เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 75 สนทนายามค่ำคืน

    เมื่อคนตระกูลถังกลับถึงบ้าน ถังเหลาเหย่ให้ทุกคนกลับห้องไปพักผ่อน


    เนื่องจากคุณนายหลี่ถังมักจะกลับบ้านแม่เพื่อพักผ่อน ที่นี่จึงเก็บห้องไว้ให้นาง 


    ถังโยวส่งคุณนายหลี่ถังกลับห้อง กล่าวปลอบ “ท่านอาไม่ต้องคิดมาก รีบพักผ่อน รอเช้าวันพรุ่งนี้ พวกเราต้องไปตามหาหลินเอ๋อร์ ร่างกายทรุดไปจะแย่เอา”


    คุณนายหลี่ถังตบมือถังโยว ยอมรับความห่วงใยนี้ของนาง


    ถังโยวถาม “ท่านอา สาวใช้ของท่านล่ะ? ให้นางตักน้ำมาให้ท่านล้างหน้า”


    แผ่นหลังของคุณนายหลี่ถังตั้งตรง มิได้ต่อคำ ดึงมือกลับ แสร้งทำท่าเตรียมจัดข้าวของ   


    ถังโยวกำแขนคุณนายหลี่ถัง ขึ้นเสียงสูงตะโกน “ท่านอา!”


    ริมฝีปากคุณนายหลี่ถังสั่นเล็กน้อยสองสามครา ถึงตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “สาวใช้นั่นถูกอาเขยของเจ้าเก็บห้องแล้ว ตอนนี้...ตอนนี้เป็นอี๋เหนียง แล้ว”


    ถังโยวโกรธจนร้องหา กล่าวเสียงแหลม “เขาที่อับจนนั่นยังจะเก็บสาวใช้เลี้ยงเป็นอี๋เหนียง?! ท่านอา ท่าน...”


    คุณนายหลี่ถังหน้าซีด มือผลักถังโยวออก กล่าว “ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้ากลับห้องไปนอนเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว อยากพักผ่อน”


    ถังโยวจนปัญญาอย่างช่วยไม่ได้ ยกเท้าก้าวข้ามธรณีประตู คิดอย่างไรก็รู้สึกไม่ยินดี จึงหันตัวกลับจะเข้าไป 


    ไม่คิด คุณนายหลี่ถังหลังจากตามไปก็ลงกลอนประตู แม้ถังโยวจะเคาะประตูเท่าไรก็ไม่ตอบรับ


    ถังโยวคิดได้ว่าการกระทำของตนนี้ไม่เหมาะสม จึงหยุดมือ ด่าอย่างโกรธแค้น “ไอ้ยาจกช่างขายขี้หน้าจริง! ถุย! สมควรแล้วที่ลูกหายไป!” เสียงหยุดลง หดคอ ยกมือตบปากตนเอง กลอกตาไปมา ใบหน้าแนบบานประตู กล่าวขอโทษเสียงเบาที่เสียมารยาท “ท่านอา ท่านนอนเถิด ขะ...ข้ากลับแล้ว ท่านอย่าโกรธ รอหาหลินเอ๋อร์เจอ พวกเราทั้งตระกูลจะไปสนับสนุนท่าน อย่าให้พวกเขาบ้านตระกูลหลี่ทำเหมือนพวกเราบ้านตระกูลถังตายกันหมดแล้ว!” กล่าวจบ กัดฟันหมุนตัวจากไป ร้องเฮ้อถอนหายใจตลอดทาง เคียดแค้นทรมาน 


    ถังโยวเขี่ยนิ้วเล่นกล่าวกับลวี่เยา “ลวี่เยา เจ้าว่าผู้ชายล้วนเป็นเยี่ยงไร? จำเป็นต้องรับเมียน้อยอย่างเสียมิได้หรือ? ความรักของท่านพ่อและท่านแม่ของข้าลึกซึ้งยิ่งนัก กลับยังฝืนทนการล่อลวงของปีศาจนั่นไม่ไหว รับหวาอี๋เหนียงสารเลวนั่น ท่านอาเขยของข้าอีก แม้ทางบ้านจะยากจน เพื่อสามารถตบแต่งกับท่านอา คุกเข่าต่อหน้าท่านย่า กล่าวชัดถ้อยชัดคำว่าจะดูแลท่านอาอย่างดี ชีวิตนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง แต่เจ้าดู นี่แค่กี่ปี ท่านอายังมอบลูกชายอ้วนท้วนสมบูรณ์ให้พวกเขาบ้านตระกูลหลี่ เขากลับยุ่งกับการดึงสาวใช้ปี้ขึ้นเตียง ให้นังสารเลวนั่นเป็นอี๋เหนียง  


    “เจ้าไม่รู้หรอก ท่านอาของข้าเดิมเป็นหญิงที่หน้าตาเป็นเรื่องสำคัญ ต่อให้เจ้าทำเงินสิบตำลึงหล่นหายอยู่ใต้เท้าของนาง นางก็ไม่หยิบขึ้นมาซ่อนไว้ในแขนเสื้อ เฮ้อ...ท่านอาแต่งออกไปสามปีนี้ ที่ผ่านมาไม่รู้ใช้ชีวิตเช่นไร ไม่คิดว่านับวันจะยิ่งเอาเปรียบคนอื่นขึ้นเรื่อย ๆ ไปมาหาสู่เป็นครั้งคราว แต่มีเหตุผลมากมายขอหยิบยืมเงิน แม้นางจะมิได้กล่าว แต่พ่อข้าเวลาให้ของนาง ดวงตานั่นเป็นประกายเสียจนน่าตกใจ! เหมือนไม่เคยได้เห็นของดี มิเช่นนั้น หากนางไม่โลภเงินนั่น หลินเอ๋อร์ก็คงไม่หายตัวไป เฮ้อ...บาปกรรมจริง ๆ!”  


    ถังโยวแหงนหน้ามองแสงจันทร์ เช็ดหยดน้ำตาที่ขอบตา หันหน้ามองไปทางลวี่เยา หัวเราะกล่าว “ลวี่เยา เจ้าดูสิ ดวงจันทร์คืนนี้ช่างกลมยิ่งนัก”


    ลวี่เยากล่าว “ไม่ชอบมองจันทร์”


    ถังโยวถามด้วยความฉงน “เหตุใด?”


    ลวี่เยาค่อย ๆ ยิ้มตอบ “คงเศร้ารันทดเกินไปกระมัง”


    ถังโยวกล่าวกระซิบ “เศร้ารันทด? ได้หรือ? มองจันทร์แล้วรู้สึกเศร้ารันทด?” นางเงยหน้ามองพระจันทร์ ก่อนจะหันหน้ามองลวี่เยา “ลวี่เยา เจ้าเป็นคนประหลาด” นางฉีกยิ้มหัวเราะ มือที่มีเนื้อแน่นตบไหล่ของลวี่เยา “แต่ว่า ข้าพบว่าตนเองชอบเจ้ามากขึ้นทุกวันแล้ว! ข้ามองดู เจ้าไม่ใช่คนโง่ เช่นเดียวกับหญิงสาวที่อ่านกลอนวาดภาพ มิเช่นนั้นจะ...จะรู้สึกดอกไม้ผลิบานพระจันทร์ฤดูหนาวโดดเดี่ยวอ้างว้างได้เยี่ยงไร?” 


    ลวี่เยาขำพรืด หัวเราะออกแล้ว ส่งผลให้แผลบนหน้าขยับ เจ็บจนสูดหายใจเข้า ในใจหยิบไอ้หลานไป๋จื่อชีนั่นออกมาด่าไปสามรอบ 


    ถังโยวงุนงงเล็กน้อยกล่าว “ลวี่เยา เจ้าว่าเจ้าดูขี้เหร่มาก แต่ข้ามองเฉย ๆเช่นนี้ กลับไม่รู้สึกว่าเจ้าขี้เหร่จนน่าตกใจ”  


     ลวี่เยาเลิกคิ้วมองถังโยว ชมคนแบบนี้ก็มีด้วยหรือ? ถังโยวนี้ช่างมีความสามารถเสียจริง 


    ถังโยวยื่นมืออ้วน ๆ ออกมา อยากลูบใบหน้าของลวี่เยา กลับมิกล้า กลัวนางเจ็บ ถังโยวกุมหมัดกล่าว “ไป๋จื่อชีนั่นทำเกินไปแล้ว! แม้แต่สาวใช้ของข้ายังกล้าทุบตี? เจ้ารอก่อนเถอะ ข้าคุณหนูช้าเร็วจะแก้แค้นแทนเจ้าให้ได้! ตีหมายังต้องดูเจ้าของ เขากล้าตีสาวใช้ของข้าคุณหนูใหญ่ถังได้อย่างไร?!”  


    ลวี่เยามองพระจันทร์อย่างสงบนิ่ง


    ถังโยวดึงแขนลวี่เยา กล่าวอย่างอึดอัดจนไม่มีอะไรเทียบได้ “นี่ มิใช่เจ้าบอกว่าไม่ชอบดูพระจันทร์หรอกหรือ?” 


    ลวี่เยาตอบ “ตอนนี้ชอบแล้ว” ยอมอ้างว้างว่างเปล่าเปลี่ยวดั่งดวงจันทร์ ก็ไม่อยากเปลี่ยนเป็นปัญญาอ่อนเช่นถังโยว เรื่องตีหมาอีก ที่ไป๋จื่อชีตีเป็นย่าทวดของเขาต่างหาก! 


    ถังโยวเขยิบเข้าใกล้ลวี่เยา หน้าตาได้ใจไต่ถาม “เจ้าไม่อยากกล่าวอะไรหน่อยหรือ? หรือ...แสดงท่าทีอะไรบ้าง?”  


