สั่งสอนคน
หลินเฉินผู้เป็นต้นตอของข่าวใหญ่ ไม่ได้สนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย วันนี้เขาอารมณ์ดีมาก เนื่องจากลูกสาวยอมให้เขาไปส่งที่โรงเรียน
แม้ว่าเธอจะยังไม่ยอมเรียกเขาว่าพ่อเหมือนเดิม หรือพูดคุยอะไรกับเขามาก แต่อย่างน้อย ความสัมพันธ์ของเขากับลูกสาวก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาแล้ว
หลินเฉินเดินไปตามทางและชวนหลิงหลิงพูดคุยตลอดทาง แต่หลิงหลิงไม่ได้ให้ความสนใจเขามากนัก เพียงพูดด้วยแค่เล็กน้อยเท่านั้น
เวลาแห่งความสุขของหลินเฉินผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาและหลิงหลิงได้มาถึงที่โรงเรียนอนุบาลแล้ว
ที่ด้านหน้าโรงเรียน มีครูหญิงวัยกลางคนคนเดิมกับเมื่อวานนี้ยืนรอต้อนรับนักเรียน
“หลิงหลิงตั้งใจเรียนด้วยนะ” หลินเฉินบอกลูกสาวด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
หลิงหลิงเงยหน้ามองเขา ไม่ได้พูดอะไรออกมา หมุนตัวเดินไปทางประตูทางเข้าโรงเรียนอนุบาล
มองส่งลูกสาว จนเธอหายเข้าไปในโรงเรียนอนุบาล หลินเฉินก็เตรียมที่จะเดินกลับบ้าน
วันนี้เขาตั้งใจที่จะเข้าไปหาโอสถรักษาในมุกมิติ แล้วนำมันออกมาให้พ่อของเขา พ่อของเขาจะได้หายขาดจากการเป็นโรคหัวใจสักที จากนั้นค่อยถือโอกาศมอบเครื่องรางป้องกันให้
เมื่อพ่อแม่ของเขาสวมใส่เครื่องรางป้องกันระดับสูง เขาถึงจะวางใจเรื่องความปลอดภัย
ถึงพ่อแม่ของเขาจะไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ป้องกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ดีกว่าไม่ป้องกันอะไรไว้ แล้วมาเสียใจในภายหลัง
แต่ก่อนที่หลินเฉินจะได้เดินกลับบ้านนั้น ชายวัยกลางคนร่างอ้วนในชุดสูทคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขา
“แกเป็นพ่อของนังเด็กที่ชื่อหลิงหลิงใช่ไหม?”
คิ้วของหลินเฉินขมวดในทันที ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขามองไปยังชายอ้วน “แล้วแกเป็นใคร?”
“แกกล้าเรียกฉันว่า ‘แก’ เหรอ?” สีหน้าของชายอ้วนเปลี่ยนไป เขาคิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะกล้าเรียกเขาว่า ‘แก’
ต้องรู้ก่อนนะว่าเขาเป็นคนมีฐานะคนหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ เป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง
หลินเฉินมองชายอ้วนราวกับมองคนโง่ ‘นี่แกกล้าเรียกฉันว่า ‘แก’ เหรอ?’ อะไรของมัน นี่มันโคตรจะปัญญาอ่อน ตัวเองเรียกคนอื่นว่าแก แล้วจะให้คนอื่นเรียกตัวเองว่าคุณหรือไง?
