อุทัยรีบบรรจุดวงแก้วคืนลงกล่องไม้อย่างรวดเร็ว ห้องลับใต้ดินกลับมามืดสนิทดังเดิม .. แมวน้อยซิงซิงชักนำให้มันรีบวิ่งออกไปยังทางลับอีกแห่งหนึ่ง ห้องลับแห่งนี้ยังซ่อนทางออกไว้ใช้เป็นเส้นทางหลบหนี หากทางเข้าด้านบนถูกปิดกั้นโดยศัตรู
อุทัยสาวเท้าอย่างว่องไวผ่านช่องทางอันแคบยาว แล้วจึงพบเจอบันไดพามันขึ้นไปสู่ด้านบน .. เมื่อเดินขึ้นไประยะหนึ่งเสียงอึกทึกของผู้คนดังลอดเข้ามา
.. ทางลับใต้ดินแห่งนี้ต้องนำมันย้อนกลับไปยังตลาดของเมืองเป็นแน่แล้ว
คลื่นนนน .. ประตูกลเปิดออก แมวน้อยซิงซิงโผล่หัวออกมาสำรวจ ทางออกอยู่ภายในโรงเก็บสินค้าเป็นอาคารไม้แคบๆ มีแสงเพียงสลัวผ่านลอดระแนงไม้เข้ามา
แม๊วววว .. แมวน้อยร้องแล้วกล่าวว่า “เกือบไปแล้วมั๊ยเล่า .. หากพบเจอบุคคลระดับผู้เฒ่าปักษา .. คืนนี้คงต้องวุ่นวายใหญ่แล้ว”
อุทัยกล่าว “ไม่ต้องการพบเจอสหายของท่านหรอกหรือ ..”
แมวน้อยซิงซิงกล่าว “ในสภาพร่างกายเช่นนี้ .. ยังมีผู้ใดเชื่อว่า ข้าคือผู้เฒ่าปักษาวารี ..”
ฮา .. ฮา .. อุทัยหัวเราะแล้วกล่าว “หากท่านกลับไป .. คงถูกพวกมันทดลองผ่าชำแหละดูอวัยวะแล้ว ..”
“ชิ ! เจ้าโล้นปากดี .. อย่ามาตกในสภาพสัตว์สี่เท้าเช่นข้าก็แล้วกัน ..” นางแมวน้อยสะบัดหน้าหนีทำท่าแง่งอน
อุทัยกล่าว “ไม่ดีหรอกหรือ .. ถึงท่านเป็นเช่นนี้ .. ยังดูมีสุขภาพจิตดีกว่าเก่าก่อนอีก ..”
ม๊าววว .. แมวน้อยซิงซิงร้องขู่ “นี่เจ้าหาว่าข้ามีสุขภาพจิตไม่ปกติ .. หรอออออ ..” แล้วจึงครุ่นคิดตามวาจาของอุทัย
.. ซิงซิงเป็นยอดยุทธ์ผู้มีพรสวรรค์อันสุดยอด บรรลุระดับ ‘ปรมะปราณ’ ตั้งแต่อายุสิบสี่ .. พออายุสิบห้าจึงเข้าสังกัด ‘สมาพันธ์ปักษาเทวา’ นางใช้เวลาเพียงสิบปีจึงสามารถเลื่อนขั้นถึงระดับ ‘ผู้เฒ่าปักษา’ เป็นหนึ่งในคณะสิบแปดผู้เฒ่าที่เยาว์วัยที่สุดเท่าที่เคยมีการจดบันทึกไว้
.. ตลอดหลายปีมานี้ซิงซิงต้องสร้างผลงานเพื่อส่งให้ตนเองโดดเด่น ทั้งต้องวางเล่ห์เพทุบายต่อสู้ช่วงชิงกับผู้อื่น .. ความเครียดขึงภายในจิตใจก่อเกิดอารมณ์ที่แปรปรวน .. บางครั้งสุขุมเยือกเย็นเจ้าความคิด .. บางครั้งเกรี้ยวกราดโหดร้ายสังหารผู้คนโดยไม่กะพริบตา
.. ตอนนี้นางอยู่ในสภาพแมวน้อย แต่กลับรู้สึกเป็นอิสรเสรีอย่างประหลาด .. มิต้องผูกมัดตนเองอยู่กับกฎเกณฑ์อันคร่ำครึ .. มิต้องฝืนใจกระทำเรื่องราวต่างๆ เพื่อรับใช้สมาพันธ์
.. ซิงซิงตั้งใจทำตามความต้องการของตัวเอง .. หลังจากนี้จะออกท่องเที่ยวไปให้ไกลแสนไกล .. ไม่ขอกลับไปใช้ชีวิตเช่นเดิมอีก
อุทัยสำรวจดูแล้วว่าไม่มีผู้ใดติดตามมาจึงปิดประตูกลลง มันเห็นแมวน้อยซิงซิงนิ่งเหม่อ จึงถามว่า “อ่ะ .. เหตุใดจึงนิ่งเงียบไป ..”
แม๊วววว .. แมวน้อยร้องเบาๆ .. “ข้ามีเรื่องต้องกระทำ .. เจ้ากลับไปก่อน ..” แล้วจึงพุ่งกายกระโดดออกไป
อุทัยกล่าว “อ่าว .. ไม่ไปชมตลาดกันต่อหรือ ..” มองเห็นแมวน้อยลอดผ่านช่องประตูหายไปด้านนอกแล้ว
เมื่ออุทัยเดินออกจากโรงเก็บสินค้าพบว่ามันอยู่ในตรอกซอมซ่อแห่งหนึ่ง ทางออกทั้งสองด้านถูกขนาบด้วยถนนการค้าอันพลุกพล่าน ผู้คนมากมายเดินไปเดินมาอยู่ไกลๆ
.. อุทัยจิตใจเลื่อนลอยกำลังพิจารณาว่าสมควรกลับไปเยี่ยมชมหอสราญรมย์ดีหรือไม่
.. เสียงของบุคคลผู้หนึ่งดังมากระทบโสตจนมันสะดุ้ง
“เจ้าเป็นครายยย ...”
!!! อุทัยหันขวับตามเสียง พบเห็นร่างของบุคคลผู้หนึ่งนั่งยองๆ อยู่บนหลังคา เป็นเงาร่างผอมๆ ของเด็กผู้ชายอายุราวสิบสามสิบสี่ปี กำลังจ้องมองอุทัยตาเขม็ง
มันไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนของเด็กชายลึกลับผู้นี้มาก่อน น้ำเสียงอันเล็กบางเบาแผงด้วยพลังอำนาจอันน่าตระหนก
.. จิตใต้สำนึกบอกกับมันว่า .. หนี .. รีบหนีโดยด่วน !!! .. อุทัยรีบใช้ท่าร่างมายาอสูรถอยกรูดโดยฉับพลัน
เด็กชายลึกลับผู้นั้นจ้องมองท่าร่างของอุทัย มันร้องถามอีกครั้ง “ข้าถามว่า .. เจ้าเป็นใคร ..” แล้วจึงพุ่งร่างเข้าใส่ พบเห็นเป็นเงาดำวาบสายหนึ่งเคลื่อนที่สุดรวดเร็ว
เด็กชายลึกลับเข้าสกัดอุทัยที่กำลังหลบหนี หนึ่งดัชนีถูกปลดปล่อยพร้อมพลังปราณสุดลึกล้ำช่างขัดกับรูปร่างเด็กน้อยของมันยิ่งนัก
.. หนึ่งถดถอยหลบหนี .. หนึ่งรุกไล่เข้าประชิด .. ตามท่วงท่าสภาวะแล้ว อุทัยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ดัชนีแผงพลังปราณหยุนเหยียบกำลังพุ่งใส่หน้าอกของอุทัย เป็นความรู้สึกหลอนราวกับว่ามันถูกตรึงกักไว้ ด้วยผนังกำแพงปราณสุดกร้าวแกร่งไม่สามารถหลบหนีไปที่ใดได้อีก
“ลองกลับไปถามมารดาเจ้าดู .. ฮา” อุทัยตอบคำถามเมื่อครู่ มันไม่ชักช้าโคจรปราณอรุณโรจน์ปล่อยหมัดชกออกไปด้วยพลังทั้งหมดของมัน ..
.. เปรี๊ยงงงงง !!! .. พลังหมัดสีทองอร่ามปะทะดัชนีสีดำอย่างแรง
กระแสปราณระเบิดออกทำอาคารไม้ด้านข้างพังครืน .. เด็กชายลึกลับยังยืนนิ่งอย่างปลอดโปร่ง .. ส่วนอุทัยถูกแรงสภาวะกระแทกถอยไปกว่าสิบก้าว
อุทัยในชุดสีดำสวมงอบยืนปักหลักมั่น โคจรพลังปราณเตรียมพร้อม .. เด็กน้อยผู้นี้มีพลังปราณแข็งแกร่งเกิดธรรมดา
เพิ่งมองผู้มาได้ชัดตา ลักษณะของมันผู้นี้เป็นเด็กกำลังแตกเนื้อหนุ่ม ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาเกล้าผมเป็นมวย ร่างกายสูงผอมแต่งกายด้วยชุดสีเข้มเรียบหรูราวลูกหลานผู้มีอันจะกิน
ส่วนเด็กน้อยลึกลับจ้องมองอุทัยทำท่าครุ่นคิด .. พลังหมัดที่แสดงออกเมื่อครู่บ่งบอกว่าเจ้าผู้นี้มีฝีมือไม่ธรรมดา .. มันกำลังประเมินอุทัยใหม่
ฮิ ฮิ .. เสียงหัวเราะเย็นเยือก “ที่แท้ก็เป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง .. น่าสนใจ .. น่าสนใจ ..” มันเริ่มเคลื่อนไหว
.. แกร๊ซซซซซซซ !!! เสียงดั่งปักษาร้องขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เด็กชายผู้นั้นรุกไล่เข้ามาอีกครั้ง คราวนี้กลายร่างเป็นปักษาเพลิงสีดำโผบินเข้ามาด้วยความเร็วมากกว่าเดิมนับเท่าตัว
อุทัยหลับตาลงสงบจิตใจ .. จากท่าร่างที่แสดงออก มันผู้นี้ต้องเป็นคนของสมาพันธ์ปักษาเทวาเป็นแน่แล้ว
ก่อนถึงอุทัยเพียงห้าก้าว .. เด็กชายลึกลับปล่อยปราณดัชนีเป็นอัคคีสีโลหิตออกมา ในความมืดมองเห็นเปลวอัคคีนับสิบสาย
.. ดัชนีปักษาอัคคีโลหิต !!!
อุทัยไม่หลบหนีอีก มันขยับกายตั้งท่ามวยเตรียมพร้อมแล้วระเบิดพลังเข้าตอบโต้กลับ
.. เปรี๊ยงงงงง !!! เปรี๊ยงงงงง !!! หมัดซ้ายขวาชกถูกปราณดัชนีจนแตกกระจาย
.. เปรี๊ยงงงงง !!! เปรี๊ยงงงงง !!! ตามด้วยศอกทั้งสองข้างสกัดพลังปราณอัคคีนั้นเอาไว้
.. เปรี๊ยงงงงง !!! เปรี๊ยงงงงง !!! อุทัยใช้เข่าเท้าช่วงล่างรับปราณสังหารอย่างว่องไว
.. เปรี๊ยงงงงง !!! เปรี๊ยงงงงง !!! เปรี๊ยงงงงง !!! เปรี๊ยงงงงง !!! หมัดเท้าเข่าศอกถูกปล่อยออกอย่างต่อเนื่องสกัดดัชนีปราณเอาไว้ได้
แต่เด็กชายลึกลับช่างเจ้าเล่ห์ มันพลิกร่างกลับมาด้านหลังของอุทัย นิ้วมือทั้งห้ากางเป็นกรงเล็บตะปบเข้ามาอย่างรุนแรง
.. กรงเล็กปักษาอัคคีโลหิต !!!
มองเห็นเป็นกรงเล็บอัคคีสุดแหลมคม ราวสามารถฉีกกระชากทุกเนื้อหนังบนโลกหล้า .. อุทัยหมุนกายกลับมาเท้าซ้ายปักหลักมั่นคง บิดสะโพกปล่อยท่ามวยเป็นแข้งขวาเตะตวัดใส่อย่างรุนแรง
.. ประหารพยัคฆา !!!
.. ป๊าบบบบบ !!! แข้งขวาของอุทัยเป็นมวยยาวจึงบรรลุถึงก่อน แข้งนั้นเตะใส่ซอกคอของเด็กชายลึกลับจนตัวหงาย
.. เปรี๊ยงงงงง !!! กรงเล็บปราณสังหารตะปบใส่ไหล่ขวาของอุทัย แต่ความรุนแรงของพลังลดลงกึ่งหนึ่ง
ทั้งคู่ต่างได้รับบาดเจ็บถูกพลังปราณของฝ่ายตรงข้ามทำร้าย .. อุทัยกระเด็นถอยไปกว่าห้าก้าว .. ส่วนเด็กชายลึกลับถูกเตะลอย ตัวปลิวเข้าไปในอาคารไม้แห่งหนึ่งดัง .. โครมมมม !!!
อุทัยร่างซวนเซยังไม่ทันหยัดยืน ร่างของเด็กชายผู้นั้นผุดลุกขึ้นยืน .. มันช่างแข็งแกร่งถูกอุทัยเตะเข้าอย่างจังยังลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เด็กชายก้าวเดินออกมาจากซากอาคารไม้ พลังปราณสีโลหิตแผ่กระจายออกจากร่าง มองเห็นเป็นเปลวอัคคีร้อนแรง .. ใบหน้าของมันเต็มเปี่ยมด้วยโทสะ สีหน้าแววตาไม่เหมือนเด็กน้อยวัยสิบสองสิบสามที่ควรมี
อุทัยกล่าวถามบ้าง “เป็นอย่างไร .. บาทาข้า .. อร่อยหรือไม่ .. ฮา ฮา”
เด็กชายแสยะปาก กล่าวด้วยโทสะว่า “ตายยยย ... เจ้าคนชั้นต่ำบังอาจสัมผัสร่างกายเทวะของข้า .. เจ้าต้องตายยยย ...”
.. ฟ๊าวววว .. ฟ๊าวววว .. ฟ๊าวววว .. เสียงคมโลหะกระชากตัดอากาศ ที่ด้านข้างเด็กชายปรากฏวัตถุสามชิ้นลอยอยู่ เป็นกงจักรคมกริบหมุนวน ห่อหุ้มด้วยพลังปราณอัคคีสีแดงเข้ม
.. กงจักรไตรอัคคี !
ในปราณอัคคีสีโลหิตของเด็กชายลึกลับมีกงจักรบินวนอยู่รอบกาย มองดูเหมือนปีศาจร้ายต้องการพรากดวงวิญญาณของผู้คน
ชะ-เร็ดดดด ... ตัวอะไรวะเนี๊ยะ !!! อุทัยอุทาน .. แล้วนำมือเช็ดเลือดที่มุมปาก มันได้รับบาดเจ็บจากท่ากรงเล็บเมื่อครู่
โดยไม่ทันตั้งตัว ! เด็กชายผู้นั้นสะบัดฝ่ามือ .. กงจักรทั้งสามหมุนบินเข้าใส่ .. เป็นเส้นสายสีแดงเพลิงครอบคลุมทั้งด้านบนและซ้ายขวาของอุทัย
อุทัยเหลือบเห็นไม้ถูพื้นด้ามทำด้วยโลหะอันหนึ่งวางพาดอยู่ด้านข้าง มันใช้เท้าเหยียบส่วนล่างทำไม้ถูพื้นอันนั้นกระดกเด้งขึ้นมา มือทั้งสองกระชับจับด้ามที่เป็นโลหะไว้แล้วจึงกวัดแกว่ง
.. ควับ .. ควับ .. ควับ ... ท่าดาบ ‘ภูษาศาสตรา’ ถูกนำมาประยุกต์ใช้ .. ไม้ถูพื้นกลายเป็นดังศาสตราวุธ เกิดเป็นพลังปราณเบาบางครอบคลุมร่างกายเอาไว้ มันทำการต้านรับกงจักรที่กำลังบินเข้ามาโดยทันใด
.. เคร๊งงง !!! เคร๊งงง !!! คร๊างงง !!! .. กงจักรกระทบถูกไม้ถูพื้นจนกระเด้งออก แต่มันยังบินหมุนวนวกกลับมาใหม่ราวกับมีชีวิต
.. เคร๊งงง !!! เคร๊งงง !!! คร๊างงง !!! .. อุทัยควงไม้ถูพื้นต้านรับกงจักรที่บินกลับมาระลอกแล้วระลอกเล่า
.. เคร๊งงง !!! เคร๊งงง !!! คร๊างงง !!! คร๊างงง !!! คร๊างงง !!! .. กงจักรทั้งสามแปรขบวนผลัดเข้าโจมตี ล้อมกรอบจนอุทัยไม่สามารถหลบหนีได้
ฮึ ! อุทัยต้านรับเป็นพัลวัน ไม้ถูพื้นในมือถูกความแรงของกงจักรกระแทกจนบิดเบี้ยว ตั้งแต่เริ่มต้นมันเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว พบเห็นท่อนไม้เศษวัสดุมากมายอยู่ตามพื้น จึงระดมเตะใส่ไปยังเด็กชายผู้นั้นเป็นการตอบโต้
.. ฟริ๊ววว ! ฟริ๊ววว ! ฟริ๊ววว ! ท่อนไม้ขนาดย่อมพุ่งเข้าใส่เด็กชายผู้นั้น
ชิ ! เด็กชายสบถจ้องมองวัตถุที่กำลังพุ่งเข้ามา มือขวายังหมุนวนควบคุมกงจักร มือซ้ายรั้งกลับมาแล้วสะบัดออก
.. ปั๊กกก ! ปั๊กกก ! ปุ๊กกก ! เด็กชายใช้ฝ่ามือฟาดท่อนไม้จนแหลกเป็นเศษกระจาย .. และเป็นอย่างที่อุทัยคาดคิดกงจักรทั้งสามเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง ตามจิตสมาธิของผู้ควบคุมที่ถูกรบกวน
อุทัยร่ายรำไม้ถูพื้นอันบิดเบี้ยวราวนักมายากล มันนำด้ามเหล็กทิ่มเข้าวงตรงกลางของกงจักรแล้วหมุนควงควบคุมให้อยู่บนด้ามไม้ถูพื้นนั้น เพียงอึดใจกงจักรทั้งสามถูกสยบเอาไว้ด้วยไม้ถูพื้นด้ามเดียว
อุทัยแยกเขี้ยว “ไอ้เด็กนรก .. เอาของของเจ้าคืนไป ...” แล้วจึงหมุนกายเหวี่ยงไม้ถูพื้นส่งกงจักรออกอย่างแรง
.. ฟริ๊ววว ! ฟริ๊ววว ! ฟริ๊ววว ! .. กงจักรทั้งสามบินกลับไปสนองคืนเจ้าของ .. หากเด็กชายผู้นี้ถูกกงจักรของมันตัดร่างเป็นชิ้นๆ จะถือโทษโกรธอุทัยคงไม่ได้
.. แต่แล้ว
อุทัยถึงกับปากค้าง !
ขณะที่กงจักรทั้งสามกำลังจะเฉือนร่างของเด็กชาย พวกมันกลับหยุดกึก .. แล้วบินวนร่างนั้นโดยรอบ .. ไม่เพียงไม่ทำร้ายร่างของเด็กชายนั้น .. กงจักรยังเชื่องราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงของมันอีก
เสียงการต่อสู้ของทั้งสองทำผู้คนที่ปากตรอกให้ความสนใจ มีผู้คนจำนวนหนึ่งทยอยมามุงดูอยู่ทั้งสองด้าน บ้านเรือนใกล้เคียงก็มีผู้สอดรู้โผล่หน้ามาชมดู
ปริ๊ดดดด ! ปริ๊ดดดด ! ปริ๊ดดดดดดด ! .. เสียงนกหวีดดังยาว .. เจ้าหน้าที่กรมเมืองกำลังเร่งรุดมาระงับเหตุแล้ว
กงจักรอัคคีอันตรธานหายไป ร่างของเด็กชายผู้นั้นไม่ได้แผ่พลังปราณออกมาอีก มันคืนสภาพเป็นเช่นเด็กน้อยธรรมดาผู้หนึ่ง
อุทัยร่างชะงักค้างเหม่อมองขึ้นด้านบน เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับเงาร่างห้าสายไหววาบมาหยุดยืนอยู่บนหลังคา ท่าทางพวกมันช่างน่าเกรงขาม สวมชุดรัดรูปสีดำมีเกราะอ่อนเป็นเกล็ดดำวาวประดับตามหัวไหล่แขนและแข้ง
พวกมันคือ .. องครักษ์เทพ .. ตำหนักเทพยุทธ์ !!!
ในงานเทศกาลแห่งแคว้นเช่นนี้ เจ้าหน้าที่กรมเมืองและทหาร ทั้งยอดยุทธ์ของตำหนักเทพยุทธ์ที่เป็นสำนักยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งแคว้น ต่างถูกระดมออกมาเพื่อรักษาความสงบป้องกันเหตุร้ายภายในภายในเมืองโอริสนคร
องครักษ์เทพผู้มาถึงคนแรกกล่าว “หยุด !!! ทั้งสอง ห้ามขยับ ..”
องครักษ์เทพผู้นำขบวนตวาดกึกก้อง “ผู้ใดช่างบังอาจ ! หยุดสร้างความวุ่นวาย ..”
องครักษ์เทพอีกผู้หนึ่งกล่าวเสียงดัง “ช่างกล้า .. มาวิวาทกันภายในโอริสนคร ไม่เกรงอาญากันหรือไร”
ปริ๊ดดดด ! ปริ๊ดดดดดดด ! .. เจ้าหน้าที่กรมเมืองสามนายแหวกฝูงชนเข้ามาจากปากตรอก ยังมีทหารตระเวนอีกสิบนายวิ่งติดตามมาไกลๆ
อุทัยยืนนิ่งไม่ไหวติง .. ส่วนเด็กชายผู้นั้นกลับคุกเข่าลง ..
“…” อุทัยมองเด็กชายผู้นั้นด้วยความงุนงง ท่าทีของมันแปรเปลี่ยนไป ราวเป็นอีกบุคคลหนึ่ง
“เป็นมัน .. เป็นมัน ..” เด็กชายชี้นิ้วไปยังอุทัย ร่างกายของมันสั่นสะอื้นแล้วยังกล่าวต่อ “ข้าเห็นกับตา .. เป็นมัน .. มันสังหารท่านอา .. ฮือออออ ...” พอเงยหน้าขึ้นมาพบเห็นเด็กน้อยมีน้ำตานองหน้า
นี่ .. เด็กชายผู้นี้ .. มันกำลังเล่นตลกหรืออย่างไร
องครักษ์เทพกล่าวถาม “อันใดของเจ้า .. เด็กน้อย ..”
องครักษ์เทพอีกผู้หนึ่งกล่าวกับเด็กน้อยว่า “มันผู้นี้ .. สังหารผู้ใด .. ผู้ใดถูกสังหาร ..” สายตาย้ายมาจับจ้องที่อุทัย
“ท่านอาของข้า ..” เด็กชายกล่าว .. แล้วชี้ไปยังมุมหนึ่งของอาคารที่พังเสียหาย ... “ท่านอา .. ตายแล้ว .. ถูกโจรโฉดผู้นี้สังหาร .. โฮ ..” มันเริ่มแหกปากร้องแสดงความโศกเศร้า
ในความมืดมองเห็นร่างบุคคลอ้วนๆ ร่างหนึ่งนอนสงบแน่นิ่ง .. องครักษ์เทพที่อยู่ใกล้ที่สุดทิ้งกายลงมาตรวจสอบแล้วร้องตอบว่า “มันตายแล้ว ! มันผู้นี้ตายแล้ว ..”
เจ้าหน้าที่กรมเมืองผู้หนึ่งวิ่งมาถึง มันได้ยินเรื่องราวอย่างครบถ้วน .. เมื่อเห็นร่างที่นอนอยู่จึงร้องอุทาน “เอ้ยยย ! นี่มัน .. เถ้าแก่หลี่ร้านขายสมุนไพรนี่ ..”
อุทัยใจหายวาบ !!! เหตุการณ์พลิกเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า .. เป็นร่างของเจ้าหมูอ้วนหลี่จริงๆ ไม่รู้มันมานอนตายตรงนี้ได้อย่างไร ..
องครักษ์เทพที่ตรวจสอบผู้ตายกล่าวว่า “ร่างยังอุ่นๆ สมควรสิ้นใจมาไม่เกินสิบนาที .. ศีรษะของบุรุษผู้นี้หมุนได้โดยรอบ .. กระดูกหักหลายส่วน .. ฝีมือฆาตกรช่างอำมหิตนัก ..”
เจ้าหน้าที่กรมเมืองผู้นั้นกล่าวขึ้น “อ่ะ .. ไม้ถูพื้น .. มันใช้ไม้ถูพื้นทุบตีเถ้าแก่หลี่ .. ดูซี .. ทุบตีจนไม้ถูพื้นกลายเป็นเหล็กบิดๆ เบี้ยวๆ”
องครักษ์เทพผู้นำขบวนตะโกนออกคำสั่ง “ล้อมบุรุษผู้นั้นไว้!!!” ..
ห้าองครักษ์เทพเคลื่อนไหวกระจายตัวเข้ากักอุทัยไว้ตรงกลาง ยังมีเจ้าหน้าที่กรมเมืองอีกสามนาย ทั้งทหารตระเวนนับสิบนายเข้าร่วมกันจับกุม
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว .. อุทัยเหลียวซ้ายแลขวา ยังครุ่นคิด ‘.. มาล้อมจับข้าทำไม .. ข้ามิได้สังหารเจ้าหมูอ้วนหลี่’
ฮิ ฮิ ฮิ ... เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นเบาๆ .. เด็กชายผู้นั้นสบตาอุทัย พร้อมแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ .. อุทัยมองดูดวงตาคู่นั้นจนขนลุกวูบวาบ เด็กนรกผู้นี้ช่างมีปัญญาซับซ้อน .. มันเสียท่าถูกใส่ความตกเป็นฆาตกรเสียแล้ว ..