    ลวี่เยามองถังโยว แสดงสีหน้าไม่เข้าใจ


    ถังโยวขมวดหน้าซาลาเปากล่าว “เจ้าอย่างน้อยกล่าวอะไรสักหน่อยได้ไหม? เช่น ขอบคุณสำหรับคำชมของคุณหนู หลังจากนี้เจ้าจะเป็นเช่นไร เพื่อข้าถึงตายก็ยอม หรือแสดงสีหน้าท่าทางดีใจ หัวเราะเหอะ ๆ โง่ ๆ ก็ได้ สรุปคือ อย่างน้อยมีปฏิกิริยาสักเล็กน้อย ค่ำคืนนี้มีข้าคนเดียวที่กล่าวไปกล่าวมา เช่นนี้ก็ไร้ความหมายน่ะสิ”  


    ลวี่เยากล่าว “สายตาไม่เลว”


    ถังโยวเบิกตากว้าง “หืม...หมายความว่าอย่างไร?” นางครุ่นคิด ทันใดนั้นจึงฉีกยิ้ม เอานิ้วมือแตะจมูกตนเอง “เจ้าบอกว่าข้าชอบเจ้า สายตาไม่เลว? เหอะ ๆ...ลวี่เยา ข้าว่าเจ้าไม่โง่เลยสักนิด เจ้าแกล้งโง่ใช่ไหม? เจ้าจำได้หรือไม่ว่าตัวเองชื่ออะไร? ข้าอนุญาตให้เจ้าใช้ชื่อตนเองแล้ว ชื่อลวี่เยานี่ใช้กับตัวเจ้าข้าก็คิดว่าดูแปลก”  


    ขนตาดั่งปีกสีดำของลวี่เยากระพือเบา ๆ ครู่หนึ่ง แววตาอ่อนโยนขึ้นอย่างน่าประหลาด นางตอบกลับ “เรียกลวี่เยาไปก่อน”  


    ถังโยวคิดว่านางจำชื่อตัวเองไม่ได้ จึงตอบรับอย่างง่าย ๆ “ได้ รอเจ้านึกชื่อตัวเองออกค่อยบอกข้า ข้าอนุญาตให้เจ้าใช้ชื่อเดิมแล้ว” ถังโยวรู้ว่าลวี่เยาคงไม่แสดงความรู้สึกประทับใจใด ๆ ยิ่งกว่านั้นคงไม่ดีใจจนน้ำตาไหลพราก ในใจแม้ผิดหวังเล็กน้อย แต่อารมณ์ที่ขุ่นมัวคล้ายว่าดีขึ้นมากแล้ว  


    ถังโยวกะพริบตา ทันใดนั้นนึกปัญหาขึ้นได้หนึ่งข้อ จึงถาม “ใช่แล้ว ลวี่เยา เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าท่านพี่อยู่บ้าน?”


    ลวี่เยาตอบ “ไม่มีผู้เฒ่า”


    ถังโยวถาม “อะไร? ไม่มีผู้เฒ่าคืออะไร? เจ้ากล่าวให้เข้าใจหน่อย” อะไรคือไม่มีผู้เฒ่า? หืม? ความหมายของเจ้าคือ ไม่มีผู้เฒ่า ละ... แล้วผู้เฒ่าหลังประตูที่พูดกับพวกเราเป็นใคร? เป็นผี?!!! จะ เจ้า เจ้า...เจ้าอย่าทำให้ข้าตกใจ!” 


    ลวี่เยาหรี่ตา ตอบ “เป็นผีทะเลที่ลื่นไหลที่สุด” กล่าวจบ หมุนตัวเดินไปทางห้องของตนเอง  


    ถังโยวพึมพำกล่าวกับตัวเอง ‘ผีทะเลที่ลื่นไหลที่สุด? อะไรกัน นี่มันมั่วซั่วไปหมด’ ยื่นมือเคาะหน้าผากตนเอง แววตาเกิดประกายขึ้นทันใด “อ้อ ๆ ๆ ข้าเข้าใจแล้ว!” ก้าวขาออกเดินตามลวี่เยา ไล่ตามพลางตะโกน “ลวี่เยา ๆ ข้าเข้าใจแล้ว ผู้เฒ่านั่นก็คือท่านพี่ใช่ไหม? ท่านพี่แสร้งทำเสียงคนแก่พูดคุยกับพวกเราใช่หรือไม่? นี่ ๆ ๆ เจ้ารอข้าด้วย เจ้าต้องบอกข้าว่ารู้ได้อย่างไรว่านั่นคือท่านพี่? เจ้ารอข้าด้วยสิ พวกเรามากล่าวกันให้จบ...” 

    .

    .

    .



    เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

     

    ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g

    ***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***

    คล้ายกับเรื่องเสน่หาชั่วกัลป์ ที่คุณอ่าน