บทที่ 55: ตัวตน
“ลัคนากำลังจะตาย...?!”
รินคำอยากจะร้องไห้ แต่สีหน้าเธออิดโรยเกินกว่าจะดูออก
เด็กสาวเพิ่งอายุ 15 แต่กำลังจะตาย ทั้งวัน เธอนอนบนเตียงเหมือนยอมแพ้ไปเรียบร้อย ราวกับว่าเธอทำใจรับความตายแล้ว ทั้งที่เป็นอย่างนั้น แต่เด็กที่ต่อสู้กับอาการบาดเจ็บจนเอาชนะมาได้อย่างลัคนากลับต้องมาตายเช่นกันโลกนี้จะเล่นตลกกับพวกเธอไปถึงไหน?
“แต่ยังมีความหวังอยู่...” คนเป็นพ่อนั่งบนเตียงข้างลูกสาว “ลัคนา...ยินยอมบริจาคอวัยวะทั้งหมดให้ลูก”
“เอ๋...?”
“ผลการตรวจบอกว่าเธอกับลูกมีความเข้ากันเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ หมายความว่าสามารถปลูกถ่ายอวัยวะให้กันได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆไม่ต้องกินยากดภูมิ ไม่ต้องมีการปรับอะไรเลย”
“ลัคนา...น่ะเหรอ...?”
“ใช่” มือใหญ่ลูบหน้าผากลูกสาวผู้เป็นแสงสว่างเดียวของชีวิต “ขอบคุณลัคนาด้วย...ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว แต่เธอจะมีชีวิตต่อไปในตัวลูก”
รินคำเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวเป็นเคสแรกของประเทศไทย
แต่เพราะการผ่าตัดนี้ถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดจึงไม่มีการออกข่าว ไม่มีใครรู้แม้แต่คนในวงการแพทย์เอง ใช้เวลาไปกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยี่สิบชีวิต แต่ในที่สุดรินคำก็รอดชีวิตจากการผ่าตัดและจากโรคร้ายที่จะเกือบพรากชีวิตของเธอ
รินคำใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์จนทุกคนหวั่นใจว่าเธอจะไม่ตื่นอีก
ในที่สุดรินคำก็ตื่นขึ้น
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งชี้ให้ดูร่างหนึ่งซึ่งนอนหลับตาพริ้ม มองผ่านๆ เหมือนแค่หลับไปถ้าไม่นับว่าที่คอมีรอยบากลึกสีแดง ร่างขาวซีดเป็นกระดาษ ผิวบางส่วนเริ่มบวมฉุ...
หัวเป็นลัคนา... แต่ร่างกายที่เธอถูกเย็บติดนั้นเดิมทีเป็นของรินคำ
รินคำรู้สึกคลื่นเหียน มองมือตัวเองก็เห็นเป็นอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากมือของลัคนา
นี่เธอ...ถูกเย็บติดกับร่างของใคร?
ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอ...
เป็นของ...ศพเด็กผู้หญิงผมดำที่นอนอยู่ตรงนั้น...
“รินคำ!”
เด็กสาวหมดสติไป
“รบกวนออกไปด้วย ถึงเป็นเพื่อน แต่—”
“ลัคนาบอกจะยกร่างกายให้รินคำตอนไหน?! สัญญานั่น...อย่าบอกนะว่ามึงเป็นคนกุขึ้นมาลูกมึงจะได้รอด?! แล้วลูกกูล่ะวะ?!”
“ลัคนาเป็นลูกของพี่ดนัยตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ก็ตั้งแต่มึงพาเธอมาหากูไง!”
ดนัยพยายามสลัดทั้งพยาบาลและรปภ.ที่จับแขนตนเพื่อต่อยชายหนุ่มสวมแว่นตรงหน้า
ภรรยาของเขาเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย หากสายตาฆ่าคนได้ ดอกเตอร์คงเลือดพุ่งลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว
เพียะ
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าดอกเตอร์เต็มๆ จนแว่นตากระเด็นหลุด ดอกเตอร์เลือดกบปาก กำเดาไหล เขาพ่นฟันออกมาหนึ่งซี่
“มึงยังกล้าเรียกตัวเองเป็นมนุษย์อยู่อีกเหรอ?”
เสียงต่ำของเจ๊ใหญ่ร้านเป็ดย่างดังก้องในห้อง สะกดทุกคนไว้กับที่ รินคำเปิดเปลือกตาอย่างยากลำบาก เธอได้ยินทุกอย่างแต่ไม่อาจทำใจเชื่อได้
พ่อของเธอ...
ฆ่าลัคนา...
เพื่อให้เธอได้ร่างกายนี้มา...
เธอจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้คุณลุงคุณป้า?
เธอจะชดใช้ความเสียหายของพวกเขาด้วยอะไร?
ชีวิตเธอ...กับลัคนา... มีค่า... ไม่เท่ากันเหรอ...?
ลัคนาเป็นแค่...อะไหล่
เพราะแม่ของเธอตายขณะรอปลูกถ่ายอวัยวะ...
พ่อเลยต้องมีอะไหล่... เผื่อสักวันเธอจะต้องประสบชะตาเดียวกัน
เป็นการวางแผนชีวิตอันบิดเบี้ยว...
“อย่างน้อยพี่ช่วยเห็นใจลูกผมด้วย เธอนอนอยู่ตรงโน้นเอง”
“เห็นใจสิ ถ้าลูกมึงรู้ว่าพ่อเป็นคนแบบนี้...”
น้ำตาหนึ่งหยดไหลจากหางตา ซึมลงหมอนสีขาว
ไม่นะ... ลัคนา... ไม่นะ...
“ฉันไม่ได้...สำคัญอะไรสักหน่อย”
เพราะเธอเป็นอะไหล่เหรอ? เธอรู้เรื่องนี้? พ่อฉันฆ่าเธอโดยที่เธอคิดว่าตัวเองกำลังได้รับการรักษาใช่ไหม? ตอนที่เธอโดนวางยาสลบ เธอคาดหวังจะตื่นขึ้นมาโดยที่หายจากโรคร้ายแต่กลับไม่ได้ตื่นอย่างนั้นเหรอ?
เธอไม่ได้ยอมยกร่างให้ฉันหรอกเหรอ?
ถ้าอย่างนั้น...ฉันมีสิทธิ์อะไรใช้ร่างเธอ?
ตอนนี้ร่างกายเธอ... กำลังกรีดร้อง ต่อต้านฉันอยู่ใช่ไหม?
มือนี้ไม่ใช่ของฉัน ขานี้ไม่ใช่ของฉัน
หัวใจที่กำลังเต้นนี้ไม่ใช่ของฉัน
ฉันคือ...
“คุณพ่อ...”
ดอกเตอร์หันขวับ เช็ดเลือดด้วยแขนเสื้อเร็วๆ
“ว่าไงจ๊ะคนเก่ง?”
“คุณแม่...”
“คุณแม่...ทำไมเหรอ?”
รินคำจ้องไปที่ดนัยและภรรยา
“คุณพ่อ...คุณแม่...ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะคะ... ทั้งที่หนูก็ไม่ได้ทำอะไรดีเลยแท้ๆ”
“ริน...คำ?”
ดอกเตอร์เบิกตา รินคำมองเขาด้วยดวงตาที่เปลี่ยนไป
“คุณน้าก็มาด้วย ขอบคุณที่คอยดูแลหนูมาตลอดนะคะ”
เธอพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของลัคนา
“ไม่จริง...ใช่ไหม?”
อุณหภูมิในห้องตกฮวบ รินคำกะพริบตาปริบๆ มองหน้าทุกคนสลับกัน
“...มีอะไรรึเปล่าคะ...?”
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงหรือการกระทำ เธอ...
เหมือนลัคนาทุกกระเบียดนิ้ว...
เพียงแต่ใบหน้านั้นยังเป็นของรินคำ
...
“ทำไมกัน...?!”
รินคำกลายเป็นลัคนาไปแล้ว เท่ากับว่า ถึงจะผ่าตัดสำเร็จแต่คนที่รอดไม่ใช่รินคำ...แต่เป็นลัคนา
ลัคนาตัวจริงตายไปแล้ว รินคำมีชีวิตรอด
แต่...สุดท้ายตัวตนของรินคำก็ตายไปเช่นกัน
กลายเป็นใครก็ไม่รู้... ใครก็ไม่รู้ที่เขาไม่รู้จัก
ดอกเตอร์รื้อข้าวของกระจัดกระจาย ปัดกองเอกสารหล่นโครม ทุบคอมพิวเตอร์และกรอบรูปกระชากลิ้นชักทุกตัวจนข้าวของด้านในเทกระจาด
ล้มเหลว...
ล้มเหลว...!
เขาอุตส่าห์เอาพันธุกรรมของรินคำมาสร้างเป็นตัวอ่อน จ้างผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มท้องจนคลอดออกมาสมบูรณ์พอโตขึ้นหน่อยก็จับทำศัลยกรรมให้ใบหน้าต่างจากรินคำแล้วฝากให้คนไกลตัวอย่างดนัยเลี้ยง...
ทั้งหมดนี่เพื่อเป็นอะไหล่สำรองให้รินคำ
เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ลัคนารอดจนกว่าจะถึงวันที่รินคำต้องการอวัยวะของเธอแต่สุดท้ายแล้ว ทำไม...? ทำไม?! ไอ้คนทรยศคนไหนเป็นคนพาลูกสาวเขาไปดูศพลัคนา?! หนึ่งในคนที่ผ่าตัดให้วันนั้นเหรอ? คนไหน?! ใคร?!
เขาต้องหาทางพารินคำคนเดิมกลับมาให้ได้ หากนั่นหมายถึงการที่เขาจะต้องยุ่มย่ามกับสมองของลูกสาวก็ตามไม่เป็นไร เทคโนโลยีนั้นพัฒนามาจนถึงขั้นปลอดภัยแล้ว รินคำจะต้องปลอดภัยแน่นอน
เขาต้องเตรียมพร้อม...
ครั้งแรกล้มเหลว
แม้ถูกปิดกั้นความทรงจำ แต่รินคำที่ได้มองร่างกายซึ่งผิดแผกไปจากเดิมก็กลับไปเป็นลัคนาโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ตายยากนักนะลัคนา เป็นแค่ชิ้นส่วนให้รินคำแท้ๆ...!” ดอกเตอร์ตวาด
ลัคนาไม่ยอมตาย รินคำกลายเป็นลัคนาซ้ำแล้วซ้ำอีก เคราะห์กรรมของรินคำยังไม่จบเพียงเท่านี้เมื่อผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีจะอำนวยได้แสดงผลว่าเธอ...ติดไวรัส
แท้จริงแล้วการที่ระบบประสาทอัตโนมัติซึ่งควบคุมอวัยวะภายในของรินคำล้มเหลวก็มีสาเหตุมาจากการที่เซลล์ประสาทของเธอถูกไวรัสทำให้กลายพันธุ์จนเสียหาย รินคำกำลังจะโดนเปลี่ยนเป็นก้อนเนื้อ
รินคำรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อไป และได้พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งสนิทกันน่าดูทว่าทุกคนก็เข้าใจผิดไปว่ารินคำคือลัคนา แม้แต่เจ้าหน้าที่หรือคนที่เขาเกณฑ์มาเพื่อเริ่มโปรเจกต์ใหม่ก็เข้าใจว่าคนที่ตายไปด้วยโรคระบบประสาทล้มเหลวคือรินคำและลัคนาคือคนที่รอดจากมะเร็งสมอง
นอกจากผู้ที่เข้าร่วมการผ่าตัดในวันนั้น ตัวเขาเอง เจ้าหน้าที่ไม่กี่คนและพ่อแม่ของลัคนา... ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงลัคนาตายไปแล้ว
ระหว่างรินคำที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นลัคนากำลังพักฟื้น ดอกเตอร์ได้เตรียมเวทีใหม่สำหรับลูกสาวของตน...
เวทีนั้นมีชื่อว่าออโรร่าบาเรีย
รินคำ...ได้กลายเป็นผู้เข้าร่วมคนแรกของโปรเจกต์สตาร์ดัสต์ เรล์ม
เธอคือ ‘อัลฟ่า’
ดอกเตอร์ทนมองลูกสาวตัวเองกลายเป็นคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งรินคำโตขึ้นเท่าไร... ใบหน้าเธอยิ่งละม้ายคล้ายลัคนาขึ้นเท่านั้น ราวกับว่าไม่ใช่จิตใจที่กลายเป็นลัคนา...ศีรษะของเธอก็กำลังถูกร่างกายของลัคนากลืนกิน
หากรินคำเปลี่ยนไปเพราะเห็นร่างลัคนาเย็บติดกับตัวเอง เขาจะเปลี่ยนใบหน้าของรินคำให้แตกต่างจากทั้งรินคำตัวจริงและลัคนาที่ตายไปเปลี่ยนร่างกายให้เป็นเด็กสาวอีกคนที่ไม่มีใครรู้จักและส่งเข้าไปโลกใหม่
แคปซูลจะระงับอาการของไวรัส และการโดนล้างทั้งความทรงจำและใบหน้าจะทำให้รินคำคนเดิมกลับมา
ปรากฏว่ามันสำเร็จ
อัลฟ่ามีนิสัยเหมือนรินคำก่อนการผ่าตัดไม่ผิดเพี้ยน
สำเร็จแล้ว... สำเร็จจริงๆ!
อัลฟ่าตายในเกมและออกมาจากแคปซูล ทว่าด้วยสาเหตุบางประการ แม้จะได้รับการศัลยกรรมปิดรอยแผลเป็นตรงคออัลฟ่าที่อุตส่าห์รื้อฟื้นบุคลิกของรินคำได้ก็มีนิสัยละม้ายคล้ายลัคนาขึ้นเรื่อยๆ
ดอกเตอร์พยายามล้างความทรงจำเธอซ้ำๆ โดยไม่ได้ส่งกลับเข้าบาเรีย ทว่าแม้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครนิสัยของเธอก็จะออกมาคล้ายลัคนามากกว่ารินคำ จนบางที...เขาก็ลืมว่าคนตรงหน้านี้มีสมองของลูกสาวตัวเอง
ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำอีก...
ดอกเตอร์จึงต้องลองส่งรินคำเข้าไปในบาเรียเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะ ‘เบต้า’หรือ ‘กุญแจ’ ด้วยความหวังริบหรี่ว่าเธอจะรู้ซึ้งถึงสาเหตุในการมีตัวตนอยู่ของเธอเองสาเหตุที่เธอถูกส่งเข้าไปในโลกนั้น...
Raison d’etre ของเธอ...
เพื่อทำให้สวนอีเดนสำเร็จ...
สุดท้ายรินคำก็ไม่อาจระลึกได้ว่าตัวเองคือรินคำ เด็กสาวไม่กลับไปเป็นลูกสาวคนเดิมของเขาหมายความว่าการทดลองกับ MT ต้องดำเนินต่อ
ดอกเตอร์เอาดาต้าของรินคำสมัยเป็นอัลฟ่ามาสร้างโปรโตไทป์... สร้างลูกสาวของตัวเองขึ้นใหม่จากศูนย์เขาไม่ต้องการลัคนาตัวปลอมอีกแล้ว เขาจะเอาลูกสาวตัวจริงกลับมาแม้จะในฐานะของเทียมแต่เธอจะเป็นมากกว่าปัญญาประดิษฐ์
เธอจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีวิญญาณ
...
“นั่นคือ...เรื่องของรินคำและลัคนา”
หมอคริสพูด ไม่กล้าสบตาคนต้นเรื่องขณะที่คนอื่นๆ จ้องตาค้าง ไม่สิ... คนที่พวกเขากำลังมองอยู่คือรินคำต่างหาก
รินคำตัวจริง
ในหัวของลัคนามีความทรงจำช่วงอยู่ที่บาเรียแล่นผ่านสมอง
“มันอาจเป็นโชคชะตา แต่ในเมื่อเราเกิดมาเป็นเหยื่อของพวกนั้น สิ่งที่เราทำได้คือทนไป”
เธอพูดอย่างนั้นกับอริส นั่นเป็นคำพูดของรินคำและเธอก็เคยนึกปฏิเสธคำพูดนั้น...เท่ากับว่าเธอปฏิเสธรินคำ...?
รินคำกับลัคนาเป็นคนคนเดียวกัน?
ลึกๆ เธอรู้เหรอว่าตัวเองเป็นรินคำ แต่ปฏิเสธมัน?
ปฏิเสธตัวเอง?
นั่นคือสาเหตุที่ตอนเข้าบาเรียวันแรก...เธอรู้สึกเหมือนกำลังทำความรู้จักกับคนแปลกหน้าตอนมองเงาสะท้อนใบหน้า...?
อัลฟ่ากับรินคำหน้าตาไม่เหมือนกัน...
อัลฟ่าเป็นหัวหน้าคนแรกของหน่วยลาดตระเวน เพราะอย่างนั้นเหรอตอนที่ออกลาดตระเวนครั้งแรกถึงได้รู้สึกชิน...?
ที่ฮิบิคิเคยบอกว่าเธอมีบุคลิกช้า...เพราะบุคลิกทั้งสองของเธอตีกัน?
ตอนที่เธอถูกเรียกว่าลัคนาครั้งแรก เธอรู้สึกเหมือนมันเป็นชื่อของคนอื่นเพราะมันเป็นชื่อของคนอื่นจริงๆ?
น้ำตาสายหนึ่งไหล่จากดวงตาของลัคนา
“ฉัน...คือรินคำเหรอ...?”
ทำไม... ทำไมถึงจำช่วงที่ตัวเองเป็นอัลฟ่าไม่ได้เลย? ไม่มีความทรงจำสมัยเป็นรินคำด้วยซ้ำ
เธอแตะลำคอที่ไร้ร่องรอยแผลเป็น
“ไม่ใช่...ฉันไม่ใช่รินคำ ฉันคือลัคนา...” เธอมองคุณลุงคุณป้าเจ้าของบ้าน“หนูคือ...ลัคนา ใช่ไหม...?”
ทั้งสองอ้ำอึ้ง ไม่อยากทำร้ายเด็กสาวตรงหน้าด้วยความจริงไปมากกว่านี้ หากพวกเขายอมรับรินคำในฐานะลัคนาครอบครัวที่พวกเขาเสียไปจะกลับมา ทว่ารินคำไม่ใช่ลัคนาแม้จะมีพันธุกรรมเหมือนกันแต่ไม่ใช่คนเดียวกัน
“หนู...เป็นลูกสาวคนหนึ่งของเรานะ” ในที่สุด คนเคยเป็นแม่ก็เอ่ย “ทั้งลัคนาและรินคำ”
“เธอจะเป็นใครหรือเคยเป็นใคร คิดไปก็ปวดหัว บอกแล้วไม่ใช่เหรอ? เธอในปัจจุบันก็คือเธอ” ฮิบิคิพูดเสียงหนักแน่น อริสเองก็บีบมือ
“ไม่เป็นไรนะ? ทุกคน...จะอยู่ข้างๆเองนะ”
“แต่...ฉันไม่ใช่คุณรินคำของอริส ไม่ใช่พี่สาวของอริส ไม่ใช่...” ลัคนาพูดเสียงเครือ
“เหลือเชื่อนิดหน่อยแฮะ” อรุโณทัยยักไหล่ “ที่รินคำซึ่งฉันให้ความเคารพสุดๆกับลัคนาที่ฉันเอ็นดูสุดๆ ดันกลายเป็นคนคนเดียวกัน”
“ในสายตาฉัน แต่ก่อนจะเป็นใคร เธอก็ยังเป็นลัคนาอยู่ดี” ยูริบอก
“ฉันที่เป็นยมทูตกับฉันที่เป็นไอชา เป็นคนละคน แต่ก็เป็นคนเดียวกัน” ไอชาเอ่ย
“ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอก แต่ฉันค่อนข้างชอบคนที่เรียกตัวเองว่าลัคนาที่อยู่ตรงหน้าฉันในตอนนี้”นารียิ้มแป้น “แล้วเธอล่ะ?”
ลัคนามองหน้าทุกคน แล้วก็มองหน้าสองสามีภรรยาที่เป็นพ่อแม่ของลัคนาตัวจริง
ลัคนาในตอนนี้เป็นใครก็ไม่รู้ที่สวมรอยเป็นลูกสาวของพวกเขา
เป็นแค่ของปลอมในโลกแห่งความเป็นจริง
แม้แต่ในโลกเสมือน เธอก็ยังเป็นได้แค่ของปลอม
แต่ทว่า...จะเป็นของจริงหรือของปลอม...เธอไม่อาจกลับไปเป็นรินคำได้ นั่นคือความจริง
“ถึงจะรู้แบบนี้...แต่หนูกลับไปเป็นรินคำไม่ได้จริงๆค่ะ...” เธอพูดเสียงเบา“เพราะหนูรู้สึกว่าตัวหนูในตอนนี้...”
“อืม” เจ้าของบ้านกล่าว
“หนูไม่อยากเป็นลูกของคนคนนั้น” เด็กสาวน้ำตาไหลอีกครั้ง
สิ่งที่แย่กว่าการรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ของเลียนแบบลัคนา...คือการที่เธอเป็นลูกของคนที่เธอเกลียดเข้าไส้คนที่ทำร้ายเพื่อนทุกคนและส่งเธอเข้าไปในบาเรีย ทำเหมือนเธอไม่มีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเองเล่นสนุกกับชีวิตและความรู้สึกของทุกคน...
เธอเกลียดดอกเตอร์และเกลียดตัวเองที่เป็นลูกสาวเขา เกลียดตัวเองที่กลายเป็นต้นเรื่องให้คนนับไม่ถ้วนต้องทรมาน...และเป็นสาเหตุให้ลัคนาคนนั้นต้องตาย
“...พักออกไปสูดอากาศกันหน่อยไหมครับ?” หมอคริสเสนอ ทุกคนพยักหน้า
คุณลุงคุณป้าเจ้าของบ้านกอดเด็กสาวที่ไม่ใช่ลูกสาวแท้ของพวกเขา แต่ก็เป็นเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง
“ไม่เป็นไรนะ หนูจะเป็นใคร แต่ลุงไม่เกลียดหนูหรอก มันไม่ใช่ความผิดของหนูที่ต้องแบกรับ”
“...ค่ะ”