Stardust Realm -Online-

    บทที่ 47: คุมขัง

    บทที่ 47: คุมขัง

             

            “นายท่าน” ดันทาเลียนกล่าวเสียงเรียบขณะทั้งสองเดินตามคนที่มาเรียกเมื่อครู่ 

            “อะไรเหรอ?” ลัคนาชินกับการที่สัตว์เลี้ยงของเธอพูดอะไรเข้าใจยากคราวนี้ก็ตั้งใจจะฟังผ่านๆ เหมือนเดิม

            “อิสรภาพเป็นเพียงการหนีจากกรงเล็กๆ กรงหนึ่งไปยังกรงที่ใหญ่กว่า” สายตาอดีตปีศาจรับใช้ของโซโลมอนมองบาเรียที่ตั้งอยู่ไกลลิบ“นายท่านคิดอย่างเราไหม?”

            “มันก็...ขึ้นอยู่กับว่าเธอจำกัดความคำว่า ‘อิสระ’ ยังไง” ลัคนาตอบ

            “นายท่านพูดสิ่งที่ฉลาดเฉลียวยิ่งนัก” ดันทาเลียนเอ่ยปากชม “เราเองเคยถูกอัญเชิญมาผนึกในไหทองเหลืองของราชาโซโลมอนในฐานะปีศาจรับใช้เมื่อได้เป็นอิสระก็ไม่เคยคิดว่าจะถูกดึงตัวไปไว้ในดันเจี้ยนใต้ดินรอไปเป็นข้ารับใช้ผู้อื่นแม้ท่านจะปลดปล่อยเรา เราก็ไม่อาจหลุดจากกรงขังที่เรียกว่า ‘โลกเสมือนจริง’ ได้เช่นเดิม”

            “ถ้าพูดอย่างนั้นแสดงว่าจักรวาลก็แค่กรงนกใบใหญ่สำหรับเธอ” เด็กสาวตอบงงเหมือนกันว่านั่งต่อปากต่อคำกับสัตว์เลี้ยงของตัวเองทำไม

            “คำถามของเราคือ อิสระที่แท้จริงคืออะไร? แม้จะบอกว่าตนเป็นอิสระก็ยังมีคุกซึ่งก็คือขีดจำกัดของร่างกายและวิญญาณอยู่ดีคนเราไม่อาจหลุดจากกฎของธรรมชาติได้ ไม่ว่าจะเป็นกฎของฟิสิกส์หรือแม้แต่กฎแห่งกรรม”

            พูดจบก็มาถึงเมืองหลวงพอดี ทางเข้ามีคนคนหนึ่งเฝ้าอยู่ อัศวินสาวเกราะทองโค้งคำนับให้เธออย่างนอบน้อม

            “ยินดีต้อนรับ นายท่าน ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ข้ารับใช้หรือไม่?”

            “เอ่อ ไม่มีค่ะ” ลัคนาไม่แน่ใจว่าเธอไปเป็นนายท่งนายท่านของอีกฝ่ายตอนไหน

            “เร็วๆ ครับ!” หนุ่มคนนำทางกวักมือเรียก ลัคนาจึงผงกหัวให้อัศวินสาวแล้วปล่อยให้เธอยืนเฝ้าทางเข้าตามเดิม

            เดินมาถึงทะเลสาบตรงกำแพงเมืองหลัก ลัคนาก็เห็นร่างคุ้นตายืนหันหลังให้ร่างนั้นสวมชุดสีขาวแกมเขียวดูรุ่มร่าม ยืนสะบัดผมสีทองโดยมีน้ำสีฟ้าใสเป็นฉากหลัง

            “ซาร่า? มีธุระอะไรเหรอ?”

            อีกฝ่ายหันมา

            “ชักช้าจริง ฉันรอเธอมานานแล้วยัยตาม่วง” ซาร่าเอ่ย “ฉันจะไม่อ้อมค้อมรู้ตัวใช่ไหมว่าผลงานในสงครามเวิลด์บอส โดยเฉพาะการที่เธอล้มตัวตลกแห่งบลัดโอเอซิสมีอา คลูททั้งที่เลเวลห่างกันเกินครึ่ง ทำให้เธอเข้าตาท็อปๆ ของเซิร์ฟเวอร์เข้า?”เด็กสาวเหล่มองดันทาเลียน “ก็เลยมอบหมายให้ฉันมาทาบทามเธอ”

            “...?”

            “ทำหน้าเอ๋ออีก ฉันมาชวนเธอเข้ากิลด์เดียวกับที่ฉันสังกัด กิลด์อันดับหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้สังกัดผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในเกม <สลีปปิ้งฟอเรสต์> ไงยะ!”

            ถ้าพูดถึงกิลด์หลักๆ ของสตาร์ดัสต์เรล์ม ผู้เล่นส่วนมากจะนึกถึงห้าชื่อด้วยกัน

            ลำดับห้า <Dawn of Mercy>  กิลด์รวมสายสนับสนุนหรือกึ่งสนับสนุน สังกัดของยั่วฝันกิลด์มาสเตอร์ชื่อกอบัว  อยู่ที่เมืองหลักสตาร์ดัสต์โฮลี่ ซิตี้

            ลำดับสี่ <กิลด์บริการส่งของรับน้า~> (ถ้าคำว่ารับน้าไม่มีตัว ~ ถือว่าพิมพ์ผิด) กิลด์รวมผู้เล่นแปลก รับจ้างทำงานจิปาถะ กิลด์มาสเตอร์คือไซซาศูนย์กลางอยู่ที่ทุ่งหญ้าซีเธีย สมาชิกไม่เยอะแต่มักจะเก่งหลุดโลกแบบมีเงื่อนไข

            ลำดับสาม <สำนักฝนพรำ> หรือชื่อเล่นคือกิลด์นักฆ่า กิลด์รวมผู้เล่นหน้าใหม่กำลังพัฒนา กิลด์มาสเตอร์ชื่อซากิโยะฉายา <เจ้าหญิงพิษ> มีศูนย์กลางอยู่ที่เกาะใต้

            ลำดับสอง <สมาพันธ์สตาร์ไฟร์> น้องใหม่มาแรง เป็นการรวมหัวของกิลด์เล็กๆ กว่าสิบกิลด์ ตำแหน่งกิลด์มาสเตอร์ยังว่างอยู่และอยู่ระหว่างการจัดระบบให้เข้ารูปเข้ารอย

            และสุดท้ายคือลำดับหนึ่ง <SleepingForest> กิลด์นานาชาติ สังกัดผู้เล่นอันดับสูงๆ ส่วนมากของเกม และไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีกำลังรบสูงสุดอีกทั้งสิทธิประโยชน์พิเศษของกิลด์เช่น บัฟประสบการณ์ บัฟเงิน และร้านค้ากิลด์นั้นไม่เป็นที่สองรองใคร

            เป็นผู้เล่นคนไหน พอได้รับคำเชิญจากสลีปปิ้งฟอเรสต์ต่างก็ลิงโลด แต่ลัคนา...

            “...ขอคิดดูก่อนนะ”

            “จะคิดอะไรยะ? ตอบตกลงมาก็พอ!”

            “แต่ฉันอยากอยู่กับเพื่อนบ้าง”

            “เพื่อนบ้าๆ ของเธอมันทิ้งเกมนี้ไปหมดแล้วย่ะ!”

            ก็จริง ทั้งฝัน นารี วศิน หรือแม้แต่ไอชาก็ต่างเงียบไปจนลัคนาอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาทิ้งเธอไปแล้วแน่แท้

            “นี่ ฉันจะแนะนำให้เอาบุญ สายสัมพันธ์ที่รักษาไม่ได้ ฝืนยึดมันไว้ก็ทำให้เจ็บเอาเปล่าๆชีวิตต้องเดินต่อไป เข้าใจไหม?”

            “พูดอะไรดีๆ เป็นนี่นา นึกว่าจะเหน็บเป็นอย่างเดียว”

            “ใครสอนให้เธอพูดจากวนประสาทอย่างนี้ยะ...?”

            พูดกันไปพูดกันมาก็มีเสียงเด็กหนุ่มแทรกขึ้น

            “ยอมแพ้เหอะแม่หัวทอง เห็นนี่ว่าเขาไม่ยอมเข้าเพราะเหม็นหน้าเธอ”

            ซาร่าหันขวับไปหาต้นเสียงแล้วปล่อยเสียงกรี๊ดออกมาทันใด

            “นายไข่!!! นายอีกแล้ว จะตามรังควานฉันไปถึงไหน?!”

            “ถ้าเป็นไปได้ก็อยากไปหาสาวสวยๆ หมวยๆ แบบพี่เคทมากกว่ามาส่องยัยจอแบนจอมวี้ดว้ายอย่างเธอฉันเข้ามาเผือกเพราะเห็นแก่ลัคนาหรอก” เด็กหนุ่มสะพายกีตาร์ยื่นมือตบบ่าลัคนา “ว่าไง ไม่ได้เจอกันนาน จะว่าไปแถวนี้ร้อนจังเลย ไปหาอะไรเย็นๆ กินกันดีกว่า”

            เขาโอบไหล่เด็กสาวแล้วพาเดินไปอย่างแนบเนียน

            “อีไข่! หน็อยแน่ เจอกันครั้งหน้าฉันไม่เอานายไว้หรอก! อีผู้ชายกวนประสาท!”ซาร่ากรีดร้อง เมื่อพ้นเสียงตะโกนของเด็กสาวผมทอง ทั้งสองก็ถอนหายใจพร้อมกัน

            “บ้าจริง ยัยนั่นตอนแรกเกลียดหน้าเธอซะขนาด พอเก่งขึ้นมาหน่อยล่ะทำประจบเชียว”เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งลูบท้ายทอย “...ถึงพูดไปอย่างนั้นก็เถอะ ยอมรับว่ายัยนั่นเป็นนักเวทที่ไม่เลวแต่ก็ช่างสิ! ลัคนาอยากลองกินอะไรเด็ดๆ ไหม ฉันเจอเพื่อนเปิดร้านตรงหัวมุมโน้นไปกินกันนะ”

            “อะ อือ...” ลัคนาเออออ ระหว่างเดินนำ ไคล์ก็พูดเป็นน้ำไหลไฟดับ

            “เธอรู้จักฮิบิคิ ฮานิวรึเปล่า? ได้ยินชื่อเขาแล้วนึกอะไรออกไหม? เฮ้อ หน้าแบบนั้นแสดงว่าจำอะไรไม่ได้เลยสินะ น่าเสียดาย ถ้าคุ้ยสักหน่อยอาจจะมีเบาะแสว่าพ่อหนุ่มยุ่นหายไปไหนช่วยไม่ได้ๆ ต่อให้ต้องเอาตำรวจมาเอี่ยวเราก็ต้องหาเขาให้เจอ”

            “คือ ฮิบิคินี่ชื่อคุ้นๆ นะคะ...” ใจลัคนาเต้นรัว

            “คุ้นๆ แต่ก็นึกไม่ออก ถ้านึกไม่ออกก็ไม่รู้จะเอาข้อมูลมีประโยชน์มาจากตรงไหนโอ๊ย น่ารำคาญเป็นบ้าเลย ทำไมเราไม่แบ็กอัปข้อมูลไว้บ้างนะ แต่ข้อมูลที่แบ็กอัปไว้ก็เจอแต่ประเภทเมื่อเช้าฉันกินอะไรวันเกิดคุณยายวันที่เท่าไหร่ ปีนี้แฟนให้อะไรเป็นของขวัญ ถ้าจะเอาอะไรที่มีประโยชน์ต้องอาศัยการประมวลผลของตัวเจ้าของความทรงจำเอง...” ไคล์ชะงักกึก

            “มีอะไรเหรอ?” ลัคนาสงสัย ที่พูดไปเมื่อครู่ผ่านหูไปอย่างรวดเร็ว

            “เปล่า เดินเลย” ไคล์กลับหลังหันตรงทางแยกแล้วเลี้ยวไปอีกด้าน แม้ไคล์พูดไปโดยแน่ใจว่าลัคนาไม่มีทางจับต้นชนปลายเรื่องโปรเจกต์ได้ แต่เขาลืมไปว่าดันทาเลียนนั่งตากลมอยู่บนไหล่ของเด็กสาวทั้งคน

            “เอ้อ สลีปปิ้งฟอเรสต์น่ะ... ถ้าอยากเข้าก็เข้าเถอะ กิลด์ใหญ่ๆ สิทธิประโยชน์เยอะเล่นเกมสนุกขึ้นมากเลยล่ะ ฉันแนะนำ” เขาพูดต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “แล้วไคล์อยู่กิลด์อะไรเหรอ?” ลัคนาถาม

            “ฉันอยู่กิลด์เล็กๆ ชื่อ <เนโอเวโรน่า> กิลด์คนฟิลิปปินส์สมาชิกหายไปครึ่งแล้วล่ะ แต่หัวกิลด์ยังออนบ่อยๆ เลยไม่กล้าไปไหน”

            “จะว่าไป... ถ้าออกไปนอกเกมก็ช่วยติดต่อเพื่อนฉันให้หน่อยได้รึเปล่า?” ได้ทีลัคนาก็ขอร้องเขา “หายไปหลายวันแล้ว ฉันกลัวเกิดอะไรขึ้นเพราะพวกเขาไม่รับข้อความในเกมเลย”

            “ได้สิ มีชื่อหรืออะไรพวกนี้รึเปล่า?”

            “คนหนึ่งชื่อนารี...”

            “เจ้าแม่สตรีมเมอร์ โอเค หาตัวง่าย ถึงร้านแล้วจัดให้” เด็กหนุ่มรับปากง่ายดาย“ใครอีก?”

            “ยั่วฝัน...”

            “ออๆ คนที่เขียนบล็อกที่ดังแป๊บเดียวก็หายหัวไป...”

            “วศิน...”

            “นายแว่นหัวหยิก มัจจุราชไร้เงา สเปคเธออย่างนั้นก็ไม่บอก...”

            “แล้วก็ไอชา”

            “ยมทูตเหรอ...” ไคล์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ “รายนั้นท่าจะยากหน่อยนะ แต่จะลองดูว่าฉันทำอะไรได้บ้าง”

             

            พวกเขานั่งทานอะไรสักอย่างที่เป็นการเอาน้ำแข็งไส ขนุน เนื้อมะพร้าว ไอศกรีมมันม่วง ถั่วกรอบ และนมข้นมายำรวมกันในถ้วยเดียว

            ไคล์บอกว่ามันเป็นของดังของร้านเพื่อนเขา ลัคนาไม่แปลกใจเลยเพราะในความมั่วซั่วกลับอร่อยจนอยากสั่งถ้วยที่สองดูเหมือนว่าการกินเจ้ายำของหวานถ้วยนี้จะให้บัฟประสบการณ์ชั่วคราวด้วย

            “แล้ว...” เขาพูดพลางตักขนุนใส่ปาก “จากนี้เธอจะเอายังไงต่อ?”

            “เรื่องกิลด์?”

            “ไม่ใช่ หมายถึงภาพรวมน่ะ ลัคนา ฉันรู้นะว่าเธอ...” เด็กหนุ่มเหลือบมองดันทาเลียนที่โผล่ออกมาแทะเนื้อขนุนจากหางตา“ออกจากเกมไม่ได้”

            มันเป็นเรื่องปกตินี่ถ้าเขาจะคิดว่าเธอเป็นเอไอทดสอบระบบ แต่ตอนนี้เธอมั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่แต่ปล่อยให้เขาเข้าใจอย่างนั้นไปก่อนดีกว่า ทว่าลัคนาก็รู้สึกตงิดๆ เหมือนว่าเขาไม่ได้กำลังพูดถึงเรื่องนั้น

            “อ้อ ก็... พวกนารีบอกว่าฉันเป็นเอไอทดสอบระบบนี่นา” ลัคนาลองเชิง

            “ลัคนา เธอไม่รู้จริงๆ หรือพยายามหลอกฉันอยู่?” ไคล์ประสานมือไว้ใต้คาง ทำหน้าจริงจังได้สองสามวิเขาก็หัวเราะกลบเกลื่อน“ว่าไปนั่น”

            ดันทาเลียนลอบสังเกตปฏิกิริยาของลัคนา เด็กสาวจ้องมองถ้วยขนมตรงหน้า

            “ช่วงนี้ฉันฝัน” เธอพูดออกนอกประเด็น “ฝันว่าพ่อกำลังเรียกหาลูกสาวตัวเองอยู่ฉันอยากออกไปตามหาเจ้าของเสียง อยากออกไปเจอทุกคน... ทวงคืนทุกอย่างที่ฉันเสียไป”

            “แต่เราเห็นวันๆ นายท่านตีมอนเรื่อยเปื่อย” ดันทาเลียนเปรย

            “ก็จะให้ทำยังไง? ปุ่มล็อกเอ๊าท์ก็ไม่มี พูดกับใครก็ไม่ฟัง ติดต่อใครไม่ได้คิดว่าฉันไม่เคยลองเหรอ? ทั้งใช้เมนูรายงานปัญหาลองฆ่าตัวตายในเกม เคยลบไอดีก็แล้ว ฉันอยากออกไปจนจะบ้าแต่สุดท้ายก็กลับมาแบบเดิม!ใช่ วันๆ ไม่ทำบ้าอะไรเลยเพราะไม่รู้จะทำอะไรต่อแล้วไง!” เด็กสาวเผลอทุบโต๊ะจนคนทั้งร้านหันมามอง“แต่ก่อนฉันคิดว่านี่แหละคือโลกที่ฉันควรอยู่ โลกที่กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยผู้คน... แต่พอรู้ว่ามันคือกรงที่ไม่รู้กระทั่งว่าแม่กุญแจอยู่ที่ไหนฉัน...”

            “ลัคนา...” ปากของไคล์เหยียดเป็นเส้นตรง

            เขาได้ยินเรื่องของเธอคนนี้มาจากเคทพอสมควร ซึ่งสาวแดนสิงโตพ่นน้ำก็ไปฟังจากพวกที่คอยสังเกตMT มาอีกทอด ลัคนาเป็นตัวอย่างที่อารมณ์อ่อนไหว คิดมาก ชอบโทษตัวเองพูดตลกหน้าตาย ที่พวกเขาพูดถึงมากคือเรื่องที่ไม่ว่าจะโดนผู้เล่นพรากเพื่อนไป เธอมักจะคร่ำครวญชะตามากกว่าจะโกรธใครและแทบไม่เคยขึ้นเสียงเลย เด็กหนุ่มก็ได้แต่เดาว่าที่เธอเริ่มออกอาการหงุดหงิดขนาดนี้แปลว่าเธอสุดจะทนแล้ว

            ซึ่งก็เข้าทางเขาพอดี

            “ฉันว่ามีอะไรบางอย่างที่เธอยังไม่ได้ลองนะ” เขาลุกขึ้น วางมือสองข้างบนไหล่บาง“ดันทาเลียนไง... ฉันรู้นะ ปีศาจที่เข้าก่อกวนระบบจนเกมต้องปิดปรับปรุงไปนานสองนานคือเจ้าตัวเล็กบนไหล่เธอใช่ไหม?”

            “ความคิดน่าสนใจดีนะ...พ่อนักประพันธ์” ดันทาเลียนยิ้มมีเลศนัย ไคล์ทำเป็นมองข้าม“แต่เจ้าลืมไปว่าเรามีข้อจำกัดของเราเหมือนกัน มีเพียงคนของโลกนั้นเท่านั้นที่แตะต้องโลกนี้ได้คนของโลกนี้ไม่อาจยุ่มย่ามกับโลกนั้น”

            “แต่สิ่งที่คุมขังลัคนาอยู่คือโลกใบนี้” ไคล์ยิ้มหวานพลางเอียงคอ “เก็บไปคิดนะทั้งสองคน”

            เด็กหนุ่มขอตัวหลังจ่ายเงินค่าขนม เมื่อเดินห่างจากร้านมาพอสมควร เขาก็ออกจากเกม ตื่นขึ้นมาคว้าโทรศัพท์มือถือไร้ขอบข้างตัวกดโทรหาเบอร์ที่อยู่ในรายการโปรดอันดับแรกรวมกับชื่อเจ้านายและครอบครัว

            “ผมหว่านเมล็ดแล้วครับพี่เคท ที่เหลือก็...รอให้คนสำคัญของดอกเตอร์หันมาทำลายแผนของดอกเตอร์เอง...สินะครับ?”