หลินเฉินคิดไม่ตกว่าชายอ้วนคนนี้เติบโตมาโดยมีตรรกะเพี้ยนๆ อย่างนี้ได้ยังไง
“ฉันเรียกแกว่า ‘แก’ แล้วมันจะทำไม?” หลินเฉินไม่อยากเสียเวลากับชายอ้วนคนนี้เลยสักนิดเดียว แต่เขาจะปล่อยชายอ้วนไปเฉยๆ ไม่ได้ เนื่องจากอีกฝ่ายกล้ามาเรียกลูกสาวของเขาว่า ‘นังเด็กหลิงหลิง’
อย่างน้อยเขาต้องสั่งสอนชายอ้วนก่อน ให้รู้ซึ้งว่าการมาเรียกลูกของคนอื่นว่า ‘นังเด็กนั่น นังเด็กนี่’ ไม่ใช่สิ่งที่สมควรกระทำ
เขาพลันกระจายพลังปราณออกมา ทำให้คนรอบข้างไม่สนใจพื้นที่รอบๆ จุดที่เขาและชายอ้วนยืนอยู่
“คนจนอย่างแกไปเอาความกล้ามาจากไหน!” ได้ยินคำพูดของหลินเฉิน ชายอ้วนก็โกรธมาก เขาวิ่งเข้ามาหาหลินเฉิน พร้อมกับหมัดที่กำแน่น ชกออกไปที่ใบหน้าของหลินเฉิน
หลินเฉินมองหมัดของชายอ้วนที่เชื่องช้าเสียยิ่งกว่าเต่าคลาน เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าไปมา ยกมือขึ้นรับหมัดของชายอ้วนไว้ จากนั้นก็ชกหมัดไปที่ใบหน้าของชายอ้วน เขาไม่ได้ชกไปหมัดเดียว แต่ชกสองหมัดในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที
ปัก!
ปัก!
ใบหน้าของชายอ้วนถึงกลับยุบลงไป ฟันในปากแตกหักกระเด็นออกมาพร้อมกับเลือด ร่างหมุนควงปลิวกระเด็นออกไป ก่อนจะตกลงพื้น แน่นิ่งไม่มีการเคลื่อนไหว ชายอ้วน แน่นอนว่ายังไม่ตาย เขาเพียงหมดสติไปเท่านั้น
แต่ก่อนที่จะหมดสติ ชายอ้วนก็รู้สึกเจ็บปวดที่ใบหน้าอย่างมาก มันเป็นความเจ็บปวดที่เขาไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว
ดีที่หลินเฉินใช้พลังปราณปิดกั้นเพื่อที่เอาไว้ จึงไม่มีใครสนใจชายอ้วนที่ถูกเขาชกจนหมดสติ
หลินเฉินก้าวเดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้าของชายอ้วน ก้มลงแตะที่หน้าผากของอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง เพื่อดูความทรงจำ เขาอยากจะรู้เหตุผลว่าทำไม ชายอ้วนถึงหาเรื่องเขา
ทันใดนั้นความทรงจำของชายอ้วนก็ปรากฏให้หลินเฉินเห็น ชายอ้วนมีชื่อว่าต้ากัง เป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่พอมีชื่อเสียงเล็กน้อยในเขตตงฝู ชอบวางตัวเองสูงส่งต่อคนที่จนและอ่อนแอกว่า ส่วนคนที่รวยกว่าและแข็งแกร่งกว่า จะทำตัวนอบน้อม กระดิกหางให้
นิสัยแบบนี้นับว่าน่ารังเกียจในสายตาของหลินเฉิน เขาได้ค้นพบแล้วว่าทำไมต้ากังถึงได้มาหาเรื่องเขา ดูเหมือนว่าลูกสาวของเขาจะทะเลาะกับลูกชายของต้ากังบ่อยๆ
เหตุก็มาจากลูกชายของต้ากังชอบล้อหลิงหลิงว่าเป็นลูกไม่มีพ่อมีแม่ ซึ่งการทะเลาะนี้มันทำให้ต้ากังไม่พอใจที่เด็กสาวจนๆ คนหนึ่งกล้ามาทะเลาะกับลูกชายของเขา เขาจึงอยากที่จะมาสั่งสอน
ประจวบเหมาะกับเห็นหลินเฉินมาส่งหลิงหลิงพอดี เขาเลยคิดว่าหลินเฉินเป็นพ่อของหลิงหลิง จึงถือโอกาสนี้เข้ามาสั่งสอน
“เพียงแค่เรื่องแค่นี้?” หลินเฉินอดพูดออกมาไม่ได้ ดูเหมือนว่าสมองของต้ากังจะถูกลาเตะ ถึงได้เป็นแบบนี้ เขาต้องส่ายหน้าไปมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะกดนิ้วลงที่หน้าท้องที่เป็นพุงโตๆ ของต้ากัง
หลังจากทำเช่นนี้แล้ว เขาก็ไม่สนใจต้ากังอีก หมุนตัวเดินกลับบ้าน
แม้ต้ากังจะมีความผิดที่มาหาเรื่องเขา แต่เขาก็ไม่มีความคิดฆ่าคนพร่ำเพื่อ เว้นแต่คนผู้นั้นจะล้ำเส้นมากจริงๆ ครั้งนี้เขาเพียงลงโทษต้ากังเล็กน้อยเท่านั้น โดยการทำให้นกเขาไม่ขันอีกตลอดชีวิต!
หลินเฉินใช้เวลาไม่นานก็กลับมาถึงบ้าน เขาทักทายพ่อของเขาเล็กน้อย ก่อนที่จะเข้าห้อง จากนั้นนำมุกมิติออกมาเปิดใช้งาน
เมื่อเปิดใช้งานมุกมิติแล้ว เขาก็ก้าวเท้าเดินเข้าไป ดูเหมือนว่าเด็กหญิงน้อยผู้น่ารักผมสีขาวยืนรอเขาอยู่ ถ้าไม่ใช่เสี่ยวไป๋แล้วจะเป็นใคร
“นายท่านๆ” เสี่ยวไป๋ร้องเรียกด้วยความดีใจ
“ตัวตะกละน้อยหิวอีกแล้วใช่ไหม?” หลินเฉินยิ้มให้เธอ พลางลูบหัว
เสี่ยวไป๋ยิ้มจนตาหยี “นายท่านรู้ดีที่สุด ข้าหิวแล้ว!”
หลินเฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา จากนั้นเขาก็ไปทำอาหารมารับประทานกับเสี่ยวไป๋จนอิ่มท้อง
“นายท่าน ข้าง่วงแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนนะ” พออิ่มท้อง เสี่ยวไป๋ก็วิ่งไปที่แม่น้ำ ก่อนจะกระโดดและกลายร่างเป็นปลาเกล็ดขาวบรรพกาล ว่ายจมหายไป
“เฮ้อ เด็กคนนี้” หลินเฉินถอนหายใจออกมา รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเขา ทำการเก็บจานชามไปล้าง
เมื่อทำทุกอย่างแล้วเสร็จ เขาก็มุ่งหน้าไปที่ห้องโอสถ ค้นหาโอสถที่มีสรรพคุณรักษาโรคหัวใจ
ด้วยระยะเวลาไม่ถึงสิบนาที หลินเฉินก็พบ เขาถือขวดโอสถไว้ โอสถนี้มีชื่อว่า ‘โอสถปรับปรุงร่างกาย’ มีสรรพคุณในการรักษาเกี่ยวกับร่างกายและหัวใจโดยตรง
เมื่อได้โอสถปรับปรุงร่างกายแล้ว หลินเฉินก็ไม่ได้รอช้า เขาออกจากมุกมิติในทันที
เมื่อออกมาจากมุกมิติแล้ว หลินเฉินเดินออกมาจากห้องมาหาพ่อของเขาที่นั่งดูทีวีอยู่
“มีอะไรเหรอเสี่ยวเฉิน?” หลินไคถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นว่าลูกชายมายืนอยู่ตรงหน้าของตัวเอง
หลินเฉินยิ้ม “นี่ยาครับพ่อ พ่อกินสักหน่อย โรคหัวใจจะได้หาย”
จบบทที่ 17