๗
ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้สึกปวดไม่รู้สึกชา แต่...อ้าปากพูดไม่ได้ ! พี่หมอช่วยผมด้วย !
่นี้เป็เวรเป็กรรมอะไรของผมนักหนาทั้งถูกไอ้มาเฟียนั่นหลอกให้เซ็นสัญญาพิสดาร เมื่อวานไปฉีดโบท็อกซ์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับแจ๊คพอตคืออ้าปากพูดไม่ได้อีก ไม่มีความรู้เจ็บ ไม่มีความรู้สึกปวดแต่มันหน่วง ๆ เหมือนใครเอาอะไรมาทับไว้ตรงขากรรไกร
ผมหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ข้อความส่งไลน์หาพี่หมอทันที
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก : พี่หมอช่วยผมด้วย...เมื่อวานที่ฉีดโบไปตอนนี้อ้าปากไม่ได้
หมอฉัตร : ตอนนี้พี่เข้าเวรอยู่ที่โรงพยาบาล ออกเวรตอนบ่าย ๆ เดี๋ยวน้องเล็กเอาไปให้พี่ดูที่คลินิกนะครับ
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก : ได้ครับ
พอนึกขึ้นได้อีกเื่หนึ่งคือวันนี้ผมคงไปร้องเพลงไม่ได้ผมจึงรีบส่งข้อความโทรศัพท์หามะพร้าวทันที
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก : มะพร้าว วันผมไม่สามารถไปร้องเพลงได้ ผมขอลางาน ๑ วันนะ
มะพร้าว : จะให้บอกนายท่านว่ายังไงครับ
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก : บอกว่าป่วยไม่มีเสียง ร้องเพลงไม่ได้
มะพร้าว : แล้วจะให้บอกนายท่านว่าคุณตี๋เล็กจะมาทำงานวันไหน
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก : พรุ่งนี้ รึเปล่าไม่แน่ใจ ถ้ายังไม่มีเสียงก็ยังร้องเพลงไม่ได้
มะพร้าว : เดี๋ยวผมจะบอกนายท่านให้ครับ
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก : ขอบคุณนะ
มะพร้าวผู้แสนซื่อสัตย์ต่อเ้านาย...นี่ถ้าเขายื่นหน้าออกมาจากโทรศัพท์เพื่อดูว่าผมไม่สบายจริงหรือเปล่าถ้าเขาทำได้ก็คงยื่นออกมาแล้วล่ะ
ผมนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอนพร้อมกับหยิบโทรศัพท์คู่ใจออกมาอัพเดทข่าวสารทางวงการบ้างว่ามีนักร้องหน้าใหม่เกิดขึ้นบ้างหรือเปล่าสมัยนี้ดังแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ตกกระป๋องถ้าหากไม่รู้จักอยู่ให้เป็ในวงการ เหมือนครั้งหนึ่งผมก็อยู่ไม่เป็เพราะเย่อหยิ่งไม่แคร์ใครคิดว่าตัวเองดัง ใคร ๆ ก็้าตัว แต่นั่นมันเป็ความคิดที่ผิดถนัดเพราะความจริงแล้วเราต้องแคร์คนว่าจ้างมากกว่าที่จะให้เขามาแคร์เรา เพราะถ้าเขาไม่จ้างเรา เราก็ไม่มีเงิน ฉะนั้นพวกนายจ้างเหล่านี้มีอิทธิพลต่ออาชีพนักร้องอย่างเราๆ มาก
