ด้วยพลังจากการ์ดดัลเบิ้ลวิงก์ทำให้ค่าความเสียที่เกิดขึ้นรุนแรงและเกิดขึ้นถึง2 ครั้งในการโจมตีเพียงครั้งเดียวการโจมตีของมิร่านับได้ 12ครั้งทำให้ผลของการ์ดเมจิกรอยแผลแห่งการก่อเกิดปรากฏผล การ์ด 1 ใบถูกจั่วขึ้นมาหลังจากนั้นร่างของเทวทูตไร้ปีกทั้ง 3คนก็ร่วงหล่นสู่พื้นดิน...ตามด้วยเสียงเรียกใช้การ์ดอีก 1 ใบ เธอเรียกใช้การ์ดที่จั่วได้เพื่อจบการต่อสู้
“แอเรีย!”
เสียงมิร่าเรียกใช้การ์ดแอเรียหลังจากสิ้นเสียงของเธอการ์ดแอเรียที่ปรากฏออกมาในรูปแบบเวทมนต์ก็แสดงผลหอกสีดำที่มีไอความมืดปกคลุมจำนวน 12เล่มถูกเรียกออกมาล้อมรอบศัตรูแต่ละตัว หลังจากนั้นคมหอกทั้ง 36เล่มก็ปักลงบนร่างของกลุ่มศัตรูจากทุกทิศทางก่อให้เกิดความเสียหายอันรุนแรง
“753,456!” “752,378!” “757,176!”
“752,139!” “754,209!” “755,343!”
“759,349!” “754,473!” “753,275!”
“754,134!” “756,489!” “758,384!”
หลังค่าความเสียหายสุดท้ายเกิดขึ้นการต่อสู้ก็จบลงทันทีแทนและบลานซ์ที่ยังไม่ได้ลงมืออะไรเป็นชิ้นเป็นอันยืนทำตาโตบลานซ์ยังพอเก็บอาการได้ แต่แทนนั้นถึงกับอ้าปากค้าง
มิร่าค่อยๆลงมายืนอยู่บนพื้น เธอขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วพูดออกมา...
“ออกมาไม่ให้สุ้มให้เสียงเราตกใจหมดเลย...ว่าแต่เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนนะ” หญิงสาวหันมาถามเพื่อนร่วมทางที่ยังจ้องมาที่เธอตาไม่กระพริบ
“เอ่อ...” แทนยังพูดอะไรไม่ออก
“เอ่อ...พอดีตอนนั้นผมถามว่าคุณใช่ยูเรก้าสิบสองปีกหรือเปล่าน่ะครับ” บลานซ์ยังเค้นเสียงถามออกไปได้สำเร็จ
“อ้อ...พวกนายรู้จักชื่อนั้นด้วยเหรอใช่แล้วล่ะคนส่วนใหญ่รู้จักชื่อนั้นกัน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ
“เดี๋ยว...” แทนที่เริ่มกลับมาอยู่ในสภาพปกติแทรกขึ้นมา
“หืม...?”
