ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากบ่มเพาะสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรได้กว่าสามเดือนห้วงวิญญาณของเขาได้กลับมาปกติอีกครั้งแต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถบ่มเพาะสายเลือดนี้ได้สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบนี่เป็นเพียงแค่ความสำเร็จในขั้นต้นก็เท่านั้นเอง
แต่นั่นก็ถือเป็นก้าวแรกที่ดีเป็นอย่างมากสำหรับถังเฟยหู่แล้ววิถีการฝึกตนของเขามักจะเชื่อมั่นในการสร้างรากฐานที่มั่นคงเป็นอย่างมากสำหรับในตอนนี้ที่เขาได้บรรลุเศษเสี้ยวของสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรหนึ่งในร้อยส่วนโดยพลังหนึ่งในร้อยส่วนนั้นได้แทรกซึมอยู่ภายในชั้นวิญญาณของร่างกายเขา
พลังสายเลือดเหล่านั้นได้ปรับเปลี่ยนพื้นฐานวิญญาณและปรับปรุงแก่นแท้แห่งวิญญาณของเขาชายหนุ่มได้ลุกขึ้นมาจากเตียงนอนของตนพร้อมทั้งโคจรลมปราณไปทั่วทั้งร่างเพื่อปรับลมปราณของตนเองในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่สามารถสังเกตเห็นถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปภายในตันเถียนดูเหมือนว่าเขาจะเข้าสู่ขอบเขตก่อเกิดขั้นหนึ่งระดับต่ำเป็นที่เรียบร้อยการปรับปรุงพื้นฐานชั้นวิญญาณทำให้การฝึกตนของเขาพัฒนาขึ้น
ถังเฟยหู่ได้เรียกอสรพิษมรกตออกมาจากห้วงวิญญาณของตนละอองปราณสีเขียวได้พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาจากนั้นละอองปราณเหล่านั้นได้ถูกฝ่ามือข้างขวาของเขารวบรวมเอาไว้และก่อรูปร่างเป็นอาวุธยาวชนิดหนึ่งในพริบตานั้นเองที่ปราณนั้นได้ก่อร่างขึ้นจนกลายเป็นทวนเล่มสีดำที่มีลวดลายคล้ายอัสนีสีขาวในมือของเขานี่ก็คืออาวุธจิตวิญญาณใหม่ของชายหนุ่มซึ่งมีนามว่าทวนกระดูกมังกรสายฟ้าอาคมที่แฝงอยู่ในทวนเล่มนี้ก็คืออาคมการปะทุของพลัง หากใช้ให้ถูกจังหวะก็จะเป็นการโจมตีที่ร้ายกาจเลยทีเดียวแต่ก็ต้องพึ่งความแม่นยำในการใช้เป็นอย่างมาก
ถังเฟยหู่ได้สะบัดทวนในมือออกไปทางด้านข้างในแนวขนานกับพื้นในพริบตานั้นเองเมื่อสายลมได้วาดผ่านทวนเล่มนั้นระหว่างที่ชายหนุ่มได้วาดทวนออกไปก็ได้บังเกิดเสียงแปลกประหลาดที่โหยหวนราวกับเสียงร้องของมังกรที่ดูออกจะน่ากลัวอยู่บ้าง
ชายหนุ่มนั้นรับรู้ตั้งแต่ตอนที่ซื้อทวนเล่มนี้มาแล้วว่ามันถูกประกอบขึ้นด้วยกระดูกคอของมังกรสายฟ้าสีดำในการสร้างเสียงแต่เสียงที่เกิดขึ้นมาจากทวนกระดูกมังกรสายฟ้าจะควบคุมยากเป็นอย่างมากอีกทั้งน้ำหนักที่มากมายของมันทำให้ทวนเล่มนี้เป็นสินค้าที่ขายไม่ออกเพราะระดับความยากในการควบคุม
วี้!! วี้!!!วี้!!!!
ซ้าย! ขวา! แทงขึ้น!
ถังเฟยหู่ได้วาดทวนออกไปหลากหลายกระบวนท่าเพื่อทำให้เกิดเสียงต่างๆออกมาเขาได้ทดลองควบคุมการสร้างเสียงของทวนก็ได้ทำให้เกิดเสียงร้องของมังกรที่แตกต่างกันเจ็ดเสียงตามศาสตร์แห่งดนตรีเขาได้จดจำรวมถึงวาดทวนออกไปในรูปแบบต่างๆเพื่อทดลองสร้างเสียงทั้งเจ็ดแบบออกมาโดยกระบวนท่าต่างๆ
ชายหนุ่มได้จดจำกระบวนท่าเหล่านั้นอย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียงหนึ่งวันก็สามารถจดจำท่าเหล่านั้นได้โดยสมบูรณ์แล้วแต่นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะตัวเขามีพื้นฐานความทรงจำแต่เดิมที่ดีมากอยู่แล้วจึงเป็นผลดีกับการฝึกฝนกระบวนท่า
ถังเฟยหู่ได้ขบคิดเกี่ยวกับการบรรเลงบทเพลงด้วยทวนในหัว“หากจะใช้ทวนเล่มนี้ผสานเข้ากับศาสตร์แห่งดนตรีโดยสมบูรณ์แบบคงต้องขอคำชี้แนะจากผู้อาวุโสที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสำนักคงจะให้ผลที่รวดเร็วกว่าการคลำทางเอาเองมากนักไม่ทราบว่าถ้าไปปรึกษาอาจารย์หยางจะได้รับคำชี้แนะไหมนะ….”
แต่เขาคิดได้เพียงเท่านั้นก็กลับส่ายหน้าออกมา “ไม่สิ…ที่ข้าควรจะทำในตอนนี้คือการปรับรากฐานสายเลือดของเจ้าสมุทร กุญแจสำคัญที่อาจทำให้การบ่มเพาะสายเลือดเป็นไปอย่างรวดเร็วสมควรที่จะเป็นเพลงทวนทัณฑ์มังกรนั่นเพราะครั้งแรกที่ร่างกายของข้าดูดกลืนสายเลือดนี้เข้ามาก็เพราะวิชานี้…มันน่าจะได้ผลนะ”
ครืนนนนน
ชายหนุ่มได้ควงทวนมือออกเป็นอย่างรวดเร็วเขาได้แทงทวนในมือออกไปแต่ความเร็วของมันก็ไม่ได้มากอย่างที่เขาตั้งใจเอาไว้ ในพริบตานั้นเองที่เขาได้โคจรกระตุ้นปราณมรณะจากมุกมารและใช้ออกด้วยเคล็ดกายหยาบมารแห่งหมึกปีศาจวังวนมารรอยสักมารได้ปรากฏขึ้นบนแขนทั้งสองข้างของเขาในพริบตาเดียว ในตอนนั้นเองที่ทวนทั้งสองในมือกลับรู้สึกเบาขึ้นอย่างมาก
กล้ามเนื้อของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของสัตว์อสูรที่ทำให้พลังกายของเขาเพิ่มมากขึ้นถึงแปดเท่าทวนในมือแปรเปลี่ยนเป็นรวดเร็วมากขึ้นและแทงออกอย่างรวดเร็วจนเห็นภาพติดตาของทวนจำนวนมากที่แทงออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง
เพลงทวนทัณฑ์มังกรหมื่นมังกรลงทัณฑ์!!
ในครานี้เขาได้ใช้กระบวนท่าหมื่นมังกรลงทัณฑ์ออกไปด้วยเคล็ดวิชาโคจรปราณและพยายามดึงพลังสายเลือดในร่างออกมาใช้พลังสายเลือดหนึ่งส่วนในชั้นวิญญาณถูกเรียกใช้ออกมาแต่ผลกลับตรงข้ามกับที่เขาหวังไว้พลังมายาปราณของกระบวนท่าที่สมควรปรากฏมังกรนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาโจมตี…แต่สิ่งที่ออกมาสมควรเรียกว่าเป็นงูมากกว่าจะเป็นระดับมังกรพลังโดยรวมยังไม่รุนแรงมากนัก
