เปล้งเปล้ง!
นายน้อยตระกูลไป๋หลงเงี่ยหูฟังเสียง เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงกระทบกันของเหล็กดังมาจากภายในตระกูลม่อจึงพอคาดการณ์ได้ว่าคนคุ้มกันของตระกูลม่อพบเจอคนของเขาที่ส่งเข้าไปราดน้ำมัน
ยังไม่มีการจุดไฟเผาก็เพราะว่ามันจะเป็นคนลงมือในขั้นตอนสุดท้ายนี้เอง ตระกูลม่อจะต้องกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยมือของมัน
ร่างของชายสวมชุดดำกระโจนขึ้นเหยียบกำแพง ในมือของพวกเขาถือดาบและกระบี่ ยังไม่มีใครกระโจนลงมาเพราะคนที่ขึ้นไปบนกำแพงพยายามสกัดไม่ให้คนคุ้มกันของตระกูลม่อตามขึ้นมาได้
“ นายน้อย รีบจุดไฟเร็วเข้า! ” ท่าทางเหนื่อยหอบแสดงผ่านน้ำเสียงข้ารับใช้ มันลงมาจากกำแพงแล้วปล่อยให้ส่วนที่เหลือรับมือกับคนจากตระกูลม่อ
“ เกิดสิ่งใดขึ้น เหตุใดเจ้าถึงดูเหน็ดเหนื่อย แค่คนคุ้มกันระดับก่อกำเนิดลมปราณไม่น่าจะทำให้พวกเจ้าวิ่งหนีเช่นนี้ได้ ”
“ นายน้อย คนคุ้มกันเป็นระดับปราณไหลเวียนแล้ว พ่อบ้านตระกูลม่อก็ยังเป็นระดับปราณไหลเวียนแล้วเช่นกัน พวกข้าจึงรีบหนีตามที่ท่านสั่ง ”
“ เช่นนั้นรึ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเผามันแล้วหนีไปจากที่นี่ ”
เทียนอวี้มองไปบนกำแพงที่กำลังเกิดการต่อสู้ ผู้ฝึกยุทธ์สวมใส่ชุดสีดำกำลังใช้วรยุทธ์ท่าเท้าทรงตัวบนกำแพงคอยรับมือไม่ให้คนจากตระกูลม่อข้ามมา
มือขวาคว้าไปยังกระบอกเล็กๆเท่าหัวนิ้วมือ มันคือชุดไฟที่ใช้สำหรับจุดไฟในช่วงเดินป่า เมื่อเปิดฝาแล้วแกว่งไปบนอากาศไม่กี่ครั้ง สะเก็ดไฟในกระบอกก็เริ่มส่องสว่างเกิดเป็นเปลวไฟ
พ่อบ้านหวางที่สังเกตเห็นไฟจากใต้กำแพงรีบเตือนลุงหาน อีกฝ่ายจะจุดไฟเผาแล้ว แม้ชุดไฟจะมีขนาดเล็ก ชายชุดดำเหล่านี้ได้ราดน้ำมันไปทั่วแล้ว มันจึงสามารถเผาตระกูลม่อได้ทั้งตระกูล
“ บอกคุณหนูของพวกเจ้าให้หาที่อยู่ใหม่เสียเถอะ คืนนี้มันจะไม่เหลืออยู่อีกต่อไป ลาล่ะ ”
ชุดไฟโยนข้ามกำแพงไปยังหลังคาบ้านหลังหนึ่ง เพียงแต่ว่าตำแหน่งนั้นไม่มีน้ำมันจึงไม่ทำให้เกิดไฟลุกไหม้
เทียนอวี้เห็นเช่นนั้นจึงหันไปเตะข้ารับใช้แล้วบังคับให้มันนำชุดไฟของตนเองมาให้ตน
“ พวกแกราดน้ำมันไปที่ใดบ้าง ”
“ นายท่าน ถ้าท่านโยนไปยังเรือนหลังนั้นมันจะลุกเป็นไฟ ”
แสงของพระจันทร์ยังพอให้มองเห็นคราบสีดำจากน้ำมันที่ราดลงไปบนหลังคา นายน้อยเที่ยนอวี้จึงขว้างชุดไฟไปยังจุดที่มีคราบน้ำมัน
พ่อบ้านหวางกลับควักมีดออกมาจากในมือแล้วโยนมันเข้าไปขวางทำให้ชุดไฟตกก่อนจะไปถึงจุดที่ราดน้ำมัน
“ บ้าจริง เจ้าสารเลวนี่ขัดขวางข้า เอามันมาให้ข้าอีก ”
เทียนอวี้เตะคนรับใช้แล้วบอกให้นำชุดไฟอันใหม่มา มันจึงรีบไปยังกำแพงที่มีการต่อสู้แล้วบอกให้ชายสวมชุดสีดำนำชุดไฟของตนเองมาให้ตนก่อนจะรีบนำมาให้นายน้อย
