Part’ s เขมชาติ วันนี้เป็วันศุกร์ ที่ผมจะได้กลับบ้านไปหาแม่รดาของผม แม่บอกว่าพี่ๆ จะมาด้วย ส่วนพี่ต้น ผมไม่แน่ใจว่าจะพาเอิร์ทกับพี่เกศรินทร์ไปพักที่ไหนก่อนหรือเปล่า เพราะว่าถ้าพี่เกศรินทร์เขารู้ว่าผมจะไปบ้านด้วยเขามักจะไม่อยากมาอยู่ที่บ้านเดียวกับผม แต่ผมก็มีคอนโดดังนั้นผมเลยคิดว่าจะไปนอนกับณัฐกานต์และค่อยไปหาแม่ตอนเช้าเพื่อไปทำบุญให้พ่อพิทักษ์ของผม จะว่าไปก็คิดถึงพ่อเหลือเกิน พ่อจากไปและทิ้งไว้ซึ่งทำสอนมากมายที่ผมสามคนจะนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต
ผมกำลังจะลุกชึ้นเพื่อไปทำหน้าที่ครูสอนห้องสุดท้ายของวันนี้ ห้องนี้ผมจะได้เข้าสอนวันแรก เป็เรียนของนักเรียนชั้นม.3/1 ผมก็เอื้อมไปหยิบหนังสือคู่มือการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 หน้าปากเขียนไว้ว่าครูมิ้ง
“ครูเขม มีสอนอีกเหรอคะ “ครูสมพิศเอ่ยถามผมทันที ที่เห็นว่าผมกำลังเตรียมออกจากห้องพักครู
“ครับ ผมมีสอนห้อง ม.3/1 ครับ ครูลิมาเพิ่งจะบอกผมเมื่อวานและห้องนี้...” ผมกำลังจะพูด
“เป็ห้องที่ครูมิ้งเคยสอนอยู่ค่ะ” ครูสมพิศเอ่ยพร้อมด้วยสีหน้าที่กังวล ผมก็ทำสีหน้าฉงนไปด้วย ว่าจะมีอะไรอีกเหรอครับ
“ห้องนี้เป็ห้องที่นักเรียนที่ชื่อแชมป์เรียนอยู่ค่ะ “ครูสมพิศพูด ผมก็พยักหน้าแต่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม
“นายแชมป์คือเด็กที่หายไปพร้อมกับครูมิ้งคะ” ผมพยักหน้าอีกทีอันนี้พอเข้าใจมาบ้าง
“ขอให้ครูโชคดีนะคะ เออ...พี่ไปก่อนนะคะ พอดีว่า พี่ต้องไปรับลูกก่อนเวลาค่ะวันนี้เพราะว่าครูเขามีประชุมตอนเย็นกันคะ โรงเรียนลูกสาวพี่ โรงเรียนประถมนะคะ “ครูสมพิศพูด ผมก็พยักหน้าและเดินออก ผมเดินส่วนนักเรียนหลายคนก็ยกมือไหว้ผมและตามมาด้วยคำชมว่าผมหล่อ แต่จะมีตามมาอีกด้วยว่า ผมจะเป็เหมือนครูมิ้งไหม ตลอดจนผมอยากจะรู้เื่ครูมิ้งขึ้นมาแล้วซิ
ขณะที่ผมเดินขึ้นไปที่ห้องเรียนช้นม.3/1 ผมก็รู้สึกว่าบางสิ่งที่อยู่ในหนังสือคู่มือการสอน มันหลุดร่วงออกมา และผมก็ก้มลงมองและเก็บขึ้นมา มันคือรูปถ่าย มีคนที่ดูน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมได้แต่ดูอ่อนแอ่นกว่าผมเยอะ และอีกคนเป็เด็กผู้ชาย ดูหน้าจะราวๆ สิบสี่สิบห้าได้ เด็กคนนั้น นั่งโดยมีแขนครูมิ้งที่โอบกอดเอวน้อยๆ นั้นไว้ สายตาทั้งคู่ดูมีความสุขมาก
“ครูเขมมาสอนห้องเรา” เสียงที่ทำให้ผมได้สติ ผมก็มองนักเรียนที่ออกมายืนที่ประตู ทันทีที่เขาเห็นผมก็หันไปบอกเพื่อนๆ ในห้องเรียนทันที ผมก็เอารูปถ่ายนั้นใส่กลับเข้าในหนังสือ ผมเห็นแววตาครูมิ้ง เขาดูรักเด็กคนนั้นมาก มันจึงทำให้ผมเชื่อว่าเด็กยังปลอดภัยดีแน่นอน
“Good Afternoon Teacher “เด็กๆ ก็ทักทายผมถามปกติ
“สวัสดีครับทุกคน นับจากวันนี้เป็ต้นไปครูจะมาสอนแทนครูลิมา” ผมบอกทุกคนในห้องเรียน
“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มเปิดหนังสือหน้าที่ที่ครูลิมาสอนค้างไว้กันนะครับ” ผมบอก และหันไปเขียนหัวข้อบนกระดาน
“แกว่าครูเขมจะเป็เหมือนครูมิ้งไหมวะ” ผมได้ยินเสียงนักเรีนยซุบซิบกัน
“ไม่หรอก ใครก็พูดกันว่าครูเขมนะกำลังจีบครูลินดา ครูสอนนาฏศิลย์อยู่ “มีคนพูดขึ้นมา
“แต่มีคนบอกว่าเมียครูดุอ่ะ มีคนโดนด่าวันแรกที่เจอครูและเป็ผู้ชายแก”
“จริงดิ ดูไม่ออกเลยครูมิ้งนะดูออกมากกว่าแก” และผมก็ทำหน้าที่ครูสอนไปจนจบคาบชั่วโมง คำถามมากมาย ใครคือครูมิ้งและใครคือแชมป์ และเขาสองคนรักกันได้ยังไง แถมหายไปโดยไม่มีใครรู้เห็นมันต้องมีที่มาที่ไป และนั้นมันทำให้ผมย้อนกลับไปดูสมุดเช็คชื่อ มีหนึ่งชื่อที่ถูกขีดยาวไปเลย
“เอาละครูให้การบ้านไปทำวันเสาร์อาทิตย์นะครับและวันจันทร์ จะให้ออกมาใช้บทสนทนา จับคู่กันนะครับ ที่หน้าห้อง” ผมบอกนักเรียนทุกคน
“เออ ครูถามหน่อยซิ นักเรีนที่ชื่อ เด็กชายกรวิทย์ เขาคือใครและเห็นว่ามีการขีดยาวเลย เขาลาออกไปแล้วเหรอครับ” ผมถามทุกคนและนี้กับเป็คำถามที่ทำให้ทุกคนเงียบกันไปหมด
“ว่าไงครับทุกคน” ผมถามอีกครั้ง
“ครูค่ะ คนนี้คือแชมป์ค่ะ ที่หายไปพร้อมกับครูมิ้งค่ะ” ผมได้ฟังก็นิ่งอึ้งไปนะ ยังเด็กอยู่เลยแต่ผมก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็ครูที่พานักเรียนหายไปเฉยๆ มันต้องมีที่มาที่ไปซิ หรือว่าทั้งคู่ถูกกดดัน
“ครูมิ้งเคยสอนห้องนี้ ครูสอนดีไหมครับ” ผมถามทุกคนอีกครั้ง
“สอนดีนะคะ สอนเก่งด้วยและมักจะหาแนวข้อสอบมาให้ลองทำด้วยค่ะ แต่ว่าครูเขาเป็เกย์ค่ะ เขาชอบผู้ชาย” นักเรียนหญิงอีกคนพูดขึ้น ผมพยักหน้าให้คนที่ยืนตอบคำถามแรกผมนั่งลง และผมก็ออกมายืนที่หน้าห้องมองทุกคน
“เพราะว่าครูเขาชอบเพศเดียวกันนะเหรอครับ “ผมพูด
“ในโลกนี้ ณะ ปัจจุบันนี้มันมีความหลากหลาย ของคำว่าเพศนะเท่าที่ครูรู้”
“LGBTQ เป็คำที่หมายถึงกลุ่มเพศทางเลือก ไม่ว่าจะเป็เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล ทรานเจนเดอร์ เควียร์ บร้าๆๆๆ” ผมก็อธิบายให้เด็กฟังคร่าวๆ ถึงมันจะไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนแต่ผมคิดว่าเด็กๆ ก็ควรจะได้รู้เอาไว้บ้าง เพราะว่าต่อไปเขาจะต้องพบเจอเื่ราวต่างๆ รอบตัวเขาอีกมากมาย
“ครูมองว่ามันคือความหลากหลายทางเพศ ซึ้งในประเทศไทยเรายังไม่เปิดใจรับตรงนี้ ครูจึงเข้าใจที่ทำไมพวกเราถึงได้รู้สึกมันเป็เื่แปลกและพิสดาร “
“แต่ก็มีหลายประเทศที่ยอมให้มีการจดทะเบียนสมรสสำหรับเพศเดียวกัน 30 ประเทศแล้วนะ แต่ครูก็ไม่ได้อยากให้ทุกคนต้องเห็นด้วย หรือหลอกเลียนกันได้ เพราะว่าพฤติกรรมแบบนี้มันลอกเลียนกันไม่ได้อยู่แล้ว “
“ของแบบนี้มันขึ้นอยู่ที่จิตใจของคนคนนั้น “ผมพูดกับทุกคน
“แต่สำหรับเื่ของครูมิ้งและแชมป์นั้น เื่ที่เขาทั้งคู่หายไปด้วยกันครูไม่ขอพูดถึงเพราะว่าครูไม่ทราบรายละเอียดตรงนี้ แต่ก็รู้สึกเสียดายนะ ที่ห้องนี้เพื่อนเราหายไปหนึ่งคน”
“และครูก็เชื่อว่าเขาสองคนจะกลับมาเมื่อเขาพร้อม ดังนั้น ณ ตอนนี้ ทุกคนก็ตั้งใจเรียนเพื่อที่จะคนหาสิ่งที่ตัวเองชอบและไปตามสิ่งที่ตัวเองฝันกัน ดังนั้นควรตั้งใจเรียนเพื่อพ่อแม่และคนที่พวกเธอรัก ครูพอแค่นี้ หัวหน้าเชิญครับ” ผมพูดเพียงแค่นี้ และหัวหน้าห้องก็บอกนักเรียนทำความเคารพผมกัน ผมเดินออกมาจากห้อง ผมหันไปดูหมายเลขห้อง
ผมเปิดหนังสือหน้าที่ผมสอดรูปถ่ายเขาสองคนเอาไว้ ผมหยิบรูปนั้นขึ้นมาดูขณะที่กำลังจะเดินลงไปชั้นล่าง เพราะว่าผมต้องไปเตรียมตัวกลับแล้ว ผมพลิกรูปไปที่ด้านหลัง มีลายมือที่เขียนเอาไว้ ห้องม3/1 พร้อมรูปหัวใจสีแดง และลงชื่อไว้บรรทัดล่างว่า มิ้งรักแชมป์ ผมเข้าใจความรักทั้งคู่แต่มันผิดที่เป็ครูไปรักนักเรียน ถามว่าผิดมากไหม ก็ไม่ได้ถึงขั้นคอคาดบาดตายแต่ว่ามันต้องอยู่ในกฎเกณฑ์และการวางตัว ถ้าเลือกได้ก็ไม่ควรที่จะอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน แต่ถ้ามันเลือกไม่ได้ละ จะทำยังไง นี่ผมคิดไปเพื่อใครหรือเปล่านะ
“ติ้ง” เสียงข้อความในมือถือผม วันนี้ผมต้องพกมือถือติดตัวตลอดเพราะว่าณัฐกานต์บอกว่าจะมารับผม และถ้ามาแล้วติดต่อผมไม่ได้นี้ล่ะงานจะเข้า และก็ใช้จริงๆ ด้วย ข้อความจากณัฐกานต์
“เขม..กานต์มาถึงแล้วนะครับ รอที่ลานจอดรถนะเขม ลงมาเร็วๆ น่ะ กานต์คิดถึงอ่ะ “
ผมอ่านข้อความแล้วก็ต้องแปลกใจตรงคำว่าคิดถึงอ่ะ ปกติไม่ค่อยพูดมานานแล้ว มีพูด่แรกๆ ที่เราคบกัน ณัฐกานต์พร่ำบอกผมตลอดว่าคิดถึงแต่พอเริ่มย้ายไปอยู่ด้วยกันคำนั้นเลย ไม่ค่อยมี แต่ผมคิดอีกทีน่าจะเป็เพราะว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยมั้ง่นี้ มันเลยรู้จักคำนี้ขึ้นมาทันที
ผมเดินอมยิ้มและรีบลงไปจากตึกแต่จังหวะที่ผมกำลังจะเดินลง ผมก็เจอคริสโตเฟอร์ที่ยืนอยู่ที่ตรงราวบันไดก่อนจะลงไปชั้นล่างสุด มันดูเหมือนเขารอผมหรือว่าผมคิดไปเองก็ไม่รู้
“คริส” ผมเรียกชื่อเขา เขาก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม พร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผม ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าเขาดีใจ
“พี่เขม “เขาเรียกชื่อผมแต่ว่าพี่นะซิ ผมรีบขยิบตา เพราะว่านี้มันโรงเรียน
“เออ ..ครูเขมครับ”
“ว่าไงเรานายคริส” ผมทำน้ำเสียงให้ดูว่าเป็การสนทนากันระหว่างนักเรียนและครู จะว่าไปผมก็เริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของครูมิ้งนะ กับการที่ต้องถูกทุกสายตามองเื่ของความไม่ถูกต้องของครูและนักเรียนที่มีความสัมพันธ์กันทางคู่รัก
“เดินลงไปคุยกันไปได้ไหมครับครู” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักหน้าว่าได้ซิ และนายคริสก็มาเดินตีคู่กับผมทันที
“ครูจะกลับเลยเหรอครับ “นายคริสถามผมด้วยน้ำเสียงแปลกๆ
“ใช่ เพราะว่า ..แฟนครูมารับแล้ว” ผมบอกนายคริสไป เขาหันมามองผมด้วยสายที่แปลกไปไม่เหมือนทุกวัน แต่ทว่าสายตาแบบนี้มันทำให้ใจผมรู้สึกเจ็บจี้ดๆ อย่างบอกไม่ถูก นี้ผมกำลังสับสนอะไรบางอย่างใช่หรือไม่
"แฟนครูมารอรับแล้วเหรอครับ" คริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักหน้าตอบ ดูสีหน้าคริสโตเฟอร์เศร้าลงไปอีก และมันก็ทำให้ผมเองก็ลำบากใจนะแต่ที่แน่ๆ ที่แย่ไปกว่านั้นคือไม่เหมาะสมระหว่างผมกับเขานี้แหละ
"เป็อะไรละเรา ทำไมทำหน้าแบบนั้น เดี๋ยวพอไปถึงไปสนุกกับเพื่อนเธอก็ลืมครูแต่อย่าลืมการบ้านครู นะคริส " ผมถามคนตรงหน้าพอผมเห็นเขาทำหน้าแบบนี้ใจไม่ดีเลยจริงๆ
"ครูจะกลับมาวันอาทิตย์เลยหรือเปล่าครับครู" นายคริสโตเฟอร์ถามผม
"เออ...ยังไม่แน่ใจแต่ครูคงขับรถมาเองและเอารถมาไว้ใช้ด้วย" ผมบอกเขา
"ครูก็คงไม่ไปทานข้าวกับผมแล้วใช่ไหมครู"
"คริส..เออ ...ครู...มีแฟนแล้วนะครูไม่อยากทำให้แฟนครูเสียใจนะคริส” ผมพูดคริสโตเฟอร์เงยหน้ามองผม เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“และนายก็ไม่ได้ชอบ..อะไรแบบครูไม่ใช่เหรอ" และผมก็ถามเขา เราเดินลงมาที่ชั้นล่างของอาคารและไม่มีคนเดินผ่านไปมาใน่นั้นพอดี
"น่าจะใช่ เพราะว่าผมก็ไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้กับ...ใครที่เป็ผู้ชายเลยมีแต่ผู้หญิง” นายคริสพูด ทำให้ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“แต่ผมก็อยากไปกินข้าวกับครูนะ" นายคริสบอกผมแบบนี้แล้วจะให้ผมพูดยังไงต่อ มันจุกเลยไปไม่ถูก และมีคำถามในใจผมว่า ผมจะไปกับเขาโดยที่ผมจะไม่คิดอะไรกับเขาได้ไหมผมกลัวใจผมเองนี้แหละที่จะทำไม่ได้
"เพื่อนนายมาแล้ว...อย่าไปซ่าที่ไหนหนักละครู.." ผมเลยพูดเปลี่ยนเื่ทันที ที่ผมหันไปเห็นเพื่อนๆ นายคริสเดินลงพร้อมกัน ผมจำได้ดี แม้จะยังไม่รู้จักชื่อทุกคนก็ตาม แต่นายคริสโตเฟอร์ยังคงมองหน้าผมเหมือนเขากำลังคาดคั้นสิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไป
"เป็ห่วง...นักเรียนของครู " ผมพูดออกมาได้แค่นั้นจริงๆ ว่าผมแค่เป็ห่วงเขา คริสโตเฟอร์พยักหน้าเบาก่อนจะส่งยิ้มจางๆ กลับมาให้ผม นั้นคงเพราะผมลงท้ายว่านักเรียนของผม ผมไม่ได้เป็ห่วงเขาในฐานะคนพิเศษอะไร รอยยิ้มที่ดูจะผิดหวังหน่อยๆ
"ครับครู" คริสโตเฟอร์ก็เดินไปหาเพื่อนที่ชื่อโป้งที่เขาบอกผม ที่บ้านอยู่ถัดไปไม่กี่สิบกิโล โป้งขับรถกระบะมาเองมาจอดไว้ที่โรงเรียน ผมยืนมองจนทั้งหมดเดินหายไปทางเดินที่จะเข้าบ้านพัก และผมก็เดินตรงไปยังรถเก๋งที่ณัฐกานต์ขับมารับผม เป็รถของผมเอง แต่ผมนึกขึ้นได้ว่าผมต้องเอาการบ้านเด็กไปตรวจด้วยนะซิ ผมถือกระเป๋าที่ผมใส่พวกโน๊ตบุ๊คไปไว้ในรถณัฐกานต์ก่อนดีกว่า
"ไงครับที่รัก...เหนื่อยไหมครับ" ผมแทบจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจณัฐกานต์ถามผมว่าผมเหนื่อยไหม!
"ทำไมทำหน้าแปลกใจแบบนั้นละ...พอกานต์ไม่ถามเขมก็หาว่ากานต์ไม่ใส่ใจ...น่าน้อยใจเนอะ" ณัฐกานต์พูด หรือว่าที่ผมไม่โทรหาเขาสองวันมันทำให้เขาเปลี่ยนตัวเองได้ ผมยิ้มดีใจนะ
"ดีใจต่างหาก ..เขมอยากให้กานต์เข้าใจเขมบ้างก็แค่นั้น...เดี๋ยวขากลับเขมขับเองนะครับที่รัก...เออ.เขมลืมเอาสมุดการบ้านเด็กนะกานต์ ยังไงขอเขมขึ้นไปเอาสมุดก่อนนะครับ" ผมพูดณัฐกานต์เดินออกมาเพื่อเปลี่ยนมาเป็คนนั่ง ส่วนผมก็รีบวิ่งกลับขึ้นไปห้องพักครูทันที
"ครูเขมค่ะ" เสียงที่คุ้นหูผมเรียกผมแบบนี้ทุกวัน เสียงหวานๆ ของสาวร่างบาง ครูลินดา ผมหันไปมอง ครูลินดาเดินเข้ามาหาผมในมือถือห่ออะไรสักอย่างไว้
"ครูเขมค่ะเมื่อวานแม่ของลินดาทำขนมลานะคะ เป็ขนมขึ้นชื่อมากทางภาคใต้ค่ะลินดาเลยเอามาให้ครูเขมลองดูทานค่ะ ฝากไปให้คุณแม่ของครูด้วยนะคะ" ครูลินดาส่งให้ผมก็รับมาถือไว้
"แม่ผมรุู้จักครับ เพื่อนของแม่ของผมเคยนำมาให้แม่ผมลองทาน และแม่ผมก็ชอบซะด้วยซิ ..ขอบคุณนะครับ"
"เดี๋ยวผมขึ้นไปเอาของก่อนนะครับ...เจอกันวันจันทร์นะครับครูลินดา" ผมพูดก่อนจะรับวิ่งขึ้นไปบนห้องเพราะกลัวณัฐกานต์จะรอนานยิ่งเขาไม่เหวี่ยงผมแบบนี้ผมยิ่งไม่อยากไปสะกิดมันให้กลับมาอีกเพราะมันจะส่งผลกับการเดินทางกลับบ้านของผมด้วย
ผมจัดการรวบรวมสมุดของเด็กๆ ที่ผมต้องตรวจและแผ่นงานที่ให้เด็กๆ เขียน เพื่อเป็การฝึกและคัดหาคนที่เก่งด้านภาษาอังกฤษเข้าร่วมแข่งขันในสัปดาห์ภาษาอังกฤษเดือนหน้านี้ ผมคิดว่าผมจะทำให้คริสเข้าร่วมให้ได้ ขณะที่ผมกำลังรีบเดินลงสิ่งที่ทำให้ผมอึ้งคือ ณัฐกานต์เขาออกมาจากมาคุยอะไรกับครูลินดาก็ไม่รู้แต่ดูท่าจะไม่ดีแน่เพราะว่าครูลินดายืนทำท่าจะร้องไห้ ครูลินดาหันมามองหน้าผมและวิ่งออกไปทันที ผมเดินมาถึงก็มองหน้าณัฐกานต์ที่ยืนกอดอก สายตาอย่างกับผู้มีชัยชนะ ก่อนจะหันมาเอียงคอมองผมและทำท่าจะเดินนำเพื่อกลับไปขึ้นรถทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"กานต์ทำอะไรนะ" ผมคว้าแขนของณัฐกานต์เอาไว้
"ก็แค่บอกให้นางชะนีนี้รู้ตัวหน่อยว่าเขมนะมีแฟนแล้วนะ ..กานต์ไม่ได้โง่นะที่จะดูไม่ออกว่านางชะนีนี้ให้ท่าเขมอยู่นะ" ผมมองหน้าณัฐกานต์
“นั้นเขาเป็เพื่อนครูที่สอนที่นี้นะกานต์ และครูลินดาเขาก็ไม่ได้ทำอย่างที่กานต์พูดด้วย ให้ท่าอะไรกันกานต์ “ผมพูดบอกณัฐกานต์ที่ยืนกอดอกทำทีหันไปมองทางอื่นเหมือนไม่ได้สนใจฟังที่ผมพูด
“และกานต์ก็ไม่ควรจะไปพูดจาว่าครูลินดาแบบนั้น...มันไม่ควรเลยนะกานต์ไม่ควรที่จะพูดจาทำร้ายจิตใจโดยที่กานต์ยังไม่รู้จริงๆ ด้วยซ้ำไปว่าเขามีเจตนาอย่างไร เพราะมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่กานต์คิด กานต์จะเสียใจทีหลัง” ผมบอกณัฐกานต์ แต่เขาก็ทำหน้าเหมือนไม่สนใจฟังที่ผมพูดเลยสักนิด
"เอ๊ะ! นั้นอะไรนะเขม หรือว่านางคนนั้นเอามาให้มาใช่ไหม ส่งมานะ กานต์จะเอาไปทิ้ง" ณัฐกานต์พยายามยื้อแย้งของในมือผมอีก ห่อขนมที่ครูลินดาเพิ่งจะให้ผมมา
"กานต์หยุด!!” ผมรู้ว่าเขาจะเอาไปปาลงถังขยะ ผมขืนเอาไว้ได้ ก่อนจะหันมาชี้หน้าณัฐกานต์ให้เขาหยุด
"นี้กานต์ผิดเหรอที่หวงแฟนตัวเองจะให้กานต์ใจเย็นรอมันมา..นอนกับเขมก่อนหรือไง"
"เขมคิดว่ากานต์จะดีขึ้นแล้วนะที่เขมไม่โทรหากานต์เลยสองวันแต่ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย" ผมพูดก่อนจะรีบนำของทุกอย่างไปใส่ไว้ที่หลังรถ ผมยืนพ่นลมหายใจออกมายาวๆ
"เขม..นี้แหละที่กานต์อยากจะรู้ทำไมเขมไม่โทรหากานต์เลยสองวันเต็มๆ มีแค่ข้อความที่ส่งมาขอโทษล่าสุดและไม่มีสายเข้ามาเลยจากเขม เพราะ...ผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมเขม"
"เขมบอกกานต์มาซิ..ว่านางชะนีนี้ใช่ไหม..ทำไมไหนบอกไม่เอาชะนีไงแล้วนี่อะไร" ณัฐกานต์พูดและชี้ไปทางที่ครูลินดาวิ่งออกไป
"ไม่ใช่! .ไม่ใช่ใครทั้งนั้นกานต์"ผมหันมาตะคอกใส่กานต์
"ที่เขมไม่โทรเพราะว่าเขมเบื่อจะทะเลาะกับกานต์ไงและเขมก็ยุ่งเขมต้องเตรียมติวเด็กๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเอนทรานซ์สอบเข้ามหาวิทยาลัยและเขมต้องสอนคริสโตเฟอร์นักเรียนของเขมเขาปัญหาเื่การเรียนวิชาภาษาอังกฤษ! " ผมพูดออกมาด้วยความโมโห ที่ณัฐกานต์ไม่เคยเข้าใจผมเลยแต่เหตุผลหลักๆ ของผมคือผมยุ่งกับนายคริสจนไม่โทรหาเขานั้นเอง ผมแอบรู้สึกผิดในใจเหมือนกัน
“เขมเป็ครูซึ่งมันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเขมควรจะเสียสละเวลาเพื่อพวกเขา แม้กระทั่งเวลาส่วนตัวเขมก็ต้องทำ” ผมพูดผมไม่เคยคิดจะขึ้นเสียงใส่ณัฐกานต์เลย ต่อให้โกรธมากแค่ไหนผมก็จะยืนระงับมันก่อนที่จะหันไปคุยกันเพราะคนอย่างณัฐกานต์มักจะใช้อารมณ์ตัวเองเป็ที่ตั้ง ผมควรที่จะเย็นแม่เคยสอนผมไว้แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะเย็นไม่ได้ และเหมือนกับว่าผมกำลังจะะเิทุกอย่างที่ผมเก็บออกมาด้วย
"ส่วนกานต์ไม่เคยเข้าใจเขม เขมก็ไม่ว่าหรอกนะแต่อย่าทำให้งานของเขมต้องมีปัญหาไปด้วยเพราะ...ตัวกานต์เอง"
“ที่ไม่เคยเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก่อนจะทำอะไรคิดก่อนได้ไหม ว่าที่ทำไปนะ มันส่งผลกระทบต่อใครบ้าง ก่อนที่กานต์จะวีนหรือเวียง ใส่ใครแบบนี้!!” ผมพูดเพราะว่าตอนนี้เราทั้งคู่เดินมาที่ลานจอดรถที่ไม่มีรถคันไหนและคนอื่นๆ
"เขมไม่เคยไปก้าวก่ายงานของกานต์สักนิด เขมเคารพและให้สิทธิ์ส่วนตัวกานต์มาโดยตลอด ดังนั้นกานต์ควรจะให้เขมบ้าง! " ผมไม่เคยขึ้นเสียงใส่กานต์เท่าวันนี้เลย ณัฐกานต์ยืนอึ่งมองผม ผมไม่เคยขึ้นเสียงหรือต่อว่าณัฐกานต์เยอะขนาดนี้มาก่อนเลย นี้เรียกว่าครั้งแรกจริงๆ
"ขึ้นรถซะกานต์! " ผมหันหลังบอกณัฐกานต์ให้ไปขึ้นรถ ส่วนผมก็ยืนระงับอารมณ์โกรธที่ผมมีต่อกานต์เพื่อให้มันเย็นลง ผมพยายามทำตามที่แม่บอกผมนะ นึกถึงวันแรกที่เรารักกัน
TBC…