กระแสความอุ่นร้อนสายหนึ่งแทรกผ่านิัซึมลึกเข้าไปถึงภายในร่างกาย อวัยวะภายในที่เย็นเฉียบของนางจึงพลันอบอุ่นขึ้นมาในพริบตา
“ท่านแม่ น้องสาว คนก็แต่งเข้าบ้านมาแล้ว กราบไหว้ฟ้าดินก็กราบไหว้ไปแล้ว ตอนนี้ตระกูลกู้กับตระกูลเถียนก็ถือเป็ครอบครัวเดียวกันแล้วพวกท่านยังจะเยาะเย้ยตระกูลเถียนอีก ไม่รู้สึกว่าไร้สาระไปหน่อยหรือ”
เสียงชัดเจนของกู้ฉางสุ่ยพลันขัดจังหวะความสะใจของมารดาและน้องสาวของเขา
สีหน้าของเจียงซื่อซึ่งกำลังสะใจอยู่เปลี่ยนไปทันที นางแกล้งทำทีหาวแล้วว่า
“เ้าสาวเพิ่งเข้าบ้าน คืนนี้ก็เป็คืนส่งตัวเข้าหอ! ข้าเก็บข้าวเย็นไว้ให้เ้าบนโต๊ะรีบกินแล้วส่งตัวเข้าหอได้แล้ว พรุ่งนี้ยังมีเื่ต้องทำอีกมาก!”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ นางก็รีบดึงกู้อันจากไป
ลูกๆ คนอื่นของตระกูลกู้เห็นดังนั้น ก็รีบแยกย้ายกันเข้าห้องไป
เมื่อเื่ราวมาถึงขั้นนี้ เถียนฮวนก็รู้สึกชาไปทั้งร่างแล้ว แม้กระทั่งมุมปากยังคลี่ยิ้มเย้ยหยันออกมาเล็กน้อย
ก็จริง
ครอบครัวที่ไม่คิดจะเสียเงินแม้สักเหวิน[1]ให้กับงานแต่งของบุตรชายคนโตนางจะหวังให้พวกเขาต้อนรับนางด้วยความอบอุ่นได้อย่างไร
เพียงแต่...ท่าทีของพวกเขาก็ยังเ็าเกินไปอยู่ดี
สามีผู้นี้ของนาง ที่ผ่านมาเขาต้องใช้ชีวิตเช่นไรกันแน่ในบ้านแห่งนี้
ในใจของนางพลันรู้สึกสงสารเขาขึ้นมา เวลานั้นเอง มือใหญ่ที่จับข้อมือของนางไว้ก็บีบแน่นขึ้นเล็กน้อย
“อย่าใส่ใจพวกเขาเลย” น้ำเสียงของเขานุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าของเถียนฮวนแดงระเรื่อขึ้นมาทันใด คล้ายมีลมวสันต์พัดผ่านกลางใจ อารมณ์หม่นหมองเมื่อครู่พลันจางหายไปมาก
“อืม” นางพยักหน้า
กู้ฉางสุ่ยไม่ทันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของนาง เพียงยังจับมือนางไว้เช่นเดิม
“ไปกินข้าวกัน”
คนทั้งสองจึงเดินเข้าครัวไปด้วยกัน
บ้านตระกูลกู้เปิดโรงสกัดน้ำมัน ดังนั้นในบ้านจึงไม่ขาดน้ำมันทำอาหาร ในครัวมีตะเกียงน้ำมันวางอยู่ด้วย
หลังจากกู้ฉางสุ่ยเข้าไปก็จุดตะเกียงน้ำมัน แล้วจึงยกไปวางที่โต๊ะอาหาร
ด้วยแสงไฟกะพริบแ่เบาขนาดเท่าเมล็ดถั่ว เถียนฮวนจึงมองเห็นอาหารที่คนในบ้านทิ้งไว้ให้กู้ฉางสุ่ยได้ชัดเจนเสียที
เป็ข้าวต้มถ้วยหนึ่ง ซ้ำยังเป็ข้าวต้มที่ต้มจากข้าวเหลือผสมน้ำ!
แม้ดูเหมือนเยอะ แต่ในความเป็จริงมีแค่สามในสิบเท่านั้นที่เป็เม็ดข้าว ที่เหลือล้วนเป็น้ำทั้งสิ้นตอนกลืนลงไปจะรู้สึกเหมือนอิ่มท้อง แต่ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ท้องที่พองแน่นก็จะแฟบลงในพริบตา
ส่วนกับข้าวบนโต๊ะ...ก็ไม่ต้องพูดถึงอีกเช่นกัน เนื้อไม่มีหลงเหลือ แม้แต่ผักใบเขียวยังมีเพียงแค่พอปูให้เต็มก้นถ้วย
พวกเขาทำเกินไปแล้วนะ อาหารแค่นี้นางเป็สตรีก็ยังกินแทบไม่อิ่ม สำหรับคนรูปร่างสูงใหญ่เช่นกู้ฉางสุ่ยเกรงว่าแค่ให้ติดซอกฟันยังไม่พอด้วยซ้ำ!
เขาใช้ชีวิตมาได้อย่างไรจนถึงตอนนี้กันนะ?
แต่กู้ฉางสุ่ยกลับมีสีหน้าเรียบเฉย
เขาเดินไปที่ตู้เก็บถ้วยชาม หยิบถ้วยหนึ่งใบกับตะเกียบสองคู่ ตักข้าวต้มจากชามใบใหญ่ใส่ถ้วยเล็กแล้วนำทั้งถ้วยและตะเกียบมายื่นให้เถียนฮวน
จากนั้น เขาก็ยกถ้วยข้าวต้มอีกใบที่เหลือเกินครึ่งขึ้นมาซดเสียงดังฟืดฟาด
เดินทางมานานขนาดนี้ เถียนฮวนก็หิวอยู่ไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเช้านางกินแค่โจ๊กหนึ่งถ้วย ส่วนมื้อกลางวันเพราะต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเก็บของเตรียมออกเรือนจิตใจว้าวุ่นและเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ นางจึงไม่มีอารมณ์จะกินอะไร ระหว่างทางกลับก็เริ่มหิวแล้ว
ดังนั้นแม้จะเป็แค่เศษกับข้าว แต่ตอนผัดยังมีน้ำมันไม่น้อย กลิ่นเลยหอมฉุย
ทันทีที่ได้กลิ่น ท้องของนางก็ร้องจ๊อกๆ เถียนฮวนจึงไม่มัวมานั่งคิดให้ฟุ้งซ่านอีกรีบยกถ้วยขึ้นมากินทันที
เพียงครู่เดียว ทั้งสองก็กินอาหารบนโต๊ะจนเกลี้ยง
พอกินเสร็จ กู้ฉางสุ่ยก็ลุกขึ้นเก็บถ้วยชามวางซ้อนกันแล้วเดินออกไปล้างที่บ่อน้ำหน้าบ้าน
เขาไม่ได้เอ่ยปากให้นางช่วย เถียนฮวนเพิ่งมาถึง อีกทั้งยามค่ำคืนเช่นนี้นางยังดูไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าห้องต่างๆในเรือนอยู่ตรงไหน จึงไม่กล้าวิ่งพล่านไปทั่ว ได้แต่ยืนอยู่หน้าห้องครัว กอดห่อสัมภาระพลางมองชายหนุ่มที่ก้มตัวตักน้ำข้างบ่อน้ำอยู่อย่างนั้น
ไม่รู้ว่ากู้ฉางสุ่ยจะรู้ตัวหรือไม่ว่านางกำลังจ้องมองอยู่ แต่ไม่ว่าจะรู้หรือไม่เขาก็ล้างถ้วยชามเรียบร้อยอย่างคล่องแคล่ว วางถ้วยชามไว้ข้างหนึ่ง จากนั้นก็ตักน้ำอีกถังขึ้นมาถอดเสื้อกับกางเกงออก เหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว แล้วก็คว้าถังน้ำขึ้นมาสาดใส่ตัวเองโครมใหญ่
ซ่า!
น้ำจากบ่อสาดกระจาย
ใต้แสงจันทร์สีเงิน เถียนฮวนมองเห็นชายหนุ่มถูกสายน้ำเย็นเฉียบรดจนเปียกปอนทั้งร่างหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามตัวสะท้อนแสงเป็ประกาย เขาในยามนี้ดูแข็งแรงกำยำเต็มไปด้วยพลัง
นี่คือสามีของนาง บุรุษที่จะต้องอยู่ร่วมกันไปชั่วชีวิตจากนี้
หัวใจเถียนฮวนเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แก้มเริ่มร้อนผ่าว แต่แล้วสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นกองฟืนข้างๆจึงรีบวางห่อผ้าแล้วเดินไปหยิบฟืนมัดหนึ่งขึ้นมา
ฟืนของบ้านตระกูลกู้ที่มัดไว้ทั้งสูงและหนัก นางอุ้มแล้วลำบากไม่น้อย ขณะที่กำลังออกแรงหอบฟืนกลับเข้าครัวก็รู้สึกว่าฟืนในอ้อมแขนเบาลง
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่ากู้ฉางสุ่ยเป็คนยกฟืนขึ้นไปเรียบร้อย
เขาไม่พูดอะไรสักคำ เดินนำฟืนเข้าครัวไป แล้วก่อไฟที่เตา ก่อนจะหันมาถามว่า “เ้า้าสิ่งใดอีกหรือไม่”
“ท่านช่วยไปตักน้ำมาให้ข้าถังหนึ่งเถอะ” เถียนฮวนรีบเอ่ย
กู้ฉางสุ่ยก็เดินออกไป ไม่นานก็หิ้วน้ำถังใหญ่กลับมาเต็มถัง
เวลานั้น เถียนฮวนล้างหม้อเสร็จพอดี นางสั่งให้กู้ฉางสุ่ยเทน้ำใส่หม้อ แล้วจุดไฟแรงๆใต้เตา
ไม่นานนัก น้ำในหม้อก็เริ่มเดือดปุดๆ
เถียนฮวนไปหยิบอ่างน้ำใบใหญ่ในครัวมาแล้วเทน้ำร้อนใส่ลงไป ใส่เกลือลงไปหนึ่งกำมือแล้วเติมน้ำเย็นลงไปอีกหน่อย คนให้เข้ากัน พออุณหภูมิน้ำได้ที่จึงพยักหน้าให้กู้ฉางสุ่ย
“นั่งลงเถอะ”
กู้ฉางสุ่ยก็ทำตามอย่างว่าง่าย
เถียนฮวนย่อตัวลง ถอดรองเท้าและถุงเท้าให้เขาด้วยมือตนเอง แล้วจุ่มเท้าของเขาลงไปในอ่างน้ำ
น้ำร้อนที่อุ่นจนเกือบร้อนจัดโอบล้อมเท้าทั้งสองไว้ ทำให้ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย
“เ้าไม่แช่หรือ” เขาถามด้วยความประหลาดใจ
เดิมคิดว่านางต้มน้ำเพื่อตนเองจะได้เช็ดตัว ใครจะคิดว่าพอน้ำเดือดได้ที่ นางกลับนำมาให้เขาแช่เท้าเสียอย่างนั้น!
เถียนฮวนยกเท้าข้างหนึ่งของเขาขึ้น มือเล็กนุ่มนิ่มเริ่มนวดฝ่าเท้าให้ พลางพูดเบาๆว่า
“วันนี้ท่านเดินทางกว่าสองร้อยหลี่ แถมขากลับยังต้องแบกข้ากลับมาด้วย ตอนนี้เท้าของท่านต้องทั้งเมื่อยทั้งบวมแน่ถ้าคืนนี้ไม่แช่ดีๆ ต่อไปอีกหลายวันท่านจะปวดเท้ากับน่องไปหมด อีกอย่าง ถึงท่านจะยังหนุ่มแน่นการสาดน้ำเย็นใส่ตัวตอนอากาศร้อนก็แค่รู้สึกดีชั่วคราว แต่ถ้าทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ พออายุมากขึ้นร่างกายท่านจะต้องมีปัญหาแน่ๆการใช้น้ำร้อนแช่เท้าเพื่อขับความเย็นออกถือเป็สิ่งจำเป็”
ฝ่าเท้าหยาบกร้านถูกมือเล็กนุ่มบีบนวดสลับกันไปมาหลากหลายท่า ทำให้กู้ฉางสุ่ยรู้สึกปวดหนึบอยู่บ้างแต่แม้จะปวดก็ยังรู้สึกว่ามีความอบอุ่นแผ่นฝ่าเท้าขึ้นมา
ความอบอุ่นนั้นไหลไปทั่วร่างจนเขาหลับตาลงอย่างสบายใจ
พอมองเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า กำลังตั้งอกตั้งใจรับใช้เขาอย่างเต็มใจ หัวใจของกู้ฉางสุ่ยก็อบอุ่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ดี ดีมาก” เขาหลุดปากพูดออกมา
[1] เหวิน หมายถึง หน่วยเงินโบราณของจีน 1,000 เหวิน เท่ากับ1 ตำลึง