อยู่ ๆเสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้นผมรีบเปิดดูทันที
เจ้ริชชี่ : น้องตี๋เล็กวันนี้เจ้มีอีเวนน์ให้น้องตี๋เล็กไปร้องเพลง ๓ ที่ค่ะค่าจ้างแต่ละที่ให้ไม่อั้นค่ะ ขอแค่ให้น้องตี๋เล็กบอกค่าตัวมาค่ะ เดี๋ยวเจ้จะไปตกลงกับทางผู้ว่าจ้างให้
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก : วันนี้ผมไม่รับงานครับ...ผมป่วยไม่มีเสียงร้องเพลง
เจ้ริชซี่: เป็อะไรมาหรือเปล่าคะ ให้พี่พาไปหาหมอไหม
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก: ผมนัดหมอไว้แล้วครับเดี๋ยวตอนบ่ายว่าจะออกไปหา
เจ้ริชชี่: น่าเสียดายรายได้วันนี้ของน้องตี๋เล็กมาเลยค่ะแต่ยังไงน้องตี๋เล็กก็ต้องรักษาตัวให้หายเร็ว ๆ นะคะ เดี๋ยวถ้ามีงานเจ้จะติดต่อมาใหม่
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก: ขอบคุณครับพี่ริชชี่
เจ้ริชชี่: เรียกเมียดีกว่ามั้ยคะ
ตี๋เล็กแต่ไม่ไม่เล็ก : ครับเมียสุดที่รักของเล็ก
เจ้ริชชี่: ชื่นใจมากเลยค่ะผัวขา แค่นี้ก็มีกำลังใจทำงานแล้วค่ะถึงแม้เล็กจะเป็ได้แค่ผัวมโนของเจ้ก็ช่างเถอะ...แต่ถ้าเล็กเปลี่ยนใจอยากลองความแซ่บของเจ้เจ้ก็พร้อมให้เล็กเสียบค่ะ
ตี๋เล็กแต่ไม่เล็ก : ผมไม่ชอบกินถั่วดำ
เจ้ริชชี่: น้องเล็กก็ปฏิเสธอยู่เรื่อย...เดี๋ยวเจ้ไปทำงานก่อนนะคะไว้เจอกันค่ะคิดถึงผัวนะคะ
ผมกับเจ้ริชชี่สนิทกันมากเจ้ริชชี่เป็ทั้งเพื่อนทั้งพี่ที่ผมร่วมงานด้วยแล้วมีความสุขที่สุด เพราะเจ้ริชชี่เป็คนที่ไม่เอาเปรียบใคร การจ้างงานของเจ้แกมีความชัดเจนและโปร่งใส ความจริงที่ผมมีวันนี้ได้ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะเจ้ริชชี่ เพราะถ้านึกย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ผมพอจะเป็ที่รู้จักแต่ยังไม่ถึงกับมีชื่อเสียง ก็ได้เจ้ริชชี่คอยติดต่อหางานให้ผมทำอยู่เสมอ ๆถึงแม้ว่าตอนนี้ผมดังและไม่อยู่สังกัดของเจ้ริชชี่ ผมก็ยังไม่ลืมเจ้ริชชี่และเจ้แกก็ไม่เคยลืมผม เตี่ยมักสอนลูก ๆ ทุกคนอยู่เสมอว่า การกตัญญู การรู้จักบุญคุณคนจะทำให้เราไม่อดตายและจะมีแต่คนรักคนชื่นชอบ
ตอนนี้ใกล้ได้เวลาที่พี่หมอนัดผมแล้วผมรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปพบพี่หมอ วันนี้เฮียใหญ่ไปสอนหนังสือเฮียรองทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราชไป ส่วนแม่ก็คอยดูแลเตี่ยอยู่บ้านและถ้าวันว่าง ๆ ของแม่ นางก็เปิดเพลงลูกกรุงเก่า ๆ ฟัง เบา ๆ ส่วนเตี่ยก็จะขัดให้แม่เปิดเพลงจีนทะเลาะกันอยู่นานสุดท้ายแม่ก็ชนะ
