ตอนที่ 49 : เริ่มการทดสอบ
"บังอาจ ! ใต้เท้าโจวกำลังพูดอยู่ เด็กอย่างเจ้าพูดแทรกขึ้นมาได้ยังไง !" หลินไห่หยาตำหนิอย่างไม่เกรงใจ
อย่างไรเสียจางหยูก็ต้องตาย และจุดจบของอู่เฉินเองก็คงอีกไม่นาน แม้ว่าการกระทำของเขาจะเป็นการฉีกหน้าของอู่เฉิน แต่หลินไห่หยาก็ไม่กลัว
แต่ใครจะรู้ว่าการกระทำตบตูดม้าของหลินไห่หยาจะเป็นการตบขาม้า[1]แทน โจวซุนคิ้วขมวดและตะคอกออกมาว่า " หุบปาก !"
แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักอู่ซินซิน แต่ก็มองเห็นระดับการบ่มเพาะของนางได้ เด็กสาวคนนี้คืออัจฉริยะที่สามารถทะลวงขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 7 ในวัยสิบห้าปีได้!
อัจฉริยะที่โดดเด่นเช่นนี้ แม้แต่ในเมืองฟู่เฉิงก็ยังหาได้ยาก เป็นตัวตนที่สำนักใหญ่มากมายต้องการที่จะแย่งชิงกัน หากจะใช้คำว่า "แก้วตาดวงใจ" มาอธิบาย ก็ไม่ถือว่าเกินจริงเลยสักนิด
ในใจของเขา อู่ซินซินคือหนึ่งในคนที่เขาคิดจะรับสมัครเข้ามา แล้วแบบนี้เขาจะยอมให้คนอื่นมาด่าได้ยังไง ?
หลินไห่หยายังคงไม่รู้ตัว เขากลับมองไปที่อู่ซินซินอย่างหยิ่งผยองแล้วพูดว่า "ได้ยินแล้วนิ ใต้เท้าโจวบอกให้เจ้าหุบปากซะ !"
"ไอ้โง่ ผู้ดูแลคนนี้บอกให้เจ้าหุบปากซะ!" โจวซุนมองไปที่หลินไห่หยาด้วยสายตาที่คมกริบ ทำให้อีกฝ่ายถึงกับหายใจไม่ออก ราวกับว่าโดนภูเขาลูกใหญ่กดทับ ใบหน้าของเขาซีดเผือกไปทันที
หลินไห่หยาถูกท่าทางกดข่มของโจวซุนทำเอาสับสนไปหมด
ไม่ใช่แค่หลินไห่หยาเท่านั้น แต่ทุกคนต่างก็ตกใจกับท่าทีของโจวซุนเช่นกัน
ใต้เท้าโจวท่านนี้ เพื่อเด็กสาวตัวเล็กๆแค่นั้น ถึงกับด่าหลินไห่หยาเชียวหรือ?
โจวซุนไม่สนใจปฏิกิริยาของหลินไห่หยา ลัวเยว่ซานและคนอื่นๆ เขามองหลินไห่หยาด้วยสายตาที่เย็นชา เมื่อหันกลับไปหาอู่ซินซิน สีหน้าที่เย็นชาของเขาก็เปลี่ยนไป และมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าเขา "เมื่อกี้เจ้าถามว่า....ฆ่าสัตว์อสูรขอบเขตว่อซวนจะได้กี่คะแนนกงั้นรึ ?"
อู่ซินซินไม่เข้าใจท่าทีของโจวซุน และพยักหน้าตอบรับ "ใช่"
โจวซุนในตอนนี้ราวกับเป็นมีความอดทนมากมาย เขายิ้มออกมาอย่างเอ็นดู "เจ้ารู้รึไม่ว่า สัตว์อสูรขอบเขตว่อซวนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด ?"
"นั่นมัน..." อู่ซินซินคิ้วขมวดและพูดออกมาอย่างติดๆขัดๆ "ก็น่าจะมากใช่รึไม่?"
โจวซุนอดขำอู่ซินซินไม่ได้ เขายิ้มออกมาและพูดขึ้นว่า "ไม่ใช่แค่แข็งแกร่งมาก แต่แข็งแกร่งสุดๆเลยต่างหาก! เอาง่ายๆว่า ต่อให้ทุกคนในเมืองทะเลทรายจะร่วมมือกันโจมตีมัน ก็ไม่อาจทำอะไรสัตว์อสูรว่อซวนได้ ความร้ายกาจของมัน เจ้านึกภาพออกแล้วใช่ไหม!"
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น อู่ซินซินก็เบิกตากว้าง "ร้ายกาจขนาดนี้เชียว !"
" แต่เมื่อเจ้าถามมาแล้ว ข้าก็จะบอก !" โจวซุนยิ้มพูดต่อไปว่า "ฆ่าสัตว์อสูรว่อซวนขั้นต่ำจะได้รับ 1,000 คะแนน"
" ฆ่าสัตว์อสูรว่อซวนขั้นกลางได้ 3,000 คะแนน "
" ฆ่าสัตว์อสูรว่อซวนขั้นสูงได้ 10,000 คะแนน "
คะแนนที่ได้จากการฆ่าสัตว์อสูรว่อซวนนั้น มากจนน่ากลัว แต่ความยากในการฆ่าก็น่ากลัวเช่นกัน
ต้องรู้ว่าต่อให้โจวซุนที่อยู่ขอบเขตว่อซวนขั้นกลาง ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถฆ่าสัตว์อสูรว่อซวนขั้นต่ำได้!
สำหรับสัตว์อสูรว่อซวนขั้นกลางและขั้นสูงนั้น ไม่ว่าใครก็ไม่อาจฆ่ามันไม่ได้ !
อู่ซินซินเบิกตากว้าง ดวงตาแสดงความตกตะลึงออกมา "โอ้ คะแนนเยอะจริงๆ !"
ได้ยินสาวน้อยอุทานออกมาอย่างตกใจ โจวซุนก็หัวเราะอย่างเงียบๆ เขาส่ายหน้าแล้วถามว่า " เจ้ามีคำถามอื่นอีกรึไม่ ?"
ท่าทีของเขาที่มีต่ออู่ซินซินนั้น เห็นได้ชัดว่าเอ็นดูและอดทนเป็นอย่างมาก ผิดกับท่าทางปกติของเขา
" ไม่มีแล้ว" อู่ซินซินสังเกตเห็นอู่โม่ที่ยืนอยู่ข้างๆส่งสัญญาณบางอย่าง ทำให้นางแลบลิ้นเล็กๆออกมาอย่างน่ารัก
เมื่อเห็นอู่ซินซินไม่มีคำถามแล้ว โจวซุนก็ยิ้มและพูดขึ้นมาว่า "เอาล่ะ ต่อจากนี้ข้าจะประกาศรางวัลสำหรับการทดสอบหวงหยวนในปีนี้"
พูดถึงตรงนี้ โจวซุนก็เงียบไปสักพัก ก่อนจะกวาดสายตามองไปที่ อู่ซินซิน, หลินหมิง, จางเหิงหยาง และคนอื่นๆ รอยยิ้มบนใบหน้าเขากว้างขึ้นยิ่งกว่าเดิม "อันดับหนึ่งของการทดสอบ จะได้รับทักษะและเคล็ดวิชาระดับวิญญาณขั้นกลางอย่างละเล่ม และยาฉีซวนขั้นที่ 1 สามเม็ด! อันดับสองและอันดับสาม จะได้ทักษะและเคล็ดวิชาระดับวิญญาณขั้นต่ำอย่างละเล่ม และและยาฉีซวนขั้นที่ 1 จำนวน 1 เม็ด ! อันดับที่สี่ถึงสิบ จะได้รับทักษะและเคล็ดวิชาระดับวิญญาณขั้นต่ำ..."
ขณะที่เขาพูด เขาก็คอยมองปฏิกิริยาของศิษย์สำนักคังเฉียงไปด้วย
แต่เขาก็ต้องแปลกใจ หลังจากที่พูดถึงของรางวัลไป ศิษย์สำนักคังเฉียงกลับไม่ได้แสดงท่าทีต่างไปจากเดิม!
ไม่ต่างไปจากเดิม ?
มีแค่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น !
ไม่รู้ว่าเขาตาฝาดไปรึเปล่า เพราะว่าเขารู้สึกได้ว่า ใบหน้าน่ารักของอู่ซินซินนั้นแสดงสีหน้ารังเกียจออกมา
"อย่ามาล้อเล่นน่า! รางวัลอู้ฟู่แบบนี้ ทำไมถึงได้.....แสดงท่าทีรังเกียจออกมา!" โจวซุนแทบจะกระอักเลือดออกมา
ดวงตาเล็กๆคู่นั้นของอู่ซินซินแสดงท่าทีรังเกียจออกมา ราวกับจะบอกเขาว่า นี่เขาเป็นขอทานเหรอ
โจวซุนคิดว่า เขาจะได้รับความสนใจมากขึ้น ถ้าพูดถึงของรางวัล แต่ตอนนี้เขากลับสลดกับท่าทีของสาวน้อยผู้นี้มาก เขารู้สึกหดหู่เสียจน แทบจะกระอักเลือดออกมา
....
"อะไรกันเนี่ย ทำไมของรางวัลถึงได้แย่นักล่ะ แย่ยิ่งกว่ารางวัลที่พี่เจ้าสำนักเตรียมไว้ให้ซะอีก" อู่ซินซินเม้มปากแน่นและพึมพำออกมา
นางคาดหวังว่าผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจว จะเตรียมรางวัลที่ยอดเยี่ยมมา แต่ผลลัพธ์กลับน่าผิดหวังสิ้นดี
ไม่ใช่แค่อู่ซินซินเท่านั้น อู่โม่ หลินหมิงและคนอื่นๆจากสำนักคังเฉียงต่างก็พากันส่ายหน้า
ทักษะเหรอ พวกเขาก็ไม่ขาดแคลนสักหน่อย เพราะทักษะที่พวกเขาบ่มเพาะกันอยู่ทุกวันนั้น ก็เป็นทักษะที่มหัศจรรย์มาก มันเหนือกว่าสิ่งที่เรียกว่าระดับวิญญาณขั้นกลางนับหมื่นนับแสนเท่า! ส่วนเคล็ดวิชาเหรอ พวกเขาก็ไม่ขาแคลน เพราะว่าพวกเขามีเคล็ดวิชา "ฟัน" อยู่ และเคล็ดวิชานี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาระดับวิญญาณขั้นกลางเลยสักนิด ส่วนยาฉีซวน พวกเขายิ่งไม่ขาดแคลนเข้าไปใหญ่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีทานเล่นได้ตลอดทั้งวันเหมือนกับอู่โม่ แต่ทว่าก็มีกินทุกวัน วันละเม็ด ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ของหายากสำหรับพวกเขา
พูดไปพูดมา รางวัลพวกนี้ไม่น่าสนใจเท่าไหร่
อู่โม่ลูบหัวอู่ซินซิน และปลอบนางอย่างจนปัญญาว่า "ไม่เอาน่า ซินซิน ยังไงซะเขาก็เป็นแค่ผู้ดูแลสาขา อย่าไปคาดหวังอะไรมากนัก..."
เมื่อเทียบกันแล้ว พวกเขาเลือกที่จะเชื่อมั่นในสำนักคังเฉียงและจางหยูมากกว่า
แม้แต่ผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจว ก็ยังให้รางวัลน้อยกว่าจางหยู ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่า จางหยูนั้นมีอำนาจมากแค่ไหน !
พวกเขาพูดคุยกันแบบเงียบๆ บวกกับรอบข้างก็มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นมาไม่ขาดสาย ทำให้โจวซุนไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดกัน หาไม่แล้ว โจวซุนคงอารมณ์เสียยิ่งกว่านี้
....
คนของสำนักคังเฉียงอาจจะไม่สนใจของรางวัล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่สน
ตอนนี้เอง เหมาฉางเทียนและศิษย์ของสำนักเฉินกวง รวมกับศิษย์จากสำนักหยุนชานต่างก็พากันตื่นเต้นขึ้นมา และมองไปที่โจวซุน ด้วยสายตาคาดหวัง
"ทักษะระดับวิญญาณขั้นต่ำและขั้นกลาง!"
"เคล็ดวิชาระดับวิญญาณขั้นต่ำและขั้นกลาง!"
" ยาฉีซวน!"
ไม่ว่าจะเป็นรางวัลไหน ก็ทำให้เหล่าศิษย์ของสองสำนักนี้ตื่นเต้นได้ !
สำหรับศิษย์ส่วนใหญ่แล้ว ชั่วชีวิตนี้พวกเขาไม่มีโอกาสได้บ่มเพาะทักษะระดับวิญญาณ หรือฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับนี้ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยาฉีซวนเลย กระทั่งลูกหลานของตระกูลใหญ่ๆ ก็ยังยากที่จะสัมผัสกับทักษะและเคล็ดวิชาระดับสูงนี้ ฉะนั้นของรางวัลเหล่านี้จึงดึงดูดใจพวกเขามาก
เหมาฉางเทียนกำหมัดแน่น และแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา " อันดับหนึ่งต้องเป็นของข้า !"
เขาไม่เพียงแค่เป็นลูกหลานของตระกูลเหมา แต่ยังเป็นหัวหน้าศิษย์ของสำนักเฉินกวงอีกด้วย และทักษะที่เขาบ่มเพาะอยู่ในตอนนี้ก็เป็นแค่ระดับวิญญาณขั้นต่ำเท่านั้น ส่วนเคล็ดวิชาต่อสู้ สูงสุดก็แค่ระดับวิญญาณขั้นต่ำ เนื่องจากเขาได้สร้างผลงานมากมายให้กับสำนักเฉินกวง ดังนั้นจึงได้รับอนุญาติจากหลินไห่หยา ให้เลือกเคล็ดวิชาและทักษะระดับวิญญาณขั้นต่ำในห้องตำราได้ สำหรับเคล็ดวิชาและทักษะระดับวิญญาณขั้นกลางนั้น มีเพียงแค่หลินไห่หยาคนเดียวที่ได้บ่มเพาะมัน หากใครอยากจะบ่มเพาะ ก็ต้องสะสมคะแนนผลงานเป็นจำนวนมาก แต่คะแนนเหล่านั้นก็สะสมได้ยากมา สำหรับเหมาฉางเทียนแล้ว มันแทบจะเป็นภารกิจที่ไม่อาจจะทำสำเร็จได้
"ทักษะ เคล็ดวิชา ยาฉีซวน ข้าต้องการมันทั้งหมด!" เหมาฉางเทียนแสดงความโลภออกมา
เขาเคยกินยาฉีซวนเข้าไป จึงรู้ประสิทธิภาพของมันดีกว่าคนทั่วไป ดังนั้นจึงเกิดความกระหายมากกว่าคนอื่นๆ!
แม้แต่เหมาฉางเทียนก็ยังอยากได้รางวัลพวกนี้ ลองคิดดูว่าศิษย์คนอื่นจะเป็นเช่นใด
บอกได้ว่า รางวัลที่โจวซุนพูดออกมานั้น นอกจากศิษย์สำนักคังเฉียงที่ดูแคลนแล้ว คนอื่นๆไม่มีใครที่ไม่อยากได้ แม้แต่หลินไห่หยาและลัวเยว่ซานเอง ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย
ท่าทีของทุกคนที่มีต่อรางวัลนี้ แตกต่างกันสุดขั้วกับศิษย์ของสำนักคังเฉียง
"สมกับเป็นผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจว ของรางวัลช่างยิ่งใหญ่นัก !" หลินจ้านอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นตามไปด้วย
เมื่อได้ยินแบบนั้น อู่เฉินก็แสดงสีหน้าแปลกๆออกมา " ยิ่งใหญ่ ?"
รางวัลแค่นี้น่ะรึ ?
ยิ่งใหญ่ ?
เกรงว่าเจ้าคงไม่เคยเห็นความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง !
เมื่อคิดถึงรางวัลที่จางหยูจะให้ อู่เฉินก็เริ่มหดหู่ขึ้นมาอีกรอบ "ยาขั้นที่ 2 เก้าเม็ดของข้า !" น่ากลัวว่ามันจะเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขาไปตลอดชีวิต เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนในห้องเรียน และจำได้ว่าเขาเป็นคนที่ปล่อยยาขั้นที่ 2 พวกนั้นหลุดมือไป ก็ยิ่งหดหู่ขึ้นมา
"ผู้นำตระกูลอู่ เจ้าเป็นอะไรไป ?" เมื่อเห็นสีหน้าผิดปกติของอู่เฉิน หลินจ้านก็ถามขึ้นมาว่า " เจ้าทึ่งกับรางวัลพวกนี้รึ ?"
ไม่รอให้อู่เฉินตอบกลับ หลินจ้านก็พูดขึ้นว่า "ใช่แล้ว รางวัลมันยิ่งใหญ่จริงๆ ! ในฐานะศิษย์สำนักคังเฉียงแล้ว เจ้าก็มีสิทธิที่จะเข้าร่วมการทดสอบนี้นี่ ถ้าเจ้าเข้าร่วม งั้นรางวัลพวกนี้ ...."
" ไม่ต้องพูดแล้ว !"
อู่เฉินยกมือห้ามหลินจ้านไม่ให้พูดต่อ เพราะยิ่งหลินจ้านพูดเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจมากเท่านั้น
....
ใจกลางพื้นที่โล่ง โจวซุนไม่ได้มีเวลาคิดว่าทำไมคนของสำนักคังเฉียงถึงได้มีท่าทีเช่นนั้น เขาสูดหายใจเข้าลึกๆและโบกมือ " ข้าขอประกาศเริ่มการทดสอบหวงหยวนอย่างเป็นทางการ!"
ทันทีที่โจวซุนพูดจบ หลินไห่หยาก็บอกกับศิษย์สำนักเฉินกวงว่า " ไป !"
ขณะเดียวกัน ลัวเยว่ซานเองก็ไม่คิดจะยอมแพ้และบอกกับศิษย์ตัวเองว่า " ไป !"
เส้นทางที่จะนำไปสู่ป่าหวงหยวนนั้นมีแค่ทางเดียว ดังนั้นเมื่อใครนำหน้าไปก่อนก็จะได้เปรียบมาก!
เหมาฉางเทียนไม่คิดจะยอมใคร เขาวิ่งอยู่ด้านหน้าสุด และบอกกับตัวเองว่า เขาต้องได้อันดับหนึ่งในการทดสอบนี้!
[1] ตบตูดม้ากลายเป็นการตบขาม้า เป็นสำนวนสุภาษิต มีความหมายว่าประจบประแจงไม่ถูกทาง