ตอนที่ 150 มาลดน้ำหนักกันเถอะ
“เอลล่ารอเดี๋ยว...ช่วยเอาโจ๊กชามใหม่นี้ไปให้คุณผู้หญิงรับประทานอีกสักหน่อย แล้วฝากบอกคุณผู้หญิงด้วยว่า มื้อนี้ให้กินให้อิ่มท้องก่อนเพราะอาหารมื้อเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด ส่วนมื้อต่อๆ ไป ฉันจะทำอาหารที่ช่วยลดหุ่นให้เป็นพิเศษเอง” ในระหว่างที่เอลล่ากำลังวิ่งออกไปอย่างร่าเริง
ไลท์ก็ได้เรียกให้เอลล่าหยุดก่อน พลางตักโจ๊กอีกประมาณหนึ่งใส่ชาม ซึ่งเป็นปริมาณเดียวกับที่คุณผู้หญิงได้กินเหลือ หากแต่มีการใส่ไข่ต้ม ที่เอาแต่ไข่ขาวลงเพิ่มเติมลงไป เพื่อแทนที่ของไข่ลวกที่แอลเป็นคนทำนั่นเอง
ยังจำพลังของแอล ที่มีความสามารถพิเศษที่ได้ตื่นขึ้น อย่างรับรู้การไหลเวียนของเวลาได้หรือไม่?
วันนี้ไลท์ได้ทดสอบพลังของแอล จนเข้าใจได้ในระดับหนึ่งแล้วว่า มันใช้งานยังไง รวมไปถึงบอกเด็กชายไปแล้วว่า ตัวของแอลมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ ซึ่งแม้แต่แอลก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเอง มีความสามารถเช่นนี้อยู่ในตัวด้วยเหมือนกัน
“จริงเหรอครับเชฟ/พี่ไลท์...ที่แอลสามารถรับรู้เวลาได้อย่างแม่นยำ?” ก่อนหน้าที่ร้านอาหารสามเวลาจะเปิดขายอาหาร
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเตรียมตัว วันนี้ไลท์ก็ได้มอบหมายให้แอล ดูแลในส่วนของการทำไข่ลวกและไข่ต้มเพื่อนำมากินคู่กับโจ๊ก โดยที่เขาแค่บอกถึงสูตรของเวลาในการทำไข่ต่างๆ ให้กับแอลเท่านั้น
แน่นอนว่าการทำไข่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไข่ลวก ไข่ยางมะตูม ไข่ต้มหรือไข่ใดๆ ล้วนแล้วแต่มีสูตรเวลาในการทำ ที่ต้องต้มในเวลาเท่าใดถึงจะได้ไข่แบบที่ต้องการเผยแพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ตในโลกก่อน จนแม่บ้านหรือคนทั่วๆ ไปก็สามารถต้มไข่ในแบบที่ต้องการกันได้ง่ายๆ
ดังนั้นไลท์จึงถ่ายทอดสูตรและเวลาในการต้มไข่นี้ให้กับ โทมัส จิม เอลล่าและแอล รวมไปถึงคุณตาเกล เป็นสิ่งแรกๆ
แต่จากบรรดาทุกคนที่ไลท์ได้สอนไป มีเพียงแอลคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำไข่ได้ครบทุกหลักสูตร จนความสามารถพิเศษในการรับรู้การไหลเวียนของเวลาในตัวของแอล ก็ได้ตื่นขึ้น จากเดิมที่เมื่อก่อนเป็นเพียงความสามารถที่ยังไม่ถูกเปิดเผยนั่นเอง
“แอลเก่งมากๆ ต้มไข่ออกมาได้น่ากินมากเลย อีกทั้งยังปอกเปลือกให้เรียบเนียนได้อีกด้วย” เอลล่าเอ่ยปากชมน้องชายไม่ขาดปาก เมื่อเห็นแอลผู้เป็นน้องชาย เริ่มมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน
ที่จู่ๆ ความสามารถของแอล ไม่ว่าจะพลังเวทหรือทักษะการต่อสู้ ดูจะหยุดชะงักไปหลังจากการตายของผู้เป็นแม่
ซึ่งเหตุผลที่แอลดูจะหยุดการพัฒนานี้ไป ก็คงเป็นผลมาจากจิตใจที่ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก จนพลังเวทที่เคยแกร่งกล้าต้องแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังกาย เพื่อคอยหล่อเลี้ยงจิตใจที่บอบช้ำนั่นเอง
ทว่าในปัจจุบัน หลังจากเอลล่าและแอล ได้เข้ามาอยู่ในการดูแลกับไลท์ มีโทมัสและจิม คอยดูแลเสมือนพี่ชายและมีสองตายาย คอยประคบประหงมเอ็นดู มีเจ้าโปริ่งวิ่งไล่จับประหนึ่งสัตว์เลี้ยง ความโศกเศร้าที่เกาะกินหัวใจของแอลหลังจากการตายของผู้เป็นแม่ ก็ค่อยๆ ได้รับการเยียวยาและทุเลาเบาลง
และเมื่อจิตใจกลับมาเป็นปกติแล้ว พลังเวทในตัวที่เคย ประคับประคองร่างกายไม่ให้ทรุดโทรมจากสภาพจิตใจที่บอบช้ำ ก็ได้กลับมาทำหน้าที่เป็นพลังให้กับแอลได้ตามเดิม
ก่อนที่มันจะลุกตื่นขึ้น จนกลายเป็นความสามารถพิเศษ ที่ดูจะพัฒนาไปตามสิ่งที่แอลกำลังสนใจหรือให้ความสำคัญอย่างการต้องจดจ่อและมีสมาธิกับเวลา ที่ตัวแอลต้องคอยจับเวลาในการต้มไข่ๆ อยู่ตลอดนั่นเอง
หมายความว่า ความสามารถพิเศษที่ถือกำเนิดขึ้นของแอล ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฝึกฝนของไลท์ก็ว่าได้
และการที่ไลท์สามารถปลุกความสามารถพิเศษให้กับแอลได้ ตัวของไลท์ก็เชื่อว่าเขาจะสามารถปลุกความสามารถพิเศษของคนอื่นๆ ได้อีกเช่นกัน ดั่งเช่นที่ตอนนี้ ความสามารถในการทำอาหารของโทมัส จิม เอลล่าและแอล ก็ได้ตื่นขึ้นจนมีความสามารถระดับ 2 ดาวขั้นสูงกันเกือบทั้งหมดแล้ว
พักเรื่องของความสามารถพิเศษที่ลุกตื่นขึ้นเอาไว้ก่อน...กลับมาในสถานการณ์ปัจจุบัน
หลังจากที่เอลล่า ได้นำโจ๊กกลับไปเสิร์ฟให้กับคุณผู้หญิงอีกหนึ่งถ้วย แน่นอนว่าภรรยาของท่านไวทเคานต์ ได้พยายายปฏิเสธ และจำใจต้องพูดโกหกว่าเธออิ่มแล้วจริงๆ
หากแต่ว่า เอลล่าก็ได้กระซิบข้อความที่ไลท์ได้ฝากมาให้กับเธอได้ฟัง
และในพริบตาเดียว ภรรยาของท่านไวทเคานต์ก็รีบตักกินโจ๊กในชาม จนหมดเกลี้ยง
สร้างความประหลาดใจและความงุนงงให้กับ ไวทเคานต์นิคและลูกๆ ทั้งสองคนของเธอเลยทีเดียว
“ไหนที่รักบอกว่าอิ่มแล้วไง ขนาดโจ๊กชามก่อนกินเหลือไปเสียเกือบครึ่ง” ไวทเคานต์นิคกำลังนั่งกินโจ๊กเป็นชามที่สอง พลางเอ่ยถามภรรยาด้วยความแปลกใจ ที่จู่ๆ ก็ดูกินเก่งขึ้นทันที ทั้งที่ในก่อนหน้านี้ นอกจากจะกินอาหารเหลือแล้ว กว่าจะฝืนกินไปแต่ละคำก็ดูน่าอึดอัดเสียเหลือเกิน
“เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างฉันกับเอลล่าและท่านไลท์ ฉะนั้นที่รักรออยู่ที่โต๊ะสักประเดี๋ยว ดิฉันขอตัวเข้าไปพูดคุยกับท่านไลท์เป็นการส่วนตัวสักครู่” พูดจบ ภรรยาของท่านไวทเคานต์ก็รีบลุกขึ้นยืน พร้อมกับจูงมือเอลล่า วิ่งถลา ลอยตัว ด้วยความเบิกบานไปยังห้องครัวที่ซึ่งเป็นสถานที่ห่วงห้ามสำหรับลูกค้า
หากแต่คุณผู้หญิง ถือเป็นกรณีพิเศษที่พอจะอะลุ่มอะลวยกันได้บ้าง
คาห์นที่คอยรับหน้าที่ดูแลอยู่ภายในร้าน เมื่อเห็นถึงคุณผู้หญิงและเอลล่าตั้งใจจะเข้าไปในครัว คาห์นก็รีบหลบทางให้กับทั้งสองคน ก่อนจะมองด้วยสายตาที่เหี้ยมเกรียมไปยังเหล่าลูกค้าที่มองดูคุณผู้หญิง ผ่านเข้าไปในเขตห่วงห้ามของร้านอาหารสามเวลาหน้าตาเฉย
“พอดีคุณผู้หญิง ต้องการจะไปเข้าห้องน้ำ...คุณลูกค้าจะมองอะไรกัน” ลูกค้าภายในร้านก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่รู้จักกับคาห์นอยู่แล้วทั้งนั้น
ทันทีที่เห็นสายตาของคาห์นจ้องมองมาด้วยแววตาที่ดุดัน ทุกคนก็รีบมุดหน้ากลับไปสนใจกับโจ๊กตรงหน้าต่อทันที ไม่มีใครใคร่สนใจคุณผู้หญิงที่ได้รับสิทธิพิเศษอะไรอีกแล้ว
ทั้งนี้ จริงๆ แล้วเหล่าลูกค้าไม่ได้สนใจ คุณผู้หญิงของท่านไวทเคานต์ที่ได้รับสิทธิ์พิเศษอะไรหรอก พวกเขาแค่อยากจะมองความสวยและความน่ารักของเอลล่า ที่กำลังเข้าสู่ช่วยวัยโตเป็นสาวแรกแย้มก็เท่านั้น
ด้วยใบหน้าที่สละสลวย ราวกับเทพธิดา ร่างกายและหุ่นที่ผอมบางแต่ไม่ผอมแห้ง รวมไปถึงสัดส่วนที่กำลังเปลี่ยนจากเด็กหญิงเข้าสู่วัยสาวแบบเต็มตัว
ทั้งหมดนี้ทำให้ นักผจญภัญที่ส่วนใหญ่เป็นชายฉกรรจ์ ที่ต้องจากครอบครัวมาร่วมเดือน การได้เห็นเอลล่าในทุกคราๆ ก็ทำให้หัวใจของคนเหล่านี้ชุ่มชื่นขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยๆ จะได้ไม่ต้องทนมองดู ชายฉกรรจ์ไปเสียทุกวัน
“ขอโทษที่เข้ามารบกวนถึงในห้องครัวด้วยนะคะท่านไลท์ พอดีดิฉันได้ยินจากเอลล่ามาว่า ท่านไลท์รู้เรื่องที่ฉันกำลังกังวลใจอยู่ ไม่ทราบว่าท่านไลท์พอจะมีเวลาให้ฉันคุยเป็นการส่วนตัวจะได้หรือไม่?” คุณผู้หญิงดูเกรงใจไลท์อยู่บ้าง เพราะตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ร้านอาหารสามเวลากำลังเปิดขายอาหารในช่วงเช้า
แม้ลูกค้าจะบางตาลงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังถือว่าร้านค่อนข้างยุ่งอยู่ดี...หากแต่ว่า ด้วยความร้อนใจ กอปรกับเธอและสามีจะมีแผนที่จะเดินทางกลับเมืองหลวงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้วด้วย
เธอจึงดูร้อนอกร้อนใจ เพื่อที่จะคุยกับพ่อครัวหนุ่มที่รู้ถึงความคับข้องใจของเธอในทันที
“ได้ครับ งั้นขอเชิญคุณผู้หญิงที่ด้านหลังนี้...โทมัส จิม จัดการกันสองคนได้ใช่ไหม?”
