ลำนำชะตาหวนคืน (อ่านฟรีจนจบ)

    บทที่ 18 แลกเปลี่ยน(1/2)

    เมื่อบรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย เผยให้เห็นถึงช่องว่างที่สามารถพูดคุยเพื่อนำไปสู่แผนการที่วางเอาไว้ได้ ซูฮวาจึงเริ่มเอ่ยถึงแผนการแก้แค้นที่นางคิดไว้ขึ้นมานั่นคือการค่อยๆ ทำลายให้อีกฝ่ายไร้อำนาจ ให้อยู่ในจุดที่ต่ำต้อยและพึ่งพาใครไม่ได้ ถึงเวลานั้นนางก็จะลงมือจัดการปลิดชีพอีกฝ่ายอย่างที่อีกฝ่ายเคยทำกับซูฮวาร่างเดิม เมื่อเล่าจนถึงจุดจุดหนึ่งนางจึงสอบถามซูลี่ออกไป

    “เจ้าคิดว่าอย่างไร หรือเจ้ามีวิธีการอื่นหรือไม่”

    “ข้าย่อมเห็นด้วยกับเจ้า ฆ่าให้ตายเพียงครั้งเดียว มิสู้การทำให้ค่อยๆ ตายทั้งเป็น”

    การหารือกันของซูลี่และซูฮวาดำเนินไปอย่างราบเรียบ บรรยากาศราวกับเพื่อนซี้สองนางกำลังพูดคุยในเรื่องที่ทั้งคู่ต่างก็สนใจ ฝ่ายหนึ่งเสนอ ฝ่ายหนึ่งออกความเห็น สลับวนกันไปอย่างไม่รู้จบ จนกระทั่ง

    “ข้าเคยแอบลอบเข้าไปในวังหลวงรอบหนึ่งแล้ว แต่ข้าไม่สามารถเข้าไปยังที่ประทับด้านในได้ ฮ่องเต้มีองครักษ์คนหนึ่งที่ฝีมืออาจทัดเทียมกับข้า เขาสามารถรู้สึกได้ถึงข้าที่กำลังเร้นกายอยู่”

    ซูฮวาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย เมื่อซูลี่ได้ฟังแบบนั้นจึงเอ่ยออกมา

    “ก่อนที่ข้าจะมาเมืองหลวง ข้าได้ส่งคนไปสืบหาข้อมูลมาแล้ว”

    คำกล่าวของซูลี่ทำให้ซูฮวาที่ได้ยินถึงกับชะงักไป นางสงสัยว่าซูลี่ทำได้อย่างไรในเมื่อนางเองก็ไม่สามารถแม้แต่จะก้าวเข้าไปได้ด้วยซ้ำ

    “มันเป็นเพียงข่าวภายใน มิใช่ว่าต้องไปสืบในราชสำนักเท่านั้น บุคคลที่ข้องเกี่ยวกับอ๋องเจียเฉิงก็มีสังคมมีครอบครัว”

    ซูลี่ที่มองการกระทำของซูฮวาออกเอ่ยมาให้ซูฮวาได้ยิน ความใดที่นางสืบเสาะหามาได้ก็ยกขึ้นมากล่าวพูดให้คนตรงหน้ารับรู้ ยามนี้พวกนางลงเรือลำเดียวกันแล้ว คงไม่ต้องปิดบังสิ่งใดกันอีกต่อไป เว้นเสียแต่เรื่องตัวตนของซูฮวา

    “อ๋องเจียเฉิงหรือหลี่เจียเฉิง มีอำนาจมากด้วยเหตุที่ว่าเป็นน้องชายมารดาเดียวกันกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พระองค์เลยไว้วางใจให้เขามีอำนาจปกครองแดนเหนือทั้งยังอยู่เหนือแม่ทัพใหญ่ที่ขึ้นตรงต่อเขาอีก...”

    ซูลี่กล่าวเล่าออกมายาวเหยียดให้แก่ซูฮวาได้ฟัง เล่าตั้งแต่เรื่องทั่วไปที่ผู้ใดก็ต้องรู้เช่น แคว้นเว่ยที่พวกนางอยู่มีสี่ทิศ แต่ละทิศมีแม่ทัพใหญ่ประจำทิศนั้นๆ คอยกำกับดูแล และที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพใหญ่ เป็นเพราะแต่ละฝ่ายมีกองทหารอยู่ในความดูแลเป็นจำนวนมาก ยิ่งมีกองทัพขนาดใหญ่เท่าใด ก็ยิ่งทำให้อำนาจของแม่ทัพพวกนั้นขยายขอบเขตมากขึ้น ฮ่องเต้ที่หวาดกลัวการกบฏจึงแต่งตั้งให้อ๋องเจียเฉิง น้องชายร่วมมารดาของตนขึ้นมามีอำนาจเหนือแม่ทัพใหญ่อย่างหยูเคออี้ด้วย

    “เหตุใดหลี่เจียเฉิงถึงมีศัตรูมากมายนัก”

    ซูฮวาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ ร่างเก่าของนางก็เป็นเพียงสาวใช้ต่ำต้อย จึงทำให้ไม่รู้สิ่งใดมากนัก วันวันหนึ่งแค่เพียงเอาชีวิตรอดจากการกลั่นแกล้งก็เต็มกลืนแล้ว

    “เจ้าจะสงสัยสิ่งใดก็ได้ แต่เจ้าจะสงสัยเรื่องนี้ไม่ได้ มนุษย์เราผู้ใดมีอำนาจมากล้นก็ยิ่งอยากใช้ หลงมัวเมาอยู่ในอำนาจนั้นจนเคยตน แล้วยิ่งใช้สิ่งนั้นมากเท่าใดก็จะยิ่งสร้างศัตรูให้ตัวเองมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงเหตุลับอื่นใดในระหว่างที่กระทำด้วย”

    คำพูดของซูลี่ทำให้ซูฮวาฉุกคิดไปถึงชีวิตของตน ที่ผ่านมาในฐานะมนุษย์ทดลอง คนที่มีอำนาจเหนือนางก็คือเหล่าผู้คนที่สร้างนางขึ้นมา และเหนือไปกว่าคนพวกนั้นก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่สามารถชี้นิ้วสั่งการพวกที่สร้างนางขึ้นมาได้อีกด้วย

    “เหตุลับที่ข้าเอ่ยถึง แม้แต่ฮ่องเต้ของแคว้นเว่ยก็ยังไม่เคยรับรู้ สิ่งที่ข้าใช้คนของข้าเสาะหาเบาะแสมาได้ ก็คือเหตุของกองทัพทิศบูรพาที่อ๋องเจียเฉิงยึดมาได้...”

    ตามคำบอกกล่าวของซูลี่ ฮ่องเต้รู้แต่เพียงว่าแม่ทัพใหญ่ของทิศนั้นเป็นผู้กระทำความผิดฐานยักยอกยุทธภัณฑ์และเงินเบี้ยหวัดของทหารที่ตายลงไป จึงสั่งลงโทษลดขั้นอีกฝ่ายโดยการไล่ให้ไปรักษาชายแดนแถบเมืองเล็กๆ ซึ่งตอนนี้เองรองแม่ทัพก็เป็นฝ่ายรักษาการแทนอยู่ แต่สิ่งที่ฮ่องเต้ไม่เคยรู้เลยก็คือรองแม่ทัพรักษาการณ์คนนั้นขอถวายตัวขึ้นตรงกับอ๋องเจียเฉิง อยู่ภายใต้คำบัญชาการเช่นเดียวกันกับหยูเคออี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งฮ่องเต้เองก็มาทราบภายหลัง แต่ก็ถูกโน้มน้าวจนในที่สุดก็ยินยอมพร้อมกับออกหน้าเห็นด้วย ด้วยเห็นว่าเขตแดนทั้งสองมีพื้นที่ติดกันเป็นแนวราบ อีกเหตุหากมีน้องชายร่วมมารดาคอยแบ่งเบาและคอยดูแล ก็คงลดภาระตัวของฮ่องเต้เองไปได้มาก และเท่ากับว่าในตอนนี้ สองในสี่ทิศตกอยู่ในมือของหลี่เจียเฉิงแล้วเรียบร้อย

    “เจ้าจะบอกข้าว่า อ๋องเจียเฉิงเป็นผู้วางแผนการทั้งหมดนี้ขึ้นใช่หรือไม่”

    ซูฮวาเอ่ยถามซูลี่ออกไปอย่างชั่งใจ หากเป็นจริงอย่างที่นางคิด สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ก็คงจะไม่ใช่ปัญหาเพียงแค่แก้แค้นเพื่อร่างเก่าของนางเพียงอย่างเดียว แต่นี่อาจเป็นสาเหตุที่จะทำให้แคว้นแห่งนี้ล่มจมไปด้วยเลย

    “ถูก เป็นอย่างที่เจ้าเอ่ย ฮ่องเต้ให้การยินยอมโดยเห็นแก่ว่าเป็นน้องชายตน คงไม่คิดฝันว่าน้องชายของตนนั้นเป็นผู้ที่จัดฉากใส่ร้ายป้ายสีให้แก่แม่ทัพคนเก่าผู้ซื่อสัตย์ เพื่อหวังจะรวบอำนาจในกองทหารเอาไว้เสียเอง”

    ซูลี่เอ่ยออกมาพร้อมกับยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบ การเอ่ยวาจาเนิ่นนานทำให้คอของนางแห้งผากราวกับมีเม็ดทรายอยู่ภายใน แต่นั่นก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเรื่องราวที่ซูลี่จะเล่า และไม่ใช่จุดสิ้นสุดที่ซูฮวาจะหายสงสัย

    “อ๋องเจียเฉิงทำได้เยี่ยงไร ทุกการกระทำของเขาย่อมต้องถูกจับตาดูจากฮ่องเต้ ไม่อย่างนั้นฝ่าบาทคงไม่ไว้วางพระทัยถึงเพียงนี้”

    ภายใต้หน้ากากสีขาวนวล ซูฮวาขมวดคิ้วมุ่นราวกับกำลังสงสัยเสียเต็มประดา มันจะต้องมีหมากตัวหนึ่งที่นางมองข้ามไปอย่างเห็นได้ชัด

    “เจ้าถามข้าเหมือนเจ้าคิดไม่ออก ก็หยูเคออี้อย่างไรเล่า เป็นทั้งหมากและตัวการหลักที่คอยจัดการทุกเรื่องราวให้แก่อ๋องเจียเฉิงจนหมดสิ้น เรื่องนี้มีพยานรู้เห็นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งพยานที่เกี่ยวข้องก็ถูกทำลายลงไปไม่รู้กี่ร้อยกี่พัน มีข้ายังไม่ได้นับรวมถึงสำนักคุ้มกันภัยแห่งหนึ่งในเมืองหลวงแห่งนี้นะ ก่อนหน้าเคยเป็นถึงสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งแห่งทิศอุดร ยามนี้น่าจะเหลือเพียงเศษซาก”

    เมื่อพูดประโยคนี้ ซูลี่ต้องโน้มตัวไปกระซิบที่ข้างใบหูของคนตรงหน้า เนื่องจากตอนนี้พวกนางเองก็นับได้ว่าอยู่ในถ้ำเสือ ถึงแม้ว่าเสือตัวนั้นจะไม่อยู่ภายในยามนี้ก็ตาม

    คล้ายกับเรื่องลำนำชะตาหวนคืน (อ่านฟรีจนจบ) ที่คุณอ่าน