ในขณะที่ผู้อาวุโสของตระกูลเหล่ยมาถึงงานเลี้ยงก็กลายเป็นเงียบลง ชื่อเสียงของผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยคนนี้ค่อนข้างที่จะไปทางที่ชั่วร้าย เพราะเขาไม่เพียงแต่เป็นคนที่เลือดเย็นโหดเหี้ยมแล้วเขายังเป็นคนสารเลวที่ชอบแย้งภรรยาของคนอื่นมาเป็นของตนอีกต่างหากเรียกได้ว่าเขาเป็นคนที่ไม่ควรมางานเลี้ยงนี้ที่สุด
“ทำไมอาณาจักรอสนีถึงส่งชายคนนี้มาหรือพวกเขาคิดจะทำให้เกิดความขัดแย้งกัน” พั่วเสอกล่าวด้วยสีหน้ากังวล
ในขณะที่งานเลี้ยงเต็มไปด้วยความกดดัน ต่อให้เป็นตระกูลหลางหรือจวิ้นก็ยังไม่ชอบหน้าผู้อาวุโสของตระกูลเหล่ยคนนี้แม้แต่ชายหนุ่มที่ติดตามมายังมองไปยังปิงเสวี่ยด้วยสีหน้าชั่วร้ายตลอดเวลาซึ่งทำให้ผู้อาวุโสตระกูลปิงต้องรู้สึกโกรธขึ้นมา
แต่ในตอนนั้นเองรัศมีจักรพรรดิก็ปรากฏและกดทับลงมา คนในงานรู้ตัวทันทีว่าตัวเอกของงานเลี้ยงในครั้งนี้ได้มาถึงแล้ว จักรพรรดิหญิงและต้าหมิงเดินเข้ามาพร้อมๆกัน คนหนึ่งหล่อเหลาเหมือนเทพบุตรอีกคนงดงามเหมือนกับนางสวรรค์เรียกได้ว่าทั้งสองเหมาะสมกันอย่างยิ่งถ้าไม่นับเรื่องความต่างของพลัง
“นั่นหนะเหรอชายที่จักรพรรดิหญิงเลือก นี่นางต้องการเล่นตลกหรืออย่างไรท่านจักรพรรดิของพวกเรายอมที่จะเอ่ยปากขอนางแต่งงานแต่นางกลับกล้าปฏิเสธแต่กลับมาหมั้นกับเด็กน้อยคนนี้เนี่ยนะ” ผู้อาวุโสตระกูลปิงกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“ว้าวงดงามมาก ชั่งเป็นหญิงสาวที่งดงามจริงๆเสียดายที่ดันไปเลือกสวะตรงนั้นแต่ขุนพลสาวทั้งสี่เองก็น่าลิ้มลองเหมือนกันนะ” ผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยกล่าวด้วยสีหน้าชั่วร้าย
ในตอนนั้นเองสายตาของจักรพรรดิหญิงหันไปมองผู้อาวุโสของตระกูลเหล่ย เพียงแค่สายตาจ้องมองไปแรงกดดันก็ทำให้ผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยถึงกับถอยหลังออกไปหลายก้าวและมีโลหิตใหลออกมาจากมุมปาก
“ท่านอาจารย์” ชายหนุ่มด้านหลังถึงกับตื่นตระหนก
“ไม่คิดเลยว่า 5 ปีมานี้นางจะแข็งแกร่งถึงระดับนี้แล้ว” ผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยกัดฟันกล่าวด้วยความโกรธ
“สมกับเป็นนายน้อยต้าหมิงในเวลานี้เขาชั่งดูสง่ามากขนาดนี้” พั่วเสอกล่าว
หญิงสาวจากตระกูลขุนนางมากมายต่างพึ่งเคยเห็นต้าหมิงเป็นครั้งแรกต่างก็แสดงสีหน้าแปลกใจ ตอนนี้ต้าหมิงแสดงสีหน้าเย็นชาและสงบนิ่งทำให้ต้าหมิงดูหล่อเหลาและมีเสน่ห์อย่างมาก
“ชั่งหล่อเหลาเหลือเกิน” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว
“บ้าจริง คนแบบนี้ไปหลบซ่อนอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆได้อย่างไรชั่งน่าเสียดายนัก”
“ไม่แปลกใจที่จักรพรรดิหญิงจะเลือกเขา ในฐานะของหญิงสาวข้าเข้าใจท่านจักรพรรดิหญิงได้ทันที” เหล่าหญิงสาวในตระกูลขุนนางพากันกล่าวขึ้น
ต้าหมิงแม้จะมีร่างที่ผอมบางแต่กลับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อบวกกับผิวที่เนียนขาวราวกับนายน้อยที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีทำให้ผู้คนอดที่จะคิดไม่ได้ว่าต้าหมิงเติบโตมาจากหมู่บ้านบนเขาจริงๆงั้นเหรอ
“ยินดีกับท่านจักรพรรดิหญิงที่ขึ้นปกครองอาณาจักรมาได้ 5 ปีแล้ว” พั่วเสอไม่รอช้ารีบกล่าวขึ้นทันที
“ยินดีกับจักรพรรดิหญิงด้วย....”
“ยินดีกับจักรพรรดิหญิงด้วย....”
“ยินดีกับจักรพรรดิหญิงด้วย....”
เมื่อมีพั่วเสอเป็นผู้เอ่ยปากคนแรกเหล่าขุนนางต่างก็พากันกล่าวอวยพรและแสดงความยินดีออกมาตามๆกัน
“ข้าขอของคุณพวกเจ้ามากที่มาร่วมอวยพรให้กับข้าในวันนี้” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“แน่นอนว่าพวกเราไม่มีทางพลาดโอกาสแบบนี้อย่างแน่นอนเพราะอาณาจักรอัคคีที่ยังสงบสุขได้ถึงทุกวันนี้เพราะบารมีของท่านจักรพรรดิหญิงทั้งสิ้น และวันนี้ข้าเป็นตัวแทนจากตระกูลพั่วได้นำของขวัญมามอบให้กับท่านจักรพรรดิหญิงด้วยตัวเอง” พั่วเสอกล่าวพร้อมกับก้าวเข้าไปและยื่นกล่องหยกให้กับจักรพรรดิหญิง
จ้าวหยูซินยื่นมือไปรับกล่องหยกเอาไว้ก่อนจะมอบให้กับจักรพรรดิหญิง ต้าหมิงยิ้มให้กับพั่วเสอก่อนจะกวาดตามองออกไป ต้าหมิงพบเห็นหญิงสาวงดงามมากมายทำให้หัวใจของต้าหมิงรู้สึกยินดีทันที แต่ในตอนนั้นเองสายตาของจ้าวหลานก็จ้องมองมายังตนทำให้ต้าหมิงรู้สึกหลั่งเหงื่อออกมา
“ตระกูลจวิ้นเองก็นำของขวัญมามอบให้กับท่านจักรพรรดิเช่นกัน....” ต่อจากนั้นในฐานะตระกูลใหญ่ตระกูลจวิ้นจึงจำเป็นต้องเคลื่อนใหวเช่นกัน
การมอบของขวัญจบลงเพียงไม่นานจากนั้นผู้อาวุโสตระกูลปิงก็เคลื่อนใหว ผู้อาวุโสตระกูลปิงเดินเข้าไปหาจักรพรรดิหญิงด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้ตัวข้าเป็นตัวแทนท่านจักรพรรดิให้มามอบของขวัญให้ท่านจักรพรรดิหญิง” ผู้อาวุโสตระกูลปิงกล่าวพร้อมกับส่งมอบของขวัญทันที
“ฝากขอบคุณจักรพรรดิเหมันต์ด้วย” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยสีหน้าสงบ
“และนี่คืออัจฉริยะของตระกูลปิง ปิงเสวี่ยของพวกเราวันนี้ข้าพานางมาเปิดหูเปิดตาด้วย” ผู้อาวุโสตระกูลปิงกล่าว
“ไม่เลวด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับมาถึงจอมเวทย์ระดับ 5 แล้ว น้อยคนนักจะทำแบบนี้ได้” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยสีหน้าชื่นชมเมื่อมองไปยังปิงเสวี่ย
ต้าหมิงที่เห็นปิงเสวี่ยกลับตื่นตระหนกและเบือนใบหน้าหนีเพราะนางคือหญิงสาวที่ต้าหมิงเคยพบเห็นในป่าสัตว์เวทแถวชายแดน
“ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่” ต้าหมิงคิดในใจ
ถึงแม้ต้าหมิงจะไม่ได้ทำอะไรผิดต่อปิงเสวี่ยนแต่ต้าหมิงก็ไม่อยากเปิดเผยเรื่องที่ตนช่วยเหลือนางเอาไว้เพราะด้วยสถาะของต้าหมิงตอนนี้อาจจะถูกใส่ร้ายว่าเป็นสปายของอาณาจักรเหมันต์ส่งมาก็ได้
“หืม..” ปิงเสวี่ยนหันไปมองยังต้าหมิง หลายวันมานี้ได้ได้ยินข้าวลือของต้าหมิงมามาก
“ข้าได้ยินมาว่าคุณชายต้าหมิงเป็นผู้อัญเชิญแต่กลับมีความสามารถในการต่อสู้เฉพาะตัวเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่” ปิงเสวี่ยกล่าว
“โอ้วเจ้าสนใจคู่หมั้นของข้างั้นเหรอ” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับปรายตามองไปยังต้าหมิงที่มีใบหน้าอึดอัด
“ท่านจักรพรรดิล้อเล่นแล้วเพียงแค่หลายวันมานี้ชื่อเสียงของคุณชายต้าหมิงโด่งดังไปทั่วอาณาจักรทำให้ข้าอยากจะรู้” ปิงเสวี่ยกล่าว
“แม่นางปิงไม่ต้องไปเชื่อเรื่องพรรณนั้นหรอกมันก็แค่ข่าวลือ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับปั้นหน้าใสซื่อ
“แต่ข่าวลือมักจะมีมูลมาจากเรื่องจริง” ปิงเสวี่ยกล่าว
“ฮ่า ฮ่า ถูกต้องแล้วข้าได้ข่าวว่าเจ้ามีฝีมือในการยิงธนูระดับปรมาจารย์เลยไม่ใช่เหรอ ทั้งความแม่นยำและระยะล้วนเหนือกว่าทหารทั้งหมดในอาณาจักรแห่งนี้ไปแล้ว” ผู้อาวุโสของตระกูลเหล่ยก้าวเข้ามาแล้วกล่าวขึ้น
“อย่างงี้นี่เอง ผู้อัญเชิญและใช้ธนูชั่งเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง แต่อย่างน้อยปิงเสวี่ยก็ขอขอบคุณคุณชายต้าหมิงก็แล้วกัน” ปิงเสวี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่าคนที่ช่วยเหลือนางเอาไว้คือต้าหมิง
ต้าหมิงอดที่จะยิ้มขมขื่นออกมาไม่ได้ แต่จากนั้นเขากลับรู้ได้ถึงสายตาโกรธแค้นซึ่งสายตานั้นมาจากชายหนุ่มด้านหลังผู้อาวุโสตระกูลเหล่ย ต้าหมิงอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้เพราะเขาไม่คิดว่าปิงเสวี่ยจะนำปัญหามาให้เขาเสียแล้ว