“สบายมากครับเชฟ ไว้ใจผมสองคนได้เลย” โทมัส จิม พยักหน้าด้วยความมั่นใจ ก่อนจะเข้ามาสอดแทรกตำแหน่งของไลท์ ที่อยู่หน้าหม้อโจ๊กร้อนๆ ได้อย่าง ไม่มีจุดบกพร่อง
ไลท์เดินนำคุณผู้หญิงที่จูงมือเอลล่าไม่ยอมปล่อย ไปทางด้านหลังของร้าน ที่ซึ่งเป็นสวนผักขนาดย่อมของเขา ก่อนจะเริ่มต้นพูดถึงเรื่องคับข้องใจของคุณผู้หญิงออกมาก่อน
“การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก มันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนะครับ” ไลท์ส่ายหน้าเล็กน้อย ให้กับความไม่รู้ของการลดอาหารที่ไม่ถูกต้อง
“อดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก มันไม่ถูกต้องตรงไหนกันคะ ผู้หญิงและภรรยาของเหล่าขุนนางทุกๆ คนที่ฉันรู้จัก ต่างก็ทำวิธีนี้กันทั้งนั้น ที่ดิฉันมาปรึกษากับท่านไลท์ก็เพราะเห็นว่าเอลล่าบอกว่า ท่านไลท์มีอาหารที่ช่วยให้ฉันลดน้ำหนักได้ จึงรีบมาปรึกษากับท่านไลท์นี้แหละค่ะ” คุณผู้หญิงทำหน้างุนงง เมื่อได้ยินว่าวิธีการอดอาหารที่เธอทำอยู่นั้นมันไม่ถูกต้อง
“การลดน้ำหนักด้วยวิธีที่สุดโต่งอย่างการอดอาหาร มันอาจจะช่วยลดได้และเห็นผลก็จริงครับ แต่ในทุกครั้งที่คุณผู้หญิงทำเช่นนั้นคุณผู้หญิงบอกได้ไหมว่า คุณผู้หญิงรู้สึกดีจริงๆ?” ไลท์ตอบกลับด้วยคำถาม เพียงแต่คำถามนี้เล่นเอา คุณผู้หญิงถึงกับผงะและนิ่งอึ้งไปเลย
“ไม่...ไม่เลยค่ะ” ตอนนี้คุณผู้หญิงแน่ใจแล้วว่า พ่อครัวหนุ่มตรงหน้าของเธอ นั้นรู้ถึงความทุกข์ใจของผู้หญิงอย่างแน่นอน
ในทุกครั้งที่ต้องอดอาหาร เพื่อรักษาหุ่นและรูปร่าง มันคือความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัส นอกจากเธอจะหิวและโหยหาอาหาร แต่สุดท้ายก็ต้องข่มใจไม่ยอมกินเพื่อรูปร่าง
เธอกลับล้มป่วยบ้าง อารมณ์ไม่คงที่บ้าง ขนาดไวทเคานต์นิคที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานในสภาขุนนางมา เพียงแค่มาจุมพิตเธอเพื่อแสดงความรัก บางครั้งเธอยังขยะแขยงและหงุดหงิดกับสิ่งที่สามีของเธอทำเลย
หรือแม้แต่ ลูกๆ ทั้งสองคน ที่วิ่งเล่นกันตามประสา แต่อารมณ์ของเธอกลับมองว่ามันน่ารำคาญทั้งๆ ที่เธอนั้นรักลูกของเธอจนสุดหัวใจ
หรือทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการ อดอาหาร?
“ใช่ครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการอดอาหารแบบผิดๆ ร่างกายของเรานั้นซับซ้อนกว่าที่คุณผู้หญิงรู้อีกเยอะมาก ลองสังเกตดูสิครับเวลาคุณผู้หญิงได้กินอาหารอร่อยๆ อารมณ์ของคุณผู้หญิงก็จะรู้สึกดีขึ้นเป็นอย่างมาก กลับกันเมื่อร่างกายได้ไม่ได้กินอาหาร อารมณ์ก็จะแสดงออกในทางตรงกันข้าม” ไลท์เริ่มอธิบายถึงสภาวะทางด้านอารมณ์ที่เกิดจากการอดอาหารแบบสุดโต่ง
“นอกเหนือจากนั้นการอดอาหารที่คุณผู้หญิงเคยได้ยินมา อาจส่งผลกระทบกับร่างกายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอาการป่วยหรือจู่ๆ ผิวหนังก็มีอาการผิดปกติ”
เมื่อได้ฟังถึงคำพูดของไลท์ คุณผู้หญิงก็ลองเปรียบเทียบกับอาการของตัวเองและเพื่อนฝูงของเธอเวลาอดอาหาร ซึ่งทั้งหมดที่ไลท์พูดมาล้วนเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง
“แล้วดิฉันควรต้องทำเช่นไร? หากจะต้องการลดน้ำหนักและรักษาหุ่น เพราะอีกไม่กี่วัน ฉันก็ต้องกลับเมืองหลวงแล้ว หากหุ่นของฉันยังคงเป็นแบบนี้ ดิฉันคงไม่กล้าสู้หน้าต่อเหล่าภรรยาพวกขุนนางแน่ๆ” นี้คือความกลัดกลุ้มใจของคุณผู้หญิง
ซึ่งก็ไม่ต่างจากผู้หญิงในโลกก่อนของไลท์ ที่พยายามรักษารูปร่างเพื่อความมั่นใจและหวาดกลัวต่อสายตาของคนรอบข้างที่อาจะติฉินนินทา ลับหลัง
“ทั้งหมดมันง่ายมากครับ กินให้น้อยกว่าใช้และกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยห้ามอดอาหารอย่างเด็ดขาด นี้คือวิธีลดอาหารที่ผมแนะนำครับ”
กินให้น้อยกว่าใช้?! ภรรยาได้ยินคำนี้ ก็เล่นเอามึนไปเลย เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ไลท์พูดเลยสักนิด
หากต้องกินอาหารทุกมื้อ โดยห้ามอด แล้วเช่นนี้เธอจะลดน้ำหนักและรักษาหุ่นได้อย่างไร
“ง่ายมากครับ ก็แค่กินอาหารที่ผมเป็นคนทำให้อย่างครบถ้วน และในตอนเย็นของทุกๆ วัน ก็มาเดินเล่นที่หน้าร้านของผมสัก 1 ชั่วโมงเพื่อเป็นการออกกำลังกาย ผมรับรองเพียงสองสามวัน คุณผู้หญิงก็จะรับรู้ถึงร่างกายที่กระฉับกระเฉงได้บ้างแล้วครับ”
ตามจริงมันมีวิธีการลดน้ำหนักอยู่หลายวิธี แต่ไลท์เลือกที่จะให้คุณผู้หญิงทำวิธีนี้ ก็เพราะถึงแม้เธอจะอยากควบคุมน้ำหนัก แต่ทว่าเธอกลับรู้สึกดีเสียเหลือเกินที่สามีของเธอหรือไวทเคานต์นิค ดูจะหลงใหลในหุ่นของเธอที่อวบอิ่ม มีน้ำมีนวล จนเธอสองจิตสองใจ ใจหนึ่งก็อยากลดอีกใจหนึ่งก็อยากคงสภาพหุ่นที่สามีชื่นชอบเอาไว้นั่นเอง
ถ้าเช่นนั้นในเมื่อต้องการทั้งสองอย่างพร้อมๆ กัน ไลท์จึงต้องใช้วิธีแปรสภาพไขมันที่เกาะกุมอยู่ตามชั้นผิวหนังให้ลดน้อยลงก็เพียงพอแล้ว
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy