หลังคืนแห่งพิษสงบ
คืนหลังจากหลี่หมิงปรุงโอสถแก่นพิษสำเร็จ เขาเดินทอดน่องไปตามผนังด้านตะวันตกของถ้ำบรรพชน ซึ่งเต็มไปด้วยหยากไย่และลมเย็นแปลกประหลาด
“ข้ารู้สึกว่า…มีบางอย่างอยู่หลังผนังนี้”
หลี่หมิงใช้พลังหยกปัญญาทาบฝ่ามือลงบนกำแพง ลายเส้นอักขระบางเบาปรากฏขึ้น — เป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่พบในแหวนมิติ
เสียงกลไก แกร๊ก… ดังขึ้น
แผ่นหินด้านในค่อย ๆ เลื่อนเปิด เผยให้เห็นบันไดหินลึกมืดที่ทอดลงไปในความเงียบทางเชื่อมลับมา
โผล่ที่เรือนลับ ของตระกูลหลี่ มีทางเชื่อมกันกับถ้ำบรรพชนระหว่างเรือนลับหลี่หมิงถือคบเพลิงเดินสำรวจลงไปอย่างระมัดระวัง กลิ่นหินชื้นและกลิ่นธูปเก่าคลุ้งอยู่ในอากาศ หลังจากผ่านทางแคบกว่า 500 ก้าว เขาก็มาถึงปากถ้ำใหญ่
ตรงกลางถ้ำ — คือ ศาลาหินโบราณบนผนังเต็มไปด้วยลายแกะสลักการฝึกยุทธ์ และสัญลักษณ์ค่ายกลที่ด้านหลัง มี “ประตูหินวงกลม” ใหญ่ที่สุด ที่ไม่มีใครเปิดมานับศตวรรษ ด้านหน้าประตูนั้น…มีแท่นวางแผ่นหยกโบราณซึ่งเปื้อนฝุ่นเก่า หลี่หมิงเช็ดออกเบา ๆ แล้วพบชื่อสลักไว้ว่า…
หลี่อวิ๋นเจิน
แผ่นหยกมีข้อความสลักไว้ด้วยพลังจิต “หากเจ้ามาถึงที่นี่…จงระวังให้ดี ประตูชั้นที่สามในแหวนมิติไม่ใช่ ‘สิ่ง’ ที่เจ้าคิด มันคือ ประตูเวลา — ที่จะดึงจิตของเจ้ากลับไปสู่ห้วงอดีต
ผู้ที่เปิดมัน…จะเผชิญอดีตที่ตนเองไม่อาจลืม และหากใจไม่มั่น…จะติดอยู่ในนั้นตลอดกาล”
หลี่หมิงขมวดคิ้ว“กลับสู่อดีต? หรือเป็นเพียงภาพหลอน…”เขาก้มลงพบเศษผ้าเก่า ๆ ที่วางอยู่ใต้แผ่นหยกในนั้นมี “ยันต์ประสานจิต” ที่ใช้ในการเดินทางระหว่างมิติ พร้อมคำจารึกว่า:
“จงใช้มัน…หากเจ้าพร้อมจะเผชิญความจริงของหัวใจตน”
ลมในถ้ำ และแสงจากแหวนเมื่อหลี่หมิงออกจากถ้ำเพื่อกลับสู่เรือนลับ แหวนมิติในมือเขาเริ่มเรืองแสงจาง ๆ เป็นสีทองและเงินสลับกั เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า…ประตูชั้นที่สาม กำลังเปิดรับเขาอยู่
“ข้าอาจได้พบสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน…หรืออาจต้องเผชิญสิ่งที่ข้าไม่อยากจำอีกครั้ง”เขากำแหวนแน่น ดวงตาหนักแน่นขึ้น“แต่ข้าต้องรู้…และข้าจะกลับออกมา ไม่ว่าอดีตจะแหลกสลายเพียงใด”
คืนก่อนการเปิดประตู ในคืนอันสงบ หลี่หมิงจุดเทียนหนึ่งเล่มที่หน้าบรรพบุรุษเขาใช้ “ยันต์ประสานจิต” จากถ้ำบรรพชนวางลงตรงกลางฝ่ามือ ก่อนนั่งสมาธิ หน้าตรงสู่แหวนมิติที่กำลังส่องแสงสลัว
“ประตูแห่งอดีต…หากเจ้ามีสิ่งใดต้องการให้ข้ารู้ จงแสดงให้เห็น”เสียงหัวใจเขาค่อย ๆ ช้าลง จนเมื่อจิตเข้าถึงภวังค์ลึกสุด—แสงจากแหวนพุ่งขึ้นโอบรอบกายเขา และทุกอย่างพลันแปรเปลี่ยน
หลี่หมิงลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่ตรงหน้าคือ เมืองหลวงเมื่อ 15 ปีก่อน ผู้คนเดินขวักไขว่ ขุนนางในชุดเก่ากำลังประกาศข่าวสารของราชสำนักเสียงเด็กวิ่งไล่กัน แม่ค้าโต้เถียง — แต่ไม่มีใครมองเห็นเขา
“ข้ากลับมาในอดีต…นี่คือสิ่งที่บรรพชนเตือน…”
ทันใดนั้น เขาเห็นหญิงคนหนึ่ง…ใบหน้าคล้ายเขาอย่างน่าตกใจ
หลี่เซียงในวัยสาวกำลังเดินเข้าเรือนหลวงพร้อม “หลี่เจิ้ง” ผู้ยังดูแข็งแกร่งและเป็นหนุ่ม เขาตามพวกเขาไปอย่างล่องลอย ทุกคำพูด การตัดสินใจ การวางแผนในวันก่อนเกิดโศกนาฏกรรม…ปรากฏชัดเจนในหูและตา
ในห้องหนึ่งของเรือนลับ หลี่หมิงได้ยินเสียงหลี่เซียงพูดกับแม่นมคนสนิท“ข้าเริ่มไม่แน่ใจ…ว่าคนที่อยู่ข้างข้าคือหลี่เจิ้งตัวจริงหรือไม่ เขาเริ่มถามถึงแหวนมิติบ่อยครั้ง…แม้แต่เรื่องตำรายา ข้าก็ไม่กล้าบอกเขาอีกต่อไปแล้ว”
เสียงแม่นมตอบ“หากท่านไม่ไว้ใจ ก็อย่ามอบกุญแจมิติให้เขาเลยเจ้าค่ะ เก็บมันไว้ให้คุณชายหมิงในอนาคตเถิด…”
หลี่หมิงได้ยินใจแทบสั่น“แม้ในอดีต…ท่านแม่ก็ปกป้องข้าไว้แล้วอย่างเงียบงัน”
ทันใดนั้น—บรรยากาศในอดีตสั่นไหว เงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านหางตาเสียงแผ่วเบาจากใครบางคนดังขึ้นข้างหู
“เจ้ามาทำอะไรในอดีตของข้า…”
หลี่หมิงหันขวับ พบชายในชุดคลุมดำ ไม่เห็นใบหน้า
เขาถือแหวนแบบเดียวกับหลี่หมิง และพลังมิติแผ่กระเพื่อมรอบกาย
“ข้าเคยเปิดถึงประตูชั้นที่สี่…แต่เจ้าอาจไปได้ไกลกว่านั้น”
“หากเจ้าไม่กลัว…ความจริงที่แม้แต่ตนเองก็ไม่กล้ารับ”
ชายลึกลับหายไปในเงา ทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อน
“ประตูที่สี่…จะพาเจ้าสู่อะไรที่ไม่ใช่แค่อดีต แต่คือ ‘ความเป็นจริงที่ถูกลืม’”
หลี่หมิงลืมตาตื่นกลับสู่เรือนลับ เหงื่อไหลเต็มใบหน้า แต่นัยน์ตากลับนิ่งแน่วแน่ยิ่งกว่าเดิม เขากุมแหวนมิติแน่น“ข้าไม่ใช่เพียงผู้สืบสายเลือด…ข้าเป็นผู้แบกรับอดีตด้วยใจตนเอง” เขาหันมองถ้ำบรรพชน
“ประตูที่สี่…ข้าจะไปถึงให้ได้”