หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 44 กัสผู้เตรียมพร้อม

    ตอนที่ 44 กัสผู้เตรียมพร้อม

    พื้นที่ซากเมืองร้างของเขตดัลลัสแห่งหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างไว้โดยมนุษย์มันเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและซอมบี้ ที่นี่มีอาคารถล่มหลายแห่งปิดเส้นทางถนนทั่วไป

    และยังมีรังของซอมบี้อยู่อย่างหนาแน่นแน่นอนว่ารังซอมบี้ก็เหมือนกับที่ออสก้าและพวกกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ เพียงแต่ว่ารูปแบบของรังมีหลายประเภทแต่โดยรวมแล้วมันคือสถานที่รวมตัวกันของเหล่าซอมบี้เพื่อยืนหรือนอนอยู่เฉย ๆ

    เนื้อสด ๆไม่มีทางตอบสนองต่อความต้องการของซอมบี้ได้อย่างเพียงพอ ดังนั้นถ้าไม่ใช่ซอมบี้ที่อยู่ในสภาพออกล่าพวกมันส่วนใหญ่เลือกจะยืนเฉย ๆ เพื่อประหยัดพลังงาน

    ยกเว้นมีบางสิ่งไปกระตุ้นจนซอมบี้ตื่นถึงตอนนั้นจะมีซอมบี้จำนวนมากมาไล่ล่า แต่ในตอนนี้แอรีสกำลังพาทหารมืดเดินไปตามเส้นทางในแผนที่วาดโดยลอร์ดของพวกตน

    ในกลุ่มที่มาด้วยก็มีผู้รอดชีวิตเพิ่มเข้ามาอีกคนหนึ่งมีชี่อว่า ‘อลัน’

    ช่างอลันเป็นช่างที่กัสรับเข้ามาเพราะมีความสามารถในงานโครงสร้างเป็นอย่างมากและเหมาะกับแผนการต่อไป

    ในอนาคตกัสจะเปิดรับผู้รอดชีวิตมากขึ้นแน่นอนว่าจะต้องมีฝีมือเฉพาะทาง

    ช่างอลันติดตามมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์มากนักเพราะทันทีที่ถึงค่ายและคิดว่าจะได้หลบภัยในค่าย กลับต้องถูกส่งออกมายังสถานที่อันตรายทำให้เกิดความไม่พอใจต่อลอร์ดเป็นธรรมดา

    “บ้าจริงชื่อเสียงที่ได้ยินมาของค่ายมิดไนท์ก็ไม่ได้แย่ แต่แทนที่จะได้หลบอยู่ในค่ายที่ปลอดภัยกลับส่งฉันออกมาลำบากที่นี่หรือว่าลอร์ดไนท์จะส่งพวกเรามาตาย แถวนี้มันไม่มีอะไรเลยนอกจากความตาย บ้าชิบหาย!”

    ตรงนี้เป็นทางเดินแคบๆ ที่มีซากตู้กดน้ำอยู่ ด้านในไม่เหลืออะไรเลย ยิ่งทำให้อลันหงุดหงิดเข้าไปอีก อลันเตะขวดน้ำกระป๋องเก่าฝุ่นเครอะที่ตกอยู่บนพื้นเพื่อระบายอารมณ์

    เคล้ง ๆ

    กระป๋องกลิ้งส่งเสียดังด้านข้างก็มีเสียงเตือนทันที

    “เบา ๆ หน่อยเดี๋ยวซอมบี้มันได้ยิน”ข้างกันนั้นก็มีเสียงกระซิบเตือน เป็นผู้รอดชีวิตอีกคนที่รับเข้ามา คนนี้เป็นช่างก่อสร้างเหมือนกันและถูกส่งมาพร้อมกับช่างอลันมีชื่อว่า ‘ฟลุ๊ค’

    “...” อลันรีบหันซ้ายมองขวาพบว่าไม่มีอะไร แต่แล้วตอนนั้นก็มีเงาปรากฏขึ้นด้านหลังยืนจ้องเขม็งมาทางอลันทำเอาอีกฝ่ายสั่นหันกลับไปอย่างตกใจ

    แต่พอเห็นว่าเป็นแอรีสก็ถอนหายใจโล่งอกถึงอย่างนั้นก็ยังไม่กล้าอยู่ใกล้กับอีกฝ่าย รีบถอยออกมาหลายก้าวและยิ้มรอยแห้ง ๆ

    “ท่านแอรีสมาตั้งแต่เมื่อไหร่เอ่อ คือว่าเรื่องที่พูดเมื่อกี้...”

    “ไปเตรียมตัวเราจะข้ามกันอีกสองตึก สำรวจทางข้ามไปยังพื้นที่อีกฝ่าย สร้างเส้นทางเดินตามอาคารนี้และสะพานบนดาดฟ้าไปยังตึกใกล้ๆ ที่ตัดกัน ตามที่ท่านลอร์ดวางแผนไว้ อย่าให้งานล่าช้า” แอรีสไม่สนใจกล่าวกำชับเสียงแข็ง

    “ขอรับ ๆ”

    “ได้ครับ ๆ”

    ทั้งอลันและฟลุ๊คต่างก็รีบตอบรับกันในทันที

    แอรีสพยักหน้าเตรียมจะเปิดประตูที่อยู่ใกล้ๆ แต่แล้วก็หยุดฝีเท้าและหันกลับมาด้วยดวงตาดุร้าย “แล้วก็ระวังปาก อย่ากล่าวถึงนายท่านมั่วซั่วไม่อย่างนั้น...”

    แม้แอรีสจะพูดไม่จบแต่อลันกลับทรุดตัวลงด้วยความหวาดกลัว

    “ผมไม่กล้าแล้วผมปากไม่ดีเอง ท่านแอรีสได้โปรดอภัยให้ด้วย”

    อลันคุกเขาลงไม่กล้าเงยหน้าจนกระทั่งผ่านไปสักพักฟลุ๊คก็สะกิดอีกฝ่าย

    “ท่านแอรีสไปนานแล้วบอกแล้วว่าอย่าพูดมาก”

    “หึ บ้าจริง ทำไมแกไม่เตือนกันบ้างว่ะ”

    “ฉันก็ไม่เห็นเหมือนกัน”ฟลุ๊คทำเป็นไม่สนใจ แต่แอบยิ้มเล็กน้อยและเดินตามเข้าประตูไป

    อลันซวยเพราะปากไม่เกี่ยวกับเขา พวกเขาสองคนเป็นช่างก่อสร้างและช่างโครงสร้างถูกมอบหมายงานที่เดียวกันก็ย่อมต้องแข่งขันกันอยู่ลึก ๆ เป็นธรรมดา

    แม้ปากพวกเขาจะบ่นเรื่องการถูกรับเข้าค่ายและส่งตัวมาทำงานในทันทีแต่ไม่ว่ายังไงตอนนี้พวกเขาก็รู้สึกปลอดภัยมากกว่าอยู่ด้านนอกด้วยตัวคนเดียวซะอีก

    โดยเฉพาะเมื่อรอบตัวพวกเขามีแต่ทหารฝีมือดีติดตามมาด้วย

    ทหารมืดทุกนายต่างก็ช่วยกันแยกเหล็กไม้และอุปกรณ์ขึ้นไปตามทางเดิน

    แอรีสเดินนำทุกคนลัดเลาะผ่านห้องที่พังลงและอาคารบางส่วนที่พังเสียหายบางจุดทางเดินถล่มลงมา พวกเขาก็ต้องช่วยกันสร้างบรรไดขึ้นมาแทน

    ส่วนอาคารที่อยู่ติดกันสามารถสร้างสะพานเหล็กไม่ก็ไม้ที่มีโครงสร้างง่ายๆ แต่ยึดได้แข็งแรงอยู่ด้วยฝีมือของสองช่างอย่างช่างอลันและช่างฟลุ๊ค

    ตอนนี้พวกเขาทำเส้นทางลึกเข้าไปในเมืองร้างและผ่านพื้นที่ของรังซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    “เหลือเชื่อจริงๆ เส้นทางนี้มันมาได้เรื่อย ๆ แทบจะไม่มีผิดเลย ราวกับว่ารู้มาก่อนเลยขาดแค่ไม่มีสะพานและทางขึ้นในบางจุดเท่านั้น” ช่างอลันอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

    “แน่นอนสินี่คือคำสั่งท่านลอร์ดไนท์พวกเราแค่ทำตามเท่านั้น” ช่างฟลุ๊คถือโอกาสยกยอและตั้งใจพูดให้แอรีสได้ยิน

    อลันอดที่จะแบ้ปากไม่ได้

    “แน่นอนฝีมือกระจอกอย่างนายคงทำไม่ได้ขนาดนี้หรอก”

    “หึ”

    ทั้งสองส่งสายตาพิฆาตใส่กันในทันที

    แต่แล้วตอนนั้นแอรีสก็สั่งให้ทุกคนหยุดมือรวมทั้งทหารมืดที่ทำงานก่อสร้างตามคำสั่งของช่างทั้งสองคนด้วยทหารมืดกว่า 30 นายเข้าประจำตำแหน่งเตรียมพร้อมต่อสู้

    ส่วนช่างทั้งสองคนกลับทำตัวให้เล็กที่สุดหลบอยู่หลังแอรีส

    ตำแหน่งที่พวกเขาอยู่คือถนนด้านล่างที่ทำทางเดินด้วยบันไดลงมาจากซากอาคารจุดหนึ่งทำให้ตอนนี้พวกเขามีโอกาศเจอกับอันตรายมากกว่าเดิมมาก

    “ใช่ฝูงซอมบี้หรือเปล่า”

    “เชี่ยทหารแค่นี้จะสู้กับฝูงซอมบี้ในที่เปิดได้เหรอ”

    “....”

    ทั้งสองคนพยายามช่วยกันควบคุมสติให้อยู่แต่ต่างก็พรั่งพรูสิ่งที่กังวนออกมาเรื่อย ๆ กระทั่งไม่นานก็มีบางอย่างปรากฏตัวขึ้นมา

    “นั่นมัน!” แอรีสไม่คิดว่าจะเจอกับสิ่งนี้ที่นี่

    ...

    กัสที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะสิ่งประดิษบ์กำลังดูระยะเวลาการสร้างของเตาหลอมฟินิกซ์ที่ผ่านมาแล้ว48 ชั่วโมง

    “เหลือเวลาอีก8 วันสินะ” กัสพึมพำ แต่พอเห็นว่าด้านข้างลิชหยุดพูดก็กล่าว “รายงานทางฝั่งแอรีสเป็นยังไงบ้าง”

    “นายท่านตอนนี้แอรีสทำเส้นทางจนเกือบจะถึงอีกฝั่งได้แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปน่าจะเสร็จก่อนกำหนด มีอีกเรื่องหนึ่งที่แอรีสรายมามาเหมือนว่าพวกเขาจะเจอกับฝูงหมูป่า แต่ไม่มั่นใจว่าเป็นสัตว์กลายพันธุ์แบบไหนพวกเขาจึงถ่ายรูปส่งมาให้”

    ลิชหยิบรูปและส่งให้กับกัส

    กัสรับมามองดูก่อนจะมีดวงตาที่เป็นประกายในทันที

    “ไม่คิดว่าจะเจอเจ้าพวกนี้นี่คือหมูป่ากลายพันธุ์ หนังพวกมันคุณภาพดีมากและมีจำนวนมาก ส่งทหารมืดเข้าไปให้แอรีสอีกและบอกให้แบ่งเวลาไปล่าพวกมันมาให้ได้เยอะๆ แต่ระวังอย่าให้มีกลิ่นคาวเลือดในเส้นทาง มันจะดึงดูดซอมบี้มาได้”

    “ขอรับนายท่าน”

    “นายท่านตอนนี้ทูตที่เราส่งไปยังค่ายระดับ2 ไปถึงจนหมดแล้ว แต่ว่าส่วนใหญ่เลือกที่จะปฏิเสธ ไม่ก็ไม่อยู่ในค่ายจึงไม่สามารถพบกับลอร์ดของค่ายได้”

    “ไม่ต้องรีบร้อนไม่นานพวกเขาจะติดต่อพวกเราเอง”

    “ขอรับ”

    ลิชถอยกลับไปกัสยังยืนอยู่ที่เดิมแม้สายตาจะมองโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ แต่ในใจของเขากลับมองดูเวลามันใกล้แล้ว เวลาในการลงมือของแกนนอน

    กัสในตอนนี้กำลังเล่นอยู่กับไฟเพราะกำลังจะฉวยโอกาสครั้งสำคัญภายใต้จมูกของลอร์ดที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตดัลลัสแห่งนี้

    ถ้าทำสำเร็จถึงตอนนั้นกัสก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้เลยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาสะสมทรัพยากรอยู่ที่เขตนี้แบบที่ลอร์ดแกนนอนกำลังเผชิญหน้าอยู่

    “แล้วรังซอมบี้เป็นยังไงบ้าง”

    “พวกมันมีการเคลื่อนไหวจริงตามที่นายท่านคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดแต่ว่าถ้าเป็นแบบนี้ทุกค่ายอาจจะเจอกับคลื่นซอมบี้”

    “แน่นอนโศกนาฎกรรมของเขตนี้ ไม่มีใครหลบเลี่ยงมันได้หรอก” กัสกล่าวกับลิช

    ก่อนจะพูดเสียงเบาที่มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจ“แกนนอนแกจะต้องตาย ไม่มีทางให้รอดเหมือนกับชีวิตก่อนแล้ว โชคไม่เคยอยู่ข้างดินแดนของแกในตอนนั้นและตอนนี้ก็ด้วย”

    ...

    เบนจามิน เลียมฮอร์คิงกับทหารคุ้มกันอีกคนหนึ่งพากันวิ่งหนีไปหลบที่โกดังทหารขนาดใหญ่ด้านหลังพวกเขามีซอมบี้สามตัวกำลังไล่ตาม แต่ว่าซอมบี้พวกนี้กลับต่างออกไปจากซอมบี้ทั่วไป

    ซอมบี้พวกนี้ใส่ชุดทหารตามตัวมีรอยกัดอยู่หลายแห่ง ชิ้นเนื้อหลุดเป็นแผลขนาดใหญ่ ดวงตาเป็นสีดำขุ่นและที่ต่างจากซอมบี้ทั่วไปก็คือที่ปากของซอมบี้พวกนี้มีหนวดยื่นออกมา 2 เส้น

    หนวดเหล่านั้นมีฟันแหลมเล็กๆ

    นี่คือสิ่งที่วิวัฒนาการมาจากลิ้นของซอมบี้พวกนี้คือซอมบี้กลายพันธ์ระดับดุร้าย

    [ซอมบี้ลิ้นแฉกระดับดุร้ายความแข็งแกร่ง 80 หน่วย พละกำลังเหนือมนุษย์ ติดตามกลิ่นเลือดได้มีลิ้นที่กลายพันธุ์ใช้กัดเข้าที่ศรีษะของเหยื่อตรง ๆ]

    เบนจามินใช้ทักษะเฉพาะของผู้เล่นนั่นคือความสามารถในการประเมินด้วยสายตาประเมิน ซึ่งมันเป็นพรสวรรค์ระดับธรรมดาของนักผจญภัยโดยเฉพาะช่วยให้เขาประเมินความสามารถของคู่ต่อสู้ได้

    “มาโครไปไหนแล้วก็ไม่รู้”เลียมที่หลังพิงกับกล่องไม้สินค้าชะโงกหัวออกไปดูและกลับเข้ามาเพื่อมองหาพวกซอมบี้ลิ้นแฉกและมาโคร

    พวกเขาพัดหลงกันตอนหนีพวกมัน

    ซอมบี้ลิ้นแฉกพวกนี้ไม่น่ากลัวสำหรับพวกเขาแต่ว่าตัวที่ตามมาด้านหลังพวกนี้อันตรายยิ่งกว่า

    “เห็นมันไหม” เบนจามินกระซิบถาม

    “เห็นอยู่ในเงามืดปีนกำแพงล้อมพวกเราอยู่”

    เบนจามินรีบมองตามที่เลียมชี้ก่อนจะเห็นว่าที่กำแพงโกดังมีเงาประหลาดที่แขนขาขาวผิดปกติจนต่างจากซอมบี้ทั่วไปแล้ว

    และสิ่งนั้นก็คืออันตรายที่แท้จริงมันไม่ได้แค่ล่ามนุษย์ แม้แต่ฮอร์คิงและทหารมืดก็โดนมันล่าด้วย

    “ซอมบี้นักล่า”

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน