ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 117 สังหารขั้นก่อกำเนิด

    แต่เมื่อเขาปลดปล่อยพลังของตนเองเข้าผสานกับค่ายกลสังหาร พลันก็เกิดการรู้แจ้งของกระบวนท่าดาบที่อยู่ในค่ายกลนั้นอย่างไม่คาดคิด คลื่นดาบที่ปล่อยออกมาราวกับเป็นส่วนหนึ่งในจิตสำนึก เพียงแค่เขาคิดโจมตีคลื่นดาบมากมายก็ตวัดฉวัดเฉวียนไปตามทิศทางนั้นอย่างง่ายดาย 


    "นี่ข้าบรรลุความสำเร็จเพลงดาบถึงขั้นผสานใจแล้ว!"


    เทียนฉินยิ้มออกมาอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ เขาพยายามทำความเข้าใจกับเพลงดาบอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่อาจจะประสบความสำเร็จหรือเข้าถึงความเข้าใจนั้นได้เลย ทว่าคราวนี้เขากลับมาพบความสำเร็จในการผสานกับค่ายกลสังหารได้อย่างง่ายดายเช่นนี้


    เทียนฉินไม่รอช้ารีบเร่งพลังเข้าควบคุมค่ายกลนี้อย่างมั่นใจ เสียงร้องคำรามของมังกรทั้งสี่ตัวโฉบสะบัดเข้ากระแทกกัวห่านจินอย่างรุนแรง จากนั้นก็ปล่อยคลื่นดาบจู่โจมตามมังกรนั้นไปรอบด้าน กัวห่านจินที่ตั้งรับกับมังกรทั้งสี่ไม่อาจจะหลบเลี่ยงคลื่นดาบที่พุ่งเข้ามารอบด้านได้หมด ถูกคลื่นดาบบางเล่มทิ่มแทงเชือดเฉือนจนเลือดสาดกระจาย


    เทียนฉินไม่ได้มีความสงสารเลยสักนิด เร่งคลื่นดาบโดยรอบเข้าจู่โจมอีกครั้ง กัวห่านจินที่ได้รับบาดเจ็บกัดฟันเร่งพลังปราณออกมาต้านอย่างเต็มกำลัง กระบี่มากมายเข้าปะทะกับคลื่นดาบจนม่านพลังสั่นไหว 


    แต่ด้วยพลังที่ไม่มีวันหมดของค่ายกลสังหารนี้ กัวห่านจินที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ก็ถูกเทียนฉินบังคับคลื่นดาบเข้าจัดการอย่างเหี้ยมโหด


    อ้ากก!


    กัวห่านจินแหกปากร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อแขนข้างหนึ่งถูกตัดขาดจากคลื่นดาบที่พุ่งเข้าใส่อย่างเร็ว ใบหน้าของมันซีดเผือด ใครจะไปคาดคิดว่าคนอย่างมันที่มีพลังระดับก่อกำเนิดขั้นต้น จะมาตกหลุมพลางติดอยู่ในค่ายกลสังหารของชายหนุ่มผู้นี้ได้ 


    มันทั้งเครียดแค้นและชิงชังที่ตนเองประมาท แต่ทำอย่างไรก็ไม่อาจจะหลุดรอดจากค่ายกลสังหารนี้ไปได้ สุดท้ายคลื่นดาบจำนวนมากก็เข้าตัดร่างของกัวห่านจินจนขาดสะบั้นตกตายอยู่ภายในค่ายกลสังหารนี้ 


    เทียนฉินหยุดการควบคุมค่ายกลสังหาร ก่อนจะจ้องมองชิ้นส่วนร่างกายของกัวห่านจิน ที่ถูกคลื่นดาบตัดขาดกระจุยกระจายอยู่ตามพื้น ด้วยสายตาที่เรียบเฉย ก่อนจะเหาะไปเก็บธงที่อยู่ตามจุดต่างกลับมาถือไว้ในมือพลางครุ่นคิด


    "หากข้าสามารถเรียนรู้การจารึกอักษรเหล่านั้นได้ การสร้างค่ายกลสังหารที่ทรงพลังมากกว่านี้ ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก!"


    เมื่อม่านพลังของค่ายกลสังหารถูกยกเลิก กลิ่นคาวเลือดก็โชยออกมารุนแรงจนรู้สึกสะอิดสะเอียน เทียนฉินหันมองซ้ายขวาก่อนจะมองเห็นแหวนมิติกับกระบี่ที่กัวห่านจินใช้อยู่อีกทาง เมื่อจัดการเก็บของที่จำเป็นหมดแล้ว เขาก็จุดไฟเผาซากชิ้นส่วนนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ก่อนจะกลับไปหาตาเฒ่าหม่าที่ซ่อนตัวอยู่อีกทาง ตามที่ได้นัดหมายกันไว้


    ตาเฒ่าหม่าที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเทียนฉินที่กำลังเข้ามาใกล้ ก็ออกมาจากที่ซ่อนตัวยืนรอคอยเขาอยู่ตรงนั้น แต่พอได้พบกับเทียนฉินแววตาที่เขาจ้องมองก็เต็มไปด้วยความสงสัย เพราะตามร่างกายของเทียนฉินไม่มีร่องรอยบาดแผลอะไรเลย และเมื่อเทียนฉินเข้ามาใกล้เขาก็เอ่ยปากถามออกมาทันที


    "เจ้าทำได้อย่างไรกัน?"


    เทียนฉินมองตาเฒ่าหม่าที่ทำท่าทำทางอยากรู้ให้ได้ก็ยิ้มออกมา ก่อนจะบอกกล่าวไขข้อสงสัยให้ตาเฒ่าหม่าได้รู้


    "เป็นเพราะท่านวางธงไว้ได้ตรงกับที่ข้าบอกน่ะสิ หาไม่แล้วข้าก็อาจจะไม่รอดจากชายชราคนนั้นได้!"


    "มันเป็นค่ายกลประเภทใดกัน เจ้าถึงได้สังหารคนที่มีพลังระดับก่อกำเนิดได้!"ตาเฒ่าหม่ายังถามออกมาอย่างใคร่รู้


    "มันเป็นค่ายกลสังหารน่ะ!!"


    เทียนฉินตอบกลับไปพร้อมกับเล่าถึงที่มาของค่ายกลนี้ รวมถึงตัวตนและเรื่องราวการต่อสู้กับกัวห่านจินให้ตาเฒ่าได้รู้อย่างไม่ปิดบัง


    ส่วนตาเฒ่าที่ได้รู้ว่าค่ายกลสังหารมีพลังถึงขั้นสังหารกัวห่านจินที่มีระดับก่อกำเนิดขั้นต้นได้ ก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่เคยนึกเลยว่าธงที่เทียนฉินให้มันไปแอบปักไว้ จะมีการใช้งานงานที่น่ากลัวเช่นนี้ได้


    อีกทั้งพอรู้ถึงตัวตนของกัวห่านจิน ก็ทำให้ตาเฒ่าหม่าอดที่จะกังวลใจไม่ได้ เพราะการจะได้เป็นถึงอาวุโสของนิกายนั้น ไม่ใช่ว่าแค่มีพลังสูงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถด้านอื่นหรือไม่ก็มีพักมีพวกที่คอยผลักดันอยู่แน่นอน


    "อย่างนี้พวกเราคงจะอยู่ที่แคว้นชิงนี่ลำบากเสียแล้ว!"ตาเฒ่าหม่ากล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมา


    เทียนฉินพยักหน้าเห็นด้วย แต่กลับคิดต่างจากตาเฒ่าหม่าอยู่บ้างเล็กน้อย


    "ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นไป หากเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดจริงๆ พวกเราค่อยหาทางรับมือกับพวกนั้นอีกครั้ง!"


    "เพียงแต่ว่าพวกเราคงไม่อาจจะอยู่อย่างเปิดเผยได้มากนัก!"


    เทียนฉินเอ่ยบอกกับตาเฒ่าหม่าด้วยความมุ่งมั่น ถ้าหากมีพวกระดับสูงออกมาตามล่าเขาอีก เขาก็ยังมีตัวช่วยอย่างอาจารย์ของเขาอีกคน ขอเพียงแค่เขาพยายามถ่วงเวลาไว้ได้ อาจารย์ของเขาจะต้องตามมาช่วยได้ทันอย่างแน่นอน จึงทำให้เขาไม่ได้กังวลอะไรมากนัก


    "ทำไมเจ้าถึงกล่าวออกมาแบบนั้นเล่า?"ตาเฒ่าหม่าเอ่ยถามอย่างสงสัยอีกครั้ง


    "หากข้าคาดเดาไม่ผิด! พวกมันจะต้องมีภาพวาดของพวกเราอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นพวกมันจะตามหาเราสองคนเจอได้อย่างไรกัน!"


    "อีกทั้งพวกมันก็เข้าโจมตีพวกเราทันที! โดยไม่ได้สอบถามอะไรเลย ข้าจึงมั่นใจได้เลยว่าพวกมันรู้แล้วว่าพวกเราสองคนได้สังหารคนของนิกายเมฆอนันต์นี้!"เทียนฉินบอกสิ่งที่เขาสงสัยออกมาให้ตาเฒ่าหม่าได้รู้


    ตาเฒ่าหม่าทำท่าครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของเทียนฉิน และเมื่อสอบถามเรื่องราวกันจนเข้าใจกันดีแล้ว เทียนฉินกับตาเฒ่าหม่าจึงได้ไปค้นหาร่องรอยของพวกลัทธิอีกาดำตรงตำแหน่งเดิมกันอีกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดพวกเขาทั้งสองคนกลับไม่ร่องรอยอะไรเลย


    "หรือว่าสิ่งที่พวกเราคิดมันจะผิด!"ตาเฒ่าหม่าที่เหาะกลับมาทางเมียนฉินเอ่ยออกมาอย่างจนใจ


    "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน!"เทียนฉินถอนหายใจออกมาก่อนก้มดูแผนที่ในมืออีกครั้ง


    "ถ้าหากไม่ใช่จุดซ่อนตัวแล้วมันจะเป็นอะไรไปได้ ทำไมพวกมันถึงได้ทำสัญลักษณ์ไว้?"ตาเฒ่าหม่าขมวดคิ้วครุ่นคิดถึงเหตุผลของพวกมันลัทธิอีกาดำอย่างงุนงง พลางแหงนหน้ามองไปทางเทียนฉิน


    "อาวุโสหลง! ท่านสามารถตรวจหาบริเวณนี้ได้หรือไม่ว่ามีค่ายกลหรืออะไรที่มันช่วยปกปิดอำพรางจากสัมผัสของผู้คนได้หรือไม่!"เทียนฉินส่งกระแสจิตสอบถามกับหลงยู่หมิงเผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง


    "ของที่เจ้าไม่ได้สัมผัส ข้ามิอาจจะล่วงรู้อะไรได้หรอก แต่ถ้าหากสิ่งที่เจ้าสงสัยมีอยู่จริง มันก็ต้องเป็นค่ายกลลวงตาบางอย่างแน่นอน"หลงอยู่หมิงกล่าวตอบกับมา


    "แล้วถ้าหากมันเป็นค่ายกลลวงตา ข้าจะตรวจสอบมันได้อย่างไรกัน!"เทียนฉินสอบถามความเห็นอีกครั้ง


    "เรื่องตรวจสอบนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เพียงแต่เจ้าต้องมีสมาธิเป็นอย่างมากในเรื่องนี้!"หลงยู่หมิงตอบกลับมาพร้อมกับสอนเรื่องการค้นหาตำแหน่งของค่ายกลลวงตาพวกนี้


    ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงแค่ปล่อยกระแสจิตออกไปตรวจสอบในตำแหน่งที่ตนเองสงสัย หากพบความผันผวนใดใดก็หมายความว่าตรงตำแหน่งนั้นย่อมมีค่ายกลซุกซ่อนอยู่เป็นแน่ แต่ทว่าความผันผวนที่จะตรวจพบได้นั้นมันจะมีความเบาบางอย่างมาก จึงต้องมีสมาธิเป็นอย่างดีถึงจะจับความผิดปกติเล็กน้อยนั้นได้


    เทียนฉินพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะมองที่ลับตาเพื่อซ่อนตัว แล้วหันมาบอกกับตาเฒ่าถึงเรื่องที่เขาจะทำและบอกให้ช่วยคุ้มกันเขาด้วย จากนั้นเขาจึงนั่งลงหลับตาส่งกระแสจิตออกไปตรวจสอบบริเวณนี้ทันที


    กระแสจิตของเทียนฉินเข้าปกคลุมตรวจสอบพื้นที่บริเวณนี้อย่างช้าๆราวกับจะไม่ปล่อยให้สิ่งใดหลุดรอดไปได้ แม้แต่มดที่กำลังเดินกันเป็นแถวก็ถูกจิตสัมผัสของเทียนฉินตรวจสอบอย่างละเอียด 


    เมื่อครั้งแรกตรวจสอบไม่พบเขาก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ แผ่กระแสจิตเข้าตรวจสอบอีกครั้งอย่างใจเย็น โดยไม่รู้เลยว่าได้มีคนสองคนลอยตัวอยู่กลางอากาศ มองดูสถานที่ที่พวกเขาได้ต่อสู้กันอย่างตกตะลึง


    "แม้แต่ตาเฒ่ากัวก็ถูกสังหารไปด้วยหรือนี่!"ชายชราคนนั้นอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ชักจะลุกลามบานปลายเสียแล้ว ไม่ใช่แค่เพียงศิษย์ระดับผันแปรขั้นสูงและขั้นสูงสุดที่ถูกสังหาร ทว่าแม้แต่อาวุโสของนิกายก็พลอยถูกสังหารไปด้วยอีกคน


    "เห็นทีเรื่องนี้คงไม่อาจจะปกปิดได้อีกต่อไปแล้ว!"ชายชรากล่

    าวออกมาอย่างจนใจ ชายชราคนนี้ก็คืออาวุโสมุ่ย อาจารย์ของกังลู่นั่นเอง



    จบตอนที่ 117