เทียนอวี้รับชุดไฟมาถือเอาไว้ในมือแล้วแกว่งมันอีกครั้งจนทำให้เกิดเปลวไฟ มันจึงโยนไปยังจุดเดิมที่มีคราบน้ำมัน ครั้งนี้มันเชื่อว่าไม่มีใครขวางชุดไฟได้แน่นอน
“ ลุงหาน ข้าออกจากที่นี่ไม่ได้ ”
พ่อบ้านหวางถูกปิดล้อม เขามีมีดเพียงเล่มเดียว ภายในมือเหลือเพียงแค่ดาบ หากโยนออกไปอาจจะทำให้ตัวเองตกตายได้จึงขอให้ลุงหานช่วย
เพียงแต่ว่าลุงหานพกดาบมาหนึ่งเล่ม เขาไม่สามารถโยนออกไปได้เช่นกัน พ่อบ้านหวางเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจขว้างดาบออกจากมือไปยังชุดไฟแล้วพยายามหลบการโจมตีที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง อย่างน้อยเขาก็หวังว่าดาบที่ขว้างปาออกไปจะหยุดชุดไฟไม่ให้ลุกไหม้
“ เจ้าสารเลว ไปเอาชุดไฟมาให้ข้าอีก! ”
เทียนอวี้รู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ชุดไฟถูกขัดขวาง 2 ครั้ง 2 ครา มันจึงโยนชุดไฟกระบอกที่ 3 เข้าไปใหม่ ครั้งนี้มันมั่นใจว่าไม่มีใครขัดขวางได้แน่นอนเพราะพ่อบ้านที่ขว้างมีดและดาบออกจากมือถูกแทงจนร่วงตกลงจากกำแพงแล้ว สภาพคงไม่ต่างจากตายเพราะถูกดาบแทงตามร่างกายเกือบจะทั่วทุกแห่ง
แต่แล้วชุดไฟที่ 3 กลับถูกรองเท้าสานกระแทกจนร่วงตกลงไปบนพื้น มันเป็นฝีมือของคนคุ้มกันที่พยายามต่อสู้กับข้ารับใช้ของมัน
“ เผาเลย ใครที่มีชุดไฟนำออกมาเผาเสีย ข้าไม่อยากเห็นตระกูลม่ออีกต่อไปแล้ว! ”
เทียนอวี้โกรธเป็นอย่างมาก มันไม่ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นคนเผาหรือใครก็ตามที่เป็นคนเผา สุดท้ายตระกูลม่อก็จะกลายเป็นกองเพลิง
ผู้ที่มีชุดไฟจึงควักออกมาขว้างปาไปยังมุมต่างๆ ต่อให้ลุงหานจะพยายามถอดรองเท้าข้างที่เหลือหรือโยนขวดน้ำเต้าเข้าสกัด เขาก็ไม่สามารถขัดขวางชุดไฟได้ทั้งหมดจนมีชุดไฟกระบองหนึ่งหล่นลงไปบนพื้นที่มีน้ำมันราด เพียงพริบตาเท่านั้นเปลวไฟสีแดงก็ได้โหมกระหน่ำลุกไหม้สร้างแสงสว่างไปทั่วตระกูลม่อ
“ ถอย! ”
เพียงคำพูดสั้นๆ ชายชุดดำต่างก็รีบวิ่งหนีออกไปจากตระกูลม่อ ทิ้งคนคุ้มกันเอาไว้ให้ยืนนิ่งอยู่กับกองเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ
ลุงหานไม่มีเวลาสนใจสิ่งอื่น เขาล้มเลิกที่จะตามชายชุดดำ เปลวไฟกำลังลุกลามไปยังส่วนต่างๆ เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปทำลายรอยน้ำมันบนพื้นดินที่จะเชื่อมไปยังเรือนหลังต่างๆ อย่างน้อยการขุดดินบางส่วนออกหรือการพังกำแพงบางส่วนออกไปพอจะตัดเส้นทางน้ำมันไม่ให้เพลิงไหม้กระจายตัวได้รวดเร็วเกินไป
“ เกิดสิ่งใดขึ้นเช่นนั้นหรือเจ้าคะ ”
ยี่ยี่ลุกออกจากเตียงด้วยท่าทางง่วงนอน เธอรอคุณหนูกลับแต่ก็ไม่คิดว่าจะหลับไปอีกแล้ว เสียงปลุกเมื่อครู่ทำให้ตื่น เธอจึงอยากรู้ว่าพ่อบ้านหวางหรือลุงหานเป็นคนเรียก
เพียงแต่ว่าเธอกลับขยี้ตารัวๆ ประตูห้องที่เปิดอ้าออกเผยให้เห็นเปลวไฟสีแดงร้อน ไม่ว่าจะมองไปมุมใดของตระกูลม่อล้วนแล้วเต็มไปด้วยเปลวไฟ
“ แย่แล้วเจ้าค่ะ ไฟไหม้ ไฟกำลังไหม้! ”
น้ำเสียงเล็กแหลมส่งออกมาจากยี่ยี่ เธอตกใจกับเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ท่วมสูงหลังคา เสียงก่อนหน้าคงจะเป็นการปลุกให้เธอตื่นมาช่วยดับไฟ
สองเท้าเล็กๆค่อยๆวิ่งไปยังบ่อน้ำพยายามตักน้ำขึ้นมาราดเรือนที่กำลังถูกไฟเผา ในระหว่างนี้เธอก็รีบมองหาพ่อบ้านหวางและลุงหาน พบเพียงแค่ลุงหานที่กำลังวิ่งไปรอบๆใช้เท้าทุบทำลายกำแพงและผนังเรือนบางส่วน
“ ลุงหานเจ้าคะ เพลิงมาจากที่ใดกันเจ้าคะ! ”
“ มีคนวางเพลิง รีบนำน้ำไปรดรอบๆเรือนคุณหนูเร็วเข้า ที่อื่นเอาไว้ก่อน ”
“ พ่อบ้านหวางล่ะเจ้าคะ ”
“ เขาถูกฟัน ตอนนี้ข้าไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย รีบดับไฟก่อนเร็วเข้า! ”
ดวงตาของยี่ยี่เบิกกว้างเมื่อรู้ว่าพ่อบ้านหวางถูกฟัน
“ ยี่ยี่ ดับไฟก่อน ”
สติกลับมาในทันทีหลังจากถูกลุงหานเรียกชื่อ ยี่ยี่จึงรีบตักน้ำขึ้นจากบ่อนำไปรดรอบๆเรือนของคุณหนูพร้อมกับเก็บของสำคัญ
“ แม่นมหลิงล่ะเจ้าคะลุงหาน ”
“ นางไปที่ว่าการ ป่านนี้คงจะถึงแล้วรีบรดน้ำเร็วเข้า ”
เปลวไฟสีแดงส่องสว่างไปทั่วเมืองชุยฉานในช่วงค่ำ มันได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่ยังไม่นอนให้หันมองไปยังต้นกำเนิดของเปลวไฟ
“ ท่านผู้ว่าการ ข้ามาจากตระกูลม่อ มีคนวางเพลิงตระกูลม่อ ช่วยพวกเราด้วย ท่านผู้ว่าการ พวกท่านได้ยินข้าหรือไม่! ”
แม่นมหลิงมาถึงที่ว่าการ เธอไม่รอช้าอ้าปากร้องตะโกนสุดเสียง ต่อให้เธอจะเป็นคนไม่ค่อยใช้เสียงพูด ครั้งนี้เธอกลับไม่คิดจะเก็บเสียงเอาไว้อีก ตระกูลม่อกำลังถูกไฟเผา ทันทีที่เธอหันมองไปยังทิศที่ตระกูลม่อตั้งอยู่ เธอก็รีบร้องตะโกนด้วยเสียงที่ดังมากยิ่งขึ้นเพราะเปลวไฟกำลังส่องสว่างมาจากตระกูลม่อ
“ ท่านผู้ว่าการช่วยด้วย มีคนวางเพลิงตระกูลม่อ ตอนนี้เพลิงลุกไหม้ไปทั่วแล้วช่วยข้าด้วย! ”
น้ำในถังสาดเข้ากระทบผนังและตัวเรือน ทุกครั้งที่สาดน้ำออกไปมันจะละเหยหายไปทั้งหมด ยี่ยี่พยายามดับไฟแต่ก็ไม่เป็นผลเธอจึงร้องไห้เพราะเพลิงกำลังจะลามเข้าเรือนของคุณหนูแล้ว เรือนคนรับใช้ของเธอตกอยู่ท่ามกลางกองเพลิงไปแล้ว เธอกลับไม่รู้สึกเสียใจเพราะเรือนของคุณหนูสำคัญที่สุด
“ ลุงหาน เอาไม่อยู่แล้วเจ้าค่ะ ข้าดับไฟไม่ได้แล้ว ฮือ! ”
ปากยังคงร้องไห้ที่ตัวเองทำสิ่งใดไม่ได้ สองแขนยังคงกวักน้ำไปรอบๆเพื่อดับไฟ เท้าทั้งสองพยายามพาตัวเองวิ่งไปยังบ่อน้ำเพื่อตักน้ำมาดับไฟให้ได้ เพียงแต่ว่าเปลวไฟที่กำลังลุกลามรุนแรงเกินกว่าจะควบคุม.