“เ้าพูดสิ่งใดออกมา” หัวหน้าหมู่บ้านหายจากอาการใ ไม่รู้จะพูดอันใดกับคนเบื้องหน้า ได้เพียงกล่าวถามประโยคสั้นๆ
“เอาล่ะ ทุกท่านอย่าถือสาหาความในคำพูดของข้า ที่ข้าพูดไปก็แค่ขู่นางเท่านั้น หากใครคิดทำตามวิธีที่ข้าพูดออกไป เท่ากับว่าพวกเ้า้าถูกปะา เ้าหน้าที่ของทางการมิได้อ่อนหัด พวกเขาสามารถสืบได้อยู่แล้วว่าใครเป็คนลงมือ แยกย้ายกันไปทำงาน”
ฮั่วหนานอันกลับมาก่อกำแพงบ้านต่อ ผู้ที่ร่วมกันก่อกำแพงบ้านกับฮั่วหนานอันมือสั่น คอยระมัดระวังกลัวว่าจะทำให้เ้าหมอนี่โกรธแค้น
“โล่งอกไปทีที่ท่านพ่อของเ้าเพียงพูดขู่” เสี่ยวหม่านขาสั่นจนแทบล้มลงนั่งกับพื้น วิธีของบิดาสหายช่างน่ากลัวยิ่งนัก
ฮั่วิจูยืนฟังอยู่ด้านหลังชาวบ้านกลุ่มใหญ่ บิดาของนางมีนิสัยเยี่ยงนี้แหละ บุรุษอื่นอาจวางตัวสูงส่ง ไม่ถือสาหาความกับสตรีให้เสียเกียรติ แต่มิใช่บิดาของนาง
“ท่านพ่อของเ้าน่านับถือสุดๆ ไปเลย”
ตงจื้อกล่าวด้วยความสะใจ ครอบครัวของพวกตนถูกท่านย่ากดขี่มานาน และยังคิดจะให้บิดาหย่าขาดกับมารดา ในฐานะบุตรชายเขาย่อมไม่พอใจอยู่แล้ว ไม่คิดว่าบิดาของสหายจะจัดการกับท่านย่าผู้ปากร้ายจนผู้คนเข็ดขยาดได้
ฮั่วิจูวิ่งกลับบ้าน ทำเหมือนว่านางไม่เคยได้ยินสิ่งที่บิดาขู่หญิงชราปากร้าย ในฐานะบิดาย่อม้าให้บุตรมองเห็นแต่ด้านดีๆ เอาเป็ว่านางไม่ได้ยินคำพูดของบิดาวันนี้ก็แล้วกัน
“กลับมาแล้วหรือ” หวังซื่อถามบุตรสาวที่วิ่งเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าแดงเพราะถูกแดดเผา
“กลับมาแล้วเ้าค่ะ”
“ปูทะเลพวกนี้ เ้าจะทำอันใดกับมัน แม่นมเจียงก็ไม่รู้วิธีทำ” ชี้ไปยังสัตว์หน้าตาแปลกประหลาดที่ไต่อยู่ในถัง
“มันน่ากลัวมาก คุณหนูแน่ใจหรือว่าจะนำมาทำอาหาร”
แม่นมเจียงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ นางเพิ่งเคยเห็นสัตว์หน้าตาแปลกประหลาด แถมมันยังหนีบนิ้วของนางจนได้รับาเ็
“ข้าเคยได้ยินบ่าวในห้องครัวเล่าเกี่ยวกับความอร่อยของปูทะเล นางเล่าถึงวิธีการทำให้ข้ารู้ แม่นมเจียงไม่ต้องกังวล ข้าจะแสดงฝีมือเนรมิตอาหารจากปูพวกนี้ออกมาให้ได้”
ฮั่วิจูไม่ได้โกหกเสียทีเดียว บ่าวในห้องครัวผู้หนึ่งเคยเล่าให้นางฟังเกี่ยวกับอาหารที่ทำมาจากปูทะเล แต่สิ่งที่บ่าวคนนั้นทำเพียงนำปูมานึ่งและยังไม่รู้จักวิธีแกะเนื้อปู ทำให้มองว่าปูไม่อร่อย
“แรงยกตะหลิวยังไม่มี จะเอาแรงจากไหนมาทำอาหาร”
หวังซื่อกระเซ้าบุตรสาวที่ยืนเท้าสะเอว เชิดหน้าด้วยความมั่นใจ
“เย็นนี้ท่านแม่รอกินมื้อเย็นฝีมือข้าได้เลย ข้าคิดว่าพวกเราควรเชิญท่านอาจารย์ลงมากินข้าวกับพวกเราด้วย ท่านแม่มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างเ้าคะ”
ท่านอาจารย์อาศัยอยู่เพียงลำพังคงเหงาน่าดู ฮั่วิจูจึง้าเชิญนางลงมาทำความรู้จักกับครอบครัวของตนมากกว่านี้
“ถึงอย่างไรนางก็เป็อาจารย์ของเ้า เชิญลงจากเขามาทานมื้อค่ำที่บ้านของพวกเราก็ดีเหมือนกัน แม่จะได้ทำความรู้จักกับนางมากกว่านี้”
หวังซื่อ้าทำความรู้จักกับอาจารย์ของบุตรสาว อยากรู้ว่าหมอหญิงท่านนี้ไว้ใจได้หรือไม่ ถ้าเกิดจับสังเกตได้ว่าท่านหมอมีความผิดปกติบางอย่าง จะได้ยื่นคำขาดให้บุตรสาวเลิกเรียนกับนาง
ฮั่วิจู่วิ่งเข้าไปในห้องบิดาแล้วรื้อเครื่องเขียนออกมา มือน้อยๆ จับพู่กันแล้วขีดเขียนข้อความลงไปบนแผ่นกระดาษ ยุ่งวุ่นวายอยู่สักพักก็วิ่งออกมาจากห้อง
“พี่เสี่ยวเฟิง รบกวนท่านนำเทียบเชิญไปให้ท่านอาจารย์ที” ยื่นเทียบเชิญให้กับบุรุษที่ว่องไวกว่าเด็กน้อยอย่างนาง
“ขอรับ” เสี่ยวเฟิงรับเทียบเชิญแบบง่าย ๆจากมือของคุณหนู แล้วนำไปให้กับคนที่อาศัยอยู่บนเขา
ภายในบ้านฮั่วกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการปูทะเลที่ได้มา ฮั่วหนานอันช่วยสร้างบ้านอย่างขยันขันแข็ง พอตกเย็นเดินกลับบ้านอย่างมีความสุข
ระหว่างทางกลับบ้าน ฮั่วหนานอันโยนถุงเงินค่าแรงที่เบิกล่วงหน้าสลับมือไปมาอย่างมีความสุข
“พี่ชายฮั่ว”
ฮั่วหนานอันชะงักเท้ามองไปยังผู้ที่เรียกเขา จึงพบว่าเป็คนที่เคยกระทืบเขาครั้งก่อน
“มีอันใด” ฮั่วหนานอันปรายตามอง ช่างโผล่หน้าขี้เหร่มาขัดความสุขตนเสียจริง
“เดี๋ยวนี้พี่ชายฮั่วไม่มาสุงสิงกับพวกเราเลยนะขอรับ”
มองถุงเงินที่อยู่ในมือของฮั่วหนานอัน หมาจื่อยังเจ็บใจไม่หายที่เสียเงินให้กับคนตรงหน้า แม้ว่าเขาจะออกเงินน้อยที่สุด แต่มันก็มีมูลค่ามากถึงร้อยอีแปะเชียวล่ะ
“พวกเ้ารุมกระทืบข้าาเ็ปางตาย เ้าจะให้ข้ากลับไปสุงสิงกับคนที่กระทืบตนเอง สมองเ้ามีแต่ดินเลนหรืออย่างไร”
ฮั่วหนานอันตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้า มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าที่คนพวกนี้ให้เขายืมเงิน เป็เพราะ้าเข้ามาตีสนิทแล้วเอารัดเอาเปรียบครอบครัวเขา การจะมาเอารัดเอาเปรียบคนอย่างฮั่วหนานอันต้องดูก่อนว่าได้รับอนุญาตหรือยัง
ยังเสียดายไม่หายที่คนพวกนี้มีเงินให้เขายืมน้อยจนเกินไป วันนั้นถ้าเสี่ยวเฟิงไปเร็วตามแผนที่วางไว้ เขาคงไม่เจ็บหนักจนต้องนอนซมไปหลายวัน ยามอยู่เมืองหลวงฮั่วหนานอันเป็ถึงคุณชายมือเติบ พอมาอยู่ที่นี่กลับยอมให้ถูกกระทืบเพราะไม่อยากคืนเงินที่ยืม
“เพราะไว้ใจและนับถือกันดั่งสหาย พวกข้าจึงให้ท่านยืมเงิน แต่พี่ชายฮั่วกลับทำลายความเชื่อใจของพวกเราโดยการไม่ยอมคืนเงิน จะไม่ให้พวกเราโมโหได้อย่างไร” หมาจื่อพยายามอธิบาย
“นี่น้องชาย” ฮั่วหนานอันเดินเข้าไปปัดฝุ่นบริเวณบ่าหมาจื่อ “เ้าคิดว่าข้าโง่ปานนั้นเชียว คิดว่าข้าไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของพวกเ้าหรือ”
หมาจื่อมีแววตาล่อกแล่ก ย้อนภาพเหตุการณ์ในวันนั้น พวกตนคิดเพียงว่าถ้าชายคนนี้ไม่มีเงินมาคืน พวกตนจะบุกไปทวงหนี้ถึงบ้าน ถ้าตกลงกันไม่ได้พวกตนจะบีบบังคับเอาเมียคนงามของคนตรงหน้ามาใช้หนี้แทน
พวกชายเสเพลล้วนห่วงชีวิตตนเองมากกว่าภรรยา ขอเพียงมีชีวิตรอด ต่อให้ขายบุตรและภรรยาก็ยังดีกว่าถูกเ้าหนี้ทำร้ายจนตาย
ภรรยาของชายเสเพลผู้นี้งดงามราวกับเทพธิดา ั้แ่เกิดมาไม่เคยเห็นใครที่งามเท่านี้มาก่อน ผู้ใดจะไม่อยากหญิงงาม พวกตนจึงเริ่มวางแผนการขึ้นมา คาดไม่ถึงว่าจะชวดทั้งเงินและสตรีงาม
“ท่านพูดถึงเื่ใด” หมาจื่อแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ที่ฮั่วหนานอันกล่าวถึง
“น้องชาย เอาเป็ว่าข้าขอบคุณพวกเ้าสำหรับเงินห้าตำลึง และสุราหลายไหที่เลี้ยงข้าอยู่ตลอด ต่อไปนี้ก็จงไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า”
เพียะ!
ฮั่วหนานอันตบใบหน้าของหมาจื่อสุดแรง จนร่างของหมาจื่อเสียหลักล้มลงกับพื้น
“อย่าให้ข้าเห็นว่าพวกเ้าคิดไม่ซื่อกับภรรยาและบุตรของข้า ระวังต้องใช้แขนเดินแทนเท้า” ฮั่วหนานอันก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น
“ช่างน่าเบื่อเสียจริง น้องชายทำให้ข้าโมโหจนต้องไร้มารยาทเสียแล้ว” ฮั่วหนานอันสะบัดมือที่ตบหน้าหมาจื่อด้วยความหงุดหงิด
“ข้าอุตส่าห์ว่าจะปรับปรุงตัวเสียหน่อย เ้าทำให้ข้าตบะแตกเสียได้” บ่นเสร็จก็เดินกลับบ้านต่อ
สกุลฮั่วเป็สกุลขุนศึก ผู้ที่มีสายเืสกุลฮั่วไหลเวียนอยู่ย่อมมิใช่ผู้อ่อนแอ พละกำลังของฮั่วหนานอันไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่ชายทั้งสองแม้แต่น้อย ในบรรดาคุณชายที่ตนมีเื่ด้วย ไม่เคยมีใครเอาชนะเขาได้เลยสักครั้ง
มีเพียงครั้งล่าสุดที่เขาดื่มหนักจนเกินไป ถึงได้ถูกพวกอันธพาลในหมู่บ้านรุมกระทืบจนาเ็หนัก
หมาจื่อถ่มเืลงบนพื้นดิน จึงเห็นว่ามีฟันหลุดออกมาด้วยสามซี่
“ไอ้สารเลว!” กุมแก้มด้วยความเ็ป หากหัวหน้าหมู่บ้านไม่ขู่ว่าจะแจ้งทางการให้มาจับพวกตนในข้อหาพยายามฆ่า มีหรือที่พวกเขาจะยอมให้ไอ้สารเลวคนนี้อยู่สุข
“แค่พวกตกอับ นึกว่าข้ากลัวเ้าเรอะ” พยุงตัวกับพื้นดินเพื่อลุกขึ้นยืน
ผู้ที่ถูกอาฆาตมาดร้าย ยังคงเดินผิวปากกลับบ้านด้วยอารมณ์เป็สุข กลิ่นหอมๆ ที่ลอยออกมาจากบ้านถูกฮั่วหนานอันสูดจนเต็มแรง
“ข้ากลับมาแล้ว!” เปิดประตูเข้าไปในบ้าน พร้อมกับะโบอกให้ทุกคนรับทราบว่าตนกลับมาแล้ว
ภาพที่ฮั่วหนานอันเห็นไม่เป็อย่างที่คิดเลยแฮะ บุตรสาวคนเล็กที่ชอบมาคลอเคลียออดอ้อนตนอยู่ทุกวัน โผล่เพียงหน้าเล็กๆ ออกมาจากห้องครัว บุตรสาวคนโตเพียงแค่หันหน้ามามองเท่านั้น ส่วนคนที่เป็ภรรยายิ่งแล้วใหญ่ นางเพียงปรายตามองแว็บเดียว
ถุงเงินที่อยู่ในมือถูกยัดเข้าไปในเสื้อ ฮั่วหนานอันคิดจะอวดค่าแรงกับคนในครอบครัวเสียหน่อย กลับไม่มีใครสนใจเขาเลยสักคน น่าเศร้าใจเสียจริง