พายุฝนอันบ้าคลั่งที่โหมกระหน่ำตลอดทั้งค่ำคืนอันยาวนานได้สงบลงแล้ว หลงเหลือไว้เพียงร่องรอยของความชื้นแฉะบนผืนดิน กลิ่นอายเย็นชื้นของไอดิน และละอองน้ำค้างที่ยังลอยอวลในอากาศยามรุ่งอรุณ แสงอาทิตย์แรกของวันใหม่ค่อยๆ ทอแสงสีส้มทองอบอุ่นละมุนละไม ทะลุผ่านม่านหมอกหนาบางเบาเหนือพื้นผิวน้ำที่ไหลเอื่อย ส่องผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่าของเรือนพักตากอากาศริมแม่น้ำเข้ามาทาบทับลงบนร่างสองร่างที่นอนตระกองกอดประสานกันอยู่บนเตียงนอนไม้หนาหนุ่มใต้ผ้าห่มผืนบาง
คารินค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดยามเช้าที่มีเพียงเสียงกระแสน้ำไหลเอื่อยซัดสาดกระทบฝั่งตลิ่งด้านนอกอย่างสม่ำเสมอ ความรู้สึกแรกที่ััได้คือความอบอุ่นอันแสนละมุนจากแผ่นอกกว้างหนั่นแน่นที่โอบประคองเธอไว้แนบกายตลอดทั้งคืน ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอและสั่นไหวเบาๆ ของทัตเทพเป่ารดอยู่บริเวณขมับของเธออย่างแ่เบา คารินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ จ้องมองใบหน้ายามหลับใหลของชายหนุ่มผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่บีบคั้นรัดรึงในทรวงจนแทบจะหายใจไม่ออก
ใบหน้าของทัตเทพยามหลับใหลดูผ่อนคลายและอ่อนโยน แตกต่างจากยามตื่นที่มีแววตาดุดันและจริงใจ คิ้วหนาเข้มพาดเฉียงเหนือแนวกรอบตา รอยหนวดเคราสั้นระเบียบรอบกรอบหน้าและแนวกรามแกร่งยังคงแฝงเสน่ห์ดึงดูดใจที่คารินไม่อาจปฏิเสธได้ ผิวกายสีเข้มคร้ามแดดของเขาช่างตัดกับผิวกายขาวนวลละเอียดของเธออย่างสิ้นเชิง ร่องรอยของพายุปรารถนาอันเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมายังคงเด่นชัดในมโนสำนึก ทุกรสัั ทุกน้ำเสียงทุ้มพร่าที่กระซิบสั่งข้างใบหู และแรงกระแทกกระทั้นที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและรักแท้ช่างงดงามและตอกย้ำจิติญญาของเธอว่า หัวใจของเธอเป็ของชายผู้นี้โดยสิ้นเชิง
ทว่า... เมื่อดวงตาคู่งามเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นผืนน้ำกว้างใหญ่ที่สะท้อนแสงตะวัน ความเป็จริงอันโหดร้ายก็พุ่งตรงเข้ามาบดขยี้ความฝันชั่วข้ามคืนจนแหลกสลายลงในพริบตา คารินสูดลมหายใจที่สั่นสะท้านเข้าปอด ความอบอุ่นรอบกายเริ่มเปลี่ยนเป็ความหนาวเหน็บเมื่อเธอนึกถึงตรรกะและหน้าที่ในโลกความเป็จริง หนี้สินก้อนโตของครอบครัวที่ล้อมรอบประดุจกำแพงหนาที่พร้อมจะพังทลายลงมาทับพ่อแม่และพี่น้องของเธอหากไร้ซึ่งการสนับสนุนทางการเงินจากภัทรกร ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่มีอัตราส่วนความเข้ากันได้ทางสถิติกับเธอถึงร้อยละเก้าสิบเก้าจุดแปด ชายหนุ่มผู้ซึ่งสัญญากับครอบครัวของเธอว่าจะยื่นมือเข้ามาจัดการหนี้สินทั้งหมดให้ทันทีหลังจากเข้าพิธีวิวาห์
"ความรักเพียงอย่างเดียว... มันปกป้องใครไม่ได้" คารินกระซิบกับตัวเองในใจด้วยความขมขื่น หยาดน้ำตาเม็ดเล็กๆ เอ่อล้นขอบตาก่อนจะไหลหยดลงบนหลังมือหนาของทัตเทพที่ทาบทับอยู่บนเอวบางของเธอ
เธอย้อนนึกถึงความพังทลายในอดีตสมัยที่คบหากับทัตเทพในวัยเยาว์ ความรักที่กินไม่ได้ ความลำบากและขัดสนทางการเงินที่ค่อยๆ บั่นทอนความสัมพันธ์จนต้องเลิกรากันไปในที่สุด ประสบการณ์ครั้งนั้นสอนให้เธอเชื่อมั่นในตัวเลข วิทยาศาสตร์ และสมการวิเคราะห์ความปลอดภัยในการเลือกคู่ครองมากกว่าเสียงเรียกร้องของหัวใจ เธอสร้างหน้ากากและกฎเกณฑ์ขึ้นมาปกป้องตนเอง แต่เมื่อคืนนี้ เธอกลับยอมปล่อยตัวปล่อยใจให้พายุอารมณ์พัดพาจนเผลอทำลายขอบเขตที่เคยขีดไว้
คารินข่มจิตใจให้กลับมาแข็งกร้าวและเ็าดุจศิลา เธอต้องหักดิบความรู้สึกทั้งหมดของตัวเองลง ณ ที่นี่ เพื่อไม่ให้ทุกอย่างสายเกินไป เธอขยับตัวออกจากอ้อมแขนของทัตเทพอย่างระมัดระวัง จัดแต่งเครื่องแต่งกายที่ยับย่นของตนเองให้เรียบร้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าไหล่หนาของเขาเบาๆ
"ทันต์... ตื่นเถอะ" น้ำเสียงของคารินแหบพร่า แต่แฝงไว้ด้วยความราบเรียบและเย็นเฉียบไร้ร่องรอยแห่งความอ่อนไหวเมื่อครู่
ทัตเทพขยับกายช้าๆ เปลือกตาหนาเปิดขึ้นก่อนที่ดวงตาคู่คมจะจับจ้องมาที่ใบหน้าของเธอ รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนเรียวปากของเขาเมื่อนึกถึงความสัมพันธ์อันแนบชิ้นใต้แสงเทียนและเสียงสายฝน แต่เมื่อสบตาที่นิ่งเฉยราวกับคนแปลกหน้าของคาริน รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความงุนงงสับสน
"คาริน... มีอะไรหรือเปล่า ทำไมตื่นเช้าจัง" ทัตเทพยันกายลุกขึ้นนั่ง แผ่นอกกว้างเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบที่ชื้นเหงื่อจางๆ
"เราต้องคุยกัน" คารินถอยห่างออกมานั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวตรงข้าม ปลายมือเรียวประสานกันแน่นบนตักเพื่อสะกดอาการสั่นเทา "ทันต์... เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ฉันอยากให้คุณลืมมันไปเสีย"
คำพูดนิ่งเรียบนั้นเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ฟาดลงบนใบหน้าของทัตเทพอย่างแรง ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง แววตาสั่นระริก "ลืมงั้นหรือ? คาริน... เมื่อคืนเรา... คุณกับผมเรารู้สึกตรงกันไม่ใช่หรือไง ความรักความ้าที่เรามีต่อกันมันคือความจริงนะ"
"มันเป็เพียงอุบัติเหตุค่ะ" คารินกดเสียงให้มั่นคง แม้ภายในอกจะบิดม้วนด้วยความเ็ปอย่างแสนสาหัส "พายุฝน ไฟดับ และบรรยากาศที่ชวนให้สับสนทำให้เราเผลอไผลไปตามอารมณ์ดิบชั่วคราว แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนความจริงได้ ความจริงคือฉันกำลังจะแต่งงานกับภัทรกร และเขากำลังจะเป็คู่ชีวิตที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์สถิติและแบบแผนของฉัน"
"แบบแผนบ้าบอนั่นสำคัญกว่าความรักที่คุณมีให้ผมงั้นหรือ!" ทัตเทพลุกขึ้นจากเตียง ก้าวเข้ามาหาเธอ แววตาเต็มไปด้วยความปวดร้าวและตัดพ้อ "คุณโกหกตัวเองได้คาริน แต่คุณโกหกััของคุณเมื่อคืนไม่ได้ คุณโหยหาผมเหมือนที่คุณรักผมมาตลอด ห้าปีที่ผ่านมาไม่เคยเปลี่ยนความรู้สึกเราได้เลย แล้วคุณจะกลับไปแต่งงานกับผู้ชายที่คุณไม่ได้รักเพื่อสถิติโง่ๆ นั่นอีกทำไม"
"เพราะสถิติโง่ๆ นั่นทำให้ครอบครัวของฉันรอดพ้นจากความล่มจมยังไงล่ะ!" คารินตวาดสวนกลับด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่หนาแน่นไปด้วยความจริงใจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หยาดน้ำตาที่สะกดกั้นไว้ร่วงพรูลงมาอาบสองแก้ม "คุณรู้ไหมว่าแม่ต้องทนทุกข์แค่ไหนกับหนี้สินที่ทับถม? คุณรู้ไหมว่าเราไม่มีแม้แต่เงินจะประทังชีวิตในบาง่เวลา? ความรักของคุณกินได้ไหมทันต์? ความรักและงานไม้ของคุณมันช่วยจ่ายหนี้สินร้อยล้านให้ครอบครัวของฉันได้ไหม! ภัทรกรเขามีทุกอย่างที่ฉัน้า เขาสามารถปกป้องฉันและครอบครัวได้ด้วยฐานะและความมั่นคงที่ไม่มีวันสั่นคลอน นั่นคือความถูกต้องทางสมการชีวิตของฉัน!"
ทัตเทพหยุดชะงัก ร่างกายของเขาเกร็งแน่น คำพูดของคารินเปรียบเหมือนมีดคมที่กรีดเฉือนศักดิ์ศรีและความรู้สึกของเขากระจุยกระจาย ชายหนุ่มกำหมัดแน่น แววตาสั่นไหวด้วยความเ็ปและตระหนักรู้ในความไร้กำลังของตนเอง "ดังนั้น... คุณเลยเลือกเงินทองและความสุขสบายของครอบครัว โดยยอมขายหัวใจตัวเองงั้นหรือ"
"ใช่ค่ะ ฉันเลือกความมั่นคงและหน้าตาของครอบครัว และฉันตัดสินใจแล้ว" คารินปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างรวดเร็ว แววตากลับมาเ็าและเด็ดขาดอีกครั้ง "จากนี้ไป... ขอให้เราติดต่อกันเฉพาะเื่งานผ่านข้อความและแบบแปลนระบบเท่านั้น อย่าได้พยายามพูดคุยเื่ส่วนตัวหรือทำเื่แบบเมื่อคืนนี้อีกเลย ฉันจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครเดี๋ยวนี้ ขอตัวค่ะ"
คารินลุกขึ้นยืนโดยไม่รอฟังคำตอบจากชายหนุ่ม เธอรีบหันหลังเดินออกจากห้องนอนไม้และก้าวลงบันไดเรือนพักริมน้ำไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ทัตเทพยืนคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและแสงแดดยามเช้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ จิตใจของคารินหม่นหมองบีบคั้นเกินกว่าจะบรรยายเป็ถ้อยคำ เธอเดินทางกลับสู่เมืองใหญ่ด้วยหัวใจที่เหมือนตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
คารินเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพมหานครด้วยจิตใจที่หม่นหมองบีบคั้นอย่างรุนแรง ตลอดระยะเวลากว่าสามชั่วโมงบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์หนาแน่น เสียงเครื่องยนต์และทิวทัศน์ตึกสูงตระหง่านไม่ได้ช่วยทำให้จิตใจของเธอสงบลงได้เลย ภาพใบหน้าปวดร้าวของทัตเทพและรสััอันอบอุ่นซาบซึ้งเมื่อคืนยังคงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในห้วงความคิดประดุจคลื่นใต้น้ำที่รอเวลาซัดซ่าให้พังทลาย ทว่าเมื่อรถเคลื่อนเข้าสู่เขตเมืองหลวงอันศิวิไลซ์ กรงเหล็กแห่งความเป็จริงและหน้าที่ที่มีต่อครอบครัวก็เริ่มบีบกระชับรัดแน่นเข้าหาตัวเธออีกครั้ง
หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาและอารมณ์ความสับสนอันบ้าคลั่ง เธอต้องทำตัวให้เป็ปกติที่สุดและไม่เปิดโอกาสให้ภัทรกรเห็นความผิดปกติใดๆ แม้แต่เพียงเสี้ยวเดียว คารินรีบก้าวเดินเข้าสู่ห้องพักส่วนตัวเพื่ออาบน้ำชำระล้างผิวกายอย่างหนักหน่วง เธอขัดถูเนื้อตัวด้วยความหวังว่าจะสามารถชะล้างกลิ่นอายอันอุ่นร้อนและร่องรอยของทัตเทพให้เลือนหายไปจากผิวกาย แต่กลับพบว่ายิ่งขัดถูเท่าใด ภาพเหตุการณ์บนโต๊ะเขียนแบบและััเสน่หาอันเร่าร้อนริมแม่น้ำกลับยิ่งแจ่มชัดในใจจนเธอต้องกอดเข่าร้องไห้เงียบๆ ภายใต้สายน้ำเย็นเฉียบจากฝักบัว
