cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    เสนอชื่อ

    เมื่อได้เลื่อนยศและมอบหินแร่พลังงานให้แก่อาจารย์จนเสร็จสิ้นแล้วไป๋ฉีและจางจิวลี่ก็ขอตัวกลับบ้าน เมื่อมาถึงไป๋ฉีก็ได้เข้าห้องทำงานไปโดยไม่รอช้า และให้จิงจิงเปิดหน้าต่างการซื้อขายแลกเปลี่ยนของ เดอะ เลเจนด์ ให้ในทันที หลังจากนั้นไม่นานภาพหน้าจอก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับหุ่นยนต์พ่อบ้าน AI ของเดอะเลเจนด์

     

    "สวัสดีครับเทพสงครามไป๋ฉี กระผมคือเซบาส เป็น AI ที่จะแนะนำรายการสินค้าให้กับท่าน"AI รูปร่างหุ่นยนต์โมเดลพ่อบ้านกล่าวแนะนำตัว

     

    "อืม ฉันต้องการดูสินค้าประเภทยานรบ ช่วยเปิดให้ฉันที"ไป๋ฉีกล่าวออกไปโดยไม่มีลังเลเพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นเป้าหมายของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

     

    "รับทราบ"

     

    AI เซบาสตอบรับ จากนั้นรายการสิบค้าประเภทยานรบก็ปรากฏขึ้นมาหลายต่อหลายรายการด้วยกัน ไป๋ฉีได้เห็นภาพเช่นนี้ก็มองมันด้วยแววตาที่เป็นประกาย แต่ทว่าเมื่อเห็นราคาแล้วก็ถึงกับผงะในทันใด เพราะยานรบที่มีราคาสูงสุดอยู่ที่เกือบสองหมื่นล้าน เพราะมันมาพร้อมกับฟังก์ชั่นล่องหนที่หายาก ส่วนราคาต่ำสุดก็อยู่ที่หนึ่งพันล้านมันไม่มีฟังก์ชั่นอะไรทั้งนั้นทำได้แค่ใช้เดินทางไปไหนมาไหนได้เท่านั้น

     

    ไป๋ฉีถอนหายใจยาว "เห้อ ตอนนี้รวมรายได้ จากค่าโพชั่น ค่าหัวอบิสระดับจักรพรรดิสงคราม และเงินเดือนที่ฉันได้รับ ก็มีอยู่แค่ห้าพันล้านเท่านั้น ยังอีกไกลโขกว่าจะได้ยานรบล่องหน คงต้องทำงานเก็บเงินอีกหน่อยถึงจะซื้อได้"

     

    กล่าวจบชายหนุ่มก็สั่งให้ AI หลิงหลิง ปิดหน้าต่างของเดอะ เลเจนด์ไป หลังจากนั้นก็เดินออกห้องทำงานไปหาพ่อแม่เพื่อที่จะมอบหินแร่พลังงานให้ แน่นอนว่าเหล่าภรรยาก็ตามเขามาเช่นเดียวกัน

     

    เมื่อมาถึงบ้านของพ่อแม่ ไป๋ฉีก็ไม่รอช้าหยิบเอาหินแร่พลังงานออกมาให้กับพ่อแม่ของเขาถึงห้าร้อยก้อนด้วยกัน ทำให้ไป๋เฉินที่นั่งสงบอยู่ถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน ซึ่งอาการเช่นนี้แม่ๆทั้งสามคนก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก พวกเธอมองหินแร่พลังงานเบื้องหน้าด้วยดวงตาสั่นเทา

     

    "พ่อครับแม่ครับ ผมอยากให้พวกพ่อกับแม่ดูดซันหินแร่พวกนี้ มันจะช่วยให้ทุกคนแข็งแกร่งขึ้นต่อไปจะได้ไม่มีใครมาทำอะไรครอบครัวเราได้"ไป๋ฉีกล่าว เขารู้ดีว่าพ่อกับแม่ของตนเองเป็นคนรักสงบ ไม่ชอบการทำร้ายใคร แต่ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อความสบายใจของตัวไป๋ฉีเอง อีกทั้งการเลื่อนระดับก็ยังทำให้พ่อกับแม่อายุยืนขึ้น จะได้อยู่กับเขาไปนานๆ

