ดาราจักรเก้ากงล้อ
หลังจากเปลี่ยนยานอวกาศหลายครั้งเย่เทียนก็ขึ้นยานอวกาศอีกลำไปยังดาวแม่น้ำคราม เขาใช้ยานอวกาศโดยสารทั่วไปเท่านั้นดังนั้นความเร็วของมันจึงไม่สูงนัก ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงดาวแม่น้ำคราม
การตกแต่งภายในของยานอวกาศโดยสารลำนี้ค่อนข้างคล้ายคลึงกับเครื่องบินโดยสารในอดีตแต่ยานอวกาศลำนี้มีขนาดใหญ่กว่ามาก
เนื่องจากปัญหาด้านเวลา เย่เทียนจึงไม่ได้สนใจที่จะจองห้องส่วนตัวของยานอวกาศดังนั้นเขาจึงจองที่นั่งในห้องโดยสารปกติริมหน้าต่างของยานอวกาศแทน
ข้างๆ เขามีเด็กสาวตัวเล็กๆอายุประมาณสิบปีนั่งอยู่
เย่เทียนตรวจสอบพรสวรรค์ของเด็กสาวตัวน้อยคนนี้และพบว่าพรสวรรค์ของเธอค่อนข้างสูง เธอมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวัน แต่ยังเด็กเกินไปที่จะเริ่มฝึกฝน
“พี่ชาย พี่จะไปดาวแม่น้ำครามใช่หรือเปล่า”สาวน้อยถามขึ้น
“ใช่แล้ว!”เย่เทียนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“พี่ชาย หนูชื่อเสี่ยวเหมิงหนูเดินทางไปยังดาวแม่น้ำครามด้วยเช่นกัน หนูได้เรียนในโรงเรียนบนดาวแม่น้ำคราม พ่อแม่ของหนูทำงานอยู่ที่นั่น!”สาวน้อยพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสามาก
เย่เทียนสนทนากับสาวน้อยเสี่ยวเหมิงชั่วขณะหนึ่งแม้ว่าเด็กสาวจะถามคำถามเขามากมาย แต่เย่เทียนก็ตอบเธออย่างใจเย็น มันทำให้เขานึกถึงตัวเองในวัยเด็ก
ปู่ของเธอนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเสี่ยวเหมิงเขาก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน ระดับการบ่มเพาะของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอ เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในระดับศักดิ์สิทธิ์
จากการสนทนาทำให้เย่เทียนรู้ว่าเสี่ยวเหมิงไม่ได้มาจากดาวแม่น้ำครามแต่อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ขนาดเล็กในดาราจักรเก้ากงล้อ เนื่องจากพ่อแม่ของเธอทำงานในบริษัทใหญ่ของดาวแม่น้ำครามและซื้อบ้านอยู่ที่นั่นดังนั้นพวกเขาจึงขอให้ปู่พาหลานสาวมาหาพวกเขา
เมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ขนาดเล็กดาวแม่น้ำครามมีแนวโน้มที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีมากกว่าดาวเคราะห์ขนาดเล็กโดยธรรมชาติชนพื้นเมืองของดาวเคราะห์ขนาดเล็กทั่วไปนั้นแทบไม่มีโอกาสเติบโตไปสู่ช่วงชีวิตที่ดีกว่าแม้พวกเขาจะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่ด้วยทรัพยากรที่จำกัด ไม่มีทางที่พวกเขาจะเติบโตกลายเป็นคนที่มีอำนาจได้
ด้วยเหตุนี้ มนุษย์บนดาวเคราะห์ขนาดเล็กจำนวนมากในดาราจักรจึงถูกบีบให้กลายเป็นพลังของดาวเคราะห์ที่ทรงอำนาจยิ่งกว่า
สิ่งนี้ก็เหมือนกับคนชนบทบางคนในชาติก่อนของเย่เทียนที่ต้องการเข้าเมืองเพื่อแสวงหาโอกาสและซื้อบ้านสร้างอนาคตส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง
แม้จะต่างสถานที่ ต่างเวลาแต่เหตุผลระหว่างทั้งสองก็มีความคล้ายคลึงกัน และดาวเคราะห์ระดับสูงอย่างดาวแม่น้ำครามก็มีโอกาสที่จะทำให้ผู้คนพัฒนาขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด
“สหายคนนี้หลานสาวของฉันขี้สงสัยและพูดมากไปหน่อย ได้โปรดอย่าได้ถือสาเลยนะ!” ปู่ของเสี่ยวเหมิงส่งเสียงผ่านจิตสำนึกเพื่อขอโทษ
“หลานสาวของคุณน่ารักมากผมจะถือสาได้ยังไง!” เย่เทียนยิ้มเล็กน้อยและบอกอีกฝ่ายว่าไม่ต้องกังวล
เหตุผลที่ปู่ของเสี่ยวเหมิงกล่าวเช่นนี้ก็เพราะเขาสามารถสัมผัสได้ถึงการบ่มเพาะระดับจักรพรรดิของเย่เทียนแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเย่เทียนแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ตัวตนระดับจักรพรรดิก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาและหลานสาวจะยั่วยุได้อย่างแน่นอน
อีกทั้งจักรพรรดิบางคนก็มีนิสัยประหลาดการถามคำถามเพียงไม่กี่คำอาจทำให้อีกฝ่ายโกรธเคือง ปู่ของเสี่ยวเหมิงจึงกังวลว่าหลานสาวของเขาจะทำให้เย่เทียนโกรธดังนั้นเขาจึงรีบขอโทษเย่เทียนแทนหลานสาว
เมื่อได้ยินเย่เทียนพูดแบบนี้เขาก็รู้ว่าเย่เทียนไม่ได้ถือสาหลานสาวของเขา ทำให้เขารู้สึกโล่งอก
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ยานอวกาศก็ข้ามผ่านท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวด้วยความเร็ว10 เท่าของความเร็วแสง
เนื่องจากนี่เป็นเที่ยวบินภายในดาราจักรไม่ใช่เที่ยวบินระหว่างดาราจักร ยานอวกาศลำนี้จึงไม่สามารถเดินทางผ่านอวกาศไปยังดาราจักรอื่นได้ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในกฎการจราจรสำหรับยานอวกาศในกาแล็กซีทางช้างเผือก
มีเพียงเส้นทางระยะไกลเท่านั้นที่ต้องข้ามดาราจักรจำนวนมากจึงจะจำเป็นต้องใช้เที่ยวบินระหว่างดาราจักร
นอกจากนี้ การใช้ยานอวกาศขนาดเล็กเพื่อบินข้ามดาราจักรนั้นไม่คุ้มทุนเพราะมันใช้พลังงานสูงเกินไป แม้แต่การเพิ่มราคาตั๋วก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนพลังงานเหล่านั้นได้ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีบริษัทไหนใช้ยานอวกาศขนาดเล็กเดินทางข้ามดาราจักร
ความเร็วของยานอวกาศนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมากมันเร็วยิ่งกว่าความเร็วของตัวตนระดับเทพหลายๆ คนเสียอีก
ทันใดนั้น
ยานอวกาศที่บินด้วยความเร็วคงที่ก็สั่นสะเทือนจนทำให้หลายคนไม่สามารถนั่งนิ่งได้
ผู้คนในยานทั้งหมดต่างก็ตื่นตระหนกทันที
“นี่ยานอวกาศชนเข้ากับอุกกาบาตอย่างนั้นหรือ?”
“หากเป็นอุกกาบาตขนาดเล็กก็ไม่เป็นไรรูปแบบการป้องกันของยานอวกาศและวัสดุของยานอวกาศทั้งหมดนั้นแข็งแกร่งมากพอที่จะทนการกระแทกของอุกกาบาตขนาดเล็กได้โดยที่ตัวยานไม่ได้รับความเสียหายเว้นแต่มันจะชนเข้ากับอุกกาบาตขนาดใหญ่ แต่ปกติแล้วยานอวกาศถูกโปรแกรมให้หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางโดยอัตโนมัติมันจะไปชนเข้ากับอุกกาบาตขนาดใหญ่ได้อย่างไร เป็นไปได้ไหมว่าระบบจะมีปัญหา”
“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าใบหน้าของลูกเรือของยานอวกาศเปลี่ยนไป?”
หลายคนเริ่มตื่นตระหนก
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่สามารถลงจากยานอวกาศได้พวกเขาคงตะโกนขอให้ยานอวกาศจอดและลงจากยานไปแล้ว
“ปู่คะ หนูกลัว!”
เสี่ยวเหมิงดึงเสื้อปู่ของเธอและพูดอย่างประหม่า
ปู่ของเสี่ยวเหมิงก็ดูเคร่งเครียดเช่นกันในฐานะของผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ เขารู้ดีว่ายานอวกาศลำนี้ไม่ได้ชนเข้ากับอุกกาบาตแต่กำลังถูกโจมตี
ตูม ตูม ตูม!!!!
ยานอวกาศถูกโจมตีอีกครั้งจนตัวยานเริ่มได้รับความเสียหายและความเร็วก็ลดลงเรื่อยๆ
ในที่สุด
ยานอวกาศก็ถูกบังคับให้หยุดลงในอวกาศที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันที่จริงมันเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดยานอวกาศนี้ แต่เป็นเพราะด้านหน้าของตัวยานถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์
วูซ!!!
ในขณะเดียวกันยานอวกาศขนาดเล็กก็พุ่งเข้ามาและปิดล้อมยานอวกาศโดยสารไว้
“นั่นมัน...โจรสลัดอวกาศ!”
จิตสำนึกของปู่เสี่ยวเหมิงแผ่ขยายออกไปและเมื่อเขาเห็นสถานการณ์ภายนอกยาน ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน และผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆในห้องโดยสารก็ค้นพบสถานการณ์นี้เช่นเดียวกัน
“ปู่ หรือว่าจะเป็นโจรสลัดอวกาศสัตว์ประหลาดกินคนในนิทานที่ท่านปู่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้! ปู่คะ เสี่ยวเหมิงกลัว!”น้ำตาของเสี่ยวเหมิงเริ่มไหลอาบสองแก้ม และเห็นได้ชัดว่าในตอนนี้เธอกำลังหวาดกลัวจริงๆ
“หลานปู่อย่ากลัวไปเลยยานอวกาศลำนี้มีทีมคุ้มกันอยู่ พวกเขาจะแก้ปัญหาเรื่องโจรสลัดอวกาศกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน!”ปู่ของเสี่ยวเหมิงกล่าวปลอบโยน
นอกยานอวกาศในอวกาศที่เต็มไปด้วยดวงดาว
ทีมคุ้มกันของยานระดับจักรพรรดิ10 คน และระดับศักดิ์สิทธิ์อีกหลายร้อยคนก้าวออกจากยานโดยสารและจ้องมองไปยังยานอวกาศขนาดเล็กที่อยู่รอบๆ
“ยานอวกาศลำนี้อยู่ภายใต้การนำของบริษัทฉีหลงโปรดเอ่ยนามของพวกคุณมา!” กัปตันทีมคุ้มกันตะโกนออกไป
“บริษัทฉีหลงแล้วอย่างไรพี่น้องทั้งหลาย ฆ่าการ์ดพวกนี้ให้หมด ระวังอย่าทำลายยานอวกาศลำนั้น ไม่งั้นความพยายามของเราจะสูญเปล่า!”หัวหน้าของโจรสลัดออกคำสั่ง
ตูม!
การโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าระเบิดขึ้นพลังที่รุนแรงแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วอวกาศที่เต็มไปด้วยดวงดาว
“ไป!”
กัปตันทีมคุ้มกันออกคำสั่งขณะที่พุ่งออกไปในทันที
ในอวกาศที่เต็มไปด้วยดวงดาวฉากแห่งการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น
ในตอนแรก ทีมคุ้มกันระดับจักรพรรดิต่อต้านการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของยานอวกาศได้แต่ทันใดนั้นลำแสงสายฟ้าก็พุ่งเข้ามา มันได้ทำลายล้างระดับจักรพรรดิหลายคนจนกลายเป็นเศษเนื้อ
“ไม่ดีแล้วนั่นมันปืนใหญ่พลาสมา!”
ทีมคุ้มกันคนอื่นๆ อุทานด้วยความหวาดกลัว
นี่คืออาวุธที่สามารถฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวมีเพียงจักรพรรดิ 3 ดาราหรือสูงกว่าเท่านั้นที่จะสามารถต่อต้านปืนใหญ่พลาสมานี้ได้
โจรสลัดอวกาศทั่วไปไม่มีทางที่จะมีอาวุธเทคโนโลยีที่ทรงพลังเช่นนี้
โจรสลัดกลุ่มนี้ต้องไม่ใช่กลุ่มโจรสลัดอวกาศทั่วไปแต่เป็นกลุ่มโจรสลัดอวกาศที่ค่อนข้างทรงพลัง
ผู้คุ้มกันคนอื่นๆ ไม่กล้าโจมตีอีกต่อไปพวกเขาหลบหนีออกไปคนละทิศละทาง แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาทั้งหมดต่างถูกสังหารโดยปืนใหญ่พลาสมาอย่างรวดเร็ว
“เร็วเข้า รีบระเบิดเกราะป้องกันของยานอวกาศลำนั้น!”หัวหน้าโจรสลัดออกคำสั่ง
ปืนใหญ่พลาสมาล็อกเป้าไปที่ยานอวกาศทันใดนั้นลำแสงสายฟ้าก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง พุ่งตรงไปยังเกราะป้องกันของยานอวกาศ
ตูม!
ลำแสงสายฟ้าระเบิดเกราะป้องกันจนกลายเป็นผุยผงแต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับตัวยาน
“ถ้ายังรักชีวิตก็ไสหัวไปซะ!”
เสียงหนึ่งดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
“ฮึ่ม เป็นตัวโง่งมคนไหนกันกระหน่ำยิงเข้าไปมุ่งเป้าไปที่ยานอวกาศลำนั้น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเกราะป้องกันของยานจะคงอยู่ตลอดไป!”หัวหน้าโจรสลัดอวกาศตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
ตูม ตูม ตูม!!!
ลำแสงสายฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้งแต่ในขณะที่กำลังจะชนเข้ากับยานอวกาศ พลังผันผวนของมิติก็แผ่กระจายออกมา
ในชั่วพริบตา
มิติโดยรอบพลันถูกแช่แข็งการโจมตีของปืนใหญ่พลาสมาเหล่านั้นต่างหยุดชะงัก
ในเวลานี้ ทุกคนต่างมองออกไปด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง
ภายในห้องโดยสาร
เย่เทียนลุกขึ้นจากที่นั่งและหายตัวไปจากห้องโดยสารของยานอวกาศ ร่างของเขาปรากฏขึ้นบนอวกาศที่เต็มไปด้วยดวงดาว
“นั่นเขา...”
ปู่ของเสี่ยวเหมิงตกตะลึง