อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    ใบไม้มหัศจรรย์

    ชิ้นหนึ่งคือตำราลับ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของดี ไม่เคยได้ยินว่าตำราลับที่ดรอปได้จาก 'แดนสัตว์อสูร' ไร้ประโยชน์ ชิ้นที่สองคือใบไม้ใบหนึ่ง เป็นใบไม้จากต้นไม้เทพคุนหลุน
    ที่ 'แดนสัตว์อสูร' มีตำนานเรื่องสี่ต้นไม้เทพ อันดับหนึ่งย่อมเป็นต้นไม้แห่งพิภพ เจี้ยนมู่ อันดับสองคือต้นไม้แห่งชีวิตในตำนาน ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน แต่มนุษย์ในโลกนี้เชื่อมาตลอดว่าต้นไม้แห่งชีวิตมีอยู่จริง อันดับสามก็คือต้นไม้เทพคุนหลุนอันมหัศจรรย์ ส่วนอันดับสี่ก็คือต้นฝูซางที่เลี้ยงดูอีกาทองสามขา ชื่อว่าต้นเทพไท่หยาง
    ต้นไม้เทพคุนหลุนมีอะไรมหัศจรรย์ หากไปถามคนร้อยคน ก็มีเก้าสิบเก้าคนที่ไม่รู้ ในใจพวกเขามีเพียงชุดความคิดเดียวเท่านั้น นั่นก็คือมหัศจรรย์ ส่วนรายละเอียดว่ามหัศจรรย์ตรงไหน ก็ไม่ค่อยรู้ชัดแล้ว ตำราโบราณบันทึกไว้ว่า ต้นไม้เทพคุนหลุน รากทุกข้อ กิ่งไม้ทุกส่วน ใบไม้ทุกใบล้วนมีประโยชน์ให้พลิกแพลงใช้อย่างมหัศจรรย์ บางส่วนก็ช่วยเยียวยารักษาคนได้ บางส่วนก็ช่วยให้คนตายฟื้นชีพขึ้นมาได้ บางส่วนก็เพิ่มพลังภายในได้ บางส่วนก็ต้มกินเป็นชาได้ บางส่วนหลอมเป็นเป็นอาวุธวิเศษอย่างเช่นกระบี่เซียน บางส่วน...
    และใบไม้ที่อยู่ตรงหน้านี้ ก็นำกำลังวังชามาสู่คนได้อย่างไร้ขีดจำกัด ขอเพียงกำใบไม้นี้ไว้ ก็จะไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลย ราวกับเป็นเครื่องยนต์ที่ผลิตพลังงานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
    ตำราลับคือวิชาธนูสร้อยไข่มุก
    วิชาธนูสร้อยไข่มุก: เป็นดั่งอัญมณีของอาชีพนักธนู ยิงลูกธนูอย่างต่อเนื่องเหมือนสร้อยไข่มุก ไม่ตายไม่เลิก
    วิชาธนูสร้อยไข่มุกลึกลับเกินไป หลิวเวยอันก็แค่ได้ยินมาเท่านั้น ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยทั่วไปหลังจากนักธนูยิงลูกธนูออกมาดอกหนึ่งแล้ว ถึงจะยิงดอกที่สองออกมาได้ ไม่ว่าจะยิงเร็วขนาดไหน ลูกธนูที่ยิงโดนล้วนเว้นระยะห่าง ส่วนวิชาธนูสร้อยไข่มุกไม่เป็นอย่างนั้น สามารถหดระยะห่างระหว่างลูกธนูที่ยิงออกไปให้เหลือเพียงศูนย์ได้
    จะว่าไปแล้วก็เป็นวิชาที่ง่ายมาก ขอเพียงตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักก็พอแล้ว แต่ในความเป็นจริง นอกเสียจากจะเป็นคนที่เรียนตำราลับเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่เคยมีใครฝึกสำเร็จมาก่อนเลย
    นี่ก็เป็นสาเหตุที่หลิวเวยอันตื่นเต้นขนาดนั้น หลังจากได้วิชาธนูสร้อยไข่มุกมาแล้ว ทักษะธนูจะต้องยกระดับขึ้นแบบพลิกฟ้าพลิกดินแน่นอน วิกฤติที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยจนไม่ควรค่าจะเอ่ยถึงขึ้นมาทันที
    เขากำใบของต้นไม้เทพคุนหลุนไว้ในมือ ความรู้สึกเย็นสบายแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ชั่วพริบตานั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดก็บังเกิดขึ้น ความอิ่มเอม สุขสันต์ ผ่อนคลายและอบอุ่น ความรู้สึกนี้ไม่ได้มาอย่างรุนแรงรวดเร็ว แต่มาอย่างต่อเนื่องระลอกแล้วระลอกเล่า เกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย อิ่มอกอิ่มใจยิ่งกว่ากินผลไม้เซียนอย่างผลเหรินเซียน1เสียอีก
    หลิวเวยอันหยิบพู่กันขึ้นมาเริ่มเขียนยันต์โดยจิตสำนึกดอกแล้วดอกเล่า ในหัวหลิวเวยอันสุขสงบเหมือนน้ำในบ่อน้ำโบราณ ความคิดของเขากำลังทำงาน แต่ก็เหมือนหลุดจากการทำงานเหมือนกัน คล้ายจะใช่แต่ก็ไม่ใช่ รู้สึกแปลกมากและปกติมากในเวลาเดียว มหัศจรรย์อย่างบอกไม่ถูก
    สะบัดพู่กันทรงพลังราวกับมังกรเดินงูเลื้อย ชั่วพริบตาเดียวลูกธนูยันต์ก็เสร็จอย่างรวดเร็วจนเหลือเชื่อ จุดที่ปกติเคยรู้สึกว่าติดขัด ก็แทบไม่ต้องพิจารณาอะไรเลย สามารถอาศัยสัญชาตญาณอย่างเดียวเพื่อเขียนยันต์ได้ ความรู้สึกอย่างนั้นคล้ายกับตอนที่ทำเรื่องเรื่องเดียวมาทั้งชีวิตแล้วรู้สึกชำนาญมาก แม้จะหลับตาหรือนอนหลับก็ทำได้อย่างสบาย ๆ
    ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ตอนที่หลิวเวยอันหลุดออกสภาวะมหัศจรรย์นี้ ก็ทำลูกธนูยันต์ได้เยอะเหมือนกองภูเขาเล็ก ๆ กองหนึ่งแล้ว ทำได้อย่างน้อยหกร้อยกว่าดอก หลิวเวยอันงงเป็นไก่ตาแตก สงสัยว่าทำไมเยอะขนาดนี้ พอดูเวลาอีกที เขาก็ยิ่งตกใจกว่าเดิม นี่เพิ่งผ่านไปแค่หนึ่งชั่วโมงเอง เขายังนึกว่าผ่านไปแล้วหนึ่งคืนเสียอีก
    ตอนที่สายตาไปหยุดอยู่บนใบไม้ ก็พบว่ารัศมีบนใบไม้ไม่ได้สว่างขนาดนั้นแล้ว ทำให้คนรู้สึกว่าแห้งเหี่ยวนิดหน่อย ทำให้อดปวดใจไม่ได้ เขาเก็บมันเข้ากำไลมิติอย่างระมัดระวัง หวังว่าหลังจากมันนอนหลับไปตื่นหนึ่งแล้ว พรุ่งนี้จะฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก ไม่อย่างนั้นก็น่าเสียดายแย่
    เขาเก็บเหรียญเงินขึ้นมาหลายสิบเหรียญ ในใจรู้สึกทึ่งมาก BOSS ก็คือ BOSS ไม่แปลกใจที่คนมากมายเป็นบ้าเพราะมัน เป็นของดีจริง ๆ เขายังไม่เคยเห็นถุงเนื้อของมอนสเตอร์ตัวเดียวที่ให้เหรียญเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตำราลับกับใบไม้เลย ได้ของทั้งหมดถึงสามชนิด
    มอนสเตอร์ที่ฆ่าได้ก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ได้ไอเทมก็ได้เหรียญทองแดง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เหมาดรอปทุกอย่างในรวดเดียวแบบนี้
    เช้าวันต่อมา เพิ่งจะเลยว่าเจ็ดโมงครึ่งไป สุสานก็เริ่มคึกคักแล้ว เห็นได้ชัดว่าข่าวของ BOSS เมื่อวานแพร่ออกไปแล้ว วันนี้จึงมีคนมาเยอะเป็นพิเศษ มีเจ็ดร้อยกว่าคนแล้ว ทั้งยังมีผู้เล่นมาที่สุสานอย่างต่อเนื่อง เป็นอย่างที่คาดไว้ ไม่นานก็มีคนทะลุหนึ่งพันคนไปแล้ว
    ประมาณแปดโมงเช้า ทีมที่มีสมาชิกประมาณสองร้อยคนทีมหนึ่งก็มาถึงสุสานอย่างเอิกเกริก พอคนอื่นเห็นก็รีบหลีกทาง เพราะคนกลุ่มนี้ลักษณะท่าทางดุดัน อันธพาลร้ายกาจมาก แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ได้มาเที่ยว คนกลุ่มนี้ไม่ได้มาฆ่ามอนสเตอร์ แต่กำลังหาเบาะแสอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน ดูจากท่าทางแบบนั้น เห็นได้ชัดว่ากำลังหาคน
    ไม่ไกลออกไป มีคนสามคนกำลังซุ่มอยู่ในพงหญ้าที่น้ำตาลเหลือง เป็นหลิวเวยอัน หลูเยี่ยนแล้วก็ถงเสี่ยวเสี่ยว ทั้งสามคนมาถึงตั้งแต่ตีห้าแล้ว กำลังรอคนพวกนี้อยู่ ถงเสี่ยวเสี่ยวปะปนอยู่ในทีมมาตลอด แต่มองปราดเดียวก็รู้จักตัวตนของคนพวกนี้แล้ว
    "ทีมสำรวจหยินหวนเสอ คงจะมาล้างแค้นให้เหอเจิ้นเฟย"
    "เด็กดี มาทีก็สองร้อยกว่าคนเลย" หลิวเวยอันกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ในดวงตาฉายแววตื่นเต้น หากไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เมื่อเห็นคนสองร้อยคนพวกนี้ ก็ย่อมหนีหัวซุกหัวซุนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้น่ะเหรอ เขาคิดว่าสองร้อยคนนี้เป็นเหมือนแพะอ้วน คนที่ตื่นเต้นเหมือนกันยังมีหลูเยี่ยน ตอนนี้เธอตาลุกวาว สิ่งที่หลิวเวยอันเห็นคือคน แต่สิ่งที่เธอเห็นก็คืออุปกรณ์ มีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้น
    ของที่ได้จากการต่อสู้เมื่อวานนี้ ถงเสี่ยวเสี่ยวกับเธอแบ่งกันคนละ 20 เหรียญทอง หลิวเวยอันได้ไปครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ เมล็ดพันธุ์พลังงานกับถุงเนื้อของผีดิบเจียงซือขนขาวเป็นของหลิวเวยอัน ส่วนทั้งสองคน คนหนึ่งได้ชุดเกราะของเหอเจิ้นเฟย คนหนึ่งได้กระบี่จันทร์สะท้อนของเหอเจิ้นเฟย นั่นคืออุปกรณ์สำริด ราคาไม่ใช่น้อย ๆ
    "คนที่นำหน้ามาคือรองหัวหน้าทีมสำรวจ เถียนต้าฮา ยอดฝีมือระดับสำริด ในทีมสำรวจหยินหวนเสอมียอดฝีมือระดับสำริดสองคน ยอดฝีมือระดับเหล็กดำห้าคน ดังนั้นจึงมีชื่อเสียงมากที่เมืองสือโถว แม้จะมีจำนวนคนมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้ามีเรื่องด้วย" ถงเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าตื่นเต้นของหลิวเวยอันกับหลูเยี่ยน เขาแนะนำยอดฝีมือผู้โด่งดังในทีมสำรวจหยินหวนเสอให้รู้จักรอบหนึ่ง แล้วจู่ ๆ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
    "สองคนที่อยู่ข้างกายเถียนต้าฮา ฉันไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าภูมิหลังเป็นยังไง แต่เหมือนจะเก่งกาจมาก"
    "โซ่วจู๋กานที่อยู่ทางซ้ายเป็นยอดฝีมือระดับเงิน" หลิวเวยอันพลันเอ่ยขึ้น ถงเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแล้วตกตะลึง ยอดฝีมือระดับเงิน เขายังไม่เคยเห็นยอดฝีมือระดับเงินมาก่อน
    "แล้วคนทางฝั่งขวา..." หลิวเวยอันเผยสีหน้าสงสัย "ดูลักษณะไม่อ่อนด้อยไปกว่าโซ่วจู๋กาน แต่กลับเป็นยอดฝีมือระดับสำริด"
    คนที่หลิวเวยอันพูดถึงตัวไม่สูง สวมชุดคลุมสีแดงเพลิง ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นเพลิงกองหนึ่ง ในมือถือกระบองไม้ หน้าตาคล้ายไม้เท้านิดหน่อน แต่มันไม่ใช่ไม้เท้าแน่นอน
    มองให้ละเอียดครู่หนึ่ง แต่มองไม่ออกว่าเป็นอาวุธอะไร หลิวเวยอันก็เลยไม่สนใจอีก เขากล่าวเสียงต่ำด้วยสีหน้าจริงจัง "เริ่มได้แล้ว"
    "ดูฉันนะ" ถงเสี่ยวเสี่ยวคลานออกมาจากพงหญ้า วนอ้อมหนึ่งโค้งแล้วปรากฏตัวอยู่บนถนนใหญ่ แสร้งทำเหมือนเพิ่งมาถึง เขารูปร่างสูงใหญ่ คนจำได้ง่ายมาก ไม่นานก็ถูกคนของทีมสำรวจหยินหวนเสอสังเกตเห็น จึงตะโกนบอกให้กลุ่มคนไล่ตามถงเสี่ยวเสี่ยวไปทันที
    พอเห็นสถานการณ์ดังนั้น ถงเสี่ยวเสี่ยวก็ตกใจจนสีหน้าเปลี่ยน หันเลี้ยวแล้ววิ่งหนีทันที
    ตอนที่ถงเสี่ยวเสี่ยวออกไป หลูเยี่ยนก็ออกไปแล้ว เมื่อหลิวเวยอันเห็นทีมสำรวจหยินหวนเสอเข้ามาในกับดักแล้ว ก็จากไปอย่างเงียบ ๆ เช่นกัน
    ตรงจุดที่ห่างจากสุสานประมาณหนึ่งกิโลเมตร ถงเสี่ยวเสี่ยวถูกไล่ตาม เหมือนจะรีบวิ่งไปหน่อย เขาโค้งเอวหอบหายใจพร้อมแลบลิ้นออกมา ใบหน้าแดงเถือก
    "ถงเสี่ยวเสี่ยว ทีมสำรวจหยินหวนเสอของเราไม่มีความแค้นอะไรกับนาย เดิมทีไม่ควรจะทำให้นายลำบาก แต่นายเข้ามามีส่วนร่วมในการฆ่าหัวหน้าทีมของพวกเรา ก็เท่ากับเป็นศัตรูของพวกเราด้วย ตอนนี้จะให้โอกาสรอดชีวิตกันสักครั้ง บอกที่อยู่ของสองคนนั้นมา แล้วฉันจะทำให้นายตายแบบสบาย ๆ หน่อย" เมื่ออยู่ห่างจากถงเสี่ยวเสี่ยวห้าหกเมตร ทีมสำรวจหยินหวนเสอก็หยุดวิ่งตามแล้ว เถียนต้าฮาจ้องถงเสี่ยวเสี่ยวพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
    ลูกธนูสี่สิบกว่าดอกเล็งไปที่ถงเสี่ยวเสี่ยว เขาไม่กังวลด้วยว่าถงเสี่ยวเสี่ยวจะเล่นลูกไม้อะไร
    "จะซ้ายหรือขวาก็ตายเหมือนกัน นายคิดว่าฉันจะยอมบอกเหรอ?" จู่ ๆ ถงเสี่ยวเสี่ยวก็เงยหน้าหมุนตัว เผยสีหน้าเจ้าเล่ห์ ยังจะมีท่าทางหอบหายใจอยู่เหมือนเดิมเสียที่ไหนกัน?
    "ตายเหมือนกัน แต่ถ้านายบอก ก็จะตายครั้งเดียว ถ้าไม่บอก ก็พูดยากแล้วว่าจะตายอีกกี่ครั้ง" เถียนต้าฮารู้สึกหนักใจทันที เริ่มสังเกตได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
    "ฉันก็อยากเห็นเหมือนกัน ว่าพวกนายจะฆ่าฉันยังไง" พอถงเสี่ยวเสี่ยวพูดจบ ก็หันตัววิ่งไปเลย ครั้งนี้วิ่งเร็วจนน่าตกใจ ราวกับเป็นกระตายที่เห็นเหยี่ยวเฒ่า พอเสียงฟิ้วดังก็วิ่งไปให้หลายสิบเมตรแล้ว ชั่วพริบตาเดียวก็เหลือแค่จุดดำ ๆ แล้ว
    "ยิงธนู..." เถียนต้าฮาตะโกนเสียงดัง แต่กลับไม่เห็นลูกธนูยิงออกมา มีเสียงกรีดร้องดังอยู่ข้างหลังพักหนึ่ง ไม่ใช่เสียงของคนสองคนเท่านั้น แต่เป็นเสียงสิบกว่าเสียงที่ดังพร้อมกัน ทำให้คนรู้สึกตัวสั่นทั้งที่ไม่ได้หนาว
    เถียนต้าฮา โซ่วจู๋กานและผู้เล่นที่ถือกระบองไม้หันกลับไปมองพร้อมกัน เห็นนักธนูสิบกว่าคนยืนเรียงแถวหน้ากระดานพอดี เหมือนกับเล่นไพ่ หัวและหางเชื่อมต่อกัน มองเห็นราง ๆ ว่าข้างหลังมีลูกธนูหนึ่งดอกเสียบลึกสามชุ่น
    สายธนูสั่นสะเทือน เสียงอันน่าสะพรึงกลัวดังมา ทุกคนล้วนได้เห็นฉากอันน่าหวาดกลัว
    ลูกธนู ไม่ผิดหรอก ไม่ใช่หนึ่งดอก แต่เป็นหนึ่งแถว สาเหตุหลักเป็นเพราะลูกธนูดอกนี้ยาวเกินไป ยาวห้าหกเมตร พอมองดี ๆ ก็พบว่าไม่ใช่ลูกธนูดอกเดียว แต่เป็นลูกธนูแปดเก้าดอกที่เชื่อมโยงกัน หัวและหางเชื่อมโยงกัน หัวลูกธนูกำลังกัดก้น เว้นช่องว่างไม่ถึงสองกำปั้น ดังนั้นเมื่อมองไกล ๆ จึงเหมือนเป็นเส้นโค้งที่บิดงอเส้นหนึ่ง
    ลูกธนูวาดฝ่าอากาศ แฉลบผ่านไปเร็วมาก ตอนที่ยิงจนเลือดสาด เสียงอากาศดังแสบหูถึงได้ดังขึ้น นักธนูล้มลงคนแล้วคนเล่าราวกับถูกเรียกชื่อ ลูกธนูเก้าดอก คนเก้าคน ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ ตอนนี้เถียนต้าฮาถึงเข้าใจสาเหตุที่ว่าทำไมคนก่อนหน้านี้ล้มลงด้วยท่าทางประหลาด นักธนูที่เหลือโกลาหลอยู่พักหนึ่ง ลุกลี้ลุกลนหลบหนี เกิดเหตุไม่คาดคิดกะทันหัน นักธนูคนหนึ่งรู้สึกว่าใต้เท้าว่างเปล่าก่อนจะหายไป ตามด้วยเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากใต้ดิน
    ไม่รู้ว่าหนามแหลมแท่งหนึ่งถูกยิงมาจากไหน ทิ่มเข้าตานักรบคนหนึ่งพอดี ขณะที่คนคนนี้กำลังรู้สึกเจ็บปวดรุนแรง เจ้าตัวก็โบกดาบมั่ว ๆ จนพลั้งไปฟันศีรษะเพื่อนนักรบที่อยู่ข้างกันแบะไปครึ่งหนึ่ง คนอื่น ๆ ตกใจจนต้องรีบหลบ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าพื้นดินที่แข็งแรงจะปรากฏหลุมลึกนับไม่ถ้วน ในนั้นเต็มไปด้วยหนามแหลมและหนามเบ็ด นักรบและมือทวนสิบกว่าคนตกลงไป ส่งเสียงร้องอันน่าเวทนาออกมา ถูกหนามเบ็ดแทงทะลุไส้
    ธนูลับและกับดักมีอยู่ทุกที่ ทีมสำรวจหยินหวนเสอจะไปคาดคิดถึงได้อย่างไร จุดที่ดูเหมือนปลอดภัยจู่ ๆ ก็กลายเป็นอันตรายรอบด้าน ทุกคนเริ่มสับสนวุ่นวาย และในตอนนี้ ถงเสี่ยวเสี่ยวที่สวมชุดเกราะทั้งตัวก็ถือค้อนดอกเหมยหกกลีบที่อลังการพุ่งเข้ามาแล้ว ราวกับเสือดุลงจากภูเขา สองเท้าย่ำบนพื้นราบกับตีกลอง
    - โปรดติดตามตอนต่อไป -
    1 ผลเหรินเซียน (人参果) เป็นผลไม้ประเภทแตง มีชื่อเรียกว่า เปปิโน เมลอน หรือ แคนตาลูปต้น ตามปรัมปราจีนปรากฎในเรื่องตำนานไซอิ๋ว (Journey to the West) เป็นผลไม้ของเทพเจินหยวนที่ปลูกผลไม้ชนิดนี้ไว้บนภูเขาว่านโซ่ว ผลจะสุกทุก 9,000 ปี เพียงได้กลิ่นก็จะมีอายุยืนไป 360 ปี หากกินเข้าไปก็จะมีอายุยืน 47,000 ปี

    คล้ายกับเรื่องอุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999