บทที่ 28
ทรัพย์สินชิ้นแรก
ที่เชื่อมโยงอยู่กับทางออกเมือง ซูฉีเดินสำรวจเมืองมาสักพักใหญ่ๆ จนนางนั้นเดินทางมาถึงตรงจุดนี้ เท้าทั้งสองข้างของนางหยุดลง ดวงตามองไปด้านหน้าพบเห็นที่ดินแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ
มันเป็ที่ดินผืนเล็กๆผืนนึงที่ตั้งอยู่ตรงย่านที่ผู้คนไม่ค่อยจะเดินผ่านไปผ่านมาซักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วผู้คนที่จะเดินทางออกจากเมืองมักจะเดินทางออกไปอีกทางหนึ่ง
เพราะว่าทางออกเมืองจากฝั่งนี้ เมื่อออกไปแล้วมันต้องทำการอ้อมไปอีกเพื่อที่จะออกไปที่ถนนหลัก
ในตอนนี้ซูฉีเห็นที่ดินผืนนี้เชื่อมโยงอยู่กับ มันเป็ที่ดินผืนเล็กๆที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนัก โดยมันเป็ที่ดินที่รกร้างไม่ได้มีผู้คนดูแล
แต่มีบางอย่างดึงดูดสายตาของซูชิให้หยุดมอง นางใช้ดวงตาของตนมองมันพลางวิเคราะห์บางอย่างในใจ ลี่ถังมองเห็นคุณหนูของนางหยุดมองจึงรู้สึกประหลาดใจ
ที่ดินก่อนหน้านี้หลายแห่งคุณหนูของนางเดินทางมาชมเกือบจะทั้งเมืองแต่ก็ไม่เห็นหยุดมอง
“ มีอะไรอย่างงั้นหรือเ้าคะคุณหนู? ” นางก้าวเข้ามาพูดใกล้ๆ
ใบหน้ารู้สึกสงสัยเห็นที่ดินด้านหน้าเป็ที่ดินที่รกร้างไม่ได้มีอะไรเป็จุดสนใจเป็พิเศษ
“ คือว่าที่ดินผืนนี้แม้ว่าจะเป็ผืนเล็กและก็รกร้าง แต่มันก็น่าสนใจไม่น้อย ”
“ น่าสนใจอย่างงั้นหรือเ้าคะ? ที่ดินก่อนหน้านี้มีผู้คนดูแลอยู่มากมายเหตุใดคุณหนูจึงไม่เหลียวแลพวกมันเลย ”
“ ที่ดินพวกนั้นผืนใหญ่เกินไปเงินที่พวกเรามีอยู่คงไม่พอจะซื้อพวกมัน ถึงแม้ว่าเมืองแห่งนี้จะเป็เมืองชายแดนที่มีที่ดินถูกกว่าเมืองหลวงหรือว่าเมืองต่างๆ ”
“ แต่ว่าที่ดินผืนเล็กก็น่าจะมีราคาในการซื้อขายประมาณหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ”
“ ที่ดินพวกนั้นราคาคงจะถึงสองถึงสามร้อยตำลึงเงินพวกเรามีเงินไม่เพียงพอ ”
“ แต่ว่าที่ดินผืนนี้มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนัก น่าจะมีราคาราวๆสักประมาณหนึ่งร้อยตำลึงเงินหรืออาจจะสูงกว่านั้นเล็กน้อย”
“ แต่ว่าที่พื้นนี้มันรกร้างแล้วก็ไม่มีใครดูแลนะเ้าคะ ”
“ เื่นั้นไม่ใช่ปัญหาหรอกที่ดินแบบนี้ รกร้างสิดีมันเป็สิ่งยืนยันได้ว่าดินภายในที่ดินผืนนี้ไม่ได้แย่ ”
“ ไม่เช่นนั้นพวกพืชแบบนั้นคงจะไม่สามารถขึ้นมาได้จริงมั้ย ที่ดินต่างๆภายในเมืองหรือที่ดินเขตนอกเมือง บางแห่งดินแตกหยาบกร้านไม่สามารถปลูกพืชขึ้นด้วยซ้ำ ”
“ ที่ดินผืนนี้อยู่ใกล้ถนนหลักเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวกสบาย มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ว่าสามารถใช้ทำได้หลายๆอย่าง ” ซูฉีวิเคราะห์อย่างจริงจัง
ที่ดินผืนนี้น่าจะมีขนาดความกว้างประมาณสองเท่าของบ้านที่นางอาศัยอยู่ มีความกว้างขณะที่ทำสวนได้ส่วนใหญ่ๆส่วนหนึ่งและก็ยังสามารถปลูกกระท่อมเล็กๆได้อีกหนึ่งหลัง
เพียงแค่นี้มันก็กว้างขวางมากพอแล้ว อีกทั้งพื้นดินภายในที่ดินผืนนี้มันก็ดูเหมือนว่าจะใช้ได้ ถ้ามองถึงตามความเป็จริงแล้วที่ดินก่อนหน้านี้บางแห่งที่ดินหยาบกร้านผิวเนื้อดินไม่ดี
การที่จะฟื้นฟูผิวหรือว่าหน้าดินให้สามารถเพาะปลูกได้มันคงใช้เวลา แต่ที่ดินผืนนี้มีวัชพืชขึ้นแสดงว่ามันมีความชื้นบางทีอาจจะมีแหล่งน้ำใต้ดินอยู่บริเวณแถบ
‘ ที่ดินผืนนี้ไม่เลวจากการใช้ดวงตามองดูแล้ว ถ้านำเอาเงินที่ตนเองมีอยู่ในตอนนี้ไปซื้อก็คงจะใช้ได้ ’
‘ สื่อมันละก็ค่อยคิดว่าจะนำเอาไปทำอะไรดี มีพวกพ่อค้าเดินทางเข้าออกเมืองแห่งนี้อยู่ สถานการณ์ภายในเมืองแห่งนี้สงบมาสักพักแล้ว บางทีมันอาจจะเริ่มพัฒนาแล้วก็ได้ ’
‘ อย่างน้อยถ้าไม่ได้เอาไปทำอะไรในวันข้างหน้ามันก็อาจจะมีราคาขึ้น ถือว่าเป็การลงทุนระยะยาว ’
‘ น่าเสียดายภายในยุคสมัยนี้ไม่มีธนาคาร ก่อนจะเก็บเงินจำนวนมากเอาไว้กับตัวก็เป็เื่ที่ไร้ประโยชน์ ’
‘ ถึงแม้ว่าจะสามารถเก็บเงินพวกนั้นเข้าไปภายในกระเป๋ามิติโดยที่ไม่มีผู้ใดหาเจอ และมันก็เป็สถานที่ที่ปลอดภัยเป็อย่างมากก็เถอะ แต่ว่ามันก็ไม่ได้ผลตอบแทนได้แต่ให้เงินพวกนั้นนอนนิ่งอยู่ภายในกระเป๋า ’
สำหรับคนภายในยุคสมัยใหม่แบบนาง คงจะไม่คิดเก็บเงินจำนวนมากเอาไว้กับตัวโดยที่ไม่ทำอะไร ทรูนำเอาเงินพวกนั้นไปลงทุนในที่ดินหรือว่าอะไรสักอย่างทำให้ผลผลิตงอกเงยดีกว่า
อีกทั้งการซื้อที่ดินผืนนี้อาจจะเป็การปูทางในอนาคต ให้นางนั้นปักหลักภายในเมืองแห่งนี้ได้ ซูฉียืนคิดอยู่สักพักนึง “ เอาล่ะที่ดินผืนนี้ก็แล้วกันข้าเลือกได้แล้ว ”
ซูฉีแสดงใบหน้าจริงจังนางเื่ใดแล้วว่านางจะซื้อที่ดินผืนไหน หลังจากเดินมาดูตลอดทั้งทางที่ดินผืนนี้น่าจะเป็ที่ดินที่ดูสมเหตุสมผลและก็สมราคาที่สุด และนางก็สามารถเอื้อมถึงมันได้
การติดต่อซื้อที่ดินภายในยุคสมัยนี้ แตกต่างจากยุคสมัยของนาง หนังจำเป็จะต้องไปหาผู้ที่เป็เ้าของที่ดินและก็ไปขอและก็ติดต่อซื้อจากพวกเขา
การตามหาเ้าของที่ดินเริ่มจากการตามหาคนที่อยู่แถวนั้นแล้วก็ถามข้อมูล
ซูฉีใช้เวลากว่าครึ่งวันในการสอบถามผู้คน จนสุดท้ายแล้วก็ได้รู้ว่าผู้ที่เป็เ้าของที่ดินผืนนั้นเป็ท่านลุงผู้หนึ่งที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ
นางจึงเดินทางไปเพื่อติดต่อและก็เพื่อสนทนาขอซื้อที่ดินผืนนั้น ภายในเมืองแห่งนี้ที่ดินเป็สิ่งที่มีมากมายมีแต่คนอยากขาย
มีผู้ใดโง่จะนำเอาเงินของตนเองมาซื้อที่ดินที่เมืองชายแดนที่เกิดาบ่อยครั้งแบบนี้กัน เมื่อซูฉีติดต่อและเจรจาขอซื้อขายที่ดินท่านลุงผู้นั้นก็ยอมขายแต่โดยดี
ซูฉีใช้ฝีปากเจรจาของนางเจรจาต่อรองราคาจนได้ราคาหนึ่งร้อยตำลึงเงินตามที่หวังเอาไว้ สัญญาการซื้อขายจำเป็จะต้องทำขึ้นมาอย่างละเอียด
เมืองแห่งนี้ก็มีพวกขุนนางที่คอยดูแล แม้พวกขุนนางพวกนั้นจะเป็ขุนนางที่ไม่ได้มีฐานะใหญ่โตแต่พวกมันก็เป็หลักประกันใดๆ
ซูฉีจึงเลือกทำสัญญาต่อหน้าพวกขุนนางที่ดูแลที่ว่าการเมืองชายแดนแห่งนี้ ทำลายลักษณ์อักษรและทุกอย่างเอาไว้อย่างชัดเจน
เพราะว่าในยุคสมัยนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือว่าไม่มีฐานข้อมูลภายในออนไลน์ที่รับรองพวกนั้น การซื้อขายหรือว่าทำสัญญาอะไรจึงต้องทำอย่างละเอียด
และแล้ววันที่เหน็ดเหนื่อยก็ผ่านพ้นไป หลังจากที่เดินดูที่ดินมาตลอดครึ่งวัน ทำการติดต่อถามหาคนที่เป็เ้าของ และสุดท้ายก็จบลงที่การเจรจาและซื้อขาย ในที่สุดนางก็สามารถซื้อขายที่ดินผืนแรกภายในเมืองแห่งนี้ได้
ซูฉีภูมิใจเป็อย่างมาก หลังจากตนมาอยู่ภายในร่างกายของนางร้ายนามซูมี่ นางพบเจอเื่ราวเหตุการณ์มากมาย โดยตัวของนางทั้งลำบากและก็ใช้ชีวิตอย่างยากเย็นมาตลอด
ตอนนี้ก็ได้ที่ดินมาผืนนึงถือว่าเป็ทรัพย์สินชิ้นแรกของนางนางย่อมรู้สึกดีใจเป็ธรรมดา
ภายในชีวิตก่อนนางไม่เคยมีจุดหมายหรือว่าจุดประสงค์แบบนี้เลย ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายไม่มีความทะเยอทะยานอยู่ภายในห้องเช่าเล็กๆทำงานไปแต่ละวัน
ยามนี้นางกลับสามารถเป็เ้าของที่ดินผืนเล็กๆนี้ได้ ภายในเมืองหลวงคนที่มีที่ดิน พวกเขาคงจะมีที่ดินเป็หลายร้อยหมู่หลายพันหมู่พวกเขาคงจะมองว่าที่ดินผืนเล็กๆภายในเมืองชายแดนแห่งนี้ไร้ค่า
แต่สำหรับซูฉีแล้วมันกลับเป็ทรัพย์สินที่นางภูมิใจเป็อย่างมาก
….
ณ เมืองหลวง
ภายในราชสำนัก
ห้องโถงแห่งหนึ่งเหล่าขุนนางมากมายประชุมรวมตัว พวกมันล้วนแล้วเป็ขุนนางที่มีฐานะภายในเมืองหลวง เป็ขุนนางผู้าุโสวมใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มมีลวดลายพยัคฆ์ คนพวกนี้สวมใส่หมวกทรงสูงสีดำ พวกมันนั่งอยู่บนโต๊ะทรงยาวกำลังหารือเื่บางอย่างอยู่
“ ข้าคิดว่าพวกเราควรทำอะไรกับแม่ทัพหวงสักอย่าง ในครั้งนี้ข่าวที่ส่งมาจากเมืองชายแดนบอกว่า หวงเจียวลู่เริ่มทำการพัฒนาเมืองภายในเขตดูแลการปกครองของตนเอง ”
“ เมืองชายแดนแห่งนั้นรู้สึกว่าจะมีพวกพ่อค้าเดินทางไปเพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆบางทีหวงเจียวลู่อาจจะมีอำนาจขึ้นมาก็ได้ ”
เื่ที่ทำให้คุณนั่งระดับสูงภายในราชสำนักมาสนทนากัน มันก็เป็เื่ของหวงเจียวลู่ ราชสำนักหูตากว้างไกลแม้พวกมันจะอยู่ภายในเมืองหลวงแต่ก็มีคนภายในเมืองชายแดนส่งข่าวมาถึงมัน
พวกมันจึงรู้ว่ายามนี้เมืองชายแดนภายในเขตดูแลของหวงเจียวลู่กำลังเริ่มก้าวหน้า พวกมันเกรงกลัวว่าอำนาจของแม่ทัพหนุ่มผู้นี้จะใหญ่โตมากขึ้นไปอีก
เพียงแค่กำลังของกองทัพก็ดำที่น่าเกรงขามก็ทำให้ขุนนางภายในราชสำนักยำเกรง ถ้าเกิดว่ามีเขตปกครองที่ทรงพลังพวกมันภายในราชสำนักคงจะไม่สามารถทำอะไรได้
“ นั้นสินะแล้วพวกเราควรจะทำอย่างไรดี.. ”
“ เอาแบบนี้ดีหรือไม่… ” เสียงของขุนนางที่นั่งอยู่หัวโต๊ะดังขึ้น
จบบท
ลงให้สองตอนเหมือนเดิมน๊า เพราะไม่ลงตอนกลางวัน อาจจะมาช้าหน่อยอย่าว่ากันน๊า