ปีค.ศ. 3890โลกไม่เคยเงียบอีกต่อไปท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรเต็มไปด้วยแสงของเส้นทางบินของพลังงานเมืองลอยฟ้าหลายสิบแห่งแขวนตัวอยู่เหนือเมฆราวกับดวงดาวที่มนุษย์สร้างขึ้นเองและเหนือทุกเมืองมีเพียงหนึ่งเดียว “ลังกา” มหานครสีทองขนาดมหึมาที่ลอยอยู่สูงกว่าระดับเมฆชั้นบนสุดวงแหวนพลังงานหมุนช้าๆ รอบฐานเมือง ป้องกันทั้งอุกกาบาต อาวุธและผู้บุกรุกผู้คนเรียกที่นี่ว่า “นครของาาั์”ภายในหอคอยศูนย์กลางของเมือง ชายผู้หนึ่งยืนอยู่ตามลำพัง ทศกัณฐ์ เขาสวมเสื้อคลุมสีดำเรียบแซมเขียวเล็กน้อยไม่มีเครื่องหมายของาา ไม่มีมงกุฎ ไม่มีเครื่องประดับใดๆเขามองลงไปยังเมืองเบื้องล่างผู้คนกำลังใช้ชีวิตตามปกติ เด็กๆ วิ่งเล่นตามสวนลอยฟ้ายานขนส่งเคลื่อนตัวเป็ระเบียบไม่มีใครมองขึ้นมาที่เขาและเขาชอบให้เป็แบบนั้นในตอนนั้นเอง เสียงประตูด้านหลังของเขาก็เปิดออกเบาๆ “คุณยังไม่พักอีกหรือ” เสียงของผู้หญิงดังขึ้น ทศกัณฐ์หันกลับไปในขณะที่หญิงสาวคนนั้นเดินเข้ามา เธอสวมชุดนักวิจัยสีขาวผมยาวสีน้ำตาลเข้มของเธอปล่อยลงตามไหล่ ดวงตาของเธอสงบเสมอแม้ในวันที่โลกกำลังสั่นคลอน “ผมนอนแล้ว คุณไม่ต้องห่วงผมขนาดนั้นหรอกนะ สีดา”เขาตอบเรียบๆ เมื่อสีดาได้ยินเช่นนั้น เธอก็ยิ้มเล็กน้อย “คุณโกหกไม่เก่งเลยรู้ตัวมั้ย” ทศกัณฐ์ไม่ได้ตอบสีดากลับไป และเขาได้หันกลับไปมองเมืองอีกครั้ง
“วันนี้มีรายงานอะไร” สีดาเงียบไปครู่หนึ่ง “รัฐบาลโลกส่งกองเรือขึ้นมาใกล้เขตวงแหวน” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันทีแต่ทศกัณฐ์ก็ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมามากมายพร้อมกับพูดถามสีดากลับไป
“กองเรือธรรมดา?”
“ไม่”
เธอมองเขาและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็กังวลเล็กน้อย “มีผู้สืบสายอวตารระดับเทพมาด้วย” ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง ลมจากระบบควบคุมอากาศพัดผ่านเบาๆทศกัณฐ์รู้ทันทีว่าเธอหมายถึงใคร “ราม” สีดาพยักหน้าจากนั้นเขาก็หลับตาลงช้าๆ ซึ่งเขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึงในซักวัน
เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วลังกาแสงสีแดงกะพริบไปตามอาคาร เสียงประกาศอัตโนมัติดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ตรวจพบผู้บุกรุกระดับอวตาร…ตรวจพบผู้บุกรุกระดับอวตาร…” ผู้คนเริ่มอพยพอย่างเป็ระเบียบทศกัณฐ์เดินออกจากห้อง ในตอนนั้น สีดาได้คว้าแขนเขาเอาไว้
“คุณไม่จำเป็ต้องสู้” เขาหยุดและมองมือของเธอที่จับเขาไว้ มือของเธออบอุ่นเสมอ“ถ้าผมไม่ไป” เขาพูดเบา ๆ “เมืองนี้จะถูกทำลาย” สีดาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่เถียงคำพูดนั้น เพราะเธอรู้ว่าเขาพูดความจริงเธอจึงปล่อยมือ “กลับมาให้ได้นะ” ทศกัณฐ์พยักหน้าเล็กน้อยและเดินออกไป
บนท้องฟ้าเหนือเมือง กองเรือรบของรัฐบาลโลกลอยเรียงเป็แนว เรือรบขนาดมหึมาหลายสิบลำหันกระบอกปืนพลังงานลงมายังลังกาและตรงเบื้องหน้ามีชายคนหนึ่งลอยอยู่เขาไม่มีปีก ไม่มีเครื่องช่วยบิน มีเพียงพลัง “ราม” เขาสวมชุดเกราะสีขาวเงิน แสงสีทองไหลผ่านลวดลายบนเกราะของเขาราวกับมีชีวิตดวงตาของเขาสงบนิ่ง แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเขามองไปยังเมือง “ทศกัณฐ์” เสียงของเขาถูกขยายผ่านสนามพลัง “ออกมา” ไม่กี่วินาทีต่อมาวงแหวนพลังงานของลังกาก็ได้เปิดออกร่างหนึ่งลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ เสื้อคลุมสีดำปลิวตามแรงลมทศกัณฐ์หยุดอยู่กลางอากาศห่างจากรามประมาณห้าสิบเมตรทั้งสองมองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเจอกันพวกเขาเคยเจอกันมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยสู้กัน แต่ครั้งนี้ เป็ครั้งแรกที่พวกเขาเจอกันในฐานะศัตรู
“คุณยังมีโอกาส” รามพูด “ส่งสีดามา” ทศกัณฐ์ตอบกลับในทันที
“เธอไม่ใช่นักโทษ”
“ใช่เธอไม่ใช่นักโทษ แต่เธอถูกคุณล่อลวง”
“ล่อลวงเหรอเปล่าเลย เธอเลือกเอง” ทันใดนั้นแสงรอบตัวรามเริ่มสว่างมากขึ้น
“คุณคือภัยต่อโลก”
ทศกัณฐ์หัวเราะเบาๆไม่ใช่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยแต่เป็เสียงเหนื่อยล้า
“ผมปกป้องเมืองของผม”
“ปกป้อง??? ด้วยพลังของปีศาจที่คุณมีนั่นน่ะเหรอ”
ความเงียบกินเวลาหลายวินาทีลมพัดแรงขึ้นเรือรบทั้งหมดล็อกเป้า รามยกมือขึ้นดาบพลังงานปรากฏในมือของเขาแสงสีทองสว่างจ้า “นี่คือคำเตือนสุดท้าย”ทศกัณฐ์มองดาบนั้นและพูดออกมาเบาๆ “เลือกใช้ดาบ แทนที่จะใช้ธนูอย่างนั้นเหรอ” พูดจบ พลังสีดำก็เริ่มไหลออกมาจากร่างเขาเหมือนเงาที่มีชีวิต “กลับไปซะ ราม” เขาพูด พร้อมกับจ้องมองไปยังราม “ก่อนที่ใครจะต้องตาย” รามได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ตอบอะไรกลับไปแต่เขาเลือกที่จะพุ่งเข้ามาจู่โจมทันที เสียงะเิดังสนั่นดาบสีทองปะทะกับพลังสีดำแรงกระแทกทำให้เมฆแตกกระจาย คลื่นพลังงานแผ่ออกไปหลายเมตร ทศกัณฐ์ถอยไปเล็กน้อยส่วนทางด้านรามก็ได้โจมตีอีกครั้ง เร็วขึ้น แรงขึ้น ทุกการฟันสามารถผ่าเรือรบได้ครึ่งลำแต่ทศกัณฐ์ก็สามารถป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมดเงาสีดำก่อตัวเป็เกราะ เป็แขน เป็อาวุธเพื่อเข้าปะทะกับราม
ส่วนด้านล่างบนดาดฟ้าเรือรบลำหนึ่งชายผมสีเงินยืนดูอยู่ “หนุมาน” เขาสวมชุดต่อสู้สีเทา ไม่มีเครื่องหมายของรัฐบาลโลกเขาเป็เพียงผู้รับจ้างเขายิ้มเล็กน้อยในขณะที่กำลังมองดูการต่อสู้
“นี่สินะาาั์” บนท้องฟ้าการต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปและเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีทศกัณฐ์รู้สึกว่าเขาอาจต้องใช้ร่างนั้นร่างที่เขาพยายามลืมเงาด้านหลังเขาเริ่มขยายใหญ่ขึ้นสูงขึ้นและเริ่มมีรูปร่าง รามหยุดการโจมตี ใช่... เขาเห็นมัน เงาของั์ดวงตาสีแดงสองดวงเปิดขึ้นในความมืดเสียงที่ไม่ใช่เสียงมนุษย์ดังกึกก้องในอากาศและในวินาทีนั้นเองโลกได้เข้าใกล้ามากกว่าที่เคยเป็มา
แรงกระแทกจากการปะทะครั้งล่าสุดยังคงสั่นะเือากาศคลื่นพลังงานแผ่ออกไปจนผิวน้ำทะเลเบื้องล่างแตกกระจายออกเป็วงกว้างเมฆถูกฉีกกระจายเหมือนผืนผ้าที่ถูกกระชาก รามถอยออกไปเล็กน้อยดวงตาของเขาจับจ้องไปยังเงาขนาดมหึมาด้านหลังทศกัณฐ์มันไม่ใช่เพียงแค่พลังแต่มันคือบางสิ่งสิ่งที่มีชีวิต เงานั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ แขนขาขนาดมหึมาค่อยๆ ก่อตัวจากความมืดดวงตาสีแดงสองดวงส่องแสงเหมือนดวงดาวที่กำลังลุกไหม้ ทศกัณฐ์ยังคงลอยนิ่งอยู่ด้านหน้าของเงาขนาดใหญ่นั้นเขาตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่อยู่ข้างหลังเขา
“คุณยังควบคุมมันได้อยู่หรือเปล่า” รามถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสงบ ทางด้านทศกัณฐ์ก็ไม่ได้ตอบในทันทีเขารู้สึกได้ถึงมัน เสียงกระซิบในหัว เสียงของอีกตัวตนหนึ่ง “ปล่อยข้าออกมาปล่อยให้ข้าจบเื่นี้” เขากำหมัดและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ผมควบคุมตัวเองได้เสมอ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น รามก็พุ่งเข้ามาอีกครั้งดาบสีทองฟันลงมาในแนวตั้งเงาขนาดมหึมายกแขนขึ้นรับ เสียงกระแทกดังสนั่นเหมือนูเาชนกัน แสงสีทองแตกกระจายเป็ละอองทศกัณฐ์ยกมือขึ้นเล็กน้อยเงาั์ตอบสนองทันที หมัดขนาดมหึมาพุ่งใส่ราม ทางด้านรามก็ได้หายตัวไปในเสี้ยววินาทีปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลังทศกัณฐ์เขาฟันเข้าใส่ทศกัณฐ์อย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่ดาบจะเข้าถึงตัว เงาสีดำก็ปิดกั้นการโจมตีเอาไว้ได้ ราวกับว่ามันรู้ทุกการเคลื่อนไหว
ด้านล่างบนดาดฟ้าเรือรบหนุมานเอนตัวพิงเสาโลหะมองดูการต่อสู้ด้วยสีหน้าสนใจทหารรอบตัวเขากำลังวิ่งวุ่น “พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง! ระดับอวตารเกินค่าที่เคยบันทึกถ้ายังเป็แบบนี้ วงแหวนเมืองอาจจะพังลงมาก็ได้!” หนุมานถอนหายใจเบาๆ และหันไปหาชายคนหนึ่ง “หัวหน้า...พวกนั้นไม่เคยฟังคำเตือนเลย” ผู้บังคับบัญชาคนนั้นเดินเข้ามา “หนุมานถึงเวลาของนายแล้ว” หนุมานเหลือบมองเขา
