แสงที่ปกคลุมร่างกายเริ่มส่องสว่างเป็นสีแดงสลับทองส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น
พลังทั้งหมดพุ่งออกมาจากแก่นกลางของตนพลันเสียงกระซิบเบาๆ ดังขึ้นในอากาศ ราวกับเป็นเสียงของเหล่าบรรพชนที่เคยเป็นผู้ปกป้องมาก่อน
"เทคนิคลับราชวงศ์.....!"
ทันใดนั้น ดาบทองคำที่อยู่ในมือทั้งสองก็เริ่มสั่นไหวพวกมันรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว แสงสีทองที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไป
ดาบทองคำทั้งสองเล่มหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกลายเป็นดาบเล่มใหญ่ที่ส่องแสงเจิดจ้า แสงนั้นไม่ได้เพียงแค่สว่างไสวแต่ยังมีพลังที่แฝงอยู่ภายใน พลังที่เกิดจากการรวมตัวของจิตวิญญาณและเจตจำนงแห่งราชวงศ์
ในจังหวะที่มฤตยูดำทะยานฟาดฟันเข้ามาในเสี้ยววินาทีนั้น องค์ชายก็ฟาดดาบทองคำสวนกลับออกไปด้วยความเร็วและแม่นยำที่ไม่อาจจับตาได้
“เปรี้ยงงงง!”
เสียงหึ่งๆที่มาจากความถี่สูงของดาบมฤตยูดำพลันเงียบลงเมื่อถูกแสงสีทองนั้นกลืนกินและเฉือนผ่านอากาศด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมเสียงฟันดังสะท้าน ราวกับอากาศแตกตัวเป็นเสี่ยงๆ
ดาบของมฤตยูดำที่เหมือนจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกแรงฟันสีทองขาดออกเป็นสองท่อนก่อนที่ดาบทองคำจะฟันลงบนร่างของมฤตยูดำอย่างรุนแรง
แสงสีทองกระจายตัวออกไปในทุกทิศทางพลังของดาบทองคำที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวทำลายการโจมตีของมฤตยูดำอย่างสิ้นเชิง
ร่างของมฤตยูดำถูกฟันอย่างแรงกระเด็นถอยหลังลอยค้างอยู่กลางอากาศ เลือดไหลซึมจากบาดแผลลึกจากไหล่ถึงเอว ความเจ็บปวดสุดทรมานและความตกตะลึงฉายชัดในดวงตาของเขา"นี่มัน......?"
เสียงของมฤตยูดำแผ่วเบา ขณะที่ร่างของเขาค่อยๆร่วงลงจากฟากฟ้า ความมืดที่เคยปกคลุมจิตใจของเขาถูกแสงทองคำทำลายอย่างสิ้นเชิง
“อั๊กกก!”
มฤตยูดำพ่นโลหิตคำโตออกมา ร่างกายที่เคยเปล่งพลังมหาศาลนั้นบัดนี้บิดเบี้ยวและแตกหัก ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เขานอนอยู่บนพื้นหินแข็งเลือดสีดำคล้ำไหลออกจากบาดแผลลึกที่ลากยาวจากหัวไหล่ลงมาถึงเอวแทบจะไม่สามารถขยับตัวได้
“อั๊กก!”
มฤตยูดำสำลักเลือดออกมาอีกครั้งหายใจลำบากราวกับอากาศถูกกลืนหายไป เขามองไปยังองค์ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลแสงทองคำที่แผ่ออกมาจากร่างยังคงเปล่งประกาย ราวกับเป็นเทพเจ้าที่ลงมาจุติบนโลก
มฤตยูดำยิ้มบางๆแม้ความเจ็บปวดจะทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านแต่แววตาของเขายังเต็มไปด้วยความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
"ข้า...ข้าพ่ายแพ้แล้ว..." มฤตยูดำกระซิบเบาๆราวกับจะหมดลมหายใจ
"ข้า......ข้าทำสิ่งชั่วร้ายมากมาย...เพียงแค่อยากได้พลังมาเพื่อแก้แค้น...แต่บัดนี้ข้ารู้แล้วว่ามันไร้ประโยชน์...!”
หยดน้ำตาไหลรินออกมา
เสียงของเขาอ่อนแรงลงเรื่อยๆเหมือนกำลังจะขาดใจตายทว่าดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความมืดมิดกลับมีแววสำนึกผิดจริงจัง
องค์ชายมองไปที่เขาด้วยสายตาที่เคร่งขรึม ขยับก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวรัศมีพลังค่อยๆ จางลง
"เจ้าสำนึกผิดจริงหรือ?"
องค์ชายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นทว่ามีแววสงสารเจืออยู่ในดวงตา
"เจ้ามีโอกาสเลือกทางเดินที่ดีกว่านี้ทำไมต้องทำให้ทุกสิ่งเลวร้ายลง?"
มฤตยูดำกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก สำลักเลือดอีกครั้งพร้อมกับสั่นศีรษะช้าๆ
"เพราะ...ข้าไม่เคยมีทางเลือก...!”
องค์ชายขยับเข้าไปอีกก้าวเดียวหยุดยืนอยู่เหนือร่างของมฤตยูดำ ดวงตาฉายแววลังเลอยู่ชั่วครู่
ทว่าทันใดนั้นเอง...
แววตาของมฤตยูดำที่เคยอ่อนแอพลันเปลี่ยนไปกลายเป็นแววตาแห่งสัตว์ร้ายจอมเจ้าเล่ห์ เขากระตุกยิ้มเหี้ยมที่มุมปากมือที่สั่นสะท้านจากบาดแผลบัดนี้พุ่งออกมาด้วยความเร็วเหนือคาด กดอุปกรณ์บางสิ่งจนแตกตัวกลายเป็นตาข่าย สีทองเงาวาววับ ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่ามันพุ่งโอบล้อมร่างขององค์ชายทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว
“เปรี๊ย....!
เกิดเป็นกระแสไฟสีทองวิ่งวนไปรอบๆ ตาข่าย คลื่นพลังหนาแน่นพันธนาการองค์ชายไว้
“นี่มัน....ตาข่ายทองคำราชวงศ์นี่!
องค์ชายมองสิ่งที่คุ้นตา คลอบคลุมร่างของตน
ตาข่ายนี้เป็นผลผลิตจากราชวงศ์ตัวของมันเปล่งประกายเป็นทองคำบริสุทธิ์ พลังของมันมีไว้เพื่อพันธนาการผู้ใช้พลังพิเศษทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือใช้พลังได้
"ฮ่า ฮ่า เป็นยังไงบ้าง...องค์ชายผู้สูงส่ง?"
มฤตยูดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสะใจ
"ดู....สิ!สิ่งที่พวกเจ้าสร้างขึ้นมาเพื่อผูกมัดศัตรู...กลับกลายมาเป็นพันธนาการเจ้าเอง!"
เสียงหัวเราะของมฤตยูดำดังก้องไปทั่วอากาศ จนลืมความเจ็บปวดและอาการบาดเจ็บที่ร่างกายต้องเผชิญแม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้แต่เขายังคงเชื่อมั่นว่าความเกลียดชังของเขานั้นเหนือกว่า
องค์ชายสีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก ความสามารถของเขาถูกปิดกั้นไม่สามารถควบรวมพลังจากภายใน สู่ภายนอกได้ หุ่นทองคำที่เคยคอยปกป้องและสนับสนุน จู่ๆก็สูญสลายไปในอากาศดั่งเถ้าธุลี
ตาข่ายทองคำไม่ได้เพียงแค่กักขังร่างกายแต่ยังทำลายล้างทุกสิ่งที่เชื่อมโยงกับพลังขององค์ชาย
สัตว์จำแลงที่เหลืออยู่สองตัวสายตาของอินทรีย์และจิ้งจอกเปล่งประกายขึ้นด้วยความมุ่งร้ายมันเห็นช่องว่างในการโจมตีขณะที่ไม่มีหุ่นเชิดคอยขวางกั้น
“โบว่!”
พวกมันส่งเสียงคำรามกึกก้องแล้วพุ่งตัวเข้าหาปราชญ์ผู้ซึ่งกำลังค้ำยันโลกมิติที่ใกล้พังทลาย
อินทรีย์พุ่งดิ่งลงมาจากท้องฟ้าปีกของมันแผ่ขยายกว้างและคมเหมือนใบมีด ขณะที่จิ้งจอกกระโจนพุ่งจากพื้นดินปากของมันอ้ากว้างเต็มไปด้วยฟันแหลมคมราวกับมีดสังหาร ทั้งสองบีบพลังเข้ามาจนเข้ามาใกล้
“ซู่!”
โล่รูปโดมขนาดใหญ่ปรากฏออกมา ส่องแสงเย็นเยียบปิดกั้นทางของสัตว์จำแลงทั้งสองไว้
“เคร้ง!” “เคร้ง!”
นาฟที่เตรียมตั้งรับอยู่แล้วพลางออกแรงป้องกันการโจมตีอย่างสุดกำลัง