สวี่มั่วกลับเข้าไปในห้องนอนเล็กกระโดดขึ้นเตียงแล้วนอนลง ก่อนจะเปิดหน้าจอระบบขึ้นมาในหัวแล้วล็อกอินเข้าสู่ระบบหลังบ้านของเว็บไซต์นิยาย Feilu
หลังจากเข้าหน้าค่าต้นฉบับแล้ว เขาก็เลือกกดปุ่ม 'ถอนเงิน'
...เว็บไซต์นี้มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือไม่จำเป็นต้องรอรับค่าต้นฉบับของนักเขียนพร้อมกันทุกต้นเดือนสามารถถอนเงินได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
แม้นิยายของสวี่มั่วจะเพิ่งเปิดขายเมื่อวานแต่รายได้วันแรกก็พุ่งไปถึงหกแสนหยวนเลยทีเดียว และสำหรับยอดถอนเงินระดับนี้ Feiluยังมีช่องทางพิเศษสำหรับเหล่า 'นักเขียนเทพ'ที่สามารถโอนเงินให้ได้รวดเร็วทันใจทุกเวลา
หลังจากสวี่มั่วกดถอนเงิน ไม่ถึงสามนาทีเงินก็เข้าบัญชีธนาคารเรียบร้อย(บัญชีธนาคารนี้เปิดออนไลน์โดยใช้ตัวตนที่ระบบสร้างขึ้นให้ ถูกต้องตามกฎหมาย)
จากนั้น สวี่มั่วก็เข้าเว็บขายเสื้อผ้าผู้หญิงโดยเฉพาะแล้วเริ่มไล่ซื้อรัวๆ
"อืม...ดูเหมือนเสื้อผ้าของยัยนั่นจะเป็นยี่ห้อนี้ซะเยอะ...
"ตัวนี้ก็น่าจะใช่นะ... แล้วก็นี่...
"ตัวนี้ก็ดูดี...
"ซื้อชุดชั้นในไปด้วยเลยก็แล้วกัน ไซซ์อะไรนะ...
"ที่อยู่..."
เขาใช้เวลากว่า 30 นาทีไล่กดซื้อเสื้อผ้าหลากหลายแบบก่อนจะกรอกที่อยู่บ้านแล้วจ่ายเงินทันที
...นี่คือค่าชดใช้จากความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างทำภารกิจเมื่อครู่ที่เขาตั้งใจมอบให้เธอ
แม้เขาจะจำเป็นต้องทำเพราะภารกิจ แต่ก็ใช่ว่าเขาไม่มีหัวใจพอเห็นยัยนั่นโมโหจนแทบร้องไห้ เขาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เลยคิดจะชดเชยให้เล็กน้อย
ถือว่าเอาเงินที่ได้จากการเขียนนิยายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ละกันไม่อย่างนั้นก็ไม่มีที่ให้ใช้
หลังจากซื้อเสื้อผ้าเสร็จ เขายังเข้าเว็บขายเฟอร์นิเจอร์อีกเข้าไปเลือกชุดโซฟากับโต๊ะน้ำชาอีกชุด แล้วก็เลือกบริการจัดส่งด่วนพิเศษ
ชอปปิงเสร็จรวดเดียวหมดไปเกือบแสนหยวนแต่สวี่มั่วในตอนนี้ทั้งรวยทั้งใจกว้าง เงินแค่นี้เขาไม่สนใจอยู่แล้ว(สีหน้าเอาจริงเอาจัง)
บนถนนจ้าวลี่อิ่งกับหลิวซือซือเดินหาร้านอาหารจนเจอร้านหนึ่ง แล้วก็จัดเต็มสั่งอาหารมากมายเต็มโต๊ะ ก่อนจะลงมือกินระบายอารมณ์
นี่ก็เป็นนิสัยประจำของจ้าวลี่อิ่งเวลาที่เธอรู้สึกไม่สบายใจมักจะใช้วิธีกินเพื่อปลอบใจตัวเอง ออกมากินให้อิ่มท้องอารมณ์ก็จะดีขึ้น
หลิวซือซือรู้ดีว่าเธอเป็นแบบนี้เลยปล่อยตามใจ คอยนั่งกินเงียบๆอยู่ข้างๆ พร้อมกับแอบขำอยู่ในใจคิดว่ายัยคนที่กำลังโกรธหมาสองตัวอยู่ตอนนี้ช่างเหมือนเด็กไม่มีผิด
แต่พอคิดถึงสภาพห้องในบ้านเมื่อครู่ หลิวซือซือก็อดถอนหายใจไม่ได้ถ้าเป็นบ้านตัวเอง คงไม่มีทางใจเย็นแบบนี้ได้แน่...
