Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 5 บทที่ 136 กำเนิดพิภพวานร – รุ่งโรจน์

            ขุนเขาแห่งหมอก!

            “ครืน... ครืน...”

            พร้อมกับการสั่นสะเทือนของแผ่นดินรากไม้ขนาดเท่าลำแขนผุดขึ้นมาจากดินเส้นแล้วเส้นเล่า

            พวกมันเลื้อยเกาะก้อนหินบดบังหินเหล่านั้นไว้ แล้วพันเกี่ยวต้นไม้ยักษ์ทำให้ต้นไม้ยักษ์ดูเขียวขจียิ่งขึ้น

            เพียงครู่เดียวป่าผืนนี้ก็ราวกับกลายเป็นมหาสมุทรแห่ง ‘เถาวัลย์’

            และนี่เป็นเพียงรากไม้ของอวี๋จื่ออวี๋ที่มาจากรากแขนงเส้นหนึ่ง เป็นรากฝอยนับไม่ถ้วนที่แผ่ขยายออกไป

            “มาแล้วหรือ?”

            ผ่านมุมมองของรากไม้อวี๋จื่ออวี๋มองเห็นฝูงหมาป่าตัวใหญ่ทยอยวิ่งมาจากที่ไกลๆโผล่พ้นความมืดมิดมาให้เห็นอย่างชัดเจน

            ทว่าก่อนที่พวกมันจะเข้าใกล้บริเวณนี้รากไม้ขนาดเท่าแขนแต่ละเส้นก็ได้พุ่งออกไปราวกับงูทมิฬในทันที

            “ฉัวะ”

            พร้อมกับเสียงทะลุทะลวงที่คมชัดเสียงแจ้งเตือนเรียบนิ่งดังขึ้นข้างหูของอวี๋จื่ออวี๋

            “ติ๊ง!คุณได้สังหารหมีสีน้ำตาลกลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่สี่ แต้มวิวัฒนาการ +40แต้ม”

            “ติ๊ง!คุณได้สังหารเสือเหลืองกลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่เจ็ด แต้มวิวัฒนาการ +70แต้ม”

            ......

            เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนที่คมชัดดังขึ้นข้างหูมุมปากของอวี๋จื่ออวี๋ก็ยกขึ้นเล็กน้อย

            ต้องยอมรับว่าการมีเจ้าพวกนี้อยู่ประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวแต้มวิวัฒนาการของเขานั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก

            เพียงแค่ชั่วโมงสั้นๆก็ได้รับแต้มวิวัฒนาการมามากกว่าหนึ่งพันแต้มแล้ว

            นี่ยังไม่นับรวมสัตว์ป่ากลายพันธุ์อีกจำนวนมากที่ถูกหมาป่าวายุนำกลับมาอย่างต่อเนื่อง

            อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มและมองหมาป่าวายุที่วางเหยื่อในปากลงและเตรียมจะจากไปจากนั้นสั่งกำชับว่า

            “พวกเจ้าไปเติมพลังก่อนเถอะ”

            สิ้นเสียงลง

            “อะวู้ว อะวู้ว...”

            ท่ามกลางเสียงหอนฝูงหมาป่าวายุก็พุ่งเข้าใส่เหยื่อที่เพิ่งตายได้ไม่นานอย่างตื่นเต้น

            ทว่า หมาป่าเหล่านี้ก็ฉลาดส่วนใหญ่จะเลือกพุ่งเข้าใส่สัตว์ป่ากลายพันธุ์ที่มีระดับไม่ต่ำนัก

            สัตว์ป่ากลายพันธุ์ที่มีระดับพลังพอสมควรเหล่านี้อุดมไปด้วยพลังวิญญาณโดยเฉพาะพวกที่เพิ่งตาย พลังวิญญาณยังไม่สลายไปจึงง่ายต่อการที่สัตว์ป่ากลายพันธุ์ตัวอื่นจะดูดซับ

            หากพวกมันกินอาหารในปริมาณมากเช่นนี้และสามารถดูดซับได้สำเร็จพลังวิญญาณก็จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองสามร้อยหรือแม้แต่การเลื่อนระดับก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

            แน่นอนว่าซากศพส่วนใหญ่จะถูกรากฝอยของอวี๋จื่ออวี๋ลากลงไปใต้ดินเพื่อใช้เป็นสารอาหารและดูดซับอย่างช้าๆ

            ส่วนพวกอย่างปีศาจกระทิงหรือเสือขาวพวกมันจะเติมพลังตามความต้องการในขณะล่าสัตว์อยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวลว่าพวกมันจะหิว

            และในจุดนี้เรื่องที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงมากที่สุดก็คืออวี๋จื่ออวี๋จะลากซากศพบางส่วนไปไว้ในสถานที่ปิดแห่งหนึ่งใต้ดิน

            “เสี่ยวไป๋ แสดงพลังหน่อย”

            เมื่อได้ยินเสียงของอวี๋จื่ออวี๋งูขาวที่กำลังมึนงงเพราะอวี๋จื่ออวี๋พามาใต้ดินก็ชะงักไปเล็กน้อย

            ทว่าเพียงครู่เดียวเมื่อเห็นซากสัตว์ป่ากลายพันธุ์ที่กองพะเนินอยู่ในถ้ำใต้ดินนี้มันก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

            มันอ้าปากพ่นลมหายใจออกมากระแสลมเย็นจัดพลุ่งพล่าน เพียงครู่เดียวมันก็เปลี่ยนถ้ำแห่งนี้ให้กลายเป็นถ้ำน้ำแข็ง

            แม้ว่างูขาวจะเพิ่งเกิดแต่สร้างไอเย็นขนาดนี้ได้ ถือว่ายอดเยี่ยมจริงๆ

            ทว่าเมื่อพิจารณาว่าไอเย็นนี้ยังไม่เสถียรอวี๋จื่ออวี๋จึงตัดสินใจให้งูขาวอยู่ที่นี่ชั่วคราว

            ด้วยการที่มีงูขาวผู้เป็นที่รักของน้ำแข็งอยู่ที่นี่ที่นี่ก็กลายเป็นถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติซึ่งเพียงพอที่จะรับประกันได้ว่าอาหารส่วนใหญ่จะไม่เน่าเสีย

            และเหตุผลที่เริ่มกักตุนอาหารก็เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตในฐานะเจ้าแห่งดินแดน อวี๋จื่ออวี๋จำเป็นต้องคิดเผื่อไว้หลายอย่าง

            ยกตัวอย่างเช่นหากมนุษย์ใช้อาวุธนิวเคลียร์ถล่มขุนเขาแห่งหมอกจนทำให้ที่นี่กลายเป็นเขตมรณะที่ไร้สิ่งมีชีวิต

            ถึงตอนนั้นอวี๋จื่ออวี๋ที่เป็นต้นหลิวซึ่งฝังรากลึกอยู่ใต้ดินย่อมไม่เป็นไรแต่สัตว์ป่ากลายพันธุ์จำนวนมากของเขาคงจะลำบาก

            ด้วยเหตุนี้อวี๋จื่ออวี๋จึงต้องวางแผนล่วงหน้า

            ในตอนนั้นเอง ราวกับนึกอะไรขึ้นได้สายตาของอวี๋จื่ออวี๋เลื่อนไปที่ส่วนลึกใต้ดิน

            เมื่อมองขึ้นไปชายที่ปล่อยผมรุงรังราวกับคนป่าคนหนึ่ง กำลังหมอบอยู่บนกองดินและก้มหน้าก้มตาทำงาน

            ชิงกังชายผู้ใช้การกระทำเพื่อแลกมาซึ่งความไว้วางใจจากอวี๋จื่ออวี๋และยังเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่รู้ว่าส่วนลึกใต้ดินนั้นมีโลกอีกใบซ่อนอยู่

            ในปัจจุบัน ภารกิจของเขาคือออกแบบนครใต้ดินและรับผิดชอบการก่อสร้างเมือง

            ในตอนนี้เขาทำงานในลักษณะนี้มาติดต่อกันสามวันแล้ว

            งานเพียงอย่างเดียวของเขาในแต่ละวันคือการคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่า...จนกว่าจะคำนวณการรับน้ำหนักที่ดีที่สุดและวางแผนผังที่ดีที่สุดออกมาได้

            “ชิงกัง ข้านำของดีมาให้”

            อวี๋จื่ออวี๋หัวเราะเบาๆและใช้รากไม้พันขาเสือข้างหนึ่งส่งไปให้ชิงกัง

            เขาชะงักไป ราวกับยังไม่ทันได้ตอบสนอง

            ทว่าเพียงครู่เดียวเมื่อเห็นขาเสือขนาดใหญ่ที่ยังมีเลือดซึมออกมา ดวงตาของชิงกังก็เป็นประกาย

            “ขอบคุณท่านเทพต้นไม้ขอบคุณท่านเทพต้นไม้...”

            ชิงกังขอบคุณด้วยความตื่นเต้นเขารับขาเสือไป จากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกและอ้าปากกินทันที

            ในป่า เพื่อความอยู่รอดมีน้อยคนนักที่จะพิถีพิถัน

            และตอนนี้ เพื่อการทำงานชิงกังก็ยิ่งไม่พิถีพิถันเข้าไปใหญ่

            ขอแค่มีให้กินก็นับว่าดีมากแล้ว

            อีกทั้งขาเสือที่อุดมไปด้วยพลังวิญญาณเช่นนี้กินดิบย่อมดีที่สุด เพราะช่วยในการดูดซับพลังวิญญาณ

            .....

            หลังจากที่ชิงกังกัดกินอย่างหิวกระหายและเช็ดปากเสร็จเขาก็พบว่ารากไม้ของอวี๋จื่ออวี๋ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลราวกับกำลังเฝ้ามองเขาอยู่

            “หึหึ...”

            ชิงกังฉีกยิ้มและไม่ได้ใส่ใจกลับพูดเสียงดังว่า

            “สองสามวันนี้ผมมีความคิดที่ยอดเยี่ยมมากอย่างหนึ่ง”

            “ความคิดที่ยอดเยี่ยมมากรึ?”

            อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มและรู้สึกคาดหวังเล็กน้อย

            “ครับ แต่ก่อนที่ความคิดนี้จะเกิดขึ้นจริงผมต้องการกำลังคนมาช่วยสักหน่อย”

            เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ชิงกังก็เอ่ยเตือนขึ้นมาว่า

            “ที่ชายขอบขุนเขาแห่งหมอกมีกอริลลากลายพันธุ์สีดำตัวใหญ่อยู่ไม่ใช่เหรอครับ? พวกกอริลลามักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงหากสามารถสยบพวกมันได้และฝึกฝนสักหน่อย...”

            ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบดวงตาของอวี๋จื่ออวี๋ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

            ใช่แล้วกอริลลาเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

            พวกมันคือเผ่าพันธุ์ที่คล้ายคลึงกับมนุษย์กอริลลาคือต้นแบบของมนุษย์ที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน

            ยิ่งไปกว่านั้นอย่างในตอนนี้ที่ทุกสรรพสิ่งกำลังวิวัฒนาการ

            หากกอริลลาเหล่านี้เริ่มมีสติปัญญาขึ้นมาบ้างอวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพามนุษย์คนอื่นอีกต่อไป

            เพียงแค่สอนเทคโนโลยีของมนุษย์ให้กับกอริลลาเขาก็จะได้รับกลุ่มผู้ช่วยที่ไม่ด้อยไปกว่ามนุษย์และอาจจะน่าเชื่อถือกว่ามนุษย์มาก

            เมื่อคิดได้ดังนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจากชาติก่อนเรื่อง‘กำเนิดพิภพวานร [*] ’

            ภาพยนตร์เรื่องนั้นเล่าเรื่องราวที่ชิมแปนซีได้รับสติปัญญาและต่อสู้กับมนุษย์

            ทว่าในตอนนี้อวี๋จื่ออวี๋ไม่ต้องการให้กอริลลาไปต่อสู้กับมนุษย์ขอเพียงพวกมันสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีง่ายๆ ของมนุษย์ได้ก็เพียงพอแล้ว

            ส่วนเรื่องการต่อสู้กับมนุษย์หรือแม้แต่กับสัตว์ป่ากลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งตัวอื่นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเก้าหาง ปีศาจกระทิง และสัตว์ป่าตนอื่นๆ ของเขาเถอะ!

             

            เชิงอรรถ

             [*] กำเนิดพิภพวานรเป็นชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์เรื่อง Rise of the Planet of the Apes ภาพยนตร์แนวไซไฟที่เล่าเรื่องราวการทดลองวิทยาศาสตร์ที่ทำให้ลิงฉลาดขึ้นจนนำไปสู่การก้าวขึ้นมาครองโลกแทนมนุษย์

             

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน