หมื่นโอสถกลืนสวรรค์

    บทที่ 14 นอกเมือง

    บทที่ 14นอกเมือง หลินซานเดินทางผ่านพ้นออกมาจากปากประตูทางเข้าของหมู่บ้านซ่อนลึกที่มันเป็นช่องว่างระหว่างภูเขาขนาดใหญ่ที่เรียงต่อกัน เมื่อวิ่งตรงออกมาจากช่องว่างนั้นเขาก็ได้พบกับป่าพงไพรสีเขียวขนาดใหญ่ที่รอต้อนรับเขาอยู่ด้านหน้า ต้นไม้มากมายตั้งเรียงรายกันอยู่จนสายตานับมิหมด ใบหน้าของหลินซานเงยขึ้นเล็กน้อยเพื่อรับแสงแดดที่มันกำลังส่องผ่านม่านเมฆลงมากระทบกับใบหน้าของเขา แสงแดดอ่อนๆส่องผ่านลงมากระทบเข้าที่ใบหน้ามือข้างขวาถูกยกขึ้นมาปิดบังแสงแดดที่มันกำลังกระทบทิ่มแทงเข้ามาภายในดวงตา มุมปากข้างขวาได้ค่อยๆยกยิ้มขึ้นอย่างช้าๆก่อนที่จะเปิดปากพูดกับตนเองนางแผ่วเบา “ ข้ากลับมาแล้ว.. ”ตอนนี้ตัวเขากลับมาแล้วกลับมาสู่โลกอันแสนโหดร้ายที่เคยทิ่มแทงชีวิตของเขา แล้วตอนนี้เขาก็จะไม่เหมือนเดิมเขาไม่ใช่หลินซานที่เป็นไอ้สวะภายในตระกูลหลินอีกแล้ว การกลับมาครั้งเดียวเขาจะต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่างแล้วทุกอย่างมันจะต้องไม่เหมือนเดิม ภายในป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่มากมายที่ตั้งเรียงรายกันอยู่สองข้างทาง ตอนนี้บริเวณทางด้านหน้าที่เขาวิ่งอยู่มันเป็นเหมือนทางลาดยาวที่แบ่งตัวเอาไว้จากการทำทางของเหล่าชาวบ้านที่มักจะเดินทางออกจากหมู่บ้านโดยใช้เส้นทางนี้คาดการณ์จากระยะทางแล้วหลินซานคิดว่าต้องใช้เวลาในการวิ่งรถม้าประมาณนึงกว่าจะสามารถเดินทางไปถึงบริเวณเมืองหลอมนภาได้เถ้าแก่ร่างกายอ้วนท้วนดูมีสง่าราศีที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้หันมามองหลินซานด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตรก่อนที่จะเปิดปากพูด “ เจ้าจะให้ข้าเข้าไปส่งภายในเมืองหลอมนภาเลยหรือไม่ ”“ ท่านส่งข้าเพียงแค่บริเวณด้านนอกเมืองก็พอขอรับ ข้ามีเรื่องที่จะต้องทำบริเวณเขตด้านนอกเมืองหลอมนภาก่อนที่จะกลับเข้าไป ” หลินซานตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม เขาคิดเอาไว้หมดแล้วว่าตัวเขาจะทำเช่นไรก่อนที่จะเดินทางกลับเข้าไปภายในเมืองหลอมนภา “ เอ๋!!! เหตุใดเล่าอย่างไรตัวของข้าก็ต้องเดินทางเข้าไปภายในเมืองหลอมนภาอยู่แล้วธุระของเจ้านายหรือไม่ข้าจะได้หยุดรอแล้วจะได้เดินทางเข้าไปพร้อมกัน ”“ ไม่เป็นอันใดขอรับเถ้าแก่เพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วขอแค่ท่านไปส่งข้าที่บริเวณเขตนอกเมืองเท่านั้นก็เพียงพอแล้วขอรับ ” หลินซานตอบกลับด้วยรอยยิ้มเมืองหลอมนภาเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิหลอมนภาที่เป็นหนึ่งในสิบสองจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายในทวีปแห่งนี้ แน่นอนว่าเมืองหลวงอย่างเมืองหลอมนภาก็จะต้องเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมากเทียบกับเมืองอื่นภายในจักรวรรดิหลอมนภา โดยตัวของเมืองหลวงความใหญ่โตของมันก็มีอยู่ว่ามันจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน บริเวณด้านในกำแพงเมืองมันก็จะเรียกว่าภายในตัวเมืองหลอมนภา แต่บริเวณนอกกำแพงเมืองมันก็ยังมีชุมชนขนาดใหญ่ที่ถูกตั้งเอาไว้อยู่ โดยมันเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวางและก็ล้อมรอบเมืองหลอมนภาอยู่ทุกทิศทุกทาง บริเวณพื้นที่เขตด้านนอกเมืองมันมีความใหญ่โตเกือบจะเทียบเท่ากับภายในกำแพงเมืองเลยก็ว่าได้หลินซานตอนนี้เขาวางแผนบางอย่างเอาไว้แล้วตัวของเขาก็จะต้องลงที่บริเวณด้านหน้าเมืองที่เป็นเขตนอกเมืองก่อนก่อนที่จะเตรียมการบางอย่างแล้วถึงจะเข้าไป “ เข้าใจแล้วตามนั้นก็ได้ ” เถ้าแก่ร้านขายของชำของหมู่บ้านซ่อนลึกได้ตอบกลับหลังจากที่หลินซานยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนเองจะลงที่บริเวณเขตด้านนอกเมืองรถม้าเกวียนลากวิ่งตรงไปอยู่สักพักใหญ่ๆกว่าที่เขาจะสามารถวิ่งไปถึงบริเวณเขตของเมืองหลอมนภา มันก็ทำให้หลินซานได้รู้แล้วเหมือนกันว่าหมู่บ้านซ่อนลึกมันมีความห่างจากเมืองหลอมนภามาประมาณนึงเลยทีเดียววิ่งกลับมาถึงบริเวณเขตเมืองหลอมนภาได้ขอลงจากรถม้าเมื่อวิ่งเข้าสู่เขตนอกเมือง เขาได้กระโดดลงจากรถมาก่อนที่จะโค้งคำนับตัวของเถ้าแก่ร้านขายของชำภายในหมู่บ้านที่อุตส่าห์ให้เขาติดรถม้ากลับมาด้วย“ ขอขอบคุณเถ้าแก่มากขอรับที่ให้ข้าติดรถม้าด้วย! ”“ ไม่ต้องคิดมากไม่ต้องคิดมาก!! ” อีกฝ่ายพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม“ ข้าขอฝากคำพูดไปถึงท่านยายลี่ด้วยว่าโปรดรักษาตัวดีๆเดี๋ยวถ้ามีเวลาข้าจะกลับไปเยี่ยมเยียนพวกท่านอย่างแน่นอน ” “ เข้าใจแล้วแล้วพบกันใหม่!! ” เถ้าแก่ร้านร่างกายอ้วนท้วนที่นั่งเป็นสารถีรถม้าอยู่ก็ได้ควบม้าของตนเองออกรถเพื่อที่จะวิ่งตรงเข้าไปภายในเมืองหลอมนภา บริเวณนี้คือเขตนอกเมืองหลอมนภา มีบ้านเรือนมากมายปลูกสร้างสรรค์เอาไว้รวมไปถึงร้านขายของต่างๆอีกด้วย ภายนอกเมืองมันก็มีความเจริญรุ่งเรืองไม่ต่างจากภายในเมืองเพราะว่าอย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้มันก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิหลอมนภาจะไม่ให้เฟื่องฟูในด้านต่างๆได้เช่นไรหลินซานกวาดมองไปรอบบริเวณถนนแถวนี้มีผู้คนมากมายเดินพลุ่งพลางไปมา แม้ว่านี่จะเป็นเขตนอกเมืองแต่ว่าผู้คนก็ยังคงมากมายเช่นกันแล้วยิ่งถ้าเป็นเขตภายในเมืองหลอมนภาผู้คนยิ่งมากขึ้นไปอีกหลินซานที่กำลังใช้สายตาของตัวเองกวาดมองไปอยู่นั้นก็ได้พบของบางอย่าง เขาได้พบเห็นเสื้อคลุมเก่าๆที่มันแขวนติดอยู่บริเวณร้านขายของชำที่อยู่ด้านหน้าของเขามันเป็นเสื้อคลุมเก่าๆผืนหนึ่งที่สีน้ำตาลเข้มบริเวณผิวผ้าก็มีรอยขาดรุ่ยประมาณนึงปรากฏเป็นรูให้เห็นถ่ายรูปลักษณะของผ้าห่มผืนนั้นมันเป็นผ้าคลุมพื้นยาวที่น่าจะสามารถปกคลุมร่างกายของเขาได้ทั้งตัวและมันยังมีผ้าคลุมหัวถูกเย็บปักไว้ด้านหลังอีกด้วยหลินซานเมื่อเห็นร้านขายของที่อยู่ด้านหน้าเขาก็ได้ค่อยๆเคลื่อนกายเข้าไปโดยการใช้ไม้เท้าแทนขาทั้งสองข้าง เข้าไปใกล้ๆสิ่งที่เขาต้องการนั่นคือผ้าคลุมเก่าๆผืนนี้ที่ถูกแขวนเอาไว้แล้วถูกมองข้ามรวมถึงผู้คนไม่ต้องการมันเมื่อมีคนพิการมาหยุดยืนอยู่บริเวณด้านหน้าร้านก็ทำให้เถ้าแก่ที่เป็นสตรีวัยประมาณเลข 4 ร่างกายอ้วนท้วนราวกับยักษ์ได้จ้องเขม่งมาที่หลินซานอย่างไม่กระพริบตา ใบหน้าบูดบึ้งพร้อมกับปรากฏความดุดันราวกับกำลังข่มขวัญตัวของเขาอยู่ภายในดวงตาของสตรีผู้ที่เป็นเถ้าแก่ร้านแห่งนี้แน่นอนว่าเขาต้องมองว่าหลินซานเป็นขอทาน ขาทั้งสองข้างไม่สามารถเดินได้ต้องใช้ไม้ค้ำยันเอาไว้ แถมร่างกายยังสวมใส่ผ้าสีขาวอันเรียบง่ายแม้ว่าจะดูไม่ได้สกปรกแต่อย่างไรเสียก็ไม่ใช่คนที่มีฐานะ “ ขออภัยนะขอรับข้าอยากจะได้ผ้าเก่าๆผืนนี้ท่านขายเท่าใดหรือขอรับ ” หลินซานเปิดปากถามอีกฝ่ายออกไป ตัวของเขาอยากจะเจรจาซื้อขายของชิ้นนี้เพราะว่าเขาอยากจะได้มาสวมใส่ปิดทับร่างกายของตนเองเพื่อที่จะไปสืบหาบางอย่าง แน่นอนว่าภายในกระเป๋าของเขามันก็ยังพอมีเงินติดตัวอยู่บ้าง ในตอนที่เขาโดนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสมันมีเพียงแค่เงินเท่านั้นที่ติดตัวของเขามาด้วยแล้วพวกมันไม่ได้สนใจอันใด เหล่าคนพวกนั้นคงจะคิดว่าให้เงินเหล่านี้เอามาไว้ให้เขาไปใช้ในปรโลก แต่ว่ามันก็เป็นจำนวนเงินที่ไม่ได้มีมากมายอันใดนักเขาเป็นคนของตระกูลสาขาเงินที่เป็นรายได้ในแต่ละวันก็จะต้องทำงาน แต่โชคยังดีที่เขามีรากเหง้าปราณระดับราชันย์ทำให้ส่งเขามีเงินมากกว่าคนจากตระกูลสาขาตระกูลอื่นเพราะว่าจะได้เงินเพิ่มพูนมาในค่าโอสถที่ใช้ในการฝึกฝนแต่มันก็เป็นเพียงแค่เศษเงินของพวกมันเท่านั้นสตรีผู้นั้นยังคงทำหน้าบูดเบี้ยวพร้อมกับใช้มือสะบัดสะบัดราวกับว่าจะขับไล่เขาพลางกับเปิดปากพูดออกมา “ เห้อ!!! ผ้าพื้นเก่านั้นข้าไม่เอาหรอกเจ้าหยิบไปแล้วก็รีบๆไสหัวไปซะอย่ามาขวางหน้าร้านข้า เดี๋ยวจะไม่มีลูกค้ามาเข้าภายในร้านค้าพอดี  ”อีกฝ่ายคงจะมองว่าเขาเป็นขอทานแต่ว่าหลินซานใจเย็นเป็นอย่างมากเขาไม่ได้ตอบโต้อันใดกลับไปค่อยๆเคลื่อนที่เข้าไปแล้วก็ใช้ 1 มือคว้าจับมันเอามาไว้ภายในมือถ้าเป็นตัวของเขามาก่อนหยิ่งทะนงตนในการที่ตนเองมีรากเหง้าปราณอยู่ในระดับราชันย์คงจะไม่ยอมคนผู้นี้อย่างแน่นอนที่มาพูดดูถูกตัวของเขา แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่แล้วเขาไม่ใช่หลินซาน ดวงจิตที่ล้อมร่วมเข้ามาภายในร่างกายของเขามันทำให้เขากลายเป็นคนใหม่ทั้งสตินึกคิดและอื่นๆของเขาก็ไม่ได้โผงผางและก็ไม่ได้หยิ่งทะนงตนเหมือนเมื่อก่อนตอนนี้ในเมื่ออีกฝ่ายจะมองว่าเขาเป็นขอทานมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอันใดเลย ในเมื่ออีกฝ่ายจะยอมให้ผ้าคลุมพื้นเก่าๆผืนนี้กับเขาโดยที่ไม่คิดเงินอันใดเขาก็เพียงแค่หยิบมันแล้วก็เดินจากออกไปเท่านั้น ยังมีเรื่องมากมายที่เขาจะต้องทำบางอย่างที่ปล่อยผ่านไปได้ก็ปล่อยผ่านไปหลินซานที่เดินออกมาจากร้านประมาณหนึ่งแล้วเขาได้นำผ้าคลุมผืนเก่าผืนนั้นมาปกคลุมร่างกายของตนเองเพื่อปกปิดตัวตน บริเวณหมวกผ้าที่ถูกเย็บเอาไว้ด้านหลังก็ได้ถูกยกขึ้นมาแล้วสวมทับศีรษะของเขาเอาไว้ เขาปกปิดตัวตนอย่างสมบูรณ์แบบในตอนนี้ถ้าไม่เข้ามาจ้องมองเขาจากใกล้ๆก็คงจะมองไม่เห็นใบหน้าและก็คงจะไม่มีผู้ใดจำเขาได้เขาเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เป็นที่รู้จักภายในเมืองหลอมนภาอยู่ในระดับหนึ่งเป็นเพราะว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่มีรากเหง้าปราณระดับราชันที่มีเพียงแค่ 3 คนเท่านั้นภายในเมืองแห่งนี้ หลินซานได้ผ้าคลุมเรียบร้อยแล้วเขาได้เดินมุ่งตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่เขาต้องการจะมา ไม้เท้าไม้ไผ่ที่ถูกทำให้เป็นเหมือนกับขาเดินมุ่งตรงออกมาจากจุดนั้นพร้อมกับเข้ามาหยุดอยู่บริเวณร้านแห่งหนึ่งโรงน้ำชานอกเมืองป้ายขนาดใหญ่ถูกแขวนติดเอาไว้ด้านบนหลินซานเงยหน้าขึ้นมองป้ายโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอยู่สักพักก่อนที่เขาจะค่อยๆใช้ไม้เท้าของตัวเองพาร่างกายเข้าไปด้านใน ไม้เท้าไม้ไผ่ก้าวเดินไปด้านหน้าพร้อมกับร่างกายที่โยกไปเป็นจังหวะเพื่อใช้ในการเคลื่อนที่ได้เข้ามาภายในโรงน้ำชานอกเมือง ผู้คนมากมายนั่งอยู่ตามโต๊ะ พวกเขากำลังสนทนาเรื่องต่างๆกันอย่างออกรส หลินซานได้ค่อยๆเดินไปบริเวณมุมร้านก่อนที่จะหย่อนก้นนั่งลง เสี่ยวเอ้อหนุ่มประจำร้านวิ่งมาต้อนรับทันที“ นายท่านขอรับท่านจะรับอันใดดีขอรับ ”“ น้ำชากับขนม 1 ชุด.. ” หลินซานเปล่งเสียงตอบกลับพร้อมกับหยิบเงินภายในกระเป๋าของตนเองออกมาแล้วมอบให้กับอีกฝ่าย เสี่ยวเอ้อผู้นั้นได้รับมันเอาไว้พร้อมกับพยักหน้า “ รอสักครู่นะขอรับ!!”เมื่อเสี่ยวเอ้อประจำร้านได้วิ่งออกไปเรียบร้อยแล้วหลินซานนั่งอยู่บริเวณมุมร้านก็ได้กวาดสายตามองรอบๆร้าน แน่นอนว่าเขาไม่ได้มาสถานที่แห่งนี้เพราะว่าอยากจะมานั่งพักผ่อนแล้วดื่มชาอย่างแน่นอน จบตอน 

    คล้ายกับเรื่องหมื่นโอสถกลืนสวรรค์ ที่คุณอ่าน