ไม่น่าเชื่อเลยว่าหมาสองตัวนั้นจะป่วนได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะมั่วมั่ว...
พอคิดถึงฮัสกี้ หลิวซือซือก็เผลอทำหน้าแปลกไปเล็กน้อยแววตาเป็นประกายคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
มื้อนี้ทั้งสองใช้เวลากินนานถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม ระหว่างนั้นจ้าวลี่อิ่งก็บ่นถึงวีรกรรมของหมาทั้งสองไม่หยุดพร้อมกับพูดว่าจะสั่งสอนยังไงบ้างในอนาคต
ส่วนหลิวซือซือก็ฟังไปยิ้มไป ไม่พูดปลอบ ไม่ขัด
พอกินเสร็จ จ้าวลี่อิ่งก็ลุกขึ้นลูบท้องที่ป่องกลมเหมือนคนท้องเดินออกจากร้านไปด้วยท่าทางพึงพอใจ
"อา... อร่อยสุดๆ เลย... พี่ซือซือคราวหน้าเรามากินร้านนี้อีกนะ..."
จ้าวลี่อิ่งเอามือลูบท้องพลางคล้องแขนหลิวซือซือไว้ท่าทางดูมีความสุขเหมือนลืมเรื่องบ้านพังไปแล้ว
หลิวซือซือส่ายหน้าช้าๆ แล้วยิ้มถามว่า"แล้วตอนนี้อยากไปไหนต่อ"
จ้าวลี่อิ่งดูเวลาแล้วพูดว่า "เพิ่งค่ำเอง! ฉันขอลางานไว้แล้วคืนนี้ไม่ไลฟ์พอดี พรุ่งนี้พี่ซือซือก็ไม่ต้องไปทำงานงั้นคืนนี้เราเล่นให้เต็มที่เลยดีมั้ย? ไปผับกันเถอะ!"
หลิวซือซือเหลือบมองเธอเล็กน้อย ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วตอบเสียงเรียบว่า"ที่แบบนั้นเสียงดังน่ารำคาญ จะไปทำไม ปล่อยไปเถอะ"
จ้าวลี่อิ่งเบ้ปากนิดๆ "ก็ได้ๆ รู้ว่าพี่ซือซือไม่ชอบที่แบบนั้นงั้นไม่ไปก็ได้! งั้นเราไป...เดินเล่นริมน้ำกันมั้ย! ยังไงก็ไม่อยากกลับบ้านเร็ว!แค่คิดถึงหน้าหมาสองตัวนั่นก็หงุดหงิดแล้ว!ปล่อยให้มันตากลมที่ระเบียงไปอีกหน่อย!"
เธอไม่รู้เลยว่า หมาสองตัวที่เธอคิดว่ากำลังโดนขังอยู่นั้นตัวหนึ่งกำลังนอนสบายบนเตียง อีกตัวก็นอนเอกเขนกอยู่ที่เบาะ เรียกว่าสบายสุดๆ
จ้าวลี่อิ่งคิดๆ แล้วก็พูดขึ้นมาอีกว่า"หรือคืนนี้ฉันไปนอนบ้านพี่ซือซือดีนะยังไงผ้าห่มในห้องฉันก็ไม่มีแล้ว...พี่ซือซือ ขอไปนอนด้วยคนได้มั้ย"
เห็นอีกฝ่ายทำหน้าอ้อนเหมือนเด็ก หลิวซือซือก็หลุดหัวเราะเบาๆก่อนพูดอย่างเอ็นดูว่า "ฉันไม่ติดอะไรหรอกแต่เธอจะปล่อยให้หมาสองตัวที่บ้านอยู่บนระเบียงทั้งคืนจริงเหรอฉันเห็นพยากรณ์อากาศบอกว่าคืนนี้อาจมีฝนนะ"
"ฮะ? จริงเหรอ!"จ้าวลี่อิ่งชะงักไปเล็กน้อย แววตาแอบเป็นห่วง แต่ก็ยังฮึดฮัดใส่ "ดีเลย!ให้มันโดนฝนทั้งคืน จะได้จำบทเรียนให้ขึ้นใจ!!"
แม้จะพูดแบบนั้น แต่หลิวซือซือที่รู้จักเธอดีก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงไม่ไปนอนบ้านตัวเองแน่นอนแล้ว
ทั้งสองคนยังเดินคุยกันไปเรื่อยๆ บนทางเท้าทันใดนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋าของจ้าวลี่อิ่งก็ดังขึ้น
เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วเห็นว่าเป็นเบอร์แปลก เลยรับสายอย่างงงๆ "ฮัลโหล? ใครคะ"
ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งพูดขึ้นว่า "สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณคือคุณจ้าวลี่อิ่งหรือเปล่าครับ"
"ฉันเองค่ะ แล้วคุณคือ..."
"สวัสดีครับ ผมเป็นพนักงานจัดส่งของหวานเหม่ยครับเฟอร์นิเจอร์ที่คุณสั่งซื้อจากทางร้านของเราได้ถูกจัดส่งมาถึงหน้าตึกของคุณแล้วขออนุญาตสอบถามว่า ตอนนี้สามารถยกขึ้นไปส่งได้เลยไหมครับ"
"อะไรนะคะ" จ้าวลี่อิ่งถึงกับงงงัน"เฟอร์นิเจอร์อะไรเหรอ ฉันไม่ได้สั่งซื้อนี่นา..."
เธอพูดพลางหันไปมองหลิวซือซือ ใช้สายตาสงสัยชี้ไปที่โทรศัพท์ในมือพร้อมคิดในใจว่า...
หรือว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพ?
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนก็งงอยู่เช่นกันก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วพูดต่อว่า
"อ้อ จริงด้วยครับ ตอนสั่งซื้อลูกค้าได้ฝากข้อความไว้กับทางร้านให้แจ้งกับคุณว่าของทั้งหมดเป็นของขวัญที่เขาซื้อให้คุณ เขาชำระเงินครบเรียบร้อยแล้วคุณไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มเติม แค่เซ็นรับของก็พอครับ เขายังฝากบอกอีกว่าเขาเป็นแฟนคลับของคุณ ขอให้คุณอย่าปฏิเสธน้ำใจของเขา"
น้ำเสียงของปลายสายตอนพูดประโยคหลังๆฟังดูก็รู้ว่ากำลังอ่านข้อความตามที่ลูกค้าฝากไว้
"แฟนคลับของฉันเหรอ..." จ้าวลี่อิ่งยิ่งงงแต่ในใจก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น...
คงมีแฟนคลับคนไหนสักคนเห็นโพสต์เวยป๋อของฉันแล้วเลยสั่งเฟอร์นิเจอร์มาให้ใหม่? แต่เรื่องแบบนี้ก็น่าแปลกเกินไปหน่อย
จ้าวลี่อิ่งรู้สึกทั้งประหลาดใจทั้งเก้อเขิน
เธอเคยได้รับของขวัญจากแฟนคลับมาเยอะก็จริงแต่ของใหญ่ระดับเฟอร์นิเจอร์แบบนี้เพิ่งจะเจอเป็นครั้งแรก
"ฉันอยู่ข้างนอกค่ะ กำลังจะกลับไปพอดีรบกวนช่วยรอฉันแป๊บนึงได้ไหมคะ"
"ได้เลยครับ ผมอยู่ตรงประตูทางเข้าหมู่บ้านเลยคุณกลับถึงแล้วโทรหาผมก็ได้ครับ"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะ..."
จ้าวลี่อิ่งวางสาย แล้วหันไปพูดกับหลิวซือซือด้วยสีหน้าแปลกๆ"พี่ซือซือ...มีแฟนคลับซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้ฉันแถมของก็มาถึงหน้าตึกแล้ว..."
หลิวซือซือได้ยินก็ถึงกับนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วแซวว่า"ไม่เลวเลยนี่ มีแฟนคลับมันก็ดีแบบนี้สินะ"
"พี่ซือซือ อย่ามาแซวกันสิ..."จ้าวลี่อิ่งพูดอย่างเขินๆ ก่อนจะชวนอย่างอยากรู้ว่า "คนส่งของรออยู่นะงั้นเรารีบกลับไปดูดีกว่า!"