“สวัสดีค่ะคุณตี๋เล็กหมอฉัตรรอยู่ด้านในรอแล้วค่ะ”
ทันที่ที่ผมเดินเข้าคลินิกมาพนักงานที่นี่เหมือนรู้งานว่าผม้ามาหาใคร ผมเดินเข้าไปในห้องทำงานของพี่หมอทันที
“อ้าวมาพอดีพี่กำลังรอเราอยู่ นั่งก่อนสิ”
ผมนั่งตามคำเชิญ
“ไหนเอามาให้พี่ดูหน่อย”
ผมยื่นหน้าไปให้พี่หมอพี่หมอก็จับ ๆ และกด ๆ ผมไม่รู้สึกเจ็บแต่แปลกที่เมื่อวานตอนฉีดเสร็จมันรู้สึกเจ็บและพอตื่นเช้ามายิ่งไปกว่าการเจ็บก็คือการอ้าปากพูดไม่ได้
“เป็เื่ปกติน่ะเล็ก”
พี่หมดพูดพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความตลก
“มันเป็อาการสะท้อนกลับหลังจากฉีดเสร็จหรือเรียกว่าปฏิกิริยารีเฟล็กซ์เหตุการณ์นี้พี่เจอบ่อยมาก ให้เล็กรอประมาณอาทิตย์หรือสองอาทิตย์เดี๋ยวก็หายเองไม่ต้องกังวล แต่อาจจะหายเร็วกว่านั้น ให้เล็กค่อย ๆใช้เจลล์ร้อนประคบ บ่อย ๆ เดี๋ยวก็หาย”
บ้าไปแล้วทำไมรอนานขนาดนั้นแล้วผมจะร้องเพลงได้อย่างไรผมต้องใช้ปากในการร้องเพลง ถ้าไอ้มาเฟียนั่นเกิดคลั่งขึ้นมาเขาไม่เอาผมตายเหรอที่ผมทำงานไม่คุ้มกับค่าจ้างของเขา คิดแล้วก็เสียวสันหลัง
ผมหยิบกระดาษที่อยู่บนโต๊ะพี่หมอและปากกามาเขียนข้อความเพื่อเป็การสื่อสารบอกพี่หมอ...การพูดไม่ได้มันโคตรทรมาน
แล้วไม่มีทางอื่นที่หายเร็วกว่านี้เหรอพี่หมอ
เขียนเสร็จผมก็ยื่นข้อความนี้ให้
“ถ้าเล็กหมั่นประคบร้อนเดี๋ยวก็หายไม่ถึงอาทิตย์ หรือพรุ่งนี้เล็กอาจจะหายก็ได้เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกันอย่ากังวล”
กังวลมากถ้ามันไม่หายภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้
ขอให้เป็อย่างนั้นครับ
“เล็กต้องเชื่อพี่ว่ามันหายร้อยเปอร์เซ็นต์”
ผมพยักหน้าเพื่อเป็การตอบรับพี่หมอ
ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ
“ครับ...แต่ถ้าเล็กรู้สึกเจ็บหรือปวดให้รีบโทรฯหรือส่งไลน์มาบอกพี่โดยด่วนเลยนะ”
ผมพยักหน้ารับและลุกเดินออกมาจากห้องพี่หมอทันทีผมมองดูนาฬิกาตอนี้เพิ่งจะสี่โมงเย็น ไหน ๆ ผมก็อยู่ในห้าง แวะซื้อพวกผักผลไม้และพวกเนื้อ ต่าง ๆไปให้แม่ทำกับข้าวเย็นนี้ ให้เตี่ยกับพวกเฮีย ๆ ดีกว่า ส่วนผมกินอะไรไม่ได้เลยเพราะกรามค้างดื่มได้แต่นมค่อย ๆ เอาหลอดใส่ปากแล้วดูดกิน นี่แหละพิษของศัลยกรรม ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อวานได้...จะไม่ทำ ! และมันสอนให้ผมรู้ว่า ไม่ควรเห็นแก่ของฟรี รู้สึกว่า่นี้ผมได้บทเรียนหลายอย่างมาก ยิ่งโตยิ่งเลอะประสบการณ์จริงๆ
ตอนนี้ก็ได้ขอทุกอย่างตามที่ผม้าผมรีบเดินไปจ่ายเงินแต่มิวายที่จะถูกแคชเชียร์ขอถ่ายรูปอีก ผมต้องยืนติดอยู่ตรงนั้นอีกสักพักเพราะใครต่อใครหลายคนกู่ขอเข้ามาถ่ายรูปกับผมนักร้องชื่อดังอย่างผมจึงได้แต่ปั้นหน้ายิ้ม ๆ เพราะพูดอะไรออกมาไม่ได้
ผมหิ้วของพะลุงพะลังเข้ามาในบ้านเวลานี้หกโมงกว่าทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะลูก”
แม่ถามผมขณะที่ผมกำลังจะเก็บของที่ซื้อมาเอาไปไว้ในห้องครัว
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความไปในโทรศัพท์โดยบอกแม่ว่าผมป่วยไม่มีเสียงตอนนี้พูดไม่ได้ ให้แม่อ่าน
“ไปหาหมอหรือยัง”
ผมตอบรับแม่โดยการพยักหน้าเป็การใช้อวัจนภาษาที่ทำให้ผมอึดอัดมาก
“เล็กเป็อะไรครับแม่”
เฮียใหญ่กับเฮียรองเดินเข้า เพราะคงจะได้ยินแม่ถามว่าผมเป็อะไร
“น้องไม่สบาย”
“ไปหาหมอหรือยังเล็กหมอว่ายังไงบ้าง แล้วเป็อะไร ทำไมถึงพูดไม่ได้”
เฮียใหญ่ถามผมเป็ชุดผมจึงใช้วิธีพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ให้เฮียใหญ่อ่าน
ไปหามาแล้ว ป่วยเป็หวัด .เจ็บคอไม่มีเสียง
ที่ผมต้องโกหกก็เพราะว่า ถ้าเฮียใหญ่กับเฮียรองรู้ว่าที่ผมเป็แบบนี้เพราะไปฉีดสารอะไรไม่รู้เข้าร่างกายทั้งคู่ต้องห้ามไม่ให้ผมทำอีกตลอดชาติแน่ ๆ...ตอนนี้ทุกคนในบ้านเป็อันเข้าใจโดยพร้อมเพียงว่าผมป่วยเป็หวัด
ผมนั่งดูทีวีที่อยู่ห้องนั่งเล่นโดยในมือมีแค่นมกล่องเดียวผมถือวิกฤติให้เป็โอกาสลดหนักก็แล้วกัน ถ้าผมไม่เป็ลมล้มตายไปก่อนผมคงได้ผอมสมใจ
ไม่รู้ว่าผมนั่งดูทีวีจนเวลาล่วงเลยมานานเท่าไร่อยู่ ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น
มะพร้าว : นายท่าน้าพบคุณตี๋เล็กเดี่ยวนี้...คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรทั้งสิ้นนายท่านให้เวลาครึ่งชั่วโมง ถ้าคุณคิดหนีหรือหลบนายท่าน คุณรู้นะว่าจะต้องโดยอะไรอ้อ...อีกอย่างหนึ่งนายท่านเกลียดคนไม่ตรงเวลาคุณตี๋เล็กมาให้ทันภายในครึ่งชั่วโมงนะครับ ตอนนี้นายท่านรออยู่ที่ห้องทำงาน
ผมอ่านข้อความเสร็จอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งมากถ้าไม่ติดว่ามันราคาแพงไอ้มาเฟียมันบ้าไปแล้ว ไอ้คนเอาแต่ใจ...ว่าแต่ที่เขาเรียกผมไปเขาคงไม่เรียกผมให้ไปร้องเพลงหรอกนะก็บอกไปแล้วว่าไม่มีเสียง หรือว่าเขาจะเรียกผมไปทำ...ไม่นะ ไม่มีทางเื่อย่างนั้นมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก