ตอนที่เก้าสิบสอง ก่อนบอกลา 2
“โหวขี่พรมนี่น่าสนใจมากกว่าที่คิดแฮะ”
ผมกับจินนี่อยู่บนพรมวิเศษทั้งที่พวกเราสองคนบินได้แต่พวกเราอยากขี่พรมเล่นเท่านั้นเอง
หากมองแบบบนฉากแผนที่จะเห็นเราบินไปมาเป็นวงกลมเลี้ยวเป็นตัวอักษรยึกยือ
เจ้าต้องคิดในใจเพียงแค่นิดเดียวก็พอ
ผมลูบไปบนพรมวิเศษ
“ขอบคุณมากเจ้าพรมวิเศษ เอาล่ะหลังจากวนอ้อมไปมาเราก็มาถึงอากาบ้าแล้ว”
อากาบ้า
เมืองแห่งการค้าศูนย์กลางของความรุ่งเรืองในแถบนี้
ที่หากนับตามตำนาน อาละดีนคือชาวแดนมังกรหรือใกล้เคียงและอากาบ้าอยู่ใกล้ชิดกับแดนจงหยวน
ตามคำสอนของท่านศาสดาที่ว่า
ศึกษาหาความรู้แม้ความรู้นั้นจะอยู่ไกลถึงแดนมังกร
แน่นอน ดูจากหน้าตา อารยธรรมประเพณีก็ออกจะเป็นแนวชาวอาระเบีย อาหรับราตรีนั่นล่ะ
แต่คนเรารู้สึกว่าประเทศที่อยู่ห่างไกลมันต้องพิสดารมีความพิเศษพันลึกมากกว่า
อากาบ้าจึงเป็นแหล่งรวมของเส้นทางสินค้าที่ผู้คนขึ้นเสียงต่อราคาแม้เพียงซื้อผ้าไหมเนื้อตร่วน
บรรยากาศที่คึกคักนั้นเริ่มมาตั้งแต่ยามเช้าและตลอดทั้งวันไปจนนถึงกลางคืนเพราะเมืองอากาบ้าเป็นศูนย์กลางการค้าที่ร่ำรวยที่ออกจะเอ่อ็น..ไม่เน้นกองทัพมากนัก
ทำให้มีตอนพิเศษหลายตอนที่อาละดินและเจ้าหญิงต้องรับมือกับกองทัพของต่างแดนที่มารุกราน
สุลต่านท่านก็เป้ฯคนใจดีชอบความสนุกสนาน ประชาชนก็อยู่กันอย่างอิสระพอสมควร
เห็นได้จากอาละดีนยังขโมยของตามตลาดได้ยังไม่ถูกใครเอาไปตัดมือเสียก่อน
คนที่เจ้าต้องการตามหาอยู่แถวไหนหรือ?
“ข้าไม่รู้ที่แน่ชัดหรอกแต่ว่านะ-”
ตาของผมเรืองแสงเพื่อมองเหตุการณ์จากระยะไกลความสามารถที่โกงมากที่พวกเทพเจ้าหรือจอมเวทย์ใช้กันในการหาสิ่งที่ตนเองต้องการ
ไม่สามารถมองทะลุดินแดนที่มีการปกป้องด้วยเวทย์หรือคนที่มีของวิเศษป้องกันตนเอง
แต่ผมไม่ได้หาของวิเศษ
ผมหาคนธรรมดา
หรืออีกความหมายหนึ่งคือ
ผมมองหาลิง
ในเมืองหนึ่งอาจจะมีคนมากหน้าหลายตาแต่ลิงที่คอยล้วงกระเป๋าโดยร่วมมือกับเด็กหนุ่มนั้นมีมามากนักหรอก
“เจอแล้วพวกเขาล้วงกระเป๋าเสร็จกลับไปที่รังของพวกเขาท้ายเมือง”