“ตอนลินตรวจชื่อเธอไม่มีคำว่ายูเรก้าเลยนี่ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะชื่อมิร่า ฮากระจายอะไรประมาณนี้ล่ะ” แทนถามหน้าเข้ม
หญิงสาวหันมองหน้าคนพูดทันที“ไนติงเกลนะ...” เสียงเย็นแก้ไขชื่อที่เธอได้ยินก่อนจะถามเสียงเรียบ “นี่นายตั้งใจล้อฉันเรื่องชื่อใช่ไหม” สายตาของมิร่าจ้องไปยังหน้าของแทนที่เพิ่งจะเล่นมุขออกมาเขาลืมไปว่าคนที่กำลังพูดเล่นด้วยนั้นเพิ่งจัดการมอนสเตอร์ระดับเลเวล 156 จำนวน 4ตนโดยใช้การโจมตีเพียงชุดเดียว
เอื้อก...เสียงกลืนน้ำลายของแทนดังจนบลานซ์แทบจะได้ยินเขาพยายามหลบสายตาของมิร่าที่จ้องมองมาเพื่อถามหาคำตอบ
“เอ่อ...ฉันขอโทษนะที่ล้อชื่อเธอ” คนพูดทำหน้าเจื่อน
มิร่านิ่งเงียบไปครู่หนึ่งมันทำให้บรรยากาศรอบๆ น่าอึดอัดและชวนให้พวกแทนเสียวสันหลัง
“โป้งป้างขึ้นมาตูดับแน่ๆ” แทนพูดกับตัวเองด้วยเสียงเบาที่สุด
“ตลก!” เสียงดังที่ออกจากปากของมิร่าหัวหน้า1 ใน 4กิลด์ใหญ่เล่นเอาแทนสะดุ้งโหยง
“ขอโทษก๊าบ!” แทนรีบออกปากไปในเวลาเสี้ยววินาที
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ตลกมากๆ เลยน่ะ!นายคิดได้ยังไงกัน!” หญิงสาวผมเงินที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาอยู่ดีๆก็หัวเราะตัวงอ เธอหัวเราะเสียงดังจนน้ำหูน้ำตาไหล “พวกนายตลกจริงๆ” เธอย้ำคำ
แทนซึ่งเมื่อครู่หลับตาปี๋พร้อมกับยื่นมือสองข้างไปด้านหน้าค่อยๆลืมตาขึ้น และเมื่อเห็นมิร่ากำลังขำตัวงอก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
“อ่าว...ซะงั้น”เขาพูดพร้อมกับถอนหายใจโล่งอก“บลานซ์...” แทนกระซิบ
“หืม...” บลานซ์หันไปมองต้นเสียง
“ฉันว่ายัยนี่ต๊องแน่ๆ” เขาป้องปากพูดออกมา
“นายว่าฉันต๊องเหรอ!” มิร่าที่เมื่อครู่ยังหัวเราะร่วนเสียงเข้มขึ้นทันที
“เวร...ปากหาทีนอีกแระตู...” แทนบ่นตัวเอง
“นายรู้ได้ยังไงว่าเราต๊อง! เพื่อนๆเราบอกนายเหรอ!?” เสียงถามออกมาดูจริงจัง
“น่าน...ของแท้เลยแฮะบลานซ์” แทนสรุปความ
“ขอโทษนะ...” เสียงบลานซ์ดังขัดการสนทนาของสาวต๊องกับหนุ่มปากเสียมันทำให้ทั้งสองคนหันมามองหน้าเขา “คือมิร่ายังไม่ได้บอกเลยนะว่าทำไมถึงไม่ได้ชื่อยูเรก้าน่ะ” ชายหนุ่มถามสีหน้าจริงจัง
มิร่าเลิกคิ้วสูงแล้วเอียงคอมองบลานซ์“หืม...อ้อ! เรื่องนั้นน่ะเหรอ...” เธอทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก “มันมาจากตอนนั้นเราเข้าร่วมงานประลองน่ะมันเป็นงานประลองที่เมืองใหญ่ๆ ตอนนั้นเพื่อนๆ บอกให้เราลงแข่งเราก็เลยลงแข่งแต่ตอนงานประลองเขาให้ใช้ชื่ออะไรก็ได้เราก็เลยใช้ชื่อยูเรก้า” หญิงสาวตอบพร้อมกับพยักหน้าย้ำ
“อ่อ...เหมือนงานประลองที่โคลอสเซียมในเมืองคัลเดีย” แทนพยักหน้าเข้าใจ “ว่าแต่ชื่อเท่ห์คอดๆ อ่ะยูเรก้าว่าแต่เธอตั้งไว้นานแล้วเหรอ” เขาถาม
“อ้อ...ตอนแรกเราไม่รู้ว่าใช้ชื่ออะไรก็ได้เลยไม่ได้เตรียมชื่อไว้แต่พอรู้ว่าใช้อะไรก็ได้ก็เลยเอาชื่อที่ติดอยู่ข้างถุงขนมที่เรากินอยู่ตอนนั้นมาตั้งน่ะ...ฮัมบาบร้ายูเรก้า” มิร่าตอบพร้อมกับเอียงคอตามด้วยขมวดคิ้วนึกถึงบางอย่าง“เม็ดที่เป็นรสส้มอร่อยสุดๆ เลยนะ”
“...” แทนนิ่งไปทันทีที่ได้ยิน
“...” บลานซ์เองก็ไม่ต่างกัน
แต่เมื่อเริ่มตั้งสติได้แทนก็พูดออกมา“เอาเข้าปะบางทีชื่อเท่ห์หรืออะไรที่มันฟังดูหรูหรามันก็มีที่มาแบบนี้นี่เอง...อย่างนี้ถ้าฉันเกิดถือยากันยุงห่านฟ้าไปสมัครไม่กลายเป็น...แทนไทยห่านฟ้ากินยุงรึนี่” เขาพูดพร้อมกับส่ายหัวไปมา
“เอ้อ!” แทนที่กำลังส่ายหัวทำเสียงสูงเหมือนเพิ่งจะนึกอะไรออก“แล้วทำไมผมเธอไม่ใช่สีทองล่ะรึว่าใส่วิก...ทาถูๆ”
“เล่นมุขนี้จะดีรึแทน” บลานซ์เตือนเพื่อนของเขาแต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว มิร่ายืนฮากุมท้องอยู่ตรงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...มันอะไรก็ไม่รู้แหละ แต่ทาถูๆนี่มันตลกจัง!” เธอพูดไปหัวเราะไป
“บั่นทอนปัญญาโดยแท้...” แทนพูดขึ้นเมื่อเห็นหนึ่งในสี่อวตารที่ชื่อเสียงโด่งดังไม่เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้“เอาเป็นว่าหยุดฮามาตอบคำถามหน่อยได้ไหม” ชายหนุ่มพูดเสียงเข้ม
“แป๊บ...แป๊บ!” มิร่ายกมือขึ้นเพื่อขอเวลาซักครู่และเมื่อเธอกลับมาอยู่ในอารมณ์ปกติก็สูดหายใจยาวหนึ่งครั้งแล้วค่อยๆ ปล่อยออกมา “ที่เราผมสีทองน่ะมันเป็นคำสาปจากการ์ดแอเรียที่เรามีอยู่ตั้งนานแล้วน่ะการ์ดปราสาทลวงตาถ้าใส่เข้าเด็คผมเราจะเปลี่ยนสีแต่ปกติเราจะไม่ใส่เข้าไปนะเพราะมันค่อนข้างสร้างปัญหาเราจะใช้ก็เวลาต้องการจะจริงจัง” มิร่าว่า
“หะ...ข้อเสียแค่นี้น่ะเหรอ?” แทนหรี่ตามองไปที่คนพูด
“มันจะทำให้หน้าตาของคนที่ใส่มันไว้ในเด็คจะหน้าตาจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแนวด้วยนะเห็นเพื่อนๆเราบอก” หญิงสาวอธิบายด้วยน้ำเสียงใสๆ
“หืม...” เสียงบลานซ์แสดงความแปลกใจที่ได้ยิน
“หะ...เปลี่ยนไป?” แทนถามย้ำขณะจ้องไปที่ใบหน้าของคนพูด“ลองเอามันใส่เข้าไปในเด็คหน่อยได้ไหม” เขาถาม
