เหนือฟ้าดาราข้าเป็นหนึ่ง!

    บทที่ 50 เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ตกตะลึง(1)

            ไม่ต่างจากความรู้สึกของศิษย์หออักษรจิ่วสักเท่าไหร่ตอนนี้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในหอโบราณต่างก็กำลังตกตะลึงแต่คนเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายสำหรับบุตรชายของเสวียนอู่หยางนั้นเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะให้ความสนใจเป็นพิเศษภาพสถานกาณณ์ในป่าโบราณส่วนใหญ่แล้วอยู่ที่เสวียนเทียนชิงกับปรมาจารย์ขั้นห้าทั้งเจ็ดคนที่เป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นของรุ่นนี้

            อย่างไรก้ตามเมื่อเทียบกับอีกเจ็ดคนแล้วการกระทำของเสวียนเทียนชิงนั้นทำให้ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้รู้สึกสนใจมากกว่าปรมาจารย์ขั้นสามตัวเล็กๆคนหนึ่งแม้ว่าจะเป้นอัจฉริยะชั้นยอดแต่การท้าทายสัตว์อสูรระดับสี่สามตัวพร้อมกันนั้นก็ยังถือเป็นเรื่องที่เกินตัวทว่าเสวียนเทียนชิงกลับทำได้ง่ายๆแค่อาศัยเพลงกระบี่ของตระกูลเสวียนที่นับเป็นเพียงเพลงกระบี่ชั้นกลางของสำนักก็สามารถจัดการสัตว์อสูรระดับสี่สามตัวได้แล้ว

            ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ต้องพูดถึงแผนการอันบ้าดีเดือดของเขาเลยลำพังแค่วิถีกระบี่ของเสวียนเทียนชิงที่แสดงออกมาก็ทำให้ผู้ใหญ่ใหญ่เหล่านี้ต้องตกตะลึงจนควคุมตัวเองไม่อยู่แล้วสำหรับผู้ใช้กระบี่นั้นสิ่งที่ฝึกฝนก็คือจิตกระบี่จิตกระบี่ยังแบ่งออกเป็นหลายขั้นตามความลึกล้ำของวิถีกระบี่

            แรกสัมผัสหลอมรวม ควบแน่น แก่นแท้ มหามรรคทั้งขั้นนี้คือนิยามของจิตกระบี่ที่ผู้ใช้กระบี่ฝึกฝนแน่นอนว่านี่เป็นคำนิยามของระดับขั้นความลึกล้ำในวิถีศาสตราไม่ใช่แค่สำหรับกระบี่เท่านั้นแม้จะเป็นระดับแรกของจิตกระบี่ขั้นแรกสัมผัสต่อให้เป้นปรมาจารย์ก็ยังไม่แน่ว่าจะฝึกสำเร็จได้เลยผู้ใช้กระบี่ส่วนใหญ่ล้วนติดอยู่ในขั้นนี้สำหรับคนที่ก้าวเข้าสู่ขั้นหหลอมรวมได้ถึงจะได้สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใช้กระบี่ที่แท้จริง

            ส่วนเหนือกว่านั้นอย่างขั้นควบแน่นอย่างน้อยก็ต้องบรรลุเซียนถึงมีคุณสมบัติในการสัมผัสขอลเขตนี้ แน่นอนว่าแค่มีคุณสมบัติเท่านั้นเพราะผู้ใช้กระบี่ระดับเซียนหมื่นคนเกรงว่าคงจะมีแค่คนเดียวที่บรรลุจิตกระบี่ขอบเขตควบแน่นและเรียกขานตัวเองว่าเซียนกระบี่ได้!

            สำหรับเสวียนเทียนชิงนั้นวิถีกระบี่ของเขาพัฒนาอย่างรวดเร็วเพราะฝึกตาราเมฆากมลรวมไปถึงพรรสวรรค์ที่ไม่เลวทำให้ตอนนี้เขาอยู่ในระดับหลอมรวมแล้ว!แม้จะเป็นแค่ขอบเขตหลอมรวมขั้นต้นแต่มองไปทั่วหอฟ้าเก้าอักษรนั้นมีศิษย์ระดับปรมาจารย์ใช้กระบี่นับพันคนแต่มีไม่ถึงร้อยคนที่สามารถมาเข้าถึงขอบเขตนี้ได้ยิ่งไปกว่านั้นคนที่อ่อนแอที่สุดที่เข้าถึงจิตกระบี่ระดับหลอมรวมได้ก็เป็นถึงปรมาจารย์ขั้นหก!

            “ยอดเยี่ยม!บิดาพยัคฆ์ไหนเลยจะมีบุตรเป็นสุนัขได้!เจ้าหนูนี่อายุเท่านี้ไม่เพียงเป็นปรมาจารย์ขั้นสามแต่ยังเข้าถึงจิตกระบี่ขอบเขตหลอมรวมแล้วด้วย!”

            “เหอๆหออักษรลิ่วของข้ามีอีกชื่อว่าหอกระบี่ ข้าต้องการตัวเจ้าเด็กนี่!”

            “หอกระบี่?ตาเฒ่าเจี้ยนเจ้าจะไร้ยางอายเกินไปหน่อยกระมัง? เจ้าหนูนี่เป็นลูกของอู่หยางก็นับเป็นศิษย์หลานของข้าหออักษรอู่ก็คือบ้านของเขา!”

            ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ล้วนเป็นเจ้าหอเก้าอักษรรวมถึงสามตำหนักสำคัญของสำนักการแสดงออกของเสวียนเทียนชิงนั้นโดดเด่นเกินไปจริงๆทั้งความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ของเขาตอนนี้เข้าตาผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้แล้วนอกจากเจ้าหออักษรปาที่แค่นเสียงเย็นออกมาอย่างไม่พอใจกับคนที่นิ่งเงียบไม่กี่คนแล้วที่เหลือล้วนกำลังแย่งชิงตัวเสวียนเทียนชิงกันอย่างดุเดือด

            “เฮ้ๆพวกเจ้าหยุดทะเลาะกันได้แล้ว ตอนนี้เจ้าหนูนั่นกำลังจะสู้กับสัตว์อสูรระดับห้าแล้ว!”

            เสียงในหอโบราณค่อยๆเงียบลงสายตาของผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ล้วนจดจ้องไปยังการต่อสู้ของเสวียนเทียนชิงที่กำลังเริ่มขึ้น

            กลับมาที่ป่าโบราณตอนนี้การต่อสู้ห้าต่อหนึ่งได้เริ่มขึ้นแล้วอย่างไรก็ตามหมาป่าทองแดงระดับห้าหลังจากลงมือด้วยตัวเองก็ถอยกลับมาคอยคุมเชิงอยู่ด้านหลังก่อนหน้านี้ตัวมันบุกเข้าหามนุษย์แต่กลับไม่อาจฆ่าอีกฝ่ายได้ทำให้มันถอยกลับมาเปลี่ยนเป็นสั่งหมาป่าระดับสี่ที่เหลือให้เข้ารุมแทนสติปัญญาของสัตวอสูรระดับห้านั้นสูงพอๆกับมนุษย์แม้ว่ามันจะไม่ได้ฉลาดเหมือนสัตวอสูรระดับสูงแต่ก็สามารถมองสถานกาณ์ออกได้ไม่ยาก

            คมเขี้ยวและกรงเล็บอันแหลมคมโจมตีเข้าหาเสวียนเทียนชิงอย่างต่อเนื่องคราวนี้มีหมาป่าระดับห้าคอยควบคุมการโจมตีทำให้หมาป่าอีกสี่ตัวประสานกันรุกรับอย่างดีเยี่ยมเสวียนเทียนชิงต้องคอยรับมือกับการสอดประสานนี้ก็ตึงมือจนยากจะโต้กลับได้แล้วการต่อสู้ครั้งนี้ต่างกับตอนที่เขาสังหารหมาป่าทองแดงสองกลุ่มก่อนหน้าลิบลับเลย

            เพลงกระบี่ตระกูลเสวียนถูกใช้ออกมาอีกครั้งทั้งรุนแรงและทรงพลังยิ่งกว่าเดิมมีเพียงหนึ่งกระบี่ทลายฟ้าที่เป็นไม้ตายสังหารเท่านั้นที่เสวียนเทียนชิงไม่ได้ใช้ออกมาสัตว์อสูรระดับห้านั้นฉลาดและมีความอดทนหากเสวียนเทียนเปิดช่องว่างมันจะโจมตีทันทีอย่างแน่นอน

            การต่อสู้หนึ่งคนสี่หมาป่าดำเนินไปอย่างดุเดือดกระบี่และกรงเล็บฟาดฟันไปมาพริบตาป่าบริเวณนี้ก็เต็มไปด้วยเศษซากต้นไม้และก้อนหินสู้มาถึงตอนนี้พลังของเสวียนเทียนชิงอ่อนลงบ้างแล้วแม้จะไม่นานแต่การใช้ปราณพิสุทธิ์ไพรศาลอย่างต่อก็ทำให้เขาอ่อนล้า เพลงกระบี่ตระกูลเสวียนแม้จะถูกมองเป็นแค่วิชาระดับกลางในหอฟ้าเก้าอักษรแต่สำหรับแดนเบญจภพแล้วถือว่าเป็นวิชากระบี่ชั้นยอดเลยทีเดียวยิ่งไปกว่านั้นด้วยความต่างของระดับชั้นหากเสวียนเทียนชิงไม่ใช้ปราณแท้ออกมากย่อมไม่สามารถสู้กับหมาป่าทองแดงพวกนี้ได้อย่างสูสี

            ฉวัวะ! ฉวัวะ!

            เลือดสาดกระเซียนพร้อมเสียงร้องของหมาป่าทองแดงแม้ว่ากระบี่ของเสวียนเทียนชิงจะฟันเข้ากลางหลังมันจนเลือดสาดแต่ก็ยังไม่อาจฆ่ามันได้แถมในจังหวะนั้นเขาก็ถูกกรงเล็บของหมาป่าอีกตัวโจมตีที่ไหล่ซ้ายเช่นกันแม้แผลจะไม่ใหญ่มากแต่เลือดก็ยังไหลทะลักออกมา เสวียนเทียนชิงรีบใช้ปราณแท้หยุดเลือดถอยฉากออกมาทันที

            สีหน้าของเขาตอนนี้ซีดลงอย่างเห็นได้ชัดลมหายใจเหนื่อยหอบจ้องมองกลุ่มหมาป่าตรงหน้าด้วยแววตาอ่อนหล้าหมาป่าทองแดงระดับห้าเห็นโอกาสก็ไม่ปล่อยเสวียนเทียนชิงมีเวลาได้พักมันคำรามออกมาครั้งหนึ่งกระตุ้นให้หมาป่าอีกสี่ตัวทุ่มพลังบุกสังหารทันที

            ตอนนี้สถานกาณณ์แย่มากศิษย์หออักษรจิ่วที่อยู่ด้านหลังเองก็สีหน้าซีดเผือดได้แต่สวดอ้อนวอนอยู่ในใจให้หลัวซู่รีบๆมาถึงจากการติดต่อครั้งล่าหลุดหลัวซู่ยังต้องใช้เวลาอีกราวครึ่งก้านธูปถึงจะมาถึงป่าโบราณนั้นมีขนาดใหญ่มากแม้จะเป็นแค่บริเวณทิศเหนือก็ยังมีพื้นที่ตัดขวางยาวหลายร้อยลี้นี่ยังนับว่าโชคดีที่หลัวซู่ยังไม่ได้มุ่งหน้าไปหาราชาหมาป่าพร้อมกับเจียวหลางมิเช่นนั้นกว่าจะกลับมาที่นี่ก็ต้องใช้เวลาครึ่งชั่วยามเลยทีเดียว

            อีกอย่างหากหลัวซู่ยังมาไม่ถึงศิษย์หออักษรจิ่วผู้นี้ก็ทำอะไรมาได้เหมือนกันเขาเคยคิดจะเข้าไปช่วยเสวียนเทียนชิงหลายครั้งแล้วแต่สุดท้ายก็ต้องหยุดเพราะหมาป่าทองแดงระดับห้านั้นคอยจับตามองเขาตลอดหากเขาเข้าไปมันจะต้องโจมตีมาอย่างไม่ต้องสงสัย เขาเป็นแค่ปรมาจารย์ขั้นสี่คนหนึ่งเป็นศิษย์สายนอกตัวเล็กๆ จะไปสู้กับสัตว์อสูรระดับห้าได้ที่ไหนกันเล่า!

            “อ๊ะ!แย่แล้ว!”

            สีหน้าของศิษย์พี่หออักษรจิ่วเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเมื่อเห็นเสวียนเทียนชิงถูกหมาป่าทองแดงใช้กรงเล็บตะบบลงที่แผ่นหลังจนเสียการทรงตัวกระเด็นไปด้านข้างในช่วงเวลานี้เองที่หมาป่าระดับห้าเริ่มเคลื่นไหว โอกาสที่มันอดทนรอมานานได้มาถึงแล้วร่างหมาป่าขนาดใหญ่กลายเป็นเงาเลือนรางพุ่งเข้าหามนุษย์ตรงหน้า ปากอันแข็งแกร่งเปิดกว้างเผยคมคมเขี้ยวอันแหลมคมกัดไปตรงลำคอของมนุษย์

            การจู่โจมนี้อาศัยเวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นเขี้ยวหมาป่าดุจมีดสังหารกัดงับไปยังลำคอของเสวียนเทียนชิง อย่างไรก้ตามภาพอันน่าสยองกลับไม่ได้เกิดขึ้นดวงตาเล็กแหลมของหมาป่าระดับห้าพลันเบิกกว้างอย่างตกใจเพราะชั่วพริบตานั้นที่มันคิดว่าจะฆ่ามนุษย์ผู้นี้ได้แล้วกลับเกิดคลื่นพลังบางอย่างกดทับลงมาตรึงร่างของมันเอาไว้จนไม่อาจเคลื่อนไหว

            ร่างของเสวียนนเทียนชิงที่เซถลาเสียการทรงตัวออกมาด้านข้างนั้นใบหน้าของเขาก้มลงพื้นคล้ายจะคว่ำหน้าแต่ในช่วงเวลาสำคัญนี้ขาทั้งสองข้างกลับยืนได้มั่นคงอย่างน่าประหลาดใบหน้าที่ซีดจางของชายหนุ่มปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยดวงตาที่อ่อนหล้าพลันเย็นเยียบเต็มไปด้วยจิตสังหาร

            กระบี่ในมือผลิกกลับแทงทะยานสวนจากล่งขึ้นบนปราณแท้ที่ดูเหมือนจะเหือดแห้งราวกับกองไฟที่ถูกน้ำมันราดใส่จนลุกโหม ตัวกระบี่สั่นพร้องอำนาจจิตหลอมรวมเป้นหนึ่งโมตีออกไปด้วยกระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของเขา

            หนึ่งกระบี่ทลายฟ้า!

            ในระยะประชิดเช่นนี้รวมกับการหยุดชะงักของหมาป่าทองแดงระดับห้าต่อให้มันจะดิ้นรนสุดชีวิตจนหลุดจากการควคุมได้แต่ช่วงเวลาสั้นๆที่เสียไปนั้นก็เพียงพอให้กระบี่ของเสวียนเทียนชิงแทงทะลุร่างกายของมันแล้ว!

            ฉึก!

            กระบี่แทงทะลุจากท้องด้านล่างไปถึงหัวใจอย่างแม่นยำคมเขี้ยวที่น่ากลัวของมันไม่อาจบดขยี้ลำคอของมนุษย์ตรงหน้าได้จนสุดร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงสติเลือนหายกลายเป็นผู้แพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้แม้จะสังหารหมาป่าระดับห้าได้แล้วแต่เสวียนเทียนชิงก็ไม่ได้มัวหลงระเริง ความอ่อนหล้าที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้พลันหายเป็นปลิดทิ้งในทันทีจากชายหนุ่มที่ดูระโหยอ่อนแรงพริบตาเดียวก็กลายมาเป้นคนคลั่งบุกสังหารหมาป่าทองแดงที่เหลืออย่างดุร้าย!

            ตั้งแต่หมาป่าทองแดงระดับห้าโมตีเสวียนเทียนชิงจนถึงบทสรุปที่เสวียนเทียนชิงสังหารหมาป่าทองแดงทั้งหมดนั้นกินเวลาสั้นๆไม่ถึงร้อยลมหายใจศิษย์พี่หออักษรจิ่วได้แต่ยืนมองเบิกตากว้างอ้าปากค้างอย่างสบสน เมื่อครู้นี้เกิดอะไรขึ้น?ไม่ใช่ว่าเจ้าหนุ่มนี้กำลังจะตายหรอกหรือ?เหตุใดเหตุการณ์ถึงได้พลิกกลับขนาดนี้เล่า?

            กลับกันเสวียนเทียนชิงที่รีบเก็บสินสงครามหลังชนะศึกนั้นยังคงสงบอยู่รายกับไม่ได้ผ่านความเป็นความตายมาก่อนหลังจากเก็ยศพหมาป่าทองแดงทั้งห้าตัวแล้วเขาก็เดินไปๆมาๆบนสนามรบใช้กระบี่เขี่ยตามพื้นดินและซากต้นไม้ที่พังทลาย

            “ครั้งนี้ลงทุนไปไม่น้อยเลยตั้งค่ายกลกักวิญญาณต้องเสียหินค่ายกลไปถึงสิบสองก้อน!”

            เสวียนเทียนชิงส่ายหัวไปมาอย่างเสียดายหินค่ายกลพวกนี้ไม่ใช่ทำขึ้นมาได้ง่ายๆ มันคือตัวช่วยในการจัดวางค่ายกลอย่างเร่งด่วนทำหินค่ายกลขึ้นมาก้อนหนึ่งไม่เพียงใช้ทรพยากรราคาแพงแต่ยังต้องใช้เวลาในการสลักค่ายกลย่อยลงไปบนหินด้วยแต่พอนึกถึงศพหมาป่าทองแดงที่ได้รับมาก็ทำให้เสวียนเทียนชิงอารมณ์ดีขึ้นอย่างกะทันหันใบหน้าของชายหนุ่มพลันแย้มยิ้มขึ้นมาก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปทางประตูสำนัก

            ‘เหอๆสุดท้ายแล้วทักษะการแสดงของข้าก็ยอดเยี่ยมจริงๆ หมาน้อยอย่างพวกเจ้ายังต่างชั้นกับคุณชายผู้นี้หลายขุม!’

    คล้ายกับเรื่องเหนือฟ้าดาราข้าเป็นหนึ่ง! ที่คุณอ่าน