ถังเฟยหู่ได้หยุดมือลงและทำสีหน้าที่ดูไม่ได้อยู่บ้างเขาหัวเราะแห้งๆกับตัวเองเมื่อเห็นผลของการฝึกหลายเดือน “ดูเหมือนว่ายังฝึกไม่ดีพอนะพลังที่หลอมรวมในชั้นวิญญาณหนึ่งส่วนยังไม่เพียงพอกับการใช้เพลงทวนทัณฑ์มังกรให้มีประสิทธิภาพแต่การใช้วิชานี้บ่อยครั้งก็อาจมีส่วนช่วยในการบ่มเพาะสายเลือดในชั้นวิญญาณได้เช่นกันแต่วิธีที่ทำให้การฝึกสำเร็จอย่างรวดเร็วมากที่สุดก็คือจะต้องมีปัจจัยหนึ่งมาเกี่ยวข้องเสมอซึ่งข้าก็พิสูจน์ด้วยตนเองมาแล้ว…นั่นก็คือความเป็นตายเมื่อการฝึกของข้าเฉียดใกล้ความตายมากเท่าใดก็มักจะให้ผลที่น่าประทับใจทุกครั้ง ถ้าหากจะหาทางฝึกกระบวนท่าของเพลงทวนทัณฑ์มังกรให้เฉียดใกล้ความตายก็นับว่ายากนักไม่เหมือนกับวิชาฝ่ามือมังกรอัสนีที่ดึงดูดเอาสายฟ้าให้ผ่าใส่ร่าง วิชานี้ยังไม่สามารถแสดงพลังได้มากพอถ้าเป็นไปได้มากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการใช้ในการต่อสู้จริง…”
ถังเฟยหู่คิดอย่างหนักเกี่ยวกับวิธีที่ทำให้เขาได้รับการต่อสู้ที่แท้จริงหากทำแค่ประลองฝีมือกับศิษย์พี่น้องก็อาจจะไม่ได้ผลมากนัก เพราะอย่างไรหากอันตรายจนเกินไปก็อาจทำให้อีกฝ่ายหยุดมือลงก็ได้…แต่ในตอนนั้นเองที่เขาได้คิดถึงใครบางคนขึ้นมาคนผู้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่หลิน ศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นเยาว์ของตำหนักที่สี่!
ในคราก่อนอีกฝ่ายโจมตีเขาอย่างรุนแรงเพราะเผลอสนุกไปกับการต่อสู้มากไปหากเขาได้ประลองกับอีกฝ่ายอย่างจริงจังอีกครั้งอาจทำให้ฝีมือทวนของเขาก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วก็ได้ลู่หลินนับว่าเป็นตัวเลือกที่ดี หรือไม่เขาก็อาจจะสามารถรับภารกิจกำจัดสัตว์อสูรจากหอภารกิจของสำนักได้ใช้การต่อสู้กับสัตว์อสูรเหล่านั้นเพื่อขัดเกลาเพลงทวนของตนให้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถังเฟยหู่มองทวนในมือพร้อมกับสำรวจห้องของตนเองหากเขายังคงฝึกเพลงทวนต่อไปในห้องพักอาจจะไม่สะดวกมากนัก กระบวนท่าที่ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวมากมายก็อาจจะพอทำได้แต่หากเป็นกระบวนท่าที่เคลื่อนไหวและใช้พื้นที่มากก็อาจจะทำให้ทวนของเขาถูกขัดขวางด้วยขนาดของห้องพัก
เขาได้ตัดสินใจที่จะย้ายที่ฝึกวิชาชั่วคราวชายหนุ่มได้สลายทวนกระดูกมังกรสายฟ้าและเก็บกลับเข้าสู่ห้วงวิญญาณของตน เขาได้เปิดบานประตูห้องของตนออกและก้าวเดินไปเพื่อตามหาสถานที่เหมาะสมกับการฝึกวิชา
ชายหนุ่มได้เดินไปตามทางจนถึงลานฝึกวิชาของตำหนักที่หก ที่แห่งนั้นได้มีเหล่าศิษย์พี่ของตำหนักฝึกวิชาอยู่ส่วนมากแนวทางของตำหนักที่หกจะเป็นความเชี่ยวชาญในศาสตร์ดนตรีเสียมาก จะมีบางส่วนที่ฝึกวรยุทธ์โดยทั่วไปของสำนักศิษย์พี่เหล่านั้นเชี่ยวชาญในศาสตร์วรยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับธาตุวายุและวรยุทธ์ที่เน้นไปที่ความรวดเร็วเป็นแนวทางการฝึกคู่กับลมปราณวายุของสำนักโดยแท้จริง มีบางส่วนที่ฝึกวิชาประจำตัวรวมถึงวิชาของตระกูลเช่นกัน
แต่เพลงทวนทัณฑ์มังกรที่เขาต้องการจะฝึกนั้นเป็นแนวทางที่แข็งกร้าวอีกทั้งยังใช้เนื้อที่ในการฝึกที่มากกว่าคนอื่นเพราะเป็นวรยุทธ์ประเภทอาวุธยาวอีกด้วยชายหนุ่มได้ลูบคางของตนพลางคิดในใจไปด้วยถึงผลได้ผลเสียต่างๆ แต่เขาเลือกที่จะไม่ฝึกวิชาในลานฝึกของตำหนักเพราะอาจจะเป็นการรบกวนศิษย์พี่คนอื่นมากจนเกินไป
ถังเฟยหู่เลือกที่จะเดินจากไปแทนเขาได้เดินออกไปจากตำหนักที่หกโดยผ่านสระบัวขนาดใหญ่ซึ่งล้อมรอบตำหนักแห่งนี้เอาไว้อยู่เมื่อผ่านพ้นสระบัวไปก็เป็นพื้นที่อันเงียบสงบและเต็มไปด้วยต้นไม้และกลิ่นอายธรรมชาติสูงล้ำ
ชายหนุ่มได้หันไปสำรวจรอบด้านเขาพบว่าสถานที่แห่งนี้นับว่าเหมาะสมกับการฝึกวิชายิ่ง อีกทั้งยังอยู่เพียงด้านหน้าตำหนักก็เท่านั้นสามารถไปกลับได้อย่างง่ายดาย เงียบสงบและไม่มีผู้ใครรบกวนรวมถึงไม่รบกวนผู้ใดอีกด้วย
ในพริบตานั้นเองที่เขาได้กระตุ้นละอองปราณสีเขียวออกจากห้วงวิญญาณเขาได้แปรสภาพจิตวิญญาณอสรพิษมรกตให้กลายเป็นทวนกระดูกมังกรสายฟ้า ในตอนนั้นเองที่เขาสามารถสัมผัสได้ถึงน้ำหนักอันมหาศาลของทวนในมือเขาได้โคจรบมปราณมรณะเพื่อใช้ออกด้วยเคล็ดกายหยาบมาร
ผิวหนังบนแขนทั้งสองของเขาได้ปรากฏลวดลายวังวนของหมึกปีศาจวังวนมารขึ้นพลังกายของเขาได้เพิ่มขึ้นกว่าแปดเท่า น้ำหนักทวนในมือพลันรู้สึกเบาขึ้นกว่าเดิมไม่สิสมควรจะเรียกว่าเป็นเพราะเขามีพลังกายมากขึ้นกว่าเดิมมากจึงทำให้รู้สึกเบาขึ้น
มือของเขาพลันออกแรงควงทวนไปมาสลับระหว่างมือขวาและมือซ้ายเขาได้ร่ายรำกระบวนท่าต่างๆออกมาเพื่อเพิ่มความชำนาญ อีกทั้งยังเพื่อฝึกพลังกายของตนให้รองรับกับน้ำหนักมหาศาลของทวนเล่มนี้หากเทียบกับครั้งที่ใช้ทวนกระดูกมังกรสายฟ้านับว่าในตอนนี้เขาได้ใช้ความช่วยเหลือจากเคล็ดกายหยาบมารในการรองรับน้ำหนักของทวนเล่มนี้เก้าในสิบส่วนเขาพยายามที่จะลดการใช้ลงเรื่อยๆเพื่อหวังว่าจะสามารถใช้ทวนเล่มนี้ได้ด้วยกำลังกายของตนเพียงอย่างเดียวทั้งความชำนาญและพลังกายของเขาถูกเพิ่มพูนเรื่อยๆทุกครั้งที่ขยับเพลงทวนกระบวนท่าต่างๆออกมา
แต่ในตอนนั้นเองที่ชายป่าก่อนมาถึงลานกว้างหน้าสระบัวที่ตรงนั้นได้มีชายชราคนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ในมือของชายชราได้มีคันเบ็ดตกปลาที่ทำจากไม้ไผ่พาดไว้บนไหล่บนหัวของเขาสวมไว้ด้วยหมวกฟางใบหนึ่งไว้
ชายชราเฝ้ามองถังเฟยหู่อยู่นานแล้วเดิมทีบริเวณสระบัวของตำหนักที่หกเป็นสถานที่พักผ่อนของชราชราผู้นี้ที่มักจะชอบมานั่งตกปลาเล่นอยู่เสมอเมื่อมีเวลาว่างนั่นเพราะตำหนักที่หกเป็นสถานที่ซึ่งเป็นของพี่ชายของเขาอาศัยอยู่สองพี่น้องมักจะร่วมกันตกปลาและพูดคุยกันในสถานที่แห่งนี้เสมอมา
“ศิษย์ของเจ้าก็น่าสนใจดีนะเฟยเทียน”ชายชราถือคันเบ็ดได้เอนหลังและพิงไปยังต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เบื้องหลังเขาได้เงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นไม้บนกิ่งก้านสาขาหนึ่งของต้นไม้ต้นนั้นได้มีชายชราอีกคนนั่งอยู่บนนั้น ชายชราบนต้นไม้นั่นก็คือหยางเฟยเทียนผู้เป็นเจ้าตำหนักที่หกแห่งนี้อีกด้วย
เช่นนั้นแล้วชายชราผู้ถือคันเบ็ดนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากน้องชายของหยางเฟยเทียนซึ่งมีนามว่าหยางปินชายชราหยางปินได้เฝ้ามองถังเฟยหู่อย่างสนใจ หยางเฟยเทียนได้กล่าวออกมา “ศิษย์คนนี้ดูเหมือนว่าจะชอบทำอะไรคนเดียวเสมอมาทุกครั้งในตอนบรรยายและสอนวิชาให้แก่ศิษย์ในตำหนัก…เขาไม่เคยมาสักครั้ง”
“ฮ่าๆๆๆๆ!” หยางปินหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ข้าละชอบจริงๆ มีคนที่ไม่สนใจฟังเจ้าสอนสั่งเฟยเทียนผู้ยิ่งใหญ่ที่ศิษย์จำนวนมากต้องการให้สั่งสอนแม้แต่ศิษย์ภายนอกตำหนักยังลักลอบมาฟังเจ้าสอน แต่ศิษย์ของเจ้าเองกลับไม่เคยมาฟังเจ้าสอนนี่มันน่าหัวเราะมากยิ่งนัก ฮ่าๆๆๆ” หยางปินหัวเราะจนตัวโยนใส่พี่ชายของตนเอง
แต่หยางเฟยเทียนกลับหาได้ถือสาเอาความไม่เขาก็เพียงแต่ร่วมหัวเราะไปกับน้องชาย สิ่งที่หยางปินพูดก็ไม่ผิดเท่าไหรนักหยางปินยังคงมองถังเฟยหู่ร่ายรำเพลงทวนต่อไปอย่างสนใจ ดวงตาสีทองคำของเขาจับจ้องไปยังกระบวนท่าแต่ละท่าของถังเฟยหู่ในฐานะที่เขาฝึกเพลงทวนเช่นกันจึงสามารถมองออกถึงความลึกล้ำของเพลงทวนที่ถังเฟยหู่กำลังฝึกอยู่แต่นี่ก็เหมือนกับให้เด็กสามขวบมานั่งทำข้อสอบจอหงวนไม่มีผิดเด็กตรงหน้านี้ไม่มีพื้นฐานเพลงทวนแต่กลับต้องการฝึกเพลงทวนอันลึกล้ำ
“สนใจเขาเช่นนั้นเหรอ?” หยางเฟยเทียนเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ
หยางปินยิ้มเล็กน้อย“ถ้าหากข้าชี้แนะเขาเพียงสักเล็กน้อยเจ้าคงไม่ว่าข้าหรอกนะที่มายุ่งกับศิษย์ของเจ้า”หยางเฟยเทียนเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าว “อาปินเจ้าจะทำอะไรก็ทำเถอะ ถังเฟยหู่เป็นศิษย์ในสำนักไม่ว่าอาจารย์คนไหนจะสั่งสอนเขาก็ย่อมได้ทั้งนั้น นั่นเพราะพวกเราล้วนแต่เป็นอาจารย์ของพวกศิษย์ทั้งหลายเช่นเดียวกัน”
หยางปินพยักหน้าอย่างเข้าใจและในพริบตาเดียวนั้นเองที่ร่างของเขาได้จางหายไปจากต้นไม้นั้นในตอนนั้นเองที่หยางปินได้ไปปรากฏร่างอยู่เบื้องหลังของถังเฟยหู่อย่างลี้ลับโดยที่เด็กหนุ่มไม่สามารถรับรู้ถึงการคงอยู่ของชายชราได้แม้แต่น้อย
ฟุ้บบบบ
หยางปินได้วาดคันเบ็ดในมือของตนออกไปคันเบ็ดแหวกอากาศและตวัดไปในแนวขวางเข้าสู่ร่างของถังเฟยหู่ในสายตาของชายหนุ่มได้ปรากฏเงาของคันเบ็ดฟาดเข้ามาอย่างรวดเร็วจนแทบตั้งรับไม่ทันเขาได้ฝืนยกท้ายด้ามทวนขึ้นด้านบน อีกมือหนึ่งกดปลายทวนลงด้านล่างทวนในมือถูกตั้งรับเป็นแนวทแยงเบื้องหน้าเพื่อป้องกัน
คันเบ็ดนั่นฟาดใส่ทวนของถังเฟยหู่อย่างถนัดถนี่จากนั้นหยางปินจึงได้ตวัดมือเรียกคันเบ็ดในมือของตนกลับมา “เจ้าหนุ่มคิดจะมาแย่งสถานที่ตกปลาของข้าหรืออย่างไรดูสิเจ้าทำปลาในสระบัวตื่นตกใจจนว่ายน้ำหนีไปเสียหมดแล้ว”
ถังเฟยหู่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้ประสานมือและก้มหัวลงขอโทษผู้อาวุโสตรงหน้าในทันทีในใจเขาเองก็รู้สึกผิดเช่นกัน “ศิษย์ต้องขอโทษอาจารย์ลุงด้วยศิษย์ไม่ทราบว่าสถานที่นี้เป็นที่ตกปลาของท่าน ศิษย์เพียงแต่กำลังหาสถานที่สงบเงียบเพื่อลองฝึกฝนวิชาเช่นนั้นศิษย์จะขอย้ายสถานที่เดี๋ยวนี้”
แต่หยางปินกลับยกมือขึ้นห้ามปรามอีกฝ่ายไว้“ช่างเถอะๆ ไหนๆปลาก็หนีหายไปหมดแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็มาเป็นปลาให้ข้าเล่นสนุกแล้วกันฮ่าๆๆ” ในพริบตานั้นเองที่หยางปินตวัดมือวาดคันเบ็ดในมือออกไปฟาดใส่ร่างกายของถังเฟยหู่ชายหนุ่มได้ตั้งรับอย่างรวดเร็วจนไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธแม้แต่น้อย
เปรี้ยงงงง!!
คันเบ็ดไม้ไผ่ฟาดเข้าใส่ทวนกระดูกมังกรสายฟ้าอย่างเต็มแรง แต่ในทันทีที่คันเบ็ดไม้ไผ่ได้ฟาดใส่หยางปินก็ได้ใช้แรงสะท้อนจากการปะทะนั้นในการส่งและหมุนพลิกตัวกลับหลังและวาดคันเบ็ดไม้ไผ่ไปในแนวขวางไม้ไผ่พุ่งไปอย่างรวดเร็วและฟาดเข้าใส่ลำตัวของชายหนุ่มอย่างถนัดถนี่!
แต่ความเจ็บที่ชายหนุ่มได้รับกลับไม่มากเท่าไหรนักนั่นเพราะหยางปินใช้เพียงแต่กำลัง มิได้ใช้ออกด้วยพลังปราณอันลึกล้ำอันใดชายชราได้ออกกระบวนท่าอีกหลากหลายเพื่อจู่โจมชายหนุ่มแต่กระบวนท่าส่วนมากเป็นเพียงการจู่โจมโดยพื้นฐานทั่วไปของวิชาทวนแต่เมื่ออยู่ในมือของหยางปินกลับแสดงความพลิกแพลงได้หลากหลายยิ่งนักหนึ่งกระบวนท่าธรรมดาสามารถพลิกแพลงจู่โจมและพลิ้วไหวดุจดั่งสายน้ำ
ถังเฟยหู่นับว่าได้เปิดหูเปิดตายิ่งนักชายหนุ่มเริ่มจะเข้าใจในเจตนาของอาจารย์ลุงซึ่งไม่รู้จักตรงหน้าว่าต้องการที่จะสอนสั่งวิชาให้แก่ตนเขาจึงได้ตั้งใจและพยายามซึมซับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะถ่ายทอดให้แก่เขา เขายังขาดความรู้และเคล็ดความพลิกแพลงพื้นฐานของวิชาทวนอีกมากนี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังต้องการพอดี
ชายชราได้แทง ตวัด ฟาด ฟันคันเบ็ดไม้ไผ่ในมือออกไปจนทิ้งภาพติดตาไว้ในอากาศอย่างลายตาแม้ชายหนุ่มจะฝืนรับกระบวนท่าเหล่านั้นได้บ้างแต่เมื่อชายชราเพียงบิดข้อมือเพียงเล็กน้อยหรือทำการขยับแขนและการวางเท้าเพียงนิดเดียวก็ได้ทำให้กระบวนท่าของชายชราเปลี่ยนผันไป
กระบวนท่าที่ชายชราได้แสดงออกมาล้วนเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความพลิกแพลงที่สูงล้ำเป็นอย่างมากเพียงหนึ่งการแทงคันเบ็ดไม้ไผ่ก็สามารถเปลี่ยนท่าเหล่านั้นให้กลายเป็นอีกกระบวนท่าได้อย่างง่ายดายหรือแม้แต่การตวัดฟันคันเบ็ดขึ้นด้านบนซึ่งชายหนุ่มสามารถหลบได้แต่ชายชรากลับพลิกตัวหมุนและใช้ลำตัวของตนในการผลักดันคันเบ็ดให้ฟาดไปในด้านข้างอย่างรวดเร็วใส่ชายหนุ่ม!
จากนั้นหยางปินได้ตวัดมือและหมุนควงคันเบ็ดไม้ไผ่ในมือชายชราได้อาศัยแรงเหวี่ยงของคันเบ็ดและแทงไม้ไผ่นั้นออกไป ร่างของหยางปินเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วและพุ่งผ่านร่างของชายหนุ่มไปปลายคันเบ็ดไผ่ได้แทงหน้าอกของชายหนุ่มในช่องว่างเสี้ยวพริบตาเดียวที่ชายหนุ่มขยับตัวและวาดทวนการโจมตีของชายชราได้บังเกิดขึ้นพร้อมกับรอยร้าวที่ปริแตกไปทั่วทั้งคันเบ็ดไม้ไผ่
ในตอนนั้นเองที่หยางปินได้ออกแรงบิดข้อมือของตนออกคันเบ็ดไผ่ถูกบิดเป็นเกรียวและแตกออกเป็นเส้นๆพร้อมกับส่งแรงกระแทกใส่หน้าอกของชายหนุ่มจนกระเด็นไปด้านหลังห้าก้าวหยางปินเห็นเช่นนั้นจึงได้หยุดมือลงและหันไปมองชายหนุ่มที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ชายชราได้เดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มก่อนที่จะก้มลงมองอีกฝ่าย
หยางปินเผยรอยยิ้มออกมา“เป็นเช่นไรบ้างปลาน้อย วันนี้แหวกว่ายไปมาในสระน้ำอย่างสนุกสนานหรือไม่ฮ่าๆๆ” ชายชราได้ยื่นมือออกมาเพื่อฉุดร่างของถังเฟยหู่ให้ลุกขึ้นชายหนุ่มได้ยื่นมือกลับไปอย่างง่ายดายเมื่อลุกขึ้นแล้วชายหนุ่มได้ปัดฝุ่นที่เปื้อนตัวอยู่ก่อนที่จะประสานมือคาราวะเพื่อขอบคุณอีกฝ่าย
“ขอบคุณอาจารย์ลุงที่สั่งสอน” ชายหนุ่มประสานมือเพื่อขอบคุณอีกฝ่าย
ชายชราได้ยื่นนิ้วออกมาและแตะไปยังหน้าผากของชายหนุ่มจากนั้นจึงได้ถ่ายทอดความทรงจำบางอย่างออกไป จากนั้นหยางปินจึงได้หันหลังกลับและเดินจากไปในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่กำลังจะเรียกอีกฝ่าย แต่ในตอนนั้นเองที่ร่างกายของหยางปินได้จากหายไปจากสายตาของชายหนุ่มเสียแล้ว
“ไม่ทราบว่าอาจารย์ลุงท่านนี้เป็นใครกันแน่…แต่คิดว่าอาจจะได้พบกันอีกในสักวันหนึ่ง ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณคำชี้แนะของอาจารย์ลุงท่านนี้เป็นอย่างมาก” ชายหนุ่มได้หันไปมองยังทิศทางที่หยางปินเดินจากไปและได้ประสานมือคาราวะอีกครั้งเพื่อเป็นการขอบคุณและทำความเคารพอีกฝ่าย
ชายหนุ่มได้หลับตาลงเพื่อสำรวจสิ่งที่หยางปินได้มอบให้แก่เขาในห้วงแห่งความทรงจำของเขาได้ปรากฏชุดวิชาหนึ่งของสำนักขึ้น นั่นก็คือวิชาเพลงทวนสำเนียงสวรรค์ซึ่งเป็นวรยุทธ์ระดับห้าซึ่งผสานศาสตร์แห่งทวนและดนตรีเข้าไว้ด้วยกัน
ถังเฟยหู่รู้สึกดีใจจนเผยรอยยิ้มออกมา“วิชานี้ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก! แม้ความลึกล้ำยังไม่เทียบเท่ากับเพลงทวนทัณฑ์มังกรแต่หากเทียบกันแล้ว…วิชานี้คือวิชาที่เหมาะสมกับการฝึกฝนเพื่อปูรากฐานวิชาทวนมากกว่านัก!” ชายหนุ่มได้เดินเข้าไปหลบยังชายป่าด้านข้างและนั่งลงใต้ต้นไม้หนึ่ง
เขาได้หลับตาลงและทำสมาธิเพื่อทำการศึกษาเพลงทวนสำเนียงสวรรค์โดยละเอียดภายในวิชานี้แฝงเอาไว้ด้วยศาสตร์ดนตรีของวิชาขลุ่ยซึ่งผสานเข้ากับวิชาทวนอันลึกล้ำเช่นกระบวนท่าหนึ่งซึ่งมีชื่อว่ามังกรหลอนวิญญาณ วิชานี้ผสานกระบวนท่าทวนเข้ากับบทเพลงหลอนวิญญาณของสำนัก
แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของวิชานี้คืออาวุธที่จำเพาะเจาะจงเช่นเดียวกับศาสตร์แห่งดนตรีซึ่งจะแสดงอานุภาพได้ด้วยเครื่องดนตรีวิชานี้ก็เช่นกันมันจะสามารถแสดงพลังอันแท้จริงได้ก็ต่อเมื่อใช้ออกด้วยทวนชนิดพิเศษซึ่งผสานเข้ากับขลุ่ยทุกการร่ายรำทวนพิเศษนี้จะทำให้เกิดเสียงเหมือนดั่งการเป่าขลุ่ย
อย่างหยางปินเองก็มีอาวุธประจำตัวเป็นทวนมังกรเจ็ดเสียงคำรามซึ่งใช้คู่กับวิชาทวนนี้โดยเฉพาะซึ่งในจุดนี้นับว่าไม่มีปัญหาอันใดเพราะทวนกระดูกมังกรสายฟ้าเองก็มีส่วนที่สร้างจากกระดูกคอของมังกรสายฟ้าสีดำซึ่งสร้างเสียงที่แตกต่างกันออกมาได้ด้วยการควบคุมอันชำนาญมากพอเพื่อสร้างเสียงเพลง
ในด้านของอาวุธและพื้นฐานของศาสตร์ดนตรีประเภทขลุ่ยนับว่าถังเฟยหู่มรความสมบูรณ์พร้อมอยู่หลายส่วนขาดเพียงแต่พื้นฐานและเคล็ดความพลิกแพลงของการใช้ทวนซึ่งต้องใช้เวลาในการซึมซับสิ่งที่อาจารย์ลุงผู้ลึกลับพยายามจะสอนเขาชายหนุ่มได้ศึกษาวิชาเพลงทวนนี้โดยละเอียดอีกทั้งยังลุกขึ้นมาฝึกขั้นพื้นฐานต่างๆของวิชาทวนเพื่อเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดไปในการใช้ทวนหลังจากผ่านพ้นไปถึงหนึ่งเดือนนับว่าเขามีความก้าวหน้าในการใช้เพลงทวนขึ้นมากนัก
หลังจากการใช้ทวนที่มีน้ำหนักมหาศาลนี้อย่างต่อเนื่องกว่าหนึ่งเดือนทำให้เขาลดพลังกายที่ได้จากเคล็ดกายหยาบมารลงจนมาอยู่ที่ประมาณเจ็ดส่วนอีกสามส่วนล้วนแบกรับด้วยกำลังแขนของตนเอง ชายหนุ่มหวังว่าเขาจะสามารถยกทวนเล่มนี้ได้ด้วยกำลังของตนเองเพียงอย่างเดียวในเร็ววัน…