ตอนที่ 8 : บ้านนอกเข้ากรุงก็แบบนี้แหละ ตอนจบ
“อย่าคิดมากไปเลย... ที่เธอเจอมันก็เื่ปกตินั่นแหละ”
เดลล์พูดปลอบใจสองสาวโอฟีเลียกับไอชา
หลังจากผ่านมรสุมชุดใหญ่จนอดกลั้นความรู้สึกเศร้าใจไว้ไม่อยู่ โอฟีเลียก็ร้องไห้ต่อหน้าเดลล์ไปชุดใหญ่
ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเดินตามเดลล์ไปยังเส้นทางหลัก
แต่ถึงจะระบายความรู้สึกส่วนใหญ่ออกมาแล้ว แววตาของโอฟีเลียก็ยังดูมืดมนอยู่
“นี่ฉันคิดตื้นเกินไปจริง ๆ สินะคะ”
โอฟีเลียพูดเสียงเบาราวตำหนิตัวเอง
เดลล์เห็นแล้วก็อดไม่ได้จนเกาหัวแกรก ๆ
“ที่พวกเธอทำมันไม่ได้ผิดอะไรหรอก... แต่ก็เข้าใจอยู่ใช่ไหมว่าการที่พวกเขาไม่รับเธอเข้าทดสอบมันไม่ผิดน่ะ? ถึงจะไม่ดีก็เถอะ”
“...ค่ะ”
โอฟีเลียพยักหน้าเบา ๆ พอจะเข้าใจอยู่ว่ามันไม่ใช่เื่ที่มีใครผิดใครถูก
ในทางเทคนิคและมารยาทแล้ว แน่นอนว่าการบอกปัดพวกเด็กใหม่มันเป็เื่ไม่สมควร
แต่ในทางกลับกัน เด็กใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาขอเข้าทดสอบกิลด์ระดับ S ทันทีมันก็ไม่ต่างจากการบอกว่า “ช่วยเลี้ยงฉันจนกว่าจะโตทีสิ” ซึ่งก็ดูไม่สมควรเช่นกัน
สำหรับนักผจญภัยผู้มีอาชีพเสี่ยงตายอยู่ตลอดเวลา เป็ค่านิยมพื้นฐานอยู่แล้วที่ต้องฝึกเอาตัวรอดด้วยตัวเองก่อนจะพึ่งพาใคร
พอความคิดคนส่วนใหญ่เป็แบบนั้น ย่อมไม่มีใครว่างมาทำตัวเป็พ่อแม่หรือพี่เลี้ยงเด็กคอยอุ้มชูเด็กใหม่ รอจนพวกเขาสามารถทำประโยชน์ให้กิลด์ได้แน่
“พอมาคิดดูก็โหดร้ายชะมัดเลยน้า... พอเป็แบบนี้ กว่าที่พวกเด็กใหม่จะเกิดก็ต้องไปสะสมประสบการณ์ในกิลด์ระดับล่าง ๆ ก่อนถึงจะขึ้นมาระดับบน ๆ ได้ นี่มันระบบาุโมาก่อนชัด ๆ เลยเนอะ”
เดลล์เดินผสานมือสองข้างหลังศีรษะอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับไม่ใช่เื่ของตัวเอง
ส่วนโอฟีเลียกับไอชาที่ได้ยิน พวกเธอขมวดคิ้วแน่นในทันทีเพราะแอบคิดแบบนั้นมาตลอดเหมือนกัน
“มันอะไรกันคะ แบบนั้นน่ะ”
โดยเฉพาะไอชาที่หัวแข็งและหงุดหงิดง่ายกว่าโอฟีเลีย
“ไอ้การตัดสินอนาคตของใครสักคนแค่เพราะอายุหรือประสบการณ์แบบนั้นมันจะมักง่ายไปหน่อยไหมคะ!? โลกแคบเกินไปแล้ว! ไม่คิดว่าพวกคนรุ่นใหม่ที่เก่ง ๆ จะมีอยู่บ้างรึไงกัน? ไม่คิดจะให้โอกาสกันเลยรึไง!”
“...ไอชา”
พอได้ยินไอชาเค้นเสียงหนัก โอฟีเลียก็เข้าไปกุมมือไอชาคืนบ้างเธอถึงยอมใจเย็นลง
“ก็นั่นสินะ...”
เดลล์เห็นแล้วก็ยิ้มอ่อน เพราะเข้าใจความรู้สึกนั้นดี
“แต่อย่างว่าแหละนะ... การทดสอบเองก็ต้องใช้เวลา สถานที่และงบประมาณ กิลด์พวกนั้นตัดสินแล้วว่าไม่คุ้มก็เลยไม่ทำ สุดท้ายมันก็เกี่ยวข้องกับเื่การบริหารกิลด์ด้วย ก็เหมือนธุรกิจนั่นแหละ”
เดลล์ยักไหล่ช่วยไม่ได้จนไอชาเขม่นมองเขาอีกรอบ แต่เธอก็เถียงกลับไม่ได้
คำพูดของเดลล์เป็ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ เพราะอย่างไรเสียทุกคนก็มีสิทธิรักษาประโยชน์ของตัวเอง
ความเห็นเขาเป็กลางที่สุดแล้ว โอฟีเลียเลยหงอยไปอีกหน
“แต่ฉันเองก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันล่ะนะ”
...แต่นั่นก็เป็ตอนก่อนที่เขาจะพูดต่อ
“ในมุมมองของฉันเอง... จนกว่าจะได้ลองทดสอบดูก็ไม่มีทางรู้ขีดความสามารถของคนอื่นหรอก ถึงจะเสียเวลาและงบประมาณ แต่มันก็คุ้มค่าถ้าได้เจอเพชรในตมจริงไหมล่ะ? น่าสนุกจะตายไป”
เดลล์พูดไปยิ้มไป หัวเราะคิกคัก คงต้องเป็คนแปลกประหลาดแบบเดลล์นี่แหละที่ทำอะไรเหนือความคาดหมายและนอกตำรา
แต่สำหรับเด็กใหม่ที่ถูกพวกทำตามตำราปฏิเสธ... แน่นอนว่าพวกเธอดีใจที่เดลล์ไม่ได้เป็แบบคนพวกนั้น
พอได้ยินแิของเดลล์ ไอชาถึงกับเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวจนเกือบจะเก็บยิ้มไม่ทัน
โอฟีเลียเองก็มีรอยยิ้มกลับมาบ้าง เดลล์หันไปเห็นแล้วสบายใจขึ้นตาม
“พวกเธอเองถ้ามีของดีก็แสดงออกมาให้เห็นด้วยล่ะ คนอื่นเขาจะได้ยอมรับความสามารถที่แท้จริงมากกว่าสิ่งที่สังคมตีตรา”
เดลล์พูดให้กำลังใจอีกครั้งทำเอาโอฟีเลียเกือบจะหลั่งน้ำตาอีกหน
แต่โอฟีเลียก็อดกลั้นมันไว้ก่อน ทำแบบนั้นต่อหน้ากิลด์มาสเตอร์ที่ตัวเองชื่นชมอีกรอบมันคงไม่ดีเท่าไร เธอเองก็อายเป็เหมือนกัน
เธอเลยพยายามเย็นใจตัวเองลง คิดเื่พิสูจน์ตัวเองที่เดลล์พูดแทน
“ถ้าจะให้พูดฉันเองก็มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองอยู่หรอกค่ะ”
“โฮ่...”
เดลล์เผยยิ้มอีกรอบ น้ำเสียงของโอฟีเลียดูมั่นใจเกินคาดแม้จะเดินก้มหน้าอยู่
พอมานึกดู... ทั้งสองคนเองก็ไม่ใช่พวกที่รู้น้อยหรือหลงตัวเอง
การที่พวกเธอเล็งเข้ากิลด์ระดับ S ั้แ่แรกจึงอาจผ่านการพิจารณาตัวเองมาดีแล้ว
...นั่นถึงเป็หนึ่งในเหตุผลที่เดลล์คิดชวนทั้งสองคนเข้ากิลด์
แต่โอฟีเลียในตอนนี้เริ่มคิดต่างออกไปแล้ว
ถึงจะได้รับกำลังใจจากเดลล์ที่เธอชื่นชม แต่หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่คนอื่นคิด เธอก็ยังอดโทษความไม่รู้ของตัวเองไม่ได้
ตอนนี้ก็ได้แต่เดินก้มหน้าตามเดลล์ เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองใครเลยด้วยซ้ำ
“ถึงจะมั่นใจฝีมือตัวเอง... แต่ฉันว่าตัวเองคงฝันสูงเกินไปจริง ๆ นั่นแหละค่ะ... พอไปหลาย ๆ กิลด์ถึงได้รู้ว่าตัวเองอวดดีขนาดไหน น่าละอายใจต่อคนที่พยายามไต่เต้าั้แ่เริ่มแรกจริง ๆ ค่ะ...”
โอฟีเลียเริ่มหยุดเดินเหมือนสำนึกอะไรบางอย่าง ทำให้ทั้งเดลล์และไอชาหยุดเท้าลงด้วย
นี่เรา... กำลังเหยียบย่ำความรู้สึกของพวกนักผจญภัยอยู่รึเปล่านะ...
ห้วงความคิดของโอฟีเลียจมปลักกับความรู้สึกผิด นี่แหละข้อเสียของคนที่เห็นแก่ความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป
“คิดมากไปแล้ว”
“อุเว้!!?”
เดลล์เข้าไปดึงแก้มโอฟีเลียจนเธออุทานลั่น
แต่ก็ต้องขอบคุณเขา ความคิดลบเลยปลิวหายไปบางส่วน สีหน้าเธอดีขึ้นเดลล์ก็เลยผละมือออก
ความฟุ้งซ่านที่ลดลงทำให้โอฟีเลียกล้าเงยหน้าขึ้นมองเดลล์
และตรงนั้น... ก็มีสีหน้าจริงจังของไอดอลเธอมองเข้ามาอยู่
“เจอแค่นี้ก็ถอดใจซะแล้วเหรอ อย่าทำให้ฉันเป็ไองั่งสิ... เธอที่ออกเดินทางมาจากบ้านนอกกันสองคนกับเมด ในโลกที่เพิ่งเคยเห็นอะไรต่อมิอะไรเป็ครั้งแรกกันลำพังแถมเป็แค่ผู้หญิงสองคนอีก ทำได้ขนาดนี้มีอะไรให้น่าละอายกัน? ฝันสูงอะไรกัน? อย่าพูดให้ขำหน่อยเลยน่า”
“คุณเดลล์...”
เดลล์พูดไปเกาหัวไปอย่างรำคาญใจ เริ่มทำให้โอฟีเลียรู้สึกเหมือนเพิ่งได้สติ
สิ่งที่ตัวเองทำมาจนถึงตอนนี้ใช่ว่าทุกคนจะทำได้
สิ่งที่เธอกระทำต้องใช้ความกล้าหาญหรือความบ้าบิ่นไม่น้อยในการเดินทางฟันฝ่าอันตรายเพื่อมาเป็อาชีพที่อันตรายยิ่งกว่า
พอนึกถึง่เวลาอันยากลำบากที่ผ่านมาเ่าั้แล้ว เปลวไฟที่เคยมีก็เริ่มกลับมาในหัวใจของทั้งสองสาว
ใช่... ความฝันของพวกเธอไม่ได้ผิดอะไรเลย
สายตาของเดลล์เองก็บอกแบบนั้น
“ความฝันไม่มีสูงหรือต่ำหรอกนะ มีแค่ทำหรือไม่ทำเท่านั้นแหละ... เข้าใจไหมยัยบ๊อง”
เดลล์สับกบาลทั้งสองสาวเบา ๆ
น่าแปลกที่ทั้งสองคนตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มกันทั้งคู่ แม้แต่ไอชาที่น่าจะโกรธก็ยังไม่โกรธ
เดิมทีความฝันมันก็เริ่มจากสิ่งที่เป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว นั่นเพราะมันเป็สิ่งที่เรายังทำไม่สำเร็จ ความสูงต่ำจึงไม่ได้มีค่ามากไปกว่าการลงมือทำมันซะ
ฟังดูเหมือนง่ายเพราะพูดมันง่ายกว่าทำ... แต่ที่ทำให้คำพูดนั้นน่าเชื่อถือ ก็เพราะมันออกมาจากปากของเด็กหนุ่มอายุเท่ากันที่ทำเื่ที่เป็ไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นมาได้แล้วอย่างเดลล์
“...ค่ะ”
โอฟีเลียยิ้มพยักหน้า รู้สึกว่าถ้าเป็คำพูดของเดลล์เธอจะเชื่อได้อย่างสนิทใจ
รอยยิ้มที่เดลล์เคยเห็นกลับมาเสียที และเป็รอยยิ้มที่ไอชาเองก็รอคอยเหมือนกัน
“...พูดอะไรดี ๆ ก็เป็เหมือนกันนี่คะ”
“พูดอะไรน่ะไอชา ท่านเดลล์คนนี้พูดอะไรดี ๆ ออกมาตลอดนั่นแหละน่า”
เดลล์พูดแล้วก็ท้าวสะเอวยืดอกภูมิใจใหญ่
จังหวะนี้ไอชาอยากจะขัดเสียเหลือเกิน แต่ก็เผลอมองเดลล์แล้วอมยิ้มจนอยากปล่อยให้เขาได้ใจบ้างเหมือนกัน
ความสดใสของบรรยากาศกลับมาอีกครั้ง รอยยิ้มกลับคืนสู่ทั้งสามคนเป็ที่เรียบร้อย
...ถึงจะมีบางอย่างในใจของโอฟีเลียเปลี่ยนไปก็เถอะ
เอ๊ะ!?
พอเธอเห็นรอยยิ้มของเดลล์ จู่ ๆ หัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้นมา
แก้มของเธอยิ่งแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงเื่ที่ถูกเดลล์ปลอบใจก่อนหน้านี้ มือทั้งสองของเธอเลื่อนขึ้นไปัับริเวณหน้าผากอันเพิ่งจะถูกเดลล์ััไปเมื่อครู่ ราวกับอยากััความรู้สึกนั้นอีกครั้ง
และคนที่เห็นปฏิกิริยาเ่าั้ก็คือไอชา
ยะ อย่าบอกนะว่า...
ไอชาหน้าซีดเผือกเป็ไก่ต้มในทันที ทำหน้าราวกับว่าพรุ่งนี้โลกจะแตกยังไงอย่างงั้น
“เอ้า จะไปกันต่อได้ยัง?”
“คะ ค่ะ!”
“...รีบเหมือนตึกกิลด์จะเดินหนีเลยนะคะ”
พอถูกเดลล์เร่งเร้า ทั้งสองสาวก็ลุกลี้ลุกลนตามเขาไปด้วยความรู้สึกคนละอย่าง
แต่ไม่ว่าจะชอบความรู้สึกในใจนี้หรือไม่ ทั้งสองคนกลับรู้สึกยอมรับมันได้มากกว่าก่อนหน้านี้
❖❖❖❖❖
ใช้เวลาเดินเท้าราวสิบห้านาทีพวกเดลล์ก็เดินมาถึงสถานที่เป้าหมาย
ที่ซึ่งทำให้ดวงตาของโอฟีเลียเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น เื่ทุกข์ใจที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันนี้แทบจะหายไปในบัดดล
ที่อยู่ตรงหน้าทั้งสามคือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ทำจากไม้แต่กลับดูแข็งแรงยิ่งกว่าเหล็กกล้า มองจากภายนอกน่าจะเรียกได้ว่าเป็ปราสาทก็คงไม่ผิดนัก ทั้งยังมีธงขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าดูโอ่อ่าไม่เบา
และแน่นอนว่าสิ่งที่ติดบนผืนผ้าใบนั้น คือตรารูปเมฆที่สามารถสะท้อนแสงเปล่งประกายหลากสีออกมาได้ดุจคริสตัลอันเป็สัญลักษณ์ของกิลด์
ด้านหน้าสุดเป็ประตูบานั์สูงห้าเมตรของกิลด์ที่เปิดต้อนรับแขก เหนือจากนั้นขึ้นไปคือป้ายขนาดใหญ่ที่มีอักษรส่องแสงเรืองรองแบบเดียวกับธงของกิลด์
อันถูกจารึกชื่อไว้ว่า ‘Crystal Cloud’
“กิลด์คริสตัลคลาวด์... มาถึงแล้ว!”
ความตื่นเต้นของเธอแทบจะล้นออกมาจากอก ในที่สุดก็ได้เห็นภาพที่เคยเห็นแต่ในนิตยสารของบ้านเกิด
ทางไอชาเองก็ใกับความยิ่งใหญ่นี้ สิ่งที่เดลล์แสดงออกผ่านนิสัยไม่ใช่ทั้งหมดที่เขามีจริง ๆ
เดลล์เห็นสองสาวยิ้มเป็เด็ก ๆ แล้วเขาก็ยิ้มชอบใจตาม แน่นอนว่าเขาต้องรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่เขาสร้างเป็ธรรมดา
“จะยืนอยู่แบบนั้นไปทำไมเล่า เข้าไปข้างในสิ”
เดลล์ผลักแผ่นหลังสองสาว พวกเธอจึงรีบเดินเข้าไปดูในกิลด์
“ว้าว!!!”
“โห....”
สองสาวทำตาเป็ประกายจนอ้าปากค้างเมื่อเห็นภายในอาคารกิลด์
ััจากพื้นไม้สบายเท้า หลอกล่อสายตาไปทั่วบริเวณโดยรอบ
ภายในอาคารกิลด์ถูกแบ่งเป็สองฝั่งโดยมีทางเดินตรงกลางแบ่งแยก และทั้งสองฝั่งก็มีม้านั่งสำหรับสี่คนอยู่ฝั่งละหลายสิบโต๊ะเลยทีเดียว
ทางฝั่งซ้ายเป็โซนครัวที่เปิดให้สั่งข้าว ส่วนทางฝั่งขวาเป็เวทีขนาดใหญ่ แถมตอนนี้ยังมีไอดอลสาวใส่ชุดติดระบายกำลังร้องเพลงเต้นอยู่บนเวทีอีกด้วย (แน่นอนว่าพวกคนหน้าเวทีเองก็กินเหล้าไปเต้นรำสนุกไปกับการร้องเพลงด้วยเหมือนกัน)
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาโอฟีเลียกับไอชาที่สุด เห็นทีคงจะเป็สุดทางเดินตรงกลาง
บริเวณนั้นมีเคาน์เตอร์กลางของกิลด์คริสตัลคลาวด์ตั้งอยู่ เป็เคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ที่มีชาวบ้านทั่วไปจำนวนมากต่อแถวเพื่อยื่นคำร้องขอให้ทำภารกิจ รวมถึงมาติดตามความคืบหน้าของภารกิจ
จุดที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือกระดานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่สองฝั่งเคาน์เตอร์ บนนั้นมีกระดาษเควสจำนวนมากแปะไว้อยู่ ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่เมื่อมีเหล่านักผจญภัยที่โอฟีเลียคุ้นหน้ากำลังยืนเลือกงานที่จะทำในวันนี้
ส่วนถัดจากนั้นคือบันไดวนที่อยู่หลังกระดานเควส ซึ่งได้รับอนุญาตเฉพาะสมาชิกกิลด์เท่านั้น
“สุดยอด! สุดยอดเลยไอชา! คนเต็มไปหมดเลย!”
โอฟีเลียจับไหล่ไอชาเขย่าไปเขย่ามาอย่างร่าเริง แต่ไอชาก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยิ้มแห้ง ๆ ให้กับความตื่นเต้นของเธอเหมือนเคย
เพราะไอชาเองก็ว่าอะไรโอฟีเลียไม่ได้ เธอเริ่มรู้สึกประทับใจคริสตัลคลาวด์ขึ้นมาไม่ต่างจากเ้านายของเธอแล้ว
โอฟีเลียเลยได้ทำตาเป็ประกายมองไปทั่วแบบไม่มีอะไรกั้น
นี่สินะคริสตัลคลาวด์ กิลด์ที่ติดท็อปสามแม้จะเพิ่งก่อตั้งได้เพียงแค่ห้าปี!
สุดยอดไปเลย! เติบโตขนาดนี้ใน่ห้าปีนี่มันจะน่าเหลือเชื่อมากเกินไปแล้ว!!!
ถึงจะคิดว่าคุณเดลล์ที่เป็กิลด์มาสเตอร์จะสุดยอดอยู่แล้วก็เถอะ แต่แบบนี้มันยิ่งกว่าที่คิดไว้ซะอีก คงต้องมองคุณเดลล์ใหม่ให้มาก ๆ แล้ว!
ขนาดตึกกิลด์ยังสุดยอดแบบนี้ สมาชิกในกิลด์เองก็คงสุดยอ————
ปุก!
ในระหว่างที่คิดแบบนั้น บางอย่างก็ลอยละลิ่วมาตกลงตรงหน้าโอฟีเลียกับไอชา
แต่แทนที่จะเรียกว่าอะไรบางอย่าง ให้เรียกว่าใครบางคนดูท่าจะเหมาะกว่า
ซึ่งการมีคนลอยมาตกลงตรงหน้าก็ว่าแปลกแล้ว
แต่นี่แปลกยิ่งกว่า เพราะชายหัวเขียวคนนี้ ...อยู่ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน
“ “.....เอ๊ะ!?” ”
โอฟีเลียกับไอชาอ้าปากค้าง ให้กับภาพที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้ตรงหน้า
❖❖❖❖❖