“สัญญาของผมคือช่วยกองเรือไม่ใช่ฆ่าใคร”
“ไปซะหนุมาน เป้าหมายของนายคือหยุดทศกัณฐ์ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม”
หนุมานยิ้มมุมปาก “คำพูดสวยหรู” เขาหันกลับไปมองท้องฟ้าเงาั์ยังคงขยายใหญ่ขึ้นและเขาสามารถรู้สึกได้ถึงแรงกดดันแม้จากระยะไกล “ถ้าผมเข้าไปตอนนี้” เขาพูดเบา ๆ“พวกคุณอาจเสียมากกว่าที่คิด” ผู้บังคับบัญชาขมวดคิ้ว “นายกลัวเหรอ” หนุมานหัวเราะ “ผมไม่เคยกลัว...ผมแค่เลือกเวลาที่เหมาะสม”
บนหอคอยลังกาสีดายืนอยู่ที่หน้าจอพลังงานขนาดใหญ่ ภาพการต่อสู้ฉายอยู่ตรงหน้าเธอ ค่าพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสูงเกินกว่าที่เธอเคยเห็น “ไม่…” เธอพึมพำ ถ้าเขาใช้พลังนั้นมากเกินไปเขาอาจไม่กลับมาเธอรู้ดีเพราะเธอคือคนที่ช่วยเขาผนึกมันไว้เธอวางมือลงบนแผงควบคุม “ทศกัณฐ์…” เสียงะเิดังขึ้นอีกครั้ง รามถูกผลักถอยหลังไปหลายสิบเมตรเขาหยุดตัวเองกลางอากาศหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่พลังธรรมดา นี่คือพลังของาาเขายกดาบขึ้นอีกครั้งแสงสีทองสว่างยิ่งกว่าเดิมสัญลักษณ์บนเกราะของเขาเริ่มเรืองแสงและนี่คือพลังเต็มรูปแบบของเขาเช่นกัน
“ผมไม่อยากฆ่าคุณ” รามพูด ทางด้านทศกัณฐ์ก็มองตรงไปที่ราม “ผมก็เหมือนกัน”วินาทีนั้นทั้งสองพุ่งเข้าหากันแสงสีทองและความมืดปะทะกันเสียงดังจนหูแทบดับแรงกระแทกส่งคลื่นพลังงานลงสู่ลังกาหน้าต่างหลายบานแตก วงแหวนพลังงานสั่นไหวและเป็ครั้งแรกที่รอยร้าวเล็กๆปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของมัน หนุมานที่เห็นรอยร้าวนั้นเขาก็หยุดยิ้ม
“แย่แล้ว” ถ้าวงแหวนแตกเมืองจะไม่มีการป้องกันและกองเรือจะยิงทันทีเขามองขึ้นไปสายตาจับจ้องไปยังทศกัณฐ์ “นายจะทำยังไง…” ทศกัณฐ์ที่เห็นมันเช่นกันรอยร้าวบนเกราะป้องกันเมืองของเขาถ้าการต่อสู้ดำเนินต่อไปเมืองจะพังพินาศผู้คนจะล้มตาย เสียงในหัวของเขาหัวเราะ “ปล่อยข้าออกมาข้าจะจบมันในลมหายใจเดียว” เขาหลับตาแน่น “ไม่.....” เขาลดพลังลง ทันใดนั้นเงาั์ด้านหลังก็หดเล็กลงเช่นกันรามสังเกตเห็นและเข้าใจ ทศกัณฐ์กำลังปกป้องเมืองแม้จะต้องเสียเปรียบ รามลังเลเพียงเสี้ยววินาทีแต่เพียงพอให้เงาสีดำพุ่งเข้าหาเขาเงานั้นไม่ได้โจมตีแต่ผลักเขาออกไปไกลจากเมือง
ในตอนนี้ทั้งสองหยุดอยู่เหนือทะเลเปิดห่างจากลังกาหลายกิโลเมตรลมแรงขึ้นคลื่นด้านล่างปั่นป่วนทศกัณฐ์มองไปที่ราม “ที่นี่” เขาพูด “ไม่มีใครต้องตาย” ทางด้านรามก็ได้กำดาบแน่น เขาไม่พูดอะไร แต่ในใจของเขาคำถามเริ่มก่อตัว “ถ้าเขาเป็ปีศาจจริงทำไมเขาถึงปกป้องมนุษย์” บนเรือรบหนุมานมองภาพนั้นและเป็ครั้งแรกที่เขาเริ่มสงสัย ว่าบางทีเื่นี้อาจจะไม่ง่ายอย่างที่เขาถูกบอกมา
เสียงลมคำรามเหนือมหาสมุทรทศกัณฐ์และรามยืนเผชิญหน้ากันกลางท้องฟ้า ห่างจากมหานครลังกาจนเหลือเพียงแสงสีทองเล็กๆบนขอบฟ้า ที่นี่ไม่มีผู้คน ไม่มีสิ่งที่ต้องปกป้องมีเพียงพวกเขาสองคน รามยกดาบขึ้นช้าๆ“คุณสามารถถอยกลับไปได้นะทศกัณฐ์” เขาพูด “ถ้าคุณยอมส่งตัวสีดามาให้ทางเรา” ทศกัณฐ์ส่ายหน้าเล็กน้อย “ผมไม่ใช่นักโทษ ที่จะต้องทำตามคำสั่งคุณไปหมดซะทุกอย่าง” เงาสีดำยังคงหมุนวนรอบตัวเขาแต่ไม่ขยายใหญ่เหมือนก่อน เขากำลังควบคุมมันอย่างระมัดระวัง เพราะเขารู้ดีว่า ถ้าเขาปล่อยมันออกมาเต็มที่เขาอาจไม่สามารถที่จะหยุดมันเอาไว้ได้ ทางด้านของรามเมื่อพูดแล้วทศกัณฐ์ไม่ยอมทำตาม เขาจึงพุ่งเข้ามาอีกครั้งดาบสีทองฟาดลง ทศกัณฐ์ยกแขนขึ้น เงาสีดำก็เริ่มก่อตัวเป็โล่รับดาบของราเอาไว้ได้ เสียงกระแทกของดาบและโล่ดังสนั่น ทั้งสองเคลื่อนที่เร็วเกินกว่าที่สายตามนุษย์จะมองทันพวกเขาปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่าแสงและความมืดสลับกันเหมือนฟ้าผ่าแต่ไม่มีใครได้เปรียบและไม่มีใครยอมถอย
ภายในลังกาผู้คนกำลังหลบอยู่ในศูนย์อพยพใต้ดินเด็กคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นใกล้ๆกับหญิงสาวคนหนึ่ง “แม่… าาจะชนะไหม” หญิงสาวลูบหัวลูกเบาๆ “าาจะปกป้องเราให้ปลอดภัยแน่นอนลูกแม่” คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความเชื่อไม่ใช่ความกลัวเพราะสำหรับพวกเขาทศกัณฐ์ไม่ใช่ปีศาจ แต่เขาคือคนที่สร้างเมืองนี้ คนที่ปกป้องพวกเขาจากาภายนอกคนที่ไม่เคยคิดที่จะทิ้งพวกเขาเลย
หลายกิโลเมตรเหนือทะเลการต่อสู้ยังดำเนินต่อไปรามหมุนตัว ฟันในแนวนอนพลังสีทองพุ่งออกไปเป็คลื่น ทศกัณฐ์ยกมือขึ้นเงาสีดำดูดกลืนมันเอาไว้ได้แต่แรงกระแทกยังผลักเขาถอยไป เสื้อคลุมของเขาฉีกขาดเล็กน้อย รามหายใจหนักขึ้น “คุณกำลังยั้งมือ” เขาพูด ทศกัณฐ์ไม่ตอบเพราะมันคือความจริง “ทำไม” รามถาม “เพราะคุณกลัวพลังของตัวเองอย่างนั้นเหรอ?” คำถามนั้นแทงลึกลงในจิตใจของทศกัณฐ์ เขายืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพบางอย่างผ่านเข้ามาในหัวของเขาห้องทดลองสีขาวกำแพงกระจก เสียงกรีดร้อง มือของตัวเองที่ไม่ใช่มือของมนุษย์ เขากำหมัดแน่น “ผมไม่กลัว” เขาตอบ “ผมแค่เลือก” รามขมวดคิ้ว ก่อนที่เขาจะพูดอะไร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในระบบสื่อสารของเขา “พลังงานจากเป้าหมายเพิ่มขึ้น!” “ตรวจพบคลื่นพลังงานจากภายในเมือง!”
ในหอคอยลังกาสีดายืนอยู่ในห้องทดลองหลัก แคปซูลพลังงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง ภายในมีแสงสีม่วงหมุนวนเครื่องมือรอบๆส่งเสียงเตือน “ระดับการเชื่อมต่อไม่เสถียร”เธอกำข้อมูลบนหน้าจอการต่อสู้กำลังดึงพลังในตัวทศกัณฐ์ให้ตื่นขึ้น ถ้ามันตื่นเต็มที่เขาอาจสูญเสียตัวตนเธอวางมือบนกระจกของแคปซูล “อย่าปล่อยมันออกมาเด็ดขาดเลยนะทศกัณฐ์”
บนเรือรบของรัฐบาลโลกหนุมานยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ตอนนี้เขาไม่ได้ยิ้มแล้ว เขามองข้อมูลบนหน้าจอของตัวเองค่าพลังงานของทศกัณฐ์มันไม่เสถียร เหมือนมีบางอย่างพยายามออกมา ทหารคนหนึ่งพูดขึ้น “ถ้ามันเพิ่มขึ้นอีก เราจะยิงลังกา” หนุมานหันไปมองทันที
“อะไรนะ”
“คำสั่งจากศูนย์บัญชาการถ้าเป้าหมายควบคุมไม่ได้ เมืองทั้งเมืองจะถูกกำจัด”
หนุมานเงียบไปครู่นึงเขามองไปยังเมืองสีทองนั้นผู้คนหลายล้านอยู่ที่นั่นและพวกเขาพร้อมจะทำลายมันเพื่อฆ่าคนคนเดียวเขาหัวเราะเบาๆ แต่ไม่มีความขำ “พวกคุณนี่เหมือนเดิมจริงๆ...ไอ้พวกรัฐบาลโลก”
เหนือทะเลรามเตรียมโจมตีอีกครั้งแต่ทันใดนั้นเขาก็ได้หยุดการโจมตีลง เขารู้สึกได้ถึงบางอย่าง แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวทศกัณฐ์เงาสีดำรอบตัวเขาเริ่มเปลี่ยนรูปร่าง ไม่ใช่แค่เงาอีกต่อไป แต่มันเริ่มกลายเป็เนื้อเป็กระดูกเป็เขาดวงตาสีแดงอีกหลายคู่เริ่มเปิดขึ้น ในความมืด หนึ่ง สอง สาม เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียงที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ดังก้องทศกัณฐ์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ร่างมนุษย์ของเขายังเหมือนเดิม แต่เงาด้านหลังกำลังกลายเป็บางสิ่งที่แท้จริงเขาหายใจช้าๆ “ไม่…” เขาพึมพำกับตัวเอง เขายังไม่พร้อม เขายังไม่อยากเป็สิ่งนั้นแต่เสียงในหัวดังขึ้น “เ้าคือาา จงยอมรับมัน” ทันใดนั้นลำแสงสีแดงจากเรือรบด้านหลัง เล็งตรงมายังทศกัณฐ์ระบบอัตโนมัติเริ่มทำงานพวกเขาตรวจพบระดับภัยคุกคามใหม่และตัดสินใจกำจัด ดวงตาของรามเบิกกว้าง “หยุด!” แต่สายเกินไปลำแสงถูกยิงออกมาพุ่งตรงมายังทศกัณฐ์ ในวินาทีนั้นบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนไหวเร็วกว่าแสงร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาคว้าทศกัณฐ์และหายไปจากตำแหน่งเดิม ลำแสงพุ่งผ่านอากาศะเิใส่มหาสมุทร น้ำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า รามหันไปมอง ห่างออกไปหลายร้อยเมตรมีร่างสองร่างลอยอยู่หนึ่งคือทศกัณฐ์อีกหนึ่งชายผมสีขาวที่กำลังยิ้มเล็กน้อย หนุมาน “ดูเหมือนนายกำลังมีปัญหานะ” หนุมานพูดอย่างสบายๆ ทางด้านทศกัณฐ์มองเขาด้วยท่าทีที่สับสน “ทำไม…” หนุมานยักไหล่ “ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครยิงจากข้างหลังก็เท่านั้น” ด้านหลังพวกเขากองเรือเริ่มเล็งอีกครั้งและตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป