เมื่อได้ยินคำพูดที่แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของเฟยหรง ตระกูลจื่อทุกคนต่างพากันครั่นคร้ามในใจ เพียงเท่านั้นแม้แต่สองพ่อสู้ตระกูลไป๋รวมถึงผุ้ที่ทักษ์ของมันก็ล้วนแต่เนื้อตัวสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้ ด้วยอำนาจระดับนี้ขุมกำลังระดับสูงยกกันมาทั้งขุมกำลังยังไม่ใช่คู่มือของชายตรงหน้านี้ด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่ความคิดที่เกินจริงแต่อย่างใดแต่มันคือการมองจากความจริงต่างหาก
"พอแล้ว ข้าจะเป็นคนบอกเองเพราะฉะนั้นหยุดได้แล้ว!!"ราชันเทวะเทวะของอีกฝ่ายเหลือไม่ถึงครึ่ง ส่วนระดับเทวะนั้นตายตกไปจนเกือบหมด จื่อหยวนไม่สามารถมองดูเหตุการณืนี้ได้อีกต่อจึงกล่าวขึ้น
เฟยหรงเมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็ยกขึ้นเป็นสัญญานให้ภรรยาทั้งหมดของเขาหยุดมือในทันที การปราณีในครั้งนี้เพียงแค่อยากฟังคำตอบของอีกฝ่าย แต่หากว่าคำตอบนั้นไม่เข้าหูแล้วละก็ผลลัพท์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม นั่นคือล่มสลายทั้งตระกูล
"ว่ามา หวังว่าคำตอบของเจ้าจะทำให้ข้าพอใจได้"เฟยหรงว่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แรงกดดันของเขาคลายลงเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายสามารถพูดคุยได้สะดวกยิ่งขึ้น ในเวลานี้เหล่าผู้อาวุโสทุกคนพลันผ่อนคลายในทันใด พร้อมกับจ้องมองไปที่ผู้นำตระกูลด้วยแววตาที่หลากหลายยากจะคาดเดา
"หากจะให้เล่าต้องเริ่มตั้งแต่ที่นางถูกลอบโจมตีจนความจำเสื่อมเมื่อสามสิบปีก่อน เมื่อนางกลับมานางก็ฆ่าล้างศัตรูของนางจนหมดสิ้นและยังบอกกับข้าอีกว่านางมีลูกและสามีแล้ว ซึ่งในเวลานั้นเองนางมีสัญญาหมั่นหมายกับตระกูลไป๋อยู่ ข้าจึงตั้งเงื่อนไขว่าให้นางไปถึงระดับจักรพรรดิเทวะขั้นกลางให้ได้เมื่อถึงเวลานั้นจึงจะสามารถนำบุตรของตัวนางกลับมาได้ ซึ่งนางก็ทำได้สำเร็จในปีที่แล้วและกลับมาหาบุตรของนางและสามีของนาง แต่ทว่าเงื่อนไขของข้านั้นเพียงแค่ให้นำบุตรสาวกลับไปด้วยเท่านั้นส่วนสามีนั้นไม่ได้อยู่ในข้อตกลง อีกทั้งข้ายังขู่นางอีกว่าหากนำสามีเก่าของนางมาด้วยข้าจะฆ่าเขาทิ้งเสีย"
"โอ้ ท่านกำลังจะบอกว่าเรื่องทั้งหมดนี้นางไม่เกี่ยวแต่เป็นท่านที่ใจจืดใจดำพรากครอบครัวของบุตรสาวของตัวเองออกจากกันงั้นหรือ นี่คือคำแก้ตัวที่น่านับถือมากทีเดียว"เฟยหรงว่ากล่าว จื่อหยวนที่ได้ยินก็ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าแม้จะสบสายตากับชายหนุ่ม เรื่องที่เขาเล่ามานั้นเป็นเรื่องจริงทุกประการ สายสัมพันธ์ของตระกูลไป๋และตระกูลจื่อคือสิ่งที่เขาอยากดำรงมันต่อไป อีกทั้งลูกเขยที่มีพรสวรรค์และภูมิหลังที่ดีกับลูกเขยที่มาจากไหนก็ไม่รู้ ภูมิหลังอะไรก็ไม่มี แถมพรสวรรค์ก็งั้นๆ หากนำมาเปรียบเทียบกันไม่ต้องคิดเลยว่าเขาจะเลือกใคร
ส่วนเรื่องที่จื่อเหยียนนั้นทำตัวเย็นชาใส่เสี่ยวเฟิงนั้น ส่วนหนึ่งมาจากนั่นคือบุคลิกที่แท้จริงของนางอยู่แล้ว แต่ทว่าอีกส่วนหนึ่งกลับโดนข่มขู่โดยบิดาอย่างไม่ต้องสงสัย เฟยหรงไม่ได้กล่าวอะไรต่อไปและมองไปยังเสี่ยวเซียนที่ตอนนี้สีหน้าของนางก็ยังคงเย้นชาเช่นเดิมแม้จะได้ฟังคำบอกกล่าวจากชายที่ได้ชื่อว่าตาของตัวเองก็ตาม
"เรื่องที่ข้าเล่ามานั้นล้วนเป็นความจริง ข้าผิดหรือไงที่อยากให้ลูกสาวของข้าได้ดี มีคนที่แข็งแกร่งและเพรียบพร้อมอยู่เคียงข้าง ในวันข้างหน้าหากเจ้าได้เป็นพ่อคนข้าเชื่อได้ว่าเจ้าก็ต้องทำเรื่องที่ไม่ต่างจากข้าเท่าไรนักหรอก"เฟยหรงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้สำนึกอะไรมากนัก
"เหอะ แล้วท่านละมีความคิดเช่นเดียวกับบิดาของท่านหรือไม่??"เฟยหรงหันไปถามจื่อเหยียนที่กำลังนิ่งอึ้งอยู่ จนทำให้นางต้องหันมามองอย่างช่วยไม่ได้ นัยตาพลันมีน้ำไหลออกมาแต่ยังคงไว้ซึ่งความเย็นชาเช่นเดิม ดูเหมือนว่านางเองก็จะไม่ได้เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้มากนัก
เฟยหรงเมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรอีกต่อไป คำตอบที่เขาได้นั้นไม่ดีพอที่จะให้ไว้ชีวิตอีกฝ่าย ปากบอกทำเพื่อบุตรสาวแท้จริงแล้วก็แค่ทำเพื่อความสบายใจและอำนาจของตนเองเท่านั้น อีกทั้งตระกูลจื่อก็ยังผิดตั้งแต่แรกแล้วที่บุกเข้ามาเช่นนี้ กระบี่ลมปราณค่อยๆปรากฏขึ้นมาเท่ากับจำนวนของอีกฝ่าย และหมายจะฆ่าพวกตระกูลจื่อในทีเดียว
"ช้าก่อน!"ขณะที่เฟยหรงกำลังเตรียมตัวจะปลิดชีพพวกมันอยู่นั้นเอง เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดังมาจากด้านในพระราชวัง นั่นไม่ใช่เสียงใครนอกจากเสียงของเสียวเฟิงนั่นเอง
"ท่านพ่อตา ท่านจะห้ามข้าทำไม พวกมันตั้งใจจะฆ่าพวกเรา อีกทั้งยังทำให้ท่านต้องทนทุกข์มายี่สิบปี ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้เพียงพอที่จะทำให้พวกมันตายได้เป็นร้อยครั้ง"เฟยหรงกล่าวเสียงเย็น แต่ทว่าเสียวเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าของหญิงสาวก่อนที่จะกางมือออกเพื่อห้ามลูกเขยคนนี้
"หรงหรงน้อย เรื่องนี้ถือว่าข้าขอได้หรือไม่ ถึงอย่างไรนางก็ถือว่าเป็นภรรยาของข้า"เสี่ยวเฟิงกล่าวขึ้น มือของเฟยหรงที่กำลังควบคุมปราณกระบี่อยู่ก็พลันมีมืออันเรียวงามอีกข้างมาจับไว้
"เซียนเซียน เจ้าก็ด้วยหรือ"เฟยหรงถามด้วยความประหลาดใจ คนที่จับแขนของเขาเอาไว้ไม่ใช่ใครนอกซะจากเสี่ยวเซียนภรรยาของเขานั่นเอง
"ขะ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ข้าทำผิดพลาดหรือไม่แต่หากกระทำไปโดยไม่คิดให้รอบคอบเกรงว่าอาจได้เสียใจไปตลอดชีวิต"เสี่ยวเซียนกล่าวขึ้นน้ำเสียงของนางสั่นเคลือเหมือนจะร้องไห้ เฟยหรงหยุดมือในทันทีและโอบกอดนางเอาไว้ ความอบอุ่นในอ้อมกอดชายหนุ่มนั้นทำให้นางรู้สึกคลายใจและอบอุ่นเป็นอย่างมาก
"เพื่อเจ้าข้าจะยอมปล่อยพวกมันไป แต่ ทว่ามีคนหนึ่งที่ข้าปล่อยไปไม่ได้"เฟยหรงกล่าวเสียงเย็นปราณกระบี่ของเขาพุ่งเข้าไปห้อมล้อมอีกฝ่ายในทันที และมันไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากผู้อาวุโสคุมกฏของตระกูลจื่อนั่นเอง
"ไง จิตสังหารของเจ้ามันแผ่ออกมาไม่หยุดเลยนี่ คนที่อยู่ ณ ที่นี่เห็นทีจะมีแค่เจ้าเพียงคนเดียวที่คิดลงมือกับภรรยาข้า"เฟยหรงกล่าวน้ำเสียงนั้นบาดลึกกลางใจของผุ้อาวุโลคุมกฏ จื่อฉิงในทันที ในเวลานี้อีกฝ่ายทำได้แต่สั่นกลัวอย่างช่วยไม่ได้เพราะที่นี่ไม่มีใครช่วยเขาได้อีกต่อไป
"มะ เมตตา............."
"ฉับ!!"
ยังไม่ทันได้ว่ากล่าวอะไร กระบี่ลมปราณของเฟยหรงก็เข้าตัดศรีษะมันในทันที ในเวลานี้มาสำนึกได้มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เฟยหรงไม่คิดจะปราณีคนที่มันลงมือกับครอบครัวของเขาอย่างแน่นอน
ภาพนี้เหล่าผู้อาวุโสที่เห็นได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ พวกมันโชคดีขนาดไหนที่ไม่ได้ลงมือตามคำบอกกล่าวของผู้อาวุโสคุมกฏ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าคงจะต้องตายตกไปตามๆกันเป็นแน่แท้
เฟยหรงกวาดสายตาที่คมกริบมองอีกฝ่าย พวกมันได้แต่ก้มหน้าอย่างช่วยไม่ได้เพราะไม่มีใครในที่นี้สามารถจะต่อกรกับชายหนุ่มได้เลย
"พวกเจ้าจงสำนึกเอาไว้ที่รอดอยู่ได้ไม่ใช่เพราะความเมตตาของข้า แต่เป็นพ่อตาของข้า แต่หากคิดจะแก้มือก็มาหาข้าได้ที่หอกระบี่ดาวตก!"สิ้นเสียงของเฟยหรงชายหนุ่มและภรรยาก็หันหลังกลับเข้าไปยังพระราชวังในทันที
คำพูดที่ชายหนุ่มทิ้งไว้นี้สร้างความตกตะลึงให้แก่คนของตระกูลจื่อที่เหลือรอดอย่างสุดแสน หอกระบี่ดาวตกคืออะไรทำไมพวกมันจะไม่รู้จัก ขุมกำลังที่ใช้เวลาเพียงห้าปีไต่เต้าจากระดับต่ำสุดกลายเป็นขุมกำลังระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ ความมหัศจรรย์นี้สร้างความประหลาดใจและได้รับคำยกย่องจากขุมกำลังต่างๆในทวีปศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อย
อีกทั้งพวกมันยังเดาได้ว่าชายคนนี้ในหอกระบี่ดาวตกย่อมมีฐานะที่ไม่ธรรมดา ดังนั้นมันจึงอดไม่ได้ที่จะเสียวสันหลังวาบเลยทีเดียว ในใจคิดว่าเวลานี้ช่างโชคดีเหลือเกินที่รอดพ้นความตายมาได้ ชีวิตนับจากนี้ให้ตายอย่างไรพวกมันก็จะไม่สร้างปัญหาให้กับชายหนุ่มโดยเด็ดขาด