เมื่อจัดการตนเองเสร็จเรียบร้อย คารินสวมชุดทำงานสีเทาเข้มเนื้อดีที่ออกแบบมาอย่างประณีตเรียบร้อย รวบผมยาวตรงของเธอขึ้นเป็มวยอย่างเป็ระเบียบ และทาปากด้วยสีแดงเข้มเพื่อปกปิดความซีดเซียวเหนื่อยล้าบนใบหน้า หญิงสาวก้าวออกจากห้องพักมุ่งตรงไปยังสำนักงานใหญ่ของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของภัทรกรตามตารางเวลาการนัดหมายที่ขีดเส้นไว้ล่วงหน้า
ณ ห้องทำงานส่วนตัวอันโอ่อ่ากว้างขวางของภัทรกร บนชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวง ทิวทัศน์ภายนอกกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นความรุ่งเรืองของเมืองใหญ่ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ภัทรกรนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสีเข้ม สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้านและเนกไทสีน้ำเงินเข้มขรึมตามแบบแผน เมื่อเห็นคารินก้าวผ่านประตูเข้ามา ชายหนุ่มละสายตาจากแผงแป้นอักขระและรีบลุกขึ้นต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นสุภาพประดุจชายหนุ่มผู้มีจรรยาบรรณวิชาชีพและเพียบพร้อมไปด้วยตระกูลอันสูงส่ง
"ยินดีต้อนรับกลับครับคาริน" ภัทรกรก้าวเข้ามาประคองไหล่บางของเธออย่างเปิดเผย ทว่าน้ำเสียงที่แสนสุภาพและแววตานิ่งสงบเยือกเย็นกลับแฝงไปด้วยแรงจับจ้องประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนลึกๆ ซึ่งทำให้คารินรู้สึกอึดอัดแน่นในอกราวกับถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น "ผมเป็ห่วงคุณมากเลยรู้ไหมครับ ได้ยินว่าฝนตกหนักและพายุพัดจนเส้นทางเดินรถขาด ทำให้คุณต้องค้างแรมที่ต่างจังหวัด โทรศัพท์ติดต่อก็ไม่ได้เลยเพราะไม่มีสัญญาณขยายระบบ"
"ขอบคุณที่เป็ห่วงนะคะภัทร ตอนนั้นพายุเข้าแรงมาก สัญญาณโทรศัพท์พกพาก็ขาดหายไปหมดค่ะ ดีที่พบเรือนพักตากอากาศแถวนั้นเลยได้อาศัยหลบภัยชั่วคราว ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ" คารินพยายามควบคุมระดับน้ำเสียงของเธอให้นิ่งสนิทและส่งยิ้มหวานตอบกลับอย่างเป็ธรรมชาติประหนึ่งว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นระหว่างเธอกับสถาปนิกหนุ่มผู้นั้น
"ดีแล้วครับที่คุณไม่เป็อะไร" ภัทรกรนำทางเธอไปนั่งที่โซฟาหนังแท้หนานุ่มสีครีม ก่อนจะรินน้ำชาสมุนไพรอุ่นร้อนที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยื่นส่งให้เธอด้วยความใส่ใจ "แต่เื่นี้ทำให้ผมตระหนักว่า การปล่อยให้คุณเดินทางไปทำงานไกลๆ หรือต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดตามลำพังเป็เื่ที่เสี่ยงเกินไปสำหรับคนที่จะมาเป็ภรรยาของผมในอนาคตอันใกล้ และเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของโครงการร่วมทุน รวมถึงความมั่นคงทางธุรกิจระหว่างสองบริษัทของเรา... ผมคิดว่าเราควรดำเนินตามแบบแผนขั้นต่อไปให้เร็วที่สุดครับ"
คารินรับถ้วยชามาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวสั่นสะท้านเล็กน้อยจนต้องเกร็งกล้ามเนื้อมือเพื่อบดบัง "แบบแผนขั้นต่อไป... หมายถึงอะไรหรือคะภัทร"
ภัทรกรส่งรอยยิ้มละมุนทว่าแววตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยอำนาจการสั่งการควบคุมที่เบ็ดเสร็จเฉียบขาด "ผมได้สั่งการให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ประสานงานกับสื่อมวลชนและสำนักข่าวสายสังคมชั้นสูงทุกช่องทางแล้วครับ เราจะจัดงานแถลงข่าวร่วมกันอย่างเป็ทางการในวันพรุ่งนี้ เพื่อประกาศพิธีหมั้นหมายและการกำหนดวันแต่งงานของเราสองคนที่จะเกิดขึ้นในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้าอย่างเป็ทางการครับ"
"สามสัปดาห์หรือคะ!" คารินทวนคำเสียงหลงด้วยความตระหนก หัวใจลนลานจนแทบจะรักษากิริยาไม่อยู่ "แต่มันไม่ดูรีบร้อนเกินไปหรือคะ แผนการออกแบบภายในศูนย์วิจัยและโครงสร้างวัสดุหินอ่อนก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ร้อยละร้อยเลยนะคะ..."
"เื่งานก่อสร้างให้เป็หน้าที่ของสถาปนิกและผู้รับเหมาจัดการไปตามระเบียบเถอะครับ คาริน หน้าที่ของคุณคือการเตรียมตัวเป็สะใภ้ใหญ่ของตระกูลอสังหาริมทรัพย์ระดับพันล้าน" ภัทรกรเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ามีน้ำหนักหนักแน่นจนผู้ฟังไม่อาจโต้แย้ง "การแต่งงานที่รวดเร็วและเป็ระบบจะช่วยยืนยันความสัมพันธ์ที่เป็ไปตามระบบคำนวณทางวิทยาศาสตร์ที่คุณเชื่อมั่น และจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างมหาศาลให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ร่วมทุนสร้างศูนย์วิจัยครั้งนี้ด้วย อีกอย่าง... การจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าสาธารณชนจะช่วยสลัดตัวแปรภายนอกที่ไม่จำเป็ออกไปจากชีวิตของเราอย่างเด็ดขาดครับ"
คารินนิ่งชาไปชั่วขณะ เธอสบตาภัทรกรและััได้ถึงคำเตือนที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ถ้อยคำสุภาพเ่าั้ ภัทรกรกำลังใช้อิทธิพลทางการเงินและอำนาจสังคมบีบครั้นกักขังเธอไว้ในกรงทองคำอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เธอมีโอกาสเปลี่ยนใจหรือเดินออกนอกเส้นทางที่ขีดไว้ และเพื่อเป็การส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงไปยังทัตเทพว่า หญิงสาวผู้นี้เป็ของเขาโดยชอบธรรมและมีเกียรติเหนือชนชั้นใดๆ
ครอบครัวของคารินที่ยังคงตกอยู่ในภาวะวิกฤตหนี้สินและพึ่งพาเงินทุนก้อนโตของภัทรกรในการค้ำชูทางธุรกิจประหนึ่งทางรอดชีวิตเพียงสายเดียวลอยเข้ามาในหัว คารินหลับตาลงช้าๆ ยอมรับความจริงอันขมขื่นของชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพในการเลือกทางเดินของตนเอง
"ตกลงค่ะภัทร... ฉันจะปฏิบัติตามแผนงานการแถลงข่าวที่คุณจัดเตรียมไว้ทุกประการค่ะ" คารินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงยอมจำนนอย่างถึงที่สุด ภัทรกรยิ้มรับด้วยความพึงพอใจและลูบศีรษะของเธอเบาๆ ประหนึ่งเป็การตบรางวัลให้แก่เด็กดีที่เชื่อฟังคำสั่ง
ค่ำคืนของงานแถลงข่าวร่วมการหมั้นหมายอย่างเป็ทางการจัดขึ้นอย่างโอ่อ่าอลังการและประณีตที่สุด ณ ห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดมหึมาของโรงแรมหรูหราระดับห้าดาวใจกลางเมืองหลวง บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างใหญ่ถูกเนรมิตด้วยการประดับประดาดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นดอกที่จัดเป็ซุ้มโค้งงดงามตามแบบฉบับคลาสสิก ส่งกลิ่นหอมฟุ้งอบอวลผสมผสานกับกลิ่นเทียนหอมนำเข้าราคาแพงระยับ แเื่ผู้มีเกียรติในแวดวงธุรกิจการค้า สมาคมนักธุรกิจ และบรรดากลุ่มแวดวงสังคมชั้นสูงสะพรั่งไปด้วยผู้ลากมากดีที่แต่งกายด้วยชุดราตรีสโมสรและเสื้อนอกสากลอย่างเต็มยศ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและเฝ้ารอการปรากฏตัวของคู่รักคู่สมรสในอุดมคติตามสมการทางสถิติ
คารินยืนอยู่หลังบานประตูไม้สลักลายสีทองเหลืองอร่าม ร่างระหงสวมใส่ชุดราตรียาวเข้ารูปตัดเย็บจากผ้าไหมเนื้อดีสีครีมงาช้าง ปักประดับด้วยไข่มุกและเพชรเม็ดเล็กละเอียดส่งประกายระยิบระยับยามต้องแสงไฟทอประกายงามสง่าดุจดั่งรูปปั้นแกะสลักในตำนานโบราณ ลำคอระหงประดับด้วยสายสร้อยเพชรน้ำงามมูลค่าหลายสิบล้านบาทที่ส่องประกายสว่างจ้า ทว่าเพชรพลอยล้ำค่าและชุดราตรีแสนงดงามเหล่านี้กลับรู้สึกหน่วงหนักบีบรัดผิวกายจนอึดอัดแน่นในอก คารินรู้สึกประหนึ่งเธอกำลังสวมใส่เครื่องจองจำที่สวยหรูราคาแพงซึ่งพันธนาการกักขังอิสรภาพและความรู้สึกที่แท้จริงของเธอไว้ในโลงศพทองคำ
"พร้อมหรือยังครับคาริน แเื่และสื่อมวลชนมารอกันพร้อมหน้าแล้วครับ" ภัทรกรก้าวเข้ามาเคียงข้างในชุดสากลตัดเย็บประณีตสีน้ำเงินเข้มขอบต่วนซาตินดูหล่อเหลาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เขาส่งรอยยิ้มอบอุ่นอันเพียบพร้อมมาให้พลางยื่นแขนแกร่งให้เธอเกาะกุม
"พร้อมแล้วค่ะภัทร" คารินฝืนยกมุมปากปั้นรอยยิ้มที่งดงามและชดช้อยที่สุดประดับใบหน้า มือเรียวเอื้อมไปเกาะแขนของเขาอย่างแ่เบา ััถึงความเย็นเยียบของเหงื่อที่ซึมชื้นอยู่บนฝ่ามือของตนเองด้วยความตระหนกตึงเครียดภายใน
เมื่อประตูบานใหญ่เปิดออก แสงไฟสปอตไลท์สีขาวสว่างจ้าและแสงวูบวาบจากกล้องถ่ายภาพของผู้สื่อข่าวนับร้อยตัวก็พุ่งประดังเข้ามาปะทะใบหน้าและดวงตาของทั้งสองคนทันที เสียงลั่นไกชัตเตอร์รัวกราวไม่ขาดสายดังกึกก้องสลับกับแสงเทียมวูบวาบระยิบระยับประดุจประกายไฟ คารินต้องหยีตาลงชั่วขณะก่อนจะพยายามปรับสายตาและฝืนแย้มยิ้มหวานอย่างอ่อนโยนสู้แสงจากกล้องถ่ายภาพตามตารางแผนภาพลักษณ์ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์กำหนดไว้
ทั้งสองคนก้าวขึ้นสู่เวทีแถลงข่าวที่มีการจัดโพเดียมไม้ประดับดอกกุหลาบขาวอย่างประณีต ด้านหลังมีตราสัญลักษณ์ของบริษัทร่วมทุนโดดเด่นอยู่กลางจอแสดงผลขนาดใหญ่ แเื่และบรรดาผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวสังคมและเศรษฐกิจชั้นนำต่างนั่งเตรียมพร้อมถือเครื่องบันทึกเสียงและสมุดจดบันทึกท่าทีของว่าที่คู่หมั้นคู่วิวาห์อย่างหนาแน่น
ภัทรกรก้าวไปยืนเบื้องหน้าเครื่องขยายเสียงและเริ่มกล่าวคำแถลงการณ์ด้วยน้ำเสียงมั่นคง ฉะฉาน และสุภาพนุ่มนวล บรรยายถึงวิสัยทัศน์ความรักที่เกิดจากวิทยาศาสตร์ข้อมูลและการเลือกคู่ครองผ่านเกณฑ์สถิติที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด รวมถึงความมั่นคงทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นหลังการสมรสร่วมทุนครั้งนี้
"ผมและคาริน เรามีความเชื่อมั่นในความเข้ากันได้ร้อยละเก้าสิบเก้าจุดแปดตามระบบประมวลผลทางสถิติวิทยาศาสตร์ และเราเชื่อว่าครอบครัวที่เริ่มต้นจากเหตุผลและแบบแผนชีวิตที่ถูกต้องจะนำไปสู่ความสุขที่มั่นคงถาวรชั่วนิรันดร์ครับ วันนี้ผมจึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศพิธีหมั้นหมายอย่างเป็ทางการและการแต่งงานของเราที่จะจัดขึ้นในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้านี้ครับ" ภัทรกรหันมาโอบกระชับไหล่บางของคารินดึงเข้าหาตัวแนบชิด ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความชื่นชมและยินดีดังกึกก้องยาวนานและแสงไฟจากกล้องที่สาดพุ่งถี่กระชั้นราวกับจะกลืนกินร่างของทั้งสองคน
คารินก้าวเข้าหาโพเดียมเพื่อตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่พากันยกมือซักถามถึงความรู้สึกและความพิเศษในความสัมพันธ์สมบูรณ์แบบนี้
"การตัดสินใจเลือกคู่ครองบนรากฐานของเหตุผลและความมั่นคงทำให้คารินมั่นใจว่านี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดและไม่มีความเสี่ยงใดๆ ค่ะ..." คารินตอบเสียงนุ่มนวลไหลลื่น ใบหน้าปั้นรอยยิ้มหวานสนิทที่งดงามไร้รอยตำหนิต่อหน้าเลนส์กล้องนับสิบตัวที่จ้องจับอยู่ "ความรักในอุดมคติของคารินคือความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและสามารถประคับประคองชีวิตและครอบครัวให้เติบโตอย่างมั่นคงถาวรได้ค่ะ"
ทว่า ภายใต้คำแถลงข่าวที่ไหลลื่นประดุจเครื่องจักรและรอยยิ้มหวานประดับใบหน้าที่งดงามราวหน้ากากชั้นเลิศ หัวใจของคารินกลับรู้สึกแห้งผากและหนาวสั่นจนแทบขาดใจ ทุกเสียงชัตเตอร์และแสงไฟวูบวาบสปอตไลท์ที่ปะทะหน้าเสมือนกระแสน้ำดำมืดและเย็นเยียบที่ไหลบ่าเข้าท่วมร่าง ดึงเธอให้จมลึกลงสู่ก้นบึ้งที่ไร้อากาศหายใจ น้ำตาของเธอไหลตกในอยู่ภายในทรวงอกอันเ็ปรวดร้าว รสััและอ้อมกอดอุ่นร้อนที่สั่นสะท้านจากเนื้อหนังและหัวใจรักแท้ของทัตเทพอดีตคนรักในห้องพักริมน้ำแล่นเข้ามาในห้วงคำนึง ััที่แท้จริงและไออุ่นจริงใจที่เธอไม่มีวันได้รับจากชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบข้างกายผู้นี้อีกเลย
สมการชีวิตของเธอดูเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบไร้ที่ติในสายตาของทุกคนรอบตัว ทว่าสำหรับคารินแล้ว เปลือกนอกสีทองอันหรูหราสง่างามและมีราคาแพงระยับชิ้นนี้กลับเป็เพียงโลงศพหรูหราที่ใช้กักขังดวงิญญาและหัวใจที่ตายไปแล้วของเธอให้ทนทุกข์ทรมานไปชั่วนิรันดร์กาล โดยที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหลั่งน้ำตาออกมาให้สังคมเห็นได้เลยสักหยดเดียว