เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 106 เจ้าอิจฉาหรือ?


    เล็บมือของลวี่เยาไม่ยาว และยาวช้ามาก ในวันนี้ยังถูกนางทาสีสันเละเทะเปรอะไปหมด ไม่น่าดูเอาเสียเลย ภายใต้แสงสะท้อนของคบไฟ เล็บมือของนางชวนประหวั่นพรั่นพรึงอยู่บ้าง  

    ทว่าสิ่งที่นางคิดไม่ถึงคือ ชวีหนานอีที่พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็นำมือพาดไปด้านหลัง ผลักนางหนึ่งทีโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ ส่งสัญญาณให้นางค่อย ๆ รีบหนีไป!

    ผลักหนึ่งทีนี้ พอดิบพอดีเกิดขึ้นบนมือของนาง แม้ว่านางจะเก็บมันได้ค่อนข้างทันเวลา แต่ชวีหนานอีกลับยังถูกกรีดเป็นแผลที่ฝ่ามือ 

    ชวีหนานอีชะงักเล็กน้อย ทว่ามิได้ถอนมือกลับ แต่จับบาดแผลนั้น และบีบมัน หลังจากนั้นแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ้มกริ่มมองไปทางชายชุดดำ เลือดทะลักออกมาจากฝ่ามือของชวีหนานอี ไหลไปตามนิ้ว แล้วหยดลงพื้น

    ชวีหนานอีคิดว่าชายชุดดำจะด่วนทำร้ายคน อย่างไรเสียค่ำคืนดึกดื่นแวะเวียนมาเป็นไปไม่ได้หรอกว่าแค่ต้องการดูความบันเทิง กลับไม่คาดคิด คนชุดดำหันตัวจากไป ไม่นานก็หายไป่ท่ามกลางความมืด เหมือนไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นมาก่อน 

    ชวีหนานอีสูดหายใจหนึ่งที หันกลับมา จ้องใบหน้าลวี่เยาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม


    มีไม่บ่อยครั้งที่ลวี่เยาจะเสียความมั่นใจ กลัวชวีหนานอีมองเข้าใจทะลุปรุโปร่ง สอดส่องแอบดูความลับของนาง หากเป็นเช่นนี้ ก็จะเก็บเขาไว้ไม่ได้! ลวี่เยาเตรียมป้องกันอยู่เงียบ ๆ รอเพียงชวีหนานอีมีความผิดปกติ ก็จะปลิดชีพเขา!  

    ผลปรากฏว่า ชวีหนานอีเพียงงอนิ้วโป้ง เขกมะเหงกลงบนหน้าผากของลวี่เยาอย่างแรง ดุด่า “นังโง่!” ส่ายหน้าหัวเราะ และหันจากไป

    ลวี่เยาตกตะลึงตาค้างแล้วจริง ๆ

    บัดซบ มาดีดหัวยายทวดเจ้าอีกแล้ว!

    ลวี่เยาคาดคะเนได้เลา ๆ ว่าที่ชวีหนานอีปฏิบัติต่อนางมีความผิดแปลกเล็กน้อย แต่ทุบอกกล่าวได้เลยว่า ตอนนางกินข้าวไม่กล้าส่องกระจก กลัวกระทบต่อความอยากอาหาร แม้สองคนจะไม่ชอบพอกันตั้งแต่แรกพบ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ชวีหนานอีเป็นใต้เท้าเขตผู้หนึ่งที่กิริยาท่าทางสะโอดสะอง เหตุใดจึงตาบอด ถูกใจลวี่เยาได้

    รสนิยมของชายผู้นี้ช่างแปลกประหลาด!

    ลวี่เยาส่ายศีรษะ เท้าข้างหนึ่งเตะถังโยวปลุกให้ตื่น

    ชวีหนานอีได้ยินเสียงอู้อี้ หันศีรษะกลับไป เห็นถังโยวตื่น จึงกวักนิ้วไปทางลวี่เยา เป็นสัญญาณเรียกให้นางเข้าไป  

    ลวี่เยาเบะปากทีหนึ่ง เดินไปด้านหน้าชวีหนานอีอย่างไม่เต็มใจ ถาม “มีอะไร?”

    ชวีหนานอีถามกลับ “ทำไม? ไม่พอใจ?”

    ลวี่เยากล่าวงึมงำ “เจ้าให้ข้าลองดีดหัวดูสิ เจ้าจะดีใจไหม?!”

    ชวีหนานอีหัวเราะกล่าว “พิเศษเช่นนี้ ข้าให้เจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ เจ้าควรดีใจถึงจะถูก”

    ลวี่เยากัดฟันกรอดอย่างรุนแรงคราหนึ่ง ยิ้มปลอม ๆ “โอ้! ดีใจจริง ๆ!”

    ชวีหนานอีลูบหน้าผากของตนเอง อดไม่ได้ที่จะเริ่มสงสัยว่าตัวเองเป็นบ้าไปแล้วหรือไม่ ไม่เพียงสายตาที่เกิดปัญหา สมองยังแยกแยะไม่ออก ไม่คาดคิดจะพูดคุยไร้สาระกับลวี่เยาในที่นี้ กล่าวกันว่าความงามก่อให้เกิดปัญหา มองดูลวี่เยา มากสุดก็คือปีศาจน้อยที่บกพร่องมีตำหนิ เหตุใดสามารถก่อกวนจิตใจของเขา? ช่างไร้เหตุผล!  

    ชวีหนานอีลูบคาง รู้สึกว่าทำเรื่องจริงจังสำคัญกว่า ดังนั้นจึงถามลวี่เยา  “เจ้ารู้จักคนชุดดำผู้นั้นไหม?” เหตุใดจึงรู้สึกว่าคนชุดดำผู้นั้นไม่ได้มองเขา แต่กำลังมองลวี่เยา?

    ลวี่เยาจ้องตาโตเขม็งอย่างเกินจริง “รู้จัก!”

    ชวีหนานอีรอนางกล่าวเสริมอย่างเงียบ ๆ ปรากฏว่าไม่ต่างจากที่คิด นางรีบพูดต่อ “มิใช่ว่าเป็นคนสนิทของเจ้าหรือ? เจ้าให้เขาเป่าดวงตาให้!”

    ชวีหนานอีเลิกคิ้ว “เจ้าอิจฉา?”

    ไอ้-เลว!

    ไอ้-สารเลว!

    ลวี่เยารู้สึกว่าชวีหนานอีต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่นอน เอ่ยคำว่าอิจฉากับสาวใช้ที่โง่ปัญญานิ่ม? ก็ได้ ชวีหนานอี ในเมื่อเจ้าต้องการเดินเส้นทางนี้ให้ได้ ยายทวดจะไปเป็นเพื่อนเจ้า! แม้จะไร้ยางอายที่สุดในการหยอกล้อกับความรู้สึกคน แต่หากคนที่ถูกหยอกล้อคือชวีหนานอี นางก็คงกลืนความไร้ยางอายนั่นกลับลงท้อง! 

    เมื่อความคิดเช่นนี้ผุดขึ้น ลวี่เยาพยักหน้ายอมรับกล่าว “ใช่ ลวี่เยาอิจฉา!”

    “พรืดดด...” ชวีหนานอีหัวเราะอย่างไม่ไว้หน้า

    นิ้วมือของลวี่เยาขยับ อยากจัดการเสือหน้ายิ้มตัวนี้ให้ตายเสียจริง! ยากมากที่นางจะให้ความร่วมมือเสียหน่อย เขากลับไม่สนับสนุน! เพ้ย นี่เป็นคนแบบไหนกัน?! แกล้งยายทวดเจ้าเล่นหรือไง?! 

    ชวีหนานอีหัวเราะแล้ว ถึงได้ตกใจตนเองที่นอกเรื่องอีกครา อยู่กับลวี่เยา ความคิดของเขาเหตุใดมักจะไม่สามารถอยู่บนเส้นทางปกติ? แท้จริงเป็นอย่างที่ว่ากัน  ใกล้ชาดเปลี่ยนเป็นแดง ใกล้น้ำหมึกเปลี่ยนเป็นดำ เข้าใกล้ลวี่เยาเปลี่ยนเป็นความคิดกระจัดกระจายมั่วซั่ว? หืม ให้ตายเถอะ!

    ชวีหนานอีคร่ำครวญในใจ สูดหายใจลึก ๆ กำลังจะกลับมากล่าวจริงจัง ถังโยวก็พลันวิ่งเข้ามา ตะโกน “ท่านพี่ ๆ ท่านเห็นชายชุดดำผู้นั้นใช่ไหม? เขาไม่ใช่ซานเซียวหรอกหรือ? แย่แล้ว ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาโผล่มาเมื่อไหร่ ถึงได้มายืนอยู่ด้านหลังข้า ตกใจแทบตาย! ยังคิดว่าเขาต้องกัดเนื้อข้าแน่ ๆ!”   

    ชวีหนานอีขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวอย่างไตร่ตรอง “ผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้านั้นมิใช่ซานเซียว ซานเซียวเป็น...เพศเมีย และผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้านั้น เป็นชายผู้หนึ่ง อ้อ ใช่แล้ว ถังโยว เงาดำตะคุ่มในตอนแรกนั่น เจ้ามองเห็นไหมว่าเป็นคนผู้นี้?” 

    ถังโยวส่ายศีรษะ “ไม่รู้สิ ของดำ ๆ มืด ๆ ขนาดนั้น พอกะพริบตาก็ไม่มีแล้ว ยังไม่ทันมองให้ชัดเลย”

    ชวีหนานอีกล่าวราวกับชี้ให้เห็น “อ้อ ถ้าเช่นนั้นที่เจ้าเห็นก็อาจจะเป็นซานเซียว” เขาปล่อยข่าวออกไปแล้วว่าในท้องซานเซียวมีไข่มุกสวรรค์ แน่นอนว่าต้องดึงดูดผู้คนที่มีวิทยายุทธ์มากมายมาที่นี่ ข้อหนึ่ง สิ่งนี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาของเขตลิ้วเหอ ข้อสอง หากมีคนสามารถฆ่าปีศาจสาวได้ นั่นเป็นเรื่องที่เขาชอบดูชอบฟัง ซานเซียวนั่นหายไปนานแล้ว แค่ถังโยวอ้างว่าตนเองได้พบเห็นซานเซียวอีกครั้ง ไม่เพียงสามารถดึงดูดความสนใจของเหล่าจอมยุทธ์ ยังกระตุ้นความอยากรู้ของซานเซียวให้ออกมาสืบเสาะสำรวจ เขาเพียงต้องเพิ่มความเข้าใจผิดลงไปเล็กน้อย เท่านี้ก็ได้แล้ว

    เมื่อได้ยินชวีหนานอีกล่าวเช่นนี้ ถังโยวพลันเชื่อสนิทใจไร้ข้อกังขา รีบผงกศีรษะ รู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองเห็นก็คือซานเซียว ใช่ สิ่งที่นางเห็นไม่เพียงเป็นก้อนกลมดำ ๆ มืด ๆ ยังมีขนเป็นแถบ ๆ ด้วย!

    หึ จินตนาการนี้ ยกระดับขึ้นในทันที

    ลวี่เยาฟังสองคนที่พูดคุยไร้สาระ เหมือนจะร้องไห้หรือหัวเราะก็ไม่ได้ นี่มันคือที่ไหนกับที่ไหน? รีบ ๆ จัดการเรื่องตรงนี้ให้เสร็จได้หรือไม่ ให้นางได้กลับไปนอนหลับสบาย? 

    ลวี่เยาหาวทีหนึ่ง ชวีหนานอีมองนางครั้งหนึ่ง กล่าวกับถังโยวว่า “พวกเจ้ากลับไปเถิด ตรงนี้ข้าจัดการเอง”

    ถังโยวส่ายหน้า “ไม่ ๆ ๆ ข้าต้องตามไปให้ถึงที่สุดแน่นอน!” หันหน้ามองไปทางลวี่เยา “ใช่ไหมลวี่เยา? ยังหาหลินเอ๋อร์ไม่เจอ พวกเราไม่สามารถไปได้”

    ลวี่เยาแม้ไม่สนทนาต่อ แต่มิได้ทำท่าอยากไป นางหันศีรษะมองไปทางกลุ่มคนที่กำลังดับเพลิง รู้สึกว่าคืนนี้การวางเพลิงช่างดีจริง ๆ ได้ยืมลมตะวันออกอย่างง่ายดายสบาย ๆ ไฟก็ลุกแล้ว ไม่นานเท่าไหร่ แม้กำแพงเมืองก็เป็นแถบไปแล้ว ไฟลุกไหม้ไม้ เสียงเปรี๊ยะปร๊ะดังทั่ว รวมกับเสียงผู้คนที่โหวกเหวกโวยวาย ให้ความรู้สึกอบอุ่นสบาย นางหยีตา คล้ายแมวเหมียวสูงศักดิ์ที่ขี้เกียจตัวหนึ่ง ถูหลังมือของตนเองเบา ๆ  

    ชวีหนานอีถอนสายตาจากลวี่เยา แล้วทอดมองไปทางแสงเพลิง ไตร่ตรองกล่าว “เหตุใดข้ารู้สึกว่าชายชุดดำผู้นั้นดูค่อนข้างคุ้นเคย?”  



    เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

    ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g

    ***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***