จักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย

    ตอนที่ 36 หอปรมาจารย์บรรพกาล

    บนลานฝึกยุทธ์ชั้น 6 นี้ มีกระแสพลังปราณเข้มข้น แม้ผู้ไม่มีเจตจำนงในการเคลื่อนย้าย ก็สามารถรับรู้และดูดซึมซับให้ร่างกายได้อย่างง่าย 


    "ช่างเป็นปราณบริสุทธิ์ที่เข้มข้น" ลี้เฟยรำพึงในใจ ขณะที่มองไปบริเวณโดยรอบก็จะเห็นศิษย์คนอื่นอีกเก้าคนฝึกวิชาและนั่งดูดซับพลังปราณธรรมชาติกันอย่างบ้าคลั่ง


    ในที่สุดก็ครบสิบวัน ... ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปหอปรมาจารย์บรรพกาลที่อยู่ด้านหลังนอกหอยุทธ์แล้ว ไม่รู้ว่าเฟยหมิงเป็นอย่างไรบ้าง ...


    @#$@#%#$


    ลี้เฟยกลับไปหาเฟยหมิง ช่วงเวลาสิบวันไม่ได้พบนาง ไม่แน่ใจว่านางจะเป็นอย่างไร ปรับตัวได้ไหม เพราะศิษย์พี่ก็ไปพร้อมกับลี้เฟยเหมือนกัน เมื่อเดินไปฝ่ายสำนักศิษย์ในก็พบเฟยหมิงนั่งคุยอยู่กับอาจารย์ตงเจ๋อ


    "เจ้าหนุ่ม ออกมาแล้วเหรอ เจ้าได้วิชาอะไรมาบ้าง" อาจารย์ตงเจ๋อถามลี้เฟย


    "ข้าได้วิชาอัคนีอัคคีอาจารย์" ลี้เฟยกล่าวสั้น ๆ 


    "อืม วิชานี้ ข้าลืมไปนานแล้ว มันเป็นวิชาของปรมาจารย์สำนักรุ่นสองพันกว่าปีมาแล้วนะ ถ้าข้าจำไม่ผิด ผู้คนไม่ค่อยฝึก เพราะไม่อยากใช้ร่างกายเป็นอาวุธ แต่เจ้าเลือกวิชานี้ก็ดีแล้ว ตัวเจ้าสามารถดึงปราณธาตุต่าง ๆ มาซึมซับพลังธาตุในตัวเจ้าได้ ย่อมเหมาะสม เจ้าเลือกได้ดีลี้เฟย" อาจารย์ตงเจ๋อพูดเป็นจริงเป็นจังจากนั้นจึงดื่มสุราต่อ


    "เฟยหมิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้ เจ้าชินหรือไม่" ลี้เฟยหันไปถามเฟยหมิงที่นั่งฟังทั้งสองพูดคุยอยู่นาน


    "ข้าไม่มีปัญหา ในอดีต ข้ามักต้องอยู่ตนเดียว ท่านพ่อและท่านแม่มักออกไปท่องยุทธ์และดูแลประชาราษฎร์ช่วยท่านลุงจักรพรรดิ ข้าชินแล้ว เด็ก ๆ ข้าก็ไปด้วย พอเริ่มโต ท่านแม่ก็ให้ข้าช่วยงานในเมือง ดูแลการผลิตโอสถ รักษาผู้เจ็บ ผู้ป่วย ในเดือนหนึ่ง ๆ ข้าถ้าไม่รักษาผู้ป่วยผู้เจ็บ ข้าก็ต้องช่วยงานบิดาผลิตศัสตราวุธให้ท่านลุง" เฟยหมิงเล่าเหตุการณ์ในอดีตให้ฟัง


    "แล้วเจ้าจะทำอย่างไร ข้าจักต้องเข้าไปหอปรมาจารย์บรรพกาลในวันรุ่งพรุ่งนี้" ลี้เฟยถามด้วยความกังวล


    "ความจริงถ้าเจ้าต้องการ เจ้าก็เข้าไปกับลี้เฟยก็ย่อมได้ เพราะเจ้าเป็นลูกสาวท่านจ้าวสำนักบรรพกาล ก็ถือว่าเป็นศิษย์บรรพกาลโดยทายาท ไม่มีใครว่าเจ้าได้" อาจารย์ตงเจ๋อพูดยิ้ม ๆ ขึ้นมา


    "ข้าคิดว่า ข้าจะช่วยท่านอาจารย์ตงเจ๋อดูแลสำนักก่อน ข้าจักถ่ายทอดการผลิตโอสถในยุคอดีตที่ข้ารู้ ให้รากฐานของสำนักที่บิดาข้าสร้างยั่งยืนสืบไป ดังนั้น ลี้เฟย เจ้าไม่ต้องห่วงข้า เจ้าไปได้เลย"


    "ถ้าข้าจำไม่ผิด การสร้างสำนักที่นี้คล้าย ๆ กับสำนักทีี่ดินแดนที่บิดาข้าดูแล และมีหอปรมาจารย์บรรพกาล เจ้าเข้าไปดู ไม่แน่เจ้าอาจได้พบวาสนาก็ได้ ส่วนจะเป็นเหมือนในแดนบรรพกาลหรือไม่ข้าไม่แน่ใจ เจ้าเข้าไปเจ้าจะรู้เอง"  เฟยหมิงกล่าวสนับสนุน


    "ได้เช่นนั้นข้าก็วางใจ วันนี้ข้าจะย้ายเข้ามาในส่วนศิษย์ในแล้ว" ลี้เฟยกล่าว


    เช้าวันรุ่งขึ้น ลี้เฟยเดินทางไปหลังหอยุทธ์และเดินเข้าไปด้านในป่ามุ่งไปหอปรมาจารย์ที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน เนื่องจากเป็นเขตหวงห้าม หนทางจึงค่อนข้างรกชัฎเอาการ เดินไปครึ่งชั่วยามก็เข้าสู่หอปรมาจารย์


    เมื่อเปิดประตูเข้าไปด้านใน พบภาพเหตุการณ์ในอดีตเขียนไว้บนผนังศิลามากมาย แต่ละภาพเป็นเรื่องราวชีวิตในอดีตที่ผ่านมา มีสัตว์สวรรค์ สัตว์เซียน และสัตว์อสูร ต่างอยู่ร่วมกันไม่ได้เป็นศัตรูต่อกันเช่นทุกวันนี้


    นอกจากนี้ก็ยังมีภาพดินแดนที่ถูกวาดเหมือนอยู่บนฟ้าเป็นชั้น ๆ ขึ้นไป ลี้เฟยไม่เข้าใจความหมายของภาพ หลังจากพิจารณาสักพักก็เดินต่อไป เมื่อเดินต่อเข้าไปจึงพบประตูใหญ่ หน้าประตูมีมังกรใหญ่เลื้อยพันเสาสองเสา เหมือนทำหน้าที่เฝ้าดูแล ลี้เฟยพยายามหาทางเข้าทว่าไม่ว่าจะผลัก จะดึงอย่างไรก็ไม่มีการเคลื่อนไหว ทุกอย่างเหมือนจะไม่ใช่ประตู แต่หากไม่ใช่ประตู ถ้าเช่นนั้นจะเข้าไปได้อย่างไร ข้าจะเข้าไปทางไหน ลี้เฟยครุ่นคิด


    เมื่อเหลือบดูหลาย ๆ ครั้งก็คิดว่าอาจจะต้องผ่านมังกรอารักษ์หน้าประตูนี้ก่อน ทว่ามองหาต่อก็ยังไม่พบกลไกใด ๆ ในขณะที่กำลังจะหันตัวกลับ ก็รู้สึกได้ว่าจุดจักระมังกรเต้นแรงผิดปกติ คล้ายกับตื่นเต้นพบเจออะไรบางอย่าง ลี้เฟยพยายามควบคุมสติ เพราะมั่นใจว่า ในที่นี้ จะต้องมีบางสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับจุดจักระมังกรในตัวเอง และเมื่อมองไปหน้าประตูดี ๆ อีกครั้งก็พบอักขระโบราณเขียนไว้ที่ด้านข้างประตู 


    "เบื้องล่างสู่ปฐพี เบื้องบนสู่ตะวัน ท้ายสุดสู่สวรรค์กายาปฐพี" มันคืออะไรกันหนอ ใครมาเขียนอะไร ลี้เฟยคิดกลับไปกลับมาจึงนึกถึงกฏของชีวิต คนเราทกคนก็เกิดมาจากดินสุดท้ายก็กลับสู่ดินไม่เหลืออะไร จึงก้มมองลงไปที่พื้นศิลาหน้าประตู ก็พบว่ามีรูปมังกรมากมาย จุดจักระในตัวลี้เฟยก็เต้นแรงขึ้น และมีแสงสีแดงพุ่งออกจากจุดจักระ พุ่งไปที่รูปหนึ่งคือ รูปมังกรบินสู่ใต้ดิน ลี้เฟยเดินไปยืนเหยียบที่แผ่นศิลาแผ่นนั้นแต่ไม่พบความเปลี่ยนแปลงใด ๆ จึงหยดโลหิตลงไปที่แผ่นศิลา ทันใดนั้นประตูใหญ่ที่ปิดสนิทก็เปิดพร้อมกับความมืดมิด


    ลี้เฟยก้าวพยายามเดินเข้าไปช้า ๆ เพื่อความปลอดภัย ทว่าเมื่อเดินไปไม่กี่ก้าวก็พบทางตัน จึงลองทุบสองสามครั้งก็ไม่พบความเปลี่ยนแปลง ทว่าจุดจักระมังกรในตัวพุ่งแสงสีแดงออกมาเองและพุ่งลงไปที่พื้นศิลาด้านหน้า พลันศิลาทั้งแผ่นที่ลี้เฟยยืนที่พื้นก็เปิดออก ลี้เฟยจึงตกลงไปใต้ดิน จากนั้นแผ่นศิลานั้นก็ปิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    เมื่อตกลงมาชั้นล่างใต้ดิน กลับเป็นเหมือนกับอีกโลกหนึ่ง ที่ท้องฟ้า มีแสงแดด และมีมังกรมากมายอยู่ในท่าทางต่าง ๆ อันที่จริงแล้วต้องบอกว่า เป็นโครงกระดูกมังกรมากมายที่อยู่ในท่าทางต่าง ๆ แต่ละตัวมีขนาดสูงใหญ่ มองขึ้นไปแทบจะไม่เห็นส่วนบน บางส่วนก็ทะลุลงไปใต้ดิน มองไปไกล ๆ ก็พบบ่อน้ำร้อนมีควันโขมงลอยอยู่


    "ที่นี่ที่ไหน ที่นี่คืออะไรกันแน่" ลี้เฟยคิดพร้อมมองไปรอบ ๆ 



    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย ที่คุณอ่าน