“ได้สิ...รอเดี๋ยวนะ” มิร่าตอบออกมาพร้อมกับเลือกไปที่เด็คของเธอแล้วจัดการเปลี่ยนการ์ดใบที่ว่าใส่เข้าไปและเมื่อการ์ดถูกเปลี่ยนเรียบร้อย สีผมเธอก็เปลี่ยนเป็นสีทองจางๆ และใบหน้าก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป
“แม่เจ้า...” เสียงแทนอุทานออกมา“จะสวยไปไหนเนี่ย...” แทนหลุดปากพูดคำว่า ‘สวย’ ออกไปเมื่อเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไปของมิร่ามันงดงามราวกับหลุดมาจากเทพนิยายเลยทีเดียว
“เอ้ย...! แทน!” บลานซ์รีบเตือนแทนถึงเรื่องที่มิร่าจะพุ่งเข้าหอมแก้มคนที่ชมว่าเธอสวย
“เฮ้ย! ไอ้เกรียน...แกล้อฉันเล่นเรอะ!” มิร่าหันขวับมาทำตาขวางใส่แทนพร้อมกับใช้มือซ้ายคว้าคอเสื้อเขากระชากเข้ามาใกล้ๆ“แซวฉันเรอะ...! เดี๋ยวแม่ส่งไปหาบรรพบุรุษในนรกเสียเลย!” เสียงเข้มๆ มีแววดุดันตวาดออกมา
“หา!?” แทนซึ่งตัวลอยอยู่อุทานออกมาอย่างตกใจ“นิสัยเปลี่ยนด้วยเรอะ!นี่มันการ์ดอาร๊าย!” เขาโวยวาย
มือที่ยังกระชากคอเสื้อเขาไว้ยังไม่ปล่อยจนแทนต้องรีบพูดออกมา “มิร่าๆๆๆๆฉันว่าเอาการ์ดแอเรียนั่นจากเด็คดีกว่านะๆๆๆๆ” ชายหนุ่มละล่ำละลัก
“หืม...?” มิร่าใช้สายตาขวางๆจ้องไปที่หน้าแทนและเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอกำลังคว้าคอเสื้ออยู่ทำหน้าซีดเธอก็ปล่อยมือ
“เออจริง ครั้งนี้ยังไม่น่าจะต้องใช้การ์ดนี่” มิร่าพูดพร้อมกับเรียกเด็คของเธอออกมาแล้วจึงเปลี่ยนการ์ดแอเรียปราสาทลวงตาออกจากเด็ค
ผมของเธอกลับมาเป็นสีเงินเหมือนเดิมใบหน้าที่สวยราวกับตัวเอกในเทพนิยายกลับกลายเป็นความสวยระดับมนุษย์และเมื่อมิร่ากลับสู่สภาพเดิมเห็นแทนกองอยู่บนพื้นก็รีบพูดออกมา “เราขอโทษนะเราลืมไปว่าการ์ดนี้จะทำให้เราเปลี่ยนไปนิดหน่อย” เธอพูดด้วยใบหน้ารู้สึกผิด
“มันนิดตรงไหนเนี่ย...เราไม่น่าวอนเล๊ย” แทนซึ่งกำลังลุกขึ้นมาบ่นพึมพำ
บลานซ์ที่ยืนตาโตอยู่ตั้งแต่มิร่าเริ่มเปลี่ยนไปสะบัดหน้าไปมาสองสามทีก่อนจะพูดขึ้น“ว่าแต่จะไปกันต่อเลยไหมพวกนิกกี้น่าจะรอพวกเราอยู่นะ รีบๆ ไปช่วยพวกเธอเรื่องยานบินดีกว่า”
“เราว่าก็ดีนะ อยู่ในนี้เหม็นอับๆ เราไม่ค่อยชอบเท่าไรเลย” มิร่าว่า
“ไปก็ไป...ดีนะคอไม่หักไม่งั้นมีหวังกินข้าวไม่ได้” แทนบ่นไม่เลิก
บลานซ์หันไปทางเพื่อนของเขาแล้วหรี่ตามอง“ถ้าคอหักนี่ปกติเขาจะต้องห่วงว่าจะกินข้าวไม่ได้เหรอเนี่ย”เขาพูดยิ้มๆ ตามด้วยส่ายหัวไปมา
“ใช่ดิ!” แทนตอบกลับไปทันที
“ไปกันเถอะนะ...” มิร่าพูดพร้อมกับออกเดินลึกลงไปด้านล่างทันที“เราน่าจะต้องเจอศัตรูอีกเยอะเลยล่ะกว่าจะถึงจุดหมาย”
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็เดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ลำนำเทวามากขึ้นระหว่างทางมีทั้งบริเวณที่มีสายน้ำไหลผ่าน บริเวณที่เป็นทะเลสาบใต้ดินและบริเวณที่มีหินงอกหินย้อยที่เปล่งแสงออกมาอย่างงดงาม ทั้งเสียงสายน้ำไหลทั้งเสียงหยดน้ำที่รวมตัวกันที่ปลายหินแหลมแล้วหยุดลงมาคละเคล้าไปตลอดการเดินทางศัตรูในถ้ำนี้เลเวลอยู่ที่ราวๆ 150-170 เสียส่วนใหญ่
การที่มิร่านั้นมีสายทักษะที่ไม่สามารถเข้าปาร์ตี้ไดทำให้แทนและบลานซ์ไม่ค่อยได้ค่าประสบการณ์สักเท่าไรเพราะพวกเขาจัดการศัตรูไม่ทันจะมีบ้างบางครั้งที่ทั้งสองคนได้ช่วยกันจัดการศัตรูสักตัวหนึ่งการเดินทางลึกลงไปใช้เวลากว่าสามชั่วโมง ถึงจะไม่ได้ค่าประสบการณ์มากอะไรแต่การกำจัดมอนสเตอร์ระดับสูงติดต่อกันหลายตัวก็ทำให้แทนและบลานซ์เลเวลเพิ่มขึ้นมาพร้อมกับได้การ์ดและไอเทมมาบ้างนิดหน่อยซึ่งในขณะนี้แทนนั้นมีเลเวล 115ส่วนบลานซ์ก็เลเวลขยับไปอยู่ที่ 99
และหลังจากเดินทางไกลกันมานานในที่สุดเสียงประกาศจากระบบถึงบอสที่อยู่ข้างหน้าก็ดังขึ้น...
ด้วยพลังแห่งแสงสว่างกลางราตรีด้วยดวงใจที่บริสุทธิ์และมุ่งมั่น ประตูสู่ห้องลำนำแห่งแสงได้เปิดออกแล้ว...
“ห้องบอสแล้วสินะ” มิร่าพูดขึ้นจากการที่เดินทางมาด้วยกันและได้เห็นฝีมือของเธอทำให้แทนคิดไม่ออกว่าหากเธอต้องสู้กับโคซี่ที่ใช้ท่าเวลาสีอำพันทำให้ทั้ง3ร่างของเขาออกมาพร้อมกันใครจะเป็นผู้ชนะ
“เจ้าไรอันไม่เห็นเก่งแบบนี้เลย” แทนพูดขึ้น
“หือ...นายรู้จักไรอันนั่นด้วยเหรอ” มิร่าหันมาถาม
“รู้ดิ...มีความแค้นกับมัน” แทนทำหน้าไม่พอใจเมื่อนึกถึงคราวที่เนตถูกใช้เป็นโล่
“เจ้าไรอันน่ะไม่เก่งอะไรเท่าไรหรอกแต่ที่เก่งจริงๆ น่ะเป็นลุงที่อยู่กับเจ้านั่นต่างหากเราเคยจะฆ่าเจ้านั่นได้แล้วแต่ลุงนั่นล่ะที่มาขวาง” มิร่าพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“คนที่ชื่อแมทน่ะรึ” บลานซ์ว่า
“เราจำไม่ได้นะ แต่เป็นตาลุงที่อยู่กับเจ้านั่นล่ะแต่นะ...” มิร่าหันมาหาแทน “นายก็เก่งนะ นายสู้อย่างฉลาดแต่ตอนนี้นายยังสู้เจ้าไรอันนั่นไม่ได้หรอก อย่าเผลอไปให้เขาฆ่าล่ะ รวบรวมการ์ดดีๆเพิ่มเลเวลอีกหน่อย หรือไม่ก็ง่ายๆ เรียกเราไปจัดการ” หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้ม
“รู้แล้วล่ะน่าว่ายังสู้เจ้านั่นไม่ได้ฉันเคยเห็นมันสู้กับโคซี่แล้ว” แทนพูดด้วยเสียงหงุดหงิด“ว่าแต่จะไปจัดการบอสกันเลยไหมอยู่ข้างหน้าแล้วนี่” ชายหนุ่มอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่พูดถึงเรื่องของไรอัน
มิร่าส่ายหน้าช้าๆ“ไม่...เรายังไม่ต้องมาจัดการบอสถ้าข้อมูลที่ได้มาถูกจะมีทางลับไม่ไกลจากตรงนี้ล่ะ แต่ทางจะเปิดออกมาเมื่อครอบครองการ์ดมาถึงเท่านั้นล่ะเดี๋ยวขอเราลองสำรวจดูหน่อย” เธอพูดพร้อมกับเรียกมาร์ชออกมาและเมื่อภูติที่อยู่ในร่างเด็กหนุ่มสวมชุดสีเขี้ยวและหมวกปลายแหลมปรากฏตัวออกมาเสียงของมิร่าก็ถามขึ้นทันที
“ตรงไหนน่ะมาร์ช ตรงไหนที่เป็นประตูลับไปที่เจ้าทอยเมกเกอร์นั่นอยู่” เธอพูดพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ
“รอสักครู่ครับมาสเตอร์” เสียงมาร์ชที่ลอยอยู่กลางอากาศพูดขึ้นหลังจากนั้นเขาก็หลับตาและร่ายเวทอะไรสักอย่างไม่นานนักผนังถ้ำไม่ไกลจากประตูห้องบอสที่ก็หายไปราวกับมันไม่เคยมีอยู่และที่ปรากฏออกมาก็คือประตูสีขาวเรืองแสงตรงกลางบานประตูที่ว่ามีสัญลักษณ์คันศรและลูกธนูสีเขียวสว่างวาบและจางหายสลับกันไป
“นั่นมันอาวุธของเธอนี่มาร์ช” มิร่าพูดถึงสัญลักษณ์ที่ปรากฏออกมาบนบานประตู
“มันคือประตูแห่งการทดสอบผู้ครอบครองการ์ดระดับ X หลังจากนี้มิร่าต้องเข้าไปคนเดียวแล้ว...” ภูตที่เป็นเด็กหนุ่มพูดขึ้นขณะนั่งไขว้ขากอดอกอยู่กลางอากาศ“แต่มีคนอื่นไปด้วยก็ไม่ค่อยมีประโยชน์มาสเตอร์ไปคนเดียวดีแล้วล่ะ” เสียงนั้นพูดพร้อมกับเจ้าของเสียงหันมามองแทนแลบลานซ์
“อ่าว...ไอ้นี่วอน” แทนทำเสียงไม่พอใจ
“มาร์ชทำนิสัยไม่ดีมิร่าไม่ชอบเลยนะ” เสียงขุ่นๆ ออกมาจากริมฝีปากบางๆมันทำให้เจ้าภูตในชุดสีเขียวสีหน้าสลดทันที
“ผมขอโทษครับมาสเตอร์...” เสียงหงอยๆตอบกลับไป
“เราไปจัดการให้เรียบร้อยกันเถอะมาร์ชเปิดประตูให้เราหน่อย” มิร่าว่า
“ครับผม!” เสียงตอบกลับเข้มแข็งหลังจากนั้นเจ้าภูตตนนั้นก็ลอยไปข้างๆ หญิงสาวผู้เป็นเจ้านายแล้วกระซิบอะไรสองสามคำหลังจากนั้นมิร่าก็หยิบการ์ดออกมาใบหนึ่ง เธอแตะมันกับประตูบานตรงหน้าแสงสว่างของสัญลักษณ์คันศรสีเขียวหายไป ประตูบานสีขาวค่อยๆ เปิดออกช้าๆ
“พวกนายรอเราที่นี่นะเดี๋ยวเรามา...” มิร่าหันมาพูดกับแทนและบลานซ์ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปในประตูนั้น
“เวรแท้...มาเดินเล่นจริงๆ ด้วยพวกเรา” แทนบ่น แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลงเสียงของเจ้าภูตของเธอก็ดังลอดออกมา
“อย่าให้มาสเตอร์เธอเข้าไปล่ะไอ...”
“หืม...หมายความว่ายังไงกัน” แทนซึ่งได้ยินเสียงนั้นชัดเจนพูดขึ้น
“หมายความว่าเจ้าตัวที่ขโมยพลังของไอไปก็อยู่ที่นี่น่ะค่ะมาสเตอร์” เสียงเล็กๆของไอดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเธอ