บทที่ 1
500 ปี
500 ปีผ่านไป ณ ที่แห่งนึงในใจกลางเมือง
ปิ๊ป ๆ ! ปิ๊ป ๆ ! ปิ๊ป ๆ !
เสียงนาฬิกาปลุกที่ฝังดูคุ้นเคย ร่างของชายหนุ่มผมดำที่นอนอยู่อย่างเกียจคร้าน บิดี้เีด้วยความเคยชิน
อย่างไรก็ตาม...
ที่หลังเขามันแปลก ๆ เพราะเตียงที่เขานอนมันไม่ได้แข็งเหมือนเดิม มันนุ่มผิดปกติ เขาพยายามลืมตาขึ้นมาเพื่อดูสิ่งผิดปกติ แต่ในวันนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าเปลือกตาของเขาถูกถ่วงน้ำหนักไว้ด้วยเหล็กหลายร้อยปอน มันดูยากเหลือเกินที่จะลืมขึ้นมาได้ และเมื่อผ่านไปได้ซักพักใหญ่ ๆ ในที่สุดสายตาของเขาก็ปรับโฟกัสต่อสิ่งรอบ ๆ ข้างได้ ความรู้สึกผิดปกติของเขายิ่งชัดเจนมากขึ้น แต่เขาไม่รู้ว่าสิ่งใดกันแน่ที่มันผิดปกติไป ความรู้สึกของเขาตอนนี้คือ หนาว! มันราวกับว่าเวลาผ่านไปนานแสนนานมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาก็แค่นอนหลับเองไม่ใช่หรอ?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้จินเบิกตากว้างขึ้น
ผู้หญิงคนนั้น! เขาจำได้อยู่ลาง ๆ ว่าเขาถูกอะไรซักอย่างยิงเข้ามาที่หลัง ก่อนที่จะหมดสติไป เขาเชื่อว่าต้องเป็หญิงสาวคนนั้นแน่นอน! เขาผิดอะไร? ทั้ง ๆ ที่เขาแค่ใช้วิธีการทักทายแบบหนุ่มสาว และไม่้าให้เธอโกธรเพียงแค่นั้นไม่ใช่หรอ?
จินหยุดคิดไร้สาระ และสำรวจรอบ ๆ ห้องอย่างจริงจัง อาการง่วงเริ่มหายไป ความผิดปกติที่มากกว่าเดิมเริ่มเข้ามาแทนที่
“เฮ้ย!” จินะโออกมาด้วยความใ เมื่อเห็นว่าในห้องนี้มีคนอยู่กับเขาด้วย เขาหรี่ตาลง และเมื่อเพ่งมองดูดี ๆ เหมือนว่าเขาจะเป็หมอ
จากที่ดูเมื่อครู่ ที่แห่งนี้คงไม่ใช่บ้านของเขาแน่นอน.. ห้องนี้คล้าย ๆ กับห้องผู้ป่วยเตียงเดี่ยว แต่อย่างไรก็ตามมันก็ดูแปลก ๆ อยู่ดี ตรงที่ว่าห้องนี้นั้นไม่มีหน้าต่าง... กำแพงทั้งสี่ด้านนั้นถูกฉาบไว้ด้วยสีขาว ดูไปคล้ายกับห้องเอาไว้ทดลองอะไรซักอย่างมากกว่า
จินเพ่งมองไปยังชายที่ใส่ชุดกราวสีขาว เขากำลังยืนส่งยิ้มมาทางจินอยู่ ดวงตาของหมอผู้นี้ เมื่อเวลาที่เขายิ้ม มันจะหยี่เป็รูปจันทร์เสี้ยว จินคิดว่าเขาอาจจะเป็หมอที่สติไม่สมประกอบก็ได้ ถึงยืนยิ้มอยู่คนเดียวราวกับคนบ้าแบบนี้
ทางด้านของชายลึกลับที่กำลังยืนยิ้มอยู่นั้นเองก็ลอบพยักหน้าในใจ เมื่อเขาได้เห็นปฏิกิริยาของจิน เขากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขี้เล่นและเป็กันเอง
“คุณ องครักษ์ แบล็ค ชื่อเล่น จิน เกิดเมื่อปี 20xx เดือน 2 วันที่ 7 เกิดตอนเช้า่เวลา 9.00 น. มีพี่น้องหนึ่งคน พ่อแม่เสียเมื่อ 13 ขวบ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับน้องสาว ปัจจุบันอายุ 24 ปี... ผมพูดข้อมูลของคุณถูกต้องไหมครับ” ชายคนนั้นกล่าวทั้ง ๆ ที่ยังคงร้อยยิ้มเอาไว้อยู่
จินรู้สึกเหม็นหน้าคนตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก แน่นอนว่าข้อมูลที่เ้านั้นบอกมามันถูกทั้งหมด แต่เขากลับรู้สึกไม่ชอบใจมากขึ้น และเมื่อมองไปยังรอยยิ้มของหมอนี่ คิ้วของจินกระตุกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
“ใช่ นั้นข้อมูลของฉันเอง แต่นายน่าจะใส่ข้อมูลให้ละเอียดกว่านี้นะ ฉันว่าข้อมูลมันดูน้อยเกินไปหน่อย” จินตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ขอโทษด้วยนะครับที่บอกละเอียดไม่มากพอ จริง ๆ แล้วผมมีข้อมูลตลอด 24 ปีของคุณอย่างละเอียดมาก มันกระทั้งมีเวลาที่คุณใช้ในห้องน้ำแต่ละวันด้วย” ชายชุดกราวขาวดูเหมือนจะใกับคำตอบโต้ของจินในตอนแรก แต่ก็กล่าวด้วยร้อยยิ้มในท้ายสุด
“โอเค ๆ ฉันยอมแล้ว ตกลงว่าที่นี่คือที่ไหน” จินเห็นรอยยิ้มกวนบาทาตรงหน้า ก็อดไม่ได้ที่จะยอมแพ้ เขารู้สึกว่าคำพูดของหมอนี่ไม่น่าจะใช่คำโกหก เขาคร้านที่จะเถียงกับคนตรงหน้า ในเวลานี้เขาสนใจกับคำถามที่เขาถามออกไปมากกว่า
เมื่อชายชุดกราวได้ยินคำถามของจิน รอยยิ้มของเขาพลันหายไป เขาทำสีหน้าจริงจัง ที่แม้แต่จินเองยังแปลกใจ หมอคนนั้น พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฉะฉานชัดเจน “ต้องขอโทษด้วยคุณจิน ที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่คุณรู้จักอีกต่อไปแล้ว คุณนะ...”
“...ถูกแช่แข็ง มามากกว่า 500 ปีแล้ว”
หลังจากกล่าวจบ เวลาในห้องผ่านไประยะเวลานึง ก็ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา จินค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง จินย่นคิ้วลง เขาในเวลานี้เขาดูหน้ากลัวเป็อย่างมาก
โดยที่ไม่ให้สัญญาณ จินพุ่งตัวไปหาชายชุดกราว ก่อนที่จะหมุนตัวตวัดเตะไปยังคอของชายตรงหน้า ตาของชายชุดกราวเบิกตากว้างขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้ใ เขาขยับเล็กน้อยก็สามารถหลบลูกเตะที่เหมือนจะรุนแรงนี้ได้ จินจู่โจมต่อเนื่อง หลังจากที่เท้าถึงพื้นแล้ว เขาย่อตัวเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว จินปล่อยหมัดไปยังท้องของชายชุดกราว
ชายชุดกราวราวกับมองเห็นอนาคตได้ เขาขยับไปด้านข้างก่อนที่จินจะต่อยเข้ามา เขาหลบไปได้อย่างสบาย ๆ แต่จินไม่ยอมแพ้ เขาดูโกรธมากในตอนนี้ เขาโจมตีเข้าไปเรื่อย ๆ หลังจากที่เวลาผ่านไปได้สักพักนึง ชายชุดกราวที่หลบการจู่โจมของจินอยู่นั้น เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ทันใดนั้นเอง เขาหายไปจากสายตาของจิน ก่อนที่จะมาโผล่ด้านหลังของชายเืร้อนคนนี้ ชายชุดกราวปล่อยหมัดที่สายตาเปล่าไม่สามารถมองได้ทันออกไป มันเป็การจู่โจมที่ไร้เสียง!
จินที่เห็นว่าจู่ ๆ ไอ้หมอหน้ายิ้มนั้นหายไป ก็รู้สึกใ แต่ไม่ทันได้ตอบสนอง รู้สึกตัวอีกเขาก็ไม่สามารถขยับตัวได้แล้ว แม้กระทั่งหันคอก็ไม่สามารถทำได้!
“คุณควรใจเย็นลงก่อน ผมรู้ดีว่าคุณจะไม่เชื่อผมในทันที แต่ผมอยากให้คุณดูนี่ก่อน”
ชายชุดกราวพูดจบ เขาก็ดีดนิ้ว และในวินาทีต่อมา กำแพงสีขาวที่อยู่ตรงหน้าจินมันก็ค่อย ๆ โปร่งใส่ขึ้น จนกระทั้งหายไป จินพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในตึกที่สูงมาก ๆ ภาพที่เขามองอยู่มันทำให้เขาดวงตากลายเป็เลื่อนลอย ตึกสูงราว ๆ ร้อยชั้นมีอยู่กระจัดกระจายเต็มไปหมด ตึกทุกตึก ถูกสร้างมากจากสิ่งที่เขาคิดว่าน่าจะเป็เหล็กหรืออะลูมิเนียม มันดูเปราะบาง แต่ก็ดูคงทน! การออกแบบสร้างตึกดูลึกล้ำจากความรู้เกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างของเขาไปมากมาย ในบางครั้งเขาก็เห็นสิ่งที่มีลักษณะเหมือนรถ แต่ก็ไร้ล้ออย่างที่รถปกติควรมี มันกำลังบินอยู่! แม้จะไม่ถึงสิบคันที่เขาเห็น แต่มันกำลังบินอยู่จริงๆ
จินรู้สึกไร้คำที่จะกล่าว
“ใน่เวลาที่คุณกำลังถูกไครโอนิกส์อยู่ หรือก็คือการแช่แข็งตามที่คุณเข้าใจ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไปมาก ใน่เวลา500ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันที่ ๆ คุณกำลังอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่ดาวเคราะห์โลก ที่คุณรู้จัก แต่เรากำลังอยู่ในดาวเคราะห์ที่ชื่อเคียร่า เนื่องจากการแช่แข็งมนุษย์เป็ ๆ นั้น ผิดต่อกฎของโลกที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่ในภายหลังจากที่แช่แข็งคุณประมาณไป 100 ปีได้ ดังนั้น เราจึงจำเป็ต้องย้ายพวกคุณออกมาอยู่ดาวเคราะห์อื่น
ใน่เวลานั้นเราไม่สามารถปลุกคุณได้ เพราะวิทยาการในการละลายน้ำแข็ง โดยไม่ให้กระทบกับเซลล์นั้นมันแทบจะเป็ไปไม่ได้ในตอนนั้น แต่หลังจากที่เวลาผ่านไป 400 ปีต่อมา จาก 20 คน คุณเป็หนึ่งคนไม่กี่คนที่รอดมาได้” หมอเหลือบมองมาที่จินก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง “นั้นจึงทำให้เห็นแล้วว่าวิทยาการในด้านนี้มันเป็ไปได้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ชายชุดกราวไม่ได้มีสีหน้าภาคภูมิใจแต่อย่างใด เขาตรงไปนั่งที่เก้าอี้ที่มีอยู่ก่อนแล้ว “แต่ว่าวิยาการพวกนี้มันล้าสมัยไปแล้ว มากซะจนไม่อยากมีใครพัฒนาต่อ ที่ผมพูดไปเมื่อกี้จริงๆ มันก็ไม่ได้สำคัญซักเท่าไหร่ สิ่งที่คุณสมควรรู้จริงๆ ในยุคนี้นั้นนะ”
“สิ่งที่ถูกเรียกว่า GATE หรือประตูมิติตามแต่้าจะเรียก เมื่อ 200 กว่าปีก่อนหน้านี้ ไม่ก็่ที่คุณถูกแช่แข็งไปได้ 300 กว่าปี นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะท่านนึง ได้คนพบวิธีการจำลองสร้างหลุมดำขนาดเท่าประตูขึ้น หลังจากทดลองนำคนเข้าไป เราก็ได้พบโลกอีกใบนึงที่เต็มไปด้วยมอนเตอร์ และคนจากดวงดาวอื่น ๆ อีกมากมาย เราทำการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และวิทยาการกับคนพวกนั้น จึงได้รู้ว่าที่โลกใบนั้นมีชื่อเรียกว่าฟอร์บิด เมื่อฆ่าสัตว์ประหลาดที่อยู่โลกใบนั้น เราจะรับความแข็งแกร่งกลับมา! มันเป็การเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างถาวร! ถึงแม้จะกลับมายังโลกเดิมแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่น่าเสียดายอย่างเดียวสำหรับเื่นี้ คือมันไม่สามารถนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากฝั่งนี้เข้าไปได้ ไม่งั้นสัตว์พวกนั้นจะเป็แค่ฟามสำหรับพวกเรา...”
จินยังคงไร้การตอบสนอง
จินแทบจะไม่ได้ฟังสิ่งที่ชายชุดกราวขาวพูด ในหัวเขามีแต่ความคิดที่ว่า นี้มันเื่บ้าอะไร! เขาแค่หลับตื่นเดียว ถึงกับผ่านมา 500 ปี? ผู้ทดลอง? เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าลงสมัครทดลองอะไรเทือกนั้น
และแทบจะเวลาเดียวกัน เขาก็นึกถึงผู้หญิงคนนึงขึ้นมาในหัว ผู้หญิงนั้น! จินขบฟันด้วยความแค้น แม้จะยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เช็น แต่เขาก็ไม่ใช่พวกโง่ดักดาร ในตอนที่เขาตื่นขึ้น มันดูเหมือนว่าเขาจะหลับไปนานมากจริง ๆ ... จังหวะนั้นเองจินนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดูสลดลง
“ถ้าที่แกพูดมาเป็ความจริง ละ.. แล้วน้องสาวฉัน...” จินไม่กล้าพอที่จะพูดให้จบประโยค
ชายชุดกราวเข้าใจสิ่งที่จิน้าจะถาม “ผมเสียใจด้วย”
จินเมื่อขยับร่างกายได้แล้ว เขานั้งลงอย่างหมดเรี่ยวแรง สำหรับเขามันเป็เวลาแค่วันเดียว วันเดียวเท่านั้น! เขาไม่อยากจะนึกเลยว่าหลังจากที่เขาหายไป น้องสาวที่นิสัยคล้ายผู้ชายแบบนั้นจะอยู่ยังไง...
มองจากสีหน้าจินชายชุดกราวอธิบายบางอย่างออกมาเพื่อที่จะทำให้เขาสบายใจขึ้น “่เวลาที่คุณถูกแช่แข็ง จากรายงาน เหมือนกับว่าทางเราจะได้ทำการชดเชยเงินให้น้องคุณเป็จำนวนที่สามารถทำให้น้องของคุณอยู่แบบสบาย ๆ ไปได้หลายสิบปีเลยทีเดียว” ชายชุดกราวเว้นระยะก่อนจะพูด “ที่สำคัญน้องสาวของคุณมีลูกหลานมากมาย แม้ในปัจจุบันสกุลแบล็คของคุณก็ยังมีอยู่ แถมยัง...”
จินพลันหัวเราะขึ้นมาก่อนที่ชายชุดกราวจะได้พูดต่อ
“ฮ่าๆๆๆ ยัยนั้นอะนะ ที่จะมีลูกหลานมากมาย? ดูเหมือนว่าเวลามันจะทำให้คนเปลี่ยนไปได้จริงๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิด” จินคล้ายกับบ่นอยู่ตัวเอง
ตาที่ปิดอยู่ของชายชุดกราว ลืมขึ้นมานิดนึง เพื่อมองไปยังคนตรงหน้า แม้ดูเหมือนชายคนนี้จะไม่โศกเศร้ามากมายอะไรนัก แต่ทว่านันตาของเขา ราวกับจะร้องไห้ออกมาได้ตลอดเวลา คนที่เข้มแข็มแบบนี้ ในยุคโลกอนาคตเช่นนี้เอง ก็ยังนับว่าหาได้ยาก ชายชุดกราวไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาปล่อยให้จินอยู่อย่างเงียบๆ
จินในที่สุดตอนนี้ เขาก็ได้ยอมรับว่าตนเองก้าวข้ามจากอดีต มายังอนาคตในอีก 500 ปีข้างหน้า...
“เนื่องจากตัวตนของคุณตอนนี้ถือได้ว่าเป็ความลับสุดยอด เราจะสร้างตัวตนใหม่ให้คุณ พร้อมที่อยู่ และเงินอีกจำนวนนึงเพื่อใช้ชีวิต” ชายชุดกราวเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “แต่ในตอนนี้ผมต้องไปแล้ว เราจะได้เจอกันอีกอย่างแน่นอน ขอให้คุณโชคดี”
...
“น่าโมโหเป็บ้า” จินกล่าวออกมา พลางมองไปยังรถบินได้สีดำ ที่กำลังจากไป
มันเป็เวลามากกว่า 3 วันแล้ว ั้แ่ที่เขาได้ตื่นมา เขาถูกบอกให้พักดูอาการ ทั้ง ๆ ที่เขาแข็งแรงดี ขนาดที่ว่าวิ่งรอบเมือง 3 รอบก็ยังไม่เหนื่อย มันช่างหน้าโมโหตรงที่ เขาไม่สามารถขัดขืนอะไรได้เลย และถูกขังอยู่ในห้องเล็ก ๆ นั้นตั้งสามวัน
แต่ใน่เวลานั้นเขาได้ศึกษาข้อมูลที่จำเป็ต่าง ๆ ของยุคนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปจนเขาแทบจำไม่ได้ แต่สิ่งที่หน้าทึ่งที่สุดดูเหมือนจะเป็เ้านี้...
จินมองลงไปยังข้อมือตัวเอง ที่มีสายรัดสีดำขนาดเล็กพันอยู่ เ้าสิ่งนี้มันเหมือนคอมพิวเตอร์พกพา โทรศัพท์ กุญแจ ที่แปลภาษา และอีกหลายสิ่งที่คิดว่าเป็ไปได้ มันทำได้ทั้งหมด
แม้จะเสียเวลาอยู่พักนึงในการหาวิธีใช้มัน แต่เขาก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กับยุคไฮเทคนี้บ้างแล้ว
จินมายังตึกที่อยู่อาศัยตามที่จะหมอคนนั้นบอก แต่จะว่าไปเขาก็ยังไม่ได้รู้ชื่อเ้านั้นเลย...
...
“เฮ้อ!” จินถอนหายใจ หลังจากที่พบห้องที่สมควรเป็ที่พักของเขาซักที ยังดีที่รูปแบบมันคล้าย ๆ กับยุคที่เขาจากมา
“ยังไงนะ” จินมองสายรัดข้อมือ คิดวิธีใช้ ก่อนที่จะเอามือไปแตะกับประตูห้อง
แสงสีเขียวอรามแผ่เป็วงกว้างออกไปจากมือของจิน ก่อนจะมีเสียงดัง กริ๊ก! แสดงให้เห็นว่ามันปลดล็อกแล้ว…
จินแสดงสีหน้าสนใจ และพยักหน้า นี้แหละถึงจะสมกับเป็โลกอนาคต ..
เขาเดินเข้าประตูไป ก่อนที่จะชงักฝีเท้า ในเวลาเดียวกัน จินเบิกตากว้าง นี่มันบ้าอะไรกันอีก?! ทำไมห้องเขาถึง...
ถึงได้มีผู้หญิงนุ่งผ้าข่นหนูเดินอยู่ในห้องกันได้เนี่ย!