ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 140 ทะเลสาบหนานเทียน สี่ปีแห่งเหตุอันลึกลับ

    เมื่อเห็นชายสามคนวิ่งตรงเข้ามาผมพิจารณาดูพวกเขาอย่างละเอียด

            มีชายวัยกลางคนสองคนและชายหนุ่มหนึ่งคน

            คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าคือชายร่างอ้วนใส่แว่นสวมเชิ้ตและกางเกงสแล็ก ดูค่อนข้างเป็นทางการ

            ข้างๆเขามีชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแต่งตัวเรียบร้อย และชายหนุ่มกล้ามโตสวมเสื้อกล้ามสีดำ

            เมื่อทั้งสามเข้ามาใกล้ชายอ้วนใส่แว่นรีบกล่าวขึ้นทันที

            “ขอถามหน่อยครับ คุณคือซ่งเต๋อไฉหรือซ่งซือโถวใช่ไหมครับ”

            อาจารย์ที่เดินนำหน้าผมพยักหน้าเล็กน้อยก่อนตอบ“ใช่! และนี่คือศิษย์ของฉัน เจียงหนิงเรื่องที่นี่ฉันจะเป็นคนจัดการเอง”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายอ้วนใส่แว่นแสดงสีหน้าดีใจออกมา “ดีจริงๆในที่สุดอาจารย์ก็มาถึงเสียที! ฉันคือจั่วต้าเหนียนประธานบริษัทพัฒนาเขตอุทยานทะเลสาบหนานเทียน คนนี้คือซุนโหย่ว ผู้จัดการทั่วไปและคนนี้หวังเหมิ่ง หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย”

            “วันนี้เมื่อมีอาจารย์และศิษย์ ทะเลสาบหนานเทียนต้องรอดแน่นอน!”

            “ใช่ๆ อาจารย์ซ่งมาถึงแล้ว ปัญหาที่นี่ต้องได้รับการแก้ไขแน่ๆ” ซุนโหย่วชายร่างผอมพูดเสริมด้วยท่าทางประจบ

            ดูเหมือนทะเลสาบหนานเทียนจะถูกบริษัทเอกชนเข้ามาพัฒนาชายสองคนนี้คงเป็นเพียงนักธุรกิจ

            แต่พวกเขาไปทำให้‘ใต้เท้า’ต่อสายตรงถึงอาจารย์ได้อย่างไร

            สองคนนี้ชัดเจนว่าเป็นพวกเจ้าเล่ห์เพิ่งพบหน้าก็รีบประจบอาจารย์ทันที

            มีเพียงหวังเหมิ่งหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ยังคงเงียบ ไม่พูดอะไรเลย

            อาจารย์ไม่เสียเวลาพูดมากเอ่ยถามตรงๆ “ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร มีคนตายไปกี่คนแล้วและตอนนี้มีศพลอยน้ำอยู่กี่ศพ”

            เมื่อได้ยินคำถามสีหน้าของจั่วต้าเหนียนและซุนโหย่วเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

            ทั้งสองหันมองหน้ากันแลดูมีท่าทีลังเล

            ผ่านไปไม่กี่วินาทีซุนโหย่วจึงตัดสินใจเอ่ยขึ้นมา “อาจารย์ซ่งจากข้อมูลที่เรามีในตอนนี้ อาจจะ…อาจจะมีผู้เสียชีวิตไปแล้วยี่สิบแปดคน…”

            “ยี่สิบแปดคน”

            อาจารย์ขมวดคิ้วสีหน้าแสดงความประหลาดใจออกมาเล็กน้อย

            ส่วนผมเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้านใจ

            อ่างเก็บน้ำต้าเถียนวานมีผู้เสียชีวิตเพียงสิบสองรายอาจารย์ยังต้องใช้รูปปั้นหินสะกดพวกมันไว้ถึงสิบสองปี กว่าจะแก้ไขปัญหาได้

            แต่ที่นี่มีผู้เสียชีวิตถึงยี่สิบแปดราย

            แบบนี้จะควบคุมไหวหรือ

            เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของอาจารย์จั่วต้าเหนียนรีบอธิบายทันที “อาจารย์ซ่งยี่สิบแปดคนนั้นเป็นยอดรวมของผู้สูญหายทั้งหมด จำนวนที่เสียชีวิตจริงๆ นั้นตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้”

            “แล้วที่ตายแน่ๆ มีกี่ศพกันแน่” ผมพูดแทรกทันที

            พวกนี้น่ารำคาญจริงๆเราอุตส่าห์มาช่วยแล้ว ทำไมไม่พูดให้มันชัดๆ ไปเลย

            แต่สุดท้ายคนที่ตอบกลับมาเป็นหวังเหมิ่ง หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย

            เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก“อุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดยี่สิบแปดคนตอนนี้พบศพแล้วสิบสี่ราย อีกสิบสี่รายยังหาไม่เจอ ที่หนักสุดคือในสิบสี่คนที่หายไปมีสี่คนเป็นนักประดาน้ำที่เราส่งลงไปค้นหาพวกเขาลงไปแล้วไม่มีใครขึ้นมาอีกเลย”

            เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเราจึงเริ่มเข้าใจสถานการณ์

            ผู้สูญหายทั้งหมดมียี่สิบแปดคนศพที่พบแล้วมีสิบสี่

            ดูเหมือนภารกิจของเราคือการนำที่เหลืออีกสิบสี่ศพขึ้นจากน้ำให้ได้

            แต่อาจารย์ยังไม่รีบร้อนลงมือทันทีเขาถามต่อ “เล่าเรื่องทั้งหมดให้ละเอียดนอกจากนักประดาน้ำสี่คนที่หายไป พวกที่เหลืออีกยี่สิบสี่คนนั้นตายยังไงตายเมื่อไหร่ มีเงื่อนงำอะไรที่ต้องรู้หรือไม่ บอกมาให้หมดพลาดแค่จุดเดียวอาจทำให้เราพลาดโอกาสในการเก็บศพ”

            จั่วต้าเหนียนปรับแว่นก่อนถอนหายใจ“เฮ้อ…เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปช่วงเดือนพฤษภาคมเมื่อสี่ปีก่อนตอนนั้นเป็นช่วงไฮซีซันของทะเลสาบหนานเทียนนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามากว่าวันละสามหมื่นคนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของที่นี่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นสร้างงานให้ชุมชน…”

            ผมกับอาจารย์ถึงกับกลอกตาพร้อมกัน

            ไอ้บ้านี่!นี่ไม่ใช่การประชุมทางธุรกิจ ใครเขาอยากฟังแกกล่าวรายงานเชิงเศรษฐกิจกัน

            อาจารย์หงุดหงิดจนทนไม่ไหวยกมือขึ้นปรามทันที “หยุด! คุณไม่ต้องพูด ให้เขาพูด!”

            อาจารย์ชี้ไปที่หวังเหมิ่ง

            จั่วต้าเหนียนหน้าตึงขึ้นมาทันทีแต่ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายที่ต้องพึ่งพวกผม จึงได้แต่พยักหน้าให้หวังเหมิ่ง

            เมื่อได้รับสัญญาณหวังเหมิ่งก็พูดขึ้นมา “ช่วงเดือนพฤษภาคมเมื่อสี่ปีก่อนเกิดอุบัติเหตุจมน้ำในอุทยานนักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งใช้มีดกรีดข้อมือตัวเองบนเรือท่องเที่ยวก่อนจะกระโดดลงทะเลสาบเพื่อฆ่าตัวตาย”

            “ทีมกู้ภัยของอุทยานรีบดำเนินการช่วยเหลือทันทีพร้อมส่งนักประดาน้ำลงไปค้นหา แต่กลับไม่พบร่างของเธอเลย”

            “นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาตลอดสี่ปี อุทยานแห่งนี้ก็เกิดเรื่องแปลกขึ้นเรื่อยๆเรือท่องเที่ยวพลิกคว่ำโดยไม่มีสาเหตุนักท่องเที่ยวกระโดดลงทะเลสาบราวกับถูกบางสิ่งดึงดูด บางคนถึงขั้นแขวนคอตาย”

            “ตลอดช่วงเวลานั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งหมดสิบสี่รายและร่างของพวกเขาทุกคนก็ถูกพบ แต่ครั้งล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด เรือนำเที่ยวลำหนึ่งเกิดอับปางกลางทะเลสาบนักท่องเที่ยวเก้าคนบนเรือจมน้ำหายสาบสูญ จากนั้นมีการส่งนักประดาน้ำสี่คนลงไปค้นหาแต่พวกเขาไม่เคยกลับขึ้นมาอีกเลย”

            “ศพหญิงสาวที่กรีดข้อมือตัวเองเมื่อสี่ปีก่อนไม่เคยถูกพบเช่นกันทั้งหมดรวมเป็นสิบสี่ศพที่ยังคงหายไป และเมื่อรวมกับจำนวนผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดก็ครบพอดียี่สิบแปดรายพอดี”

            หวังเหมิ่งอธิบายเรื่องราวอย่างกระชับและตรงไปตรงมา

            ผมกับอาจารย์ฟังแล้วพอจะเข้าใจภาพรวมของเรื่องนี้

            หากวิเคราะห์จากสิ่งที่พวกเขาเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดคงต้องย้อนกลับไปที่หญิงสาวซึ่งกรีดข้อมือฆ่าตัวตายเมื่อสี่ปีก่อน

            จากนั้นอาจารย์ซักถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของอุทยาน

            จั่วต้าเหนียนบอกว่าแม้จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เรื่อยมาตลอดหลายปี แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุมักมีช่วงเวลาห่างกันพอสมควรและจำนวนผู้เสียชีวิตในแต่ละครั้งไม่มากนักประกอบกับทะเลสาบหนานเทียนเป็นโครงการท่องเที่ยวสำคัญของท้องถิ่นทำให้ทุกข่าวด้านลบถูกปกปิดไว้เพื่อรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมือง

            แต่ในปีที่ผ่านมาจำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเหตุการณ์เรือล่มเมื่อเดือนที่แล้วซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงเก้ารายในคราวเดียวแถมยังมีนักประดาน้ำสี่คนที่หายไปในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ส่งผลให้ยอดรวมของผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็นสิบสามคน

            และเมื่อมองย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เสียชีวิตอื่นๆในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

            ชาวบ้านต่างเชื่อกันว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจาก‘คนตายที่อยู่ในทะเลสาบกำลังเรียกหาตัวตายตัวแทน’

            บรรยากาศของอุทยานจึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            จำนวนผู้เสียชีวิตที่มากเกินไปเริ่มส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง

            หน่วยงานระดับสูงสั่งปิดทะเลสาบหนานเทียนทันทีเพื่อทำการตรวจสอบและปรับปรุง

            ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจั่วต้าเหนียนสูญเสียเงินไปมหาศาลจากเหตุการณ์นี้

            แต่ที่กดดันกว่าคือครอบครัวของเหยื่อปฏิเสธที่จะยอมรับข้อตกลงใดๆ หากยังไม่พบศพของพวกเขาพวกเขายืนกรานว่าหากไม่พบศพ อุทยานแห่งนี้ต้องถูกปิดตลอดไป

            เนื่องจากจั่วต้าเหนียนทุ่มเงินทั้งหมดกับโครงการนี้เขาจึงพยายามหาทางแก้ไข และได้ว่าจ้าง ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ จากหลายแห่งให้มาช่วยเหลือ

            แต่พวกนั้นก็แค่พวกต้มตุ๋นหลอกเอาเงินไปโดยไม่ได้ช่วยอะไรเลย

            เรื่องที่แย่ที่สุดคือสามวันก่อนจั่วต้าเหนียนอุตส่าห์เชิญหมอผีชื่อดังจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมา

            แต่ทันทีที่เขาเดินมาถึงท่าเรือก็หน้าถอดสีแล้ววิ่งหนีเตลิดไปอย่างไม่คิดชีวิต…

            สุดท้ายจั่วต้าเหนียนจึงต้องติดต่อไปยังคนรู้จักมากมาย จนกระทั่งได้รับคำแนะนำจาก‘คนกลาง’ ลึกลับ

            และนั่นเองที่นำพาเขามาพบกับอาจารย์ของผม

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นผมอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า ‘คนกลาง’ คนนั้นเป็นใครกันแน่ ถึงสามารถติดต่อ ‘ใต้เท้า’ได้โดยตรง

            เพราะอย่าลืมว่าตอนที่‘ใต้เท้า’ คนนั้นโทรมา อาจารย์ของผมไม่ได้มีเพียงแค่สีหน้าเคร่งเครียดเท่านั้นแต่ยังแฝงความเคารพเล็กๆ เอาไว้ด้วย

            แม้จะสงสัยแต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไรเพียงแค่ยืนฟังเงียบๆ อยู่ข้างๆ

            เมื่อได้รับข้อมูลทั้งหมดอาจารย์มีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย

            เขาไม่ได้พูดอะไรกับจั่วต้าเหนียนหรือคนอื่นๆอีก เพียงแค่จุดบุหรี่ขึ้นสูบ ก่อนจะหันมาพูดกับผม “ไปค้นดูว่า วันที่เกิดเรื่องเมื่อสี่ปีก่อนตรงกับวันอะไรในปฏิทินจันทรคติส่วนฉันจะไปดูน้ำสักหน่อย”

            คืนนี้พระจันทร์ดูสว่างเป็นพิเศษ

            พื้นผิวน้ำสะท้อนแสงเป็นประกายระยิบระยับบนผิวน้ำมีม่านหมอกบางๆ ลอยขึ้นมา

            ในอากาศยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอ่อนๆของน้ำในทะเลสาบ

            อาจารย์เดินไปที่ขอบท่าเรือก้มมองด้านล่าง

            เขาคาบบุหรี่ไว้ในปากก่อนจะถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วค่อยๆ ย่อตัวลง

            จากนั้นก็ค่อยๆเอื้อมมือไปแตะผิวน้ำ

            แต่แล้ว…

            ทันทีที่ปลายนิ้วของอาจารย์สัมผัสกับผืนน้ำผิวน้ำตรงหน้าพลันปั่นป่วน เกิดเป็นฟองน้ำขนาดใหญ่ผุดขึ้นมา

            ก่อนที่อาจารย์จะทันได้ตอบสนองร่างของเขาก็ถูกแรงบางอย่างกระชากไปข้างหน้าอย่างรุนแรง

            “ตูม!”

            ร่างของอาจารย์ร่วงลงไปในทะเลสาบทันที

            น้ำกระเซ็นขึ้นสูงกว่าตัวคนเสียอีก…


             

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน