ตอนที่หนึ่งร้อยสอง ครึ่งแก้ว 2
หลักการของการที่ทำเรื่องราวเกี่ยวกับอาคมคือ
เก้าตายหนึ่งรอด
หรือ
เหลือทางถอยให้ผู้อื่นเท่ากับเหลือทางถอยให้กับตนเอง
ว่าเราใช้อาคมทำร้ายใครก็ต้องเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหนึ่งรอดได้เพราะอาคมอาจจะย้อนกลับมาหาเราแบบที่พัลพาทีนโดนสายฟ้าย้อนกลับมาทำร้ายแบบตอนสู้กับอาจารย์เมซ วินดู
หรือแนวคิดของการที่เรามีพลังจิตแต่หลักการของการผ่านการทดสอบหากเราไม่ต้องการเป็นตัวยึกยือ
เวลาปีศาจยื่นแก้วที่บรรจุพลังจิตมาให้เราต้องอย่าดื่มจนหมดและคืนแก้วที่มีน้ำพลังจิตเหลืออยู่คืนไป
หากไม่ดื่มน้ำเราจะไม่มีพลังจิต
แต่หากดื่มน้ำจนหมดเราจะโดนครอบงำจนกลายเป็นตัวยึกยือ
การใช้คาถาอาคมนั้นเท่ากับว่าเราใช้ดาบไร้ด้ามจับ
ทำร้ายผู้อื่น ทำร้ายตนเอง
ยืนอยู่บนใบมีดที่แหลมคมที่จะตกลงไปได้ทุกเมื่อ
หมายความว่าเมื่อผมเผาร่างกายของโจโฉแล้วผมก็หยุดลงในขณะที่โจโฉกลิ้งเกลือกไปกับพื้นทำทุกวิถีทางให้ไฟสีน้ำงเนนั้นดับลง
ผมหยุดมือลงเพราะต้องการหยุดม้าริมหน้าผายังไม่สังหารผู้คนด้วยอาคม
แซซซซ
แสงสีฟ้าจากตราหยกเปลี่ยนไปเป้าหมายไปที่อ้วนเสี้ยวที่หลบอยู่ข้างๆ
ที่ดวงตาเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ
เขาต่างกับโจโฉ
ทนสายฟ้าไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
อาจจะเพราะไม่มีกระบี่อิงฟ้าคอยคุ้มครองอยู่
มีคนบอกว่าด้านความสามารถโจโฉและอ้วนเสี้ยวไม่ได้แตกต่างกันขนาดนั้น
การตัดสินที่กั๋วต๋อและการศึกหลังจากนั้นยังไม่อาจจะบอกกล่าวว่าใครจะชนะหรือพ่ายแพ้หากอ้วนเสี้ยวไม่ล้มป่วยจนสิ้นชีพไปก่อน
หมายความวว่าที่ต่างไปอาจจะเป้ฯโชคชะตาของคนเราและคนดวงแข็งอย่างโจโฉนั้นแตกต่างกับคนที่ชะตาด้อยกว่าอย่างอ้วนเสี้ยว
ที่ตอนนี้ก็ยกมือปิดหน้าพยายามวิ่งไปมาดับไฟสีน้ำเงินเช่นกัน
“น้ำ น้ำ ร้อนร้อน ช่วยข้าด้วย”
อ้วนเสี้ยวพยายามใช้ไหวพริบวิ่งหาน้ำกลิ้งตัวแบบโจโฉด้วยความทุรนทุราย
แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยแม้แต่องครักษ์ฮ่องเต้ก็ไม่กล้าขยับเมื่อเจอผมตัดสินลงโทษคนโดยใช้สายฟ้าจากสวรรค์เช่นนี้
พอโบยตีผู้คนผู้คนสาปแช่งหาว่าเป็นโจรทรราชย์
พอใช้สายฟ้าช็อตผู้คน
ผู้คนตกใจไม่รู้จะกล่าวอะไร
นอกจากคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวและพยายามดับไฟที่ไหม้ผมและหนวดรวมถึงชุดขุนนางของตนเองที่ไหม้เกรียมเท่านั้น