะทำให้พวกเขาชิม” นางถามออกมาพวกนั้นจะต้องมีวิธีทำให้นางทำให้กินได้เช่นนั้นหรือ ถึงได้กล้ามาแข่งกันเช่นนี้
“เห็นว่ากันว่าใครที่สั่งซื้อของได้มากกว่าคุณหนูจะต้องพึงพอใจอย่างแน่นอนก่อนหน้านี้ก็พึ่งซื้อตู้เก็บสมบัติไปคนละเป็นร้อยหลังเชียวขอรับ”หานตงบอกออกมาอีกเขาไม่รู้ว่าจะดีใจกับยอดขายของวันนี้หรือเศร้าใจกับความคิดของทั้งสองคนดี
“อวดรวยกันถึงเพียงนี้เป็นเด็กหรือไงกันถึงร้องอยากได้เค้กวันเกิด” นางล่ะไม่เข้าใจชายทั้งสองคนนี้จริงๆ
“อ่ะน้องเถามาแล้ว”เยี่ยนเทียนฉินที่เห็นนางจึงร้องทักขึ้นมาซึ่งเรียกสายตาอีกคู่ที่เป็นคู่แข่งของเขาทันที
“แม่ค้าตัวน้อยเจ้ามาแล้วรึ”มี่หนิงหยางก็ร้องขึ้นอีกคนเช่นกัน
ตัวชิงเถาก็ทำอะไรไม่ได้คงได้แต่เดินเข้าไปทักทายพวกเขาเท่านั้นไหนๆ พวกเขาก็เป็นลูกค้าตัวยงนางก็ควรเข้าไปขอบคุณเสียหน่อย
“คารวะคุณชายทั้งสอง”นางยกมือข้างหนึ่งแบข้างหนึ่งกำขึ้นมาและก้มหัวเล็กน้อยเพื่อทักทายบุรุษทั้งคู่โดยต่อไปนางจะคารวะคนแบบนี้นี่แหละ ต่อไปนางจะเป็นร่างทรงของจอมยุทธ์หญิงแล้วแล้วอีกอย่างจะไม่เคารพได้อย่างไรพวกเขาอย่างไรก็โตกว่านางจะต้องมีความเคารพไว้ไม่เช่นนั้นอาจโดนคนว่าได้ว่าพ่อแม่มิมีเวลาอบรมบุตรหลาน
“น้องเถาไม่ต้องมากพิธี”เยี่ยนเทียนฉินเอ่ยทักทายกันนางเสียงใสอารมณ์ดี อย่างไรนางก็สนิทกับเขามากกว่าถ้าเขาจะขอร้องให้นางทำขนมวันเกิดให้ก็คงไม่ยาก
“แม่ค้าน้อยเจ้ามาก็ดีแล้วมาๆ มาพูดคุยเรื่องขนมวันเกิดข้ากัน”มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาเหมือนว่าตนนั้นได้ตกลงเรื่องราวกับนางไว้เรียบร้อยแล้วอย่างไรอย่างนั้น
“เอ่อไม่ทราบว่าพวกท่านมีเรื่องอะไรกันหรือเจ้าคะ” ชิงเถาลองๆถามออกไปดูถึงแม้ว่าจะพอรู้เรื่องราวจากหานตงมาบ้างแล้ว
“ข้าได้ยินว่าน้องเถาทำขนมแป้งอบสูตรพิเศษในงานเลี้ยงวันเกิดของน้องชายพี่ชายคนนี้เลยอยากจะรบกวนน้องเถาทำขนมวันเกิดให้บ้าง”เยี่ยนเทียนฉินเอ่ยเจตนาของตนออกมาพร้อมสายตาอ้อนวอนนางเต็มที่
“ข้าก็อยากได้ขนมแป้งอบของเจ้าไปเป่าเทียนในวันเกิดเหมือนกันนะเจ้าแม้ค้าน้อยเมื่อครู่ข้าก็ชนะแล้วเจ้าจะมาขอร้องนางอีกทำไม”มี่หนิงหยางรีบเอ่ยขึ้นมาก่อนที่เจ้าเยี่ยนเทียนฉินจะได้รับความเห็นใจจากนาง
“เอ่อเรื่องขนมนั้นคือว่า” นางที่เห็นสายตาสองคู่ที่ส่งความคาดหวังมายังนางแล้วไม่รู้เลยว่าจะหาข้อแก้ตัวที่จะไม่ตกลงทำให้ได้อย่างไรพวกเขาสู้บากหน้ามาขอให้นางทำให้แล้ว หรือจริงๆ ก็คือจ้างนางทำนางนั่นแหละ
“คือ”สองเสียงที่เอ่ยออกมารอฟังคำตอบจากปากนาง
“มันมิได้ทำได้ง่ายๆนะเจ้าคะ มิเช่นนั้นข้าคงทำออกมาขายแล้ว” นางบอกออกมาตรงๆถึงเหตุผลที่นางไม่ได้ทำมันออกมาขายทั้งๆที่ทุกคนที่เคยลองก็บอกเป็นเสียงเดียวว่าอยากกินอีก
“ไม่เป็นไรๆข้าจะช่วยน้องเถาทำเอง”เยี่ยนเทียนฉินเมื่อได้ยินเหตุผลของนางจึงรีบเสนอตัวทันทีเพื่อจะได้ให้นางเห็นความตั้งใจของเขาจริงๆ
“ข้ามีคนมากเจ้าต้องการเท่าไหร่”มี่หนิงหยางบอกออกมาอย่างเหนือกว่านางต้องการแรงคนเท่าไหร่กันเชียวเขาจะเกณฑ์คนมาให้
“ไม่ต้องๆไม่ต้องขนาดนั้นเจ้าค่ะ ถ้าพวกท่านต้องการขนาดนั้นข้าจะทำให้เป็นกรณีพิเศษแต่ว่าราคานั้น” นางยอมที่จะทำให้พวกเขาเห็นแก่ที่พยายามสั่งของในร้านไปมากขนาดนี้ก็แล้วกัน
“เรื่องนั้นตามแต่น้องเถาเห็นสมควรเลย”เขาดีใจอย่างมากที่นางยอมตกลงทำให้
“เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหา”ส่วนอีกคนก็ตอบออกมาเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับเขาเท่านั้นแต่ถ้าขนมในวันเกิดมันเป็นเรื่องเล็กเขาจะมาบอกให้นางทำให้ทำไมกันหรือเพียงแค่อยากเอาชนะบุรุษอีกคน
“เรื่องนั้นข้าจะแจ้งอีกทีแล้วไม่ทราบว่าวันเกิดพวกท่าน”นางถามออกมาเพื่อที่จะได้เตรียมของเตรียมแรงคนสำหรับทำขนมทันพวกเขาเป็นคุณชายใหญ่ทั้งคู่ สั่งของจากร้านนางนางก็ต้องไม่ทำให้ขายหน้าร้านอย่างแน่นอน
“เจ็ดวันข้างหน้า”เสียงเยี่ยนเทียนฉินเอ่ยบอกนางอย่างอารมณ์ดีวันนั้นเขาก็จะชวนนางไปร่วมงานด้วยอย่างแน่นอน
“อีกเจ็ดวัน”อีกเสียงของมี่หนิงหยางก็เอ่ยบอกนางออกไปเช่นกันแต่ทำไมตัวเลขกำหนดวันมันตรงกันเช่นนี้นะ
“เจ้า/นี่เจ้า” สองบุรุษหนุ่มหันไปมองหน้ากันทันที นี่หมายความว่าพวกเขาเกิดวันเดียวกันเช่นนั้นรึเรื่องแบบนี้จะเกิดวันเดียวกับใครก็ได้ แต่ทำไมต้องเป็นอีกฝ่ายด้วย
“นี่เจ้ากล้าดีมาเกิดวันเดียวกับข้าเฮอะ แต่อย่างน้อยยังดีที่เกิดคนละปี ใช่ไหมเจ้าเด็กน้อย”มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจได้พร้อมพูดข่มว่าตนนั้นเกิดก่อนเป็นปี
“ข้าไม่เด็กปีนี้ข้าครบ17ปีแล้ว” เขาไม่ยอมหรอกปีนี้เขาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ
“ฮ่ะ เจ้า 17รึ” มี่หนิงหยางถามออกมาอย่างตกใจ
“ใช่แล้ว ฮ่ะๆๆหรือว่าเป็นเจ้ากันแน่ที่เด็กกว่า”เยี่ยนเทียนฉินเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายจึงถามออกมาอย่างพอใจ
“ปีนี้ข้าก็ 17ปี” เขาตอบออกมาเสียงไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่ทำไมเขาต้องมาเกิดวันเดียวกับเจ้าบ้านี้ด้วย ซ้ำอีกฝ่ายก็คิดไม่ต่างกันหรอก
“แต่ว่าข้าเกิดตอนเข้า”มี่หนิงหยางยังไม่ยอมบอกออกมาอีก ยังไงเขาก็ยังอยากเกิดก่อนอีกฝ่าย
“ข้าเกิดตอนเช้ามืด”เยี่ยนเทียนฉินไม่ยอมเช่นกัน
“แต่ตอนที่ข้าเกิดก็ยังไม่สว่างนะ”อีกฝ่ายก็ไม่ยอมกันเลย หาเรื่องมาพูดข่มกันเสียให้ได้ จนตอนนี้ทั้งชิงเถาคนงานและลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านเงียบยิ่งกว่าเดิมเพื่อจะได้ฟังการประลองฝีปากกันได้ชัดๆ
“เอาล่ะๆพวกท่านเกิดวันเดียวกันก็นับว่ามีดวงสมพงศ์เอ๊ยมีวาสนา เอ๊ยเป็นพรหมลิขิต เอ๊ยวันนั้นคงเป็นฤกษ์ยามที่ดีมากเช่นไรถึงได้มาพูดข่มกันไปมาอยู่ได้อย่างไรขนมนั่นข้าก็จะทำให้แน่นอนพวกท่านไม่ต้องเป็นกังวล”ชิงเถาเอ่ยห้ามทั้งสองออกมาเมื่อดูแล้วเรื่องราวง่ายๆ จะไม่ยอมจบเสียทีแล้วยิ่งนางเอ่ยว่าเป็นวาสนาเป็นพรหมลิขิตพวกเขาทั้งสองก็มองนางตาเขียวจนนางรีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน
“วันเกิดข้าเชิญน้องเถาไปด้วยนะอย่างน้อยๆ เราก็เป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคีองกัน”เยี่ยนเทียนฉินเอ่ยกับนางออกมาอย่างยิ้มแย้มอย่างไรนางจะต้องไม่ปฏิเสธเขาแน่
“ได้อย่างไรนางต้องไปร่วมงานของข้าข้าคือลูกค้าชั้นหนึ่งของร้านเชียวนะ” มี่หนิงหยางก็ไม่ยอมแถมทึกทักเอาเองว่าตัวเองสำคัญกับร้านแค่ไหน จนกว่าเรื่องทั้งสองจะจบคงอีกนานชิงเถานางได้แต่ส่ายหัวให้กับชายหนุ่มผู้ว่างงานทั้งสองคนไปมา