     

    "หุหุ ฉีเอ่อร์ของแม่ช่างเป็นเด็กที่กตัญญู และน่ารักอะไรอย่างนี้"ไป๋เยว่อิงกล่าวขึ้นพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดไป๋ฉีอย่างรักไคร่ ไป๋เฉินที่เห็นเช่นนั้นก็ใบหน้าของเขาก็ประดับรอยยิ้มเจื่อนในทันใด เวลาต่อมาทั้งสามคนก็รับเอาไว้แต่โดยดี อีกทั้งยังรับปากไป๋ฉีไปว่าจะใช้มันให้เกิดประโยชน์อย่างแน่นอน

     

    นั่นทำให้ไป๋ฉีรู้สึกดีใจและโล่งใจยิ่งที่พ่อกับแม่ของเขาไม่ปฏิเสธหินแร่พลังงานชุดนี้ เมื่อเรื่องหินแร่พลังงานจบไป ไป๋ฉีก็ตัดสินใจพูดคุยเรื่องสำคัญอีกเรื่องของเขาในทันที แน่นอนนั่นคือเรื่องการแต่งงาน

     

    เมื่อชายหนุ่มเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ออกมา แน่นอนว่าแฟนสาวทั้งห้าคนถึงกับหน้าแดงระเรื้ออย่างช่วยไม่ได้ แม่ทั้งสามเมื่อเห็นว่าไป๋ฉีตัดสินใจแน่วแน่ พวกเธอก็ไม่ขัดขวางแต่อย่างใด และทำการติดต่อพูดคุยกับสมาคมแม่บ้านที่พวกเธอจัดตั้งเอาไว้ในทันที เรื่องนี้แม้แต่ไป๋เฉินและไป๋ฉีก็ไม่รู้ว่าพวกเธอไปจัดตั้งกันตั้งแต่ตอนไหน

     

    สมาคมแม่บ้านประกอบไปด้วย ไป๋หยาเฟย ไป่เยว่อิง ไป๋หนิง อี้ผิงแม่ของจางจิวลี่ อู่หนิงแม่ของซุนหรง ซาร่ายายของโรส ซาช่าแม่ของโรส เซริแม่ของเซอิน และเนลล่าแม่ของโนอา ซึ่งมันคือการรวมบรรดาแม่ๆเอาไว้ด้วยกัน

     

    เมื่อไป๋เยว่อิงติดต่อพวกเธอทั้งหมดแล้วบอกว่าไป๋ฉีพูดเรื่องแต่งงาน บรรดาแม่ๆทั้งหลายก็พากันปรึกษาหารือกันยกใหญ่ ราวกับมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไรทำนองนั้นเลยทีเดียว

     

    ไป๋ฉีและแฟนสาวทั้งห้าคนที่มองเห็นภาพนี้ก็ถึงกับมองหน้ากันแล้วถอนหายใจยาวออกมา พวกเธอไม่คิดเลยว่าแม่ๆของพวกเธอจะมาสนิทกันเร็วขนาดนี้ ประเด็นสำคัญคือพวกเธอไปรู้จักกันตอนไหน

     

    "ช่างเถอะๆ รู้จักกันตอนไหนก็ไม่สำคัญ พวกแม่ๆสนิทกันแบบนี้ก็ดีแล้ว"ไป๋ฉีกล่าวขึ้น บรรดาแฟนสาวก็พากันเห็นด้วยกับเรื่องนี้

     

    หลังจากรอมานาน บรรดาแม่ๆก็ปรึกษากันเสร็จเสียที พวกเธอกำหนดวันแต่งงานของไป๋ฉีเป็นวันขึ้นปีใหม่ของปีหน้า เพื่อที่ในทุกๆปีเพื่อเธอจะได้หยุดงานแล้วไปร่วมฉลองกับพวกเขาได้

     

    ทั้งไป๋ฉีและแฟนสาวแน่นอนไม่ได้ขัดข้องอะไร แม้ว่าเหตุผลของแม่ๆจะดูแปลกๆไปหน่อยก็ตามที อีกทั้งการแต่งงานครั้งนี้ยังเหลือระยะเวลาอีกตั้งสามเดือนกว่าจะถึง ดังนั้นจึงมีเวลาเตรียมตัวได้สบายๆ

     

    หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ในฐานะของเทพสงครามไป๋ฉีมีงานน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าความสุขสบายนี้ก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะอาจารย์ของเขา อู่จินหยาง ได้เสนอให้ผู้บัญชาการก่อตั้งหน่วยใหม่ให้กับไป๋ฉี

     

    ไม่ใช่แค่เพียงอู่จินหยางคนเดียว อู่จินหลินและจิงจิงก็เสนอชื่อซุนหรงและจางจิวลี่เช่นเดียวกัน

     

    ด้วยศักยภาพระดับเทพสงครามของทั้งสามคน แน่นอนว่าอู่ชิงก็ตอบรับอย่างง่ายดาย ทำให้หน่วยมังกรครามของไป๋ฉี หน่วยมังกรฟ้าของจางจิวลี่ และหน่วยมังกรนิลกาฬของซุนหรง ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมา แต่ทว่าพวกเขายังไม่จัดหาสมาชิกให้กับทั้งสามคนแต่อย่างใด รอจนกว่าจะมีการสอบครั้งหน้าค่อยให้ทั้งสามคนไปเลือกสมาชิกที่ตนเองต้องการพร้อมกับหน่วยอื่นเพื่อความยุติธรรม

     

    เรื่องราวนี้เมื่อไป๋ฉี จางจิวลี่ และซุนหรงได้รับรู้ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ปฏิเสธและยอมรับแต่โดยดี เพราะเมื่อเป็นเทพสงครามแล้วพวกเขาก็ว่างจริงๆแม้จะนั่งควบแน่นพลังงาน หนึ่งวันก็ได้แค่ไม่กี่หยดเท่านั้น การที่ได้ควบคุมหน่วยแบบนี้ก็นับเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวเหมือนกัน อย่างน้อยก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศแก้เบื่อได้

     

    "ฮิฮิ ที่รัก ฉัน พี่เซอิน กับพี่โนอาได้ลาออกจากกองกำลังเก่าแล้วนะ พวกเราว่าจะมาเข้าเป็นสมาชิกหน่วยของน้องจิวลี่กับซุนหรง"ขณะที่นั่งอยู่บริเวณห้องรับแขกอยู่ๆโรสก็กล่าวออกมา

     

    "หืม พวกเธอทำแบบนี้ราชวงศ์ของทั้งสามประเทศจะยอมหรือ"ไป๋ฉีกล่าวถามด้วยความสงสัยยิ่ง

     

    "พูดอะไรน่ะ อีกสามเดือนพวกเราก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว โดยปกติภรรยาก็ต้องย้ายมาอยู่บ้านของสามี เท่ากับว่าต่อไปพวกเราก็จะไม่ใช่เจ้าหญิง เป็นเพียงภรรยาของนายและเป็นพลเรือนของดราก้อนการ์เด้นเท่านั้น การที่เราย้ายมาสังกัดที่ดราก้อนเอ็มไพร์จึงเป็นเรื่องปกติ"โนอากล่าว

     

    "อีกทั้งต้องไม่ลืมว่าถึงแม้เราจะเป็นผู้มีพรสวรรค์มากที่สุดในราชวงศ์ของพวกเราก็จริง แต่อิทธิพลของนายตอนนี้มันมีเยอะมาก ถึงขนาดที่ราชวงศ์ทั้งสามต้องยอมปล่อยเราออกมาเพื่อคงความสัมพันธ์กันนายเอาไว้ "เซอินกล่าวเสริมออกมา ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้ในแวดวงของนักสู้ ไป๋ฉีมีอิทธิพลมากจริงๆ เทพสงครามอายุไม่ถึงยี่สิบปี นักวิจัยอัจฉริยะ แถมตอนนี้ยังจะกลายเป็นหัวหน้าหน่วย ด้วยคุณสมบัติทั้งสามอย่างนี้ แม้แต่เทพสงครามด้วยกันก็ยังต้องเกรงใจ ทางราชวงศ์จึงได้อยากสร้างมิตรภาพกับเขาเป็นธรรมดา