ตอนที่ 79
สู้
ไป๋เหอหลังจากที่ไม่สามารถหลบหนีจากเฉียนหลินได้ ก็ได้คิดหาทางเพื่อถ่วงเวลาให้หมดฤทธิ์ยาลงและหาวิธีหลบหนีออกจากที่นี่
“เจ้าอย่าคิดว่าจะหลอกข้าได้นะเจ้าเด็กน้อยเมื่อวานซืนเจ้าคิดว่าจะทำให้ข้าหมดฤทธิ์ยาก่อนอย่างนั้นเหรอขอโทษทีนะยาที่ข้ากินเข้าไปมันเป็นสูตรใหม่ที่สามารถอยู่ได้นานขึ้นกว่าเก่า มันค่อย ๆ อ่อนกำลังลงก็จริงแต่มันแค่หายไปทีละนิด แค่พลังข้าเหลือเท่านี้ก็สามารถสังหารเจ้าได้แล้ว” เฉียนหลินเหมือนจะรู้ความคิดคนตรงหน้าว่าคิดเช่นไรก่อนจะพูดออกมา
“ท่านอาวุโสท่านจะฆ่าข้าได้ลงคอเชียวเหรอข้ายังมีอนาคตไกลอยู่นะ” เขาใช้น้ำเสียงอ้อนวอนร้องขอความเห็นใจแม้รู้ทั้งรู้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้
เฉียนหลินเบ้ปากเมินเฉยต่อคำพูดนั้นเพราะมันไม่ได้มีอยู่แล้วความเมตตาปรานีนั้นในใจเขาก่อนจะเอ่ยพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“แล้วอย่างไร เมื่อคนรับใช้ข้าตายไปตั้งมากมายข้าไม่เห็นจะต้องรู้สึกเลยนี่แล้วเจ้าเป็นใครทำไมข้าจำเป็นจะต้องไว้ชีวิตเจ้าด้วยมีค่าอะไรกับข้าอย่างนั้นเหรอ”
ไป๋เหอรู้ว่าการขอร้องเจ้าคนตรงหน้าไม่ได้ผลหรอกเพราะเจ้านี่ไม่มีหัวใจความปรานีดูจากที่ผ่านมาแล้วเขาก็ไม่รอดเอาล่ะเมื่อต้องถึงคราวสู้เขาก็จะสู้เต็มที่ ในความจริงแล้วไม่อยากจะดึงอาวุธระดับสวรรค์ออกมามากมายหรอกหากไม่จำเป็น แต่เจ้านี่บีบบังคับเขาแล้วอีกอย่างการต่อสู้ที่พลังค่อนข้างต่างกันย่อมที่จะเกิดการสูญเสียและเขาไม่ต้องการให้อาวุธสวรรค์ที่เขาได้มาต้องแตกหักไม่อยากคิดเลยเขาโคตรเสียดายของ
“เจ้าหนุ่มมัวคิดอะไรอยู่รีบเข้ามาถ้าไม่อย่างนั้นข้าจะเป็นคนพุ่งโจมตีเจ้าเอง”เฉียนหลินเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ามัวแต่คิดอะไรอยู่จนเขานึกรำคาญอยากรีบฆ่าให้ตายจะได้จบๆ ไปแล้วอยากรู้ว่าเจ้าเด็กนั่นมีของดีอะไรอยู่บ้างเขานึกอยากเห็นมันเหลือเกิน
ไป๋เหอครุ่นคิดว่ายาบ้าอะไรของมันเหตุใดไม่หมดฤทธิ์เสียทีนี่มันก็นานมากแล้วเจ้านี่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะอ่อนกำลังแรงลงแม้แต่น้อยเห็นทีว่าเขาจำเป็นจะต้องสู้ให้ถึงที่สุด
ไป๋เหอเรียกอาวุธระดับสวรรค์100 ชิ้นออกมาอีกครั้ง
เฉียนหลินที่เห็นถึงกับพึงพอใจอาวุธระดับสวรรค์นั้นยังไม่ได้ถูกตีตราจองไว้ฉะนั้นแล้วเขาย่อมที่จะเอามาเป็นของตนเองอย่างง่ายดายและมีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยใช้ก็คือถุงดูดดาวที่เขาพึ่งได้รับจากการแย่งชิงมา มันสามารถดูดอะไรก็ตามที่เราอยากได้
เขาจะลองดูจะว่าสามารถดูดอาวุธวิญญาณเหล่านี้ได้เหรอไม่
“เจ้าเตรียมรับมือให้ดีวันนี้ข้าจะขอสู้ตายกับเจ้า”ไป๋เหอตวาดออกไปในเมื่อไม่มีทางให้เลือกแล้วการต่อสู้ย่อมที่จะต้องเริ่มขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงของคนตรงข้ามพูดดักขึ้น
“เดี๋ยวก่อน อาวุธระดับสวรรค์ของเจ้ามีแค่นี้เหรอหากมีมากกว่านี้เจ้าเอาออกมาเถอะแค่นี้ไม่รามือข้าหรอก”
คำพูดนั้นราวกับว่าต้องการจะเยาะเย้ยฝีมือของคนตรงหน้าในเมื่อพลังของเขาสามารถที่จะกำจัดอาวุธเหล่านี้ได้ด้วยที่ว่าคนที่เป็นเจ้าของนั้นไม่สามารถควบคุมพลังได้เต็มที่เขาย่อมที่จะมีสิทธิ์ชิงมาได้อย่างง่ายดาย
ไป๋เหอเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยนั้นแล้วเขาถึงกับโกรธใช่เขายอมรับว่าสู้เจ้านั่นไม่ได้แต่การจะใช้อาวุธระดับสวรรค์มากมายเช่นนั้นมันเปลืองของ แล้วเขาก็ยังอยู่ในชั้นพลังที่ต่ำเพียงเท่านี้โอกาสที่จะใช้มันก็คงไม่เต็มที่หากลมปราณเขามีมากพอก็คงสามารถถ่ายทอดให้กับพวกมันได้เพิ่มขึ้นอีกนี่เขายังคงอยู่ในขั้นพลังระต่ำเช่นนี้ก็คงเป็นแค่ปลวกมดในสายตาเจ้านั่นอยู่แล้ว
“ทำไมข้าจะต้องฟังเจ้าด้วยข้ามีเท่าไหร่ทำไมข้าจำเป็นจะต้องเอามาสู้กับเจ้าให้มันเปลืองด้วย” ไป๋เหอส่งเสียงออกไปราวกับไม่สนใจคำท้าทาย ใบหน้าของเขานั้นดูไม่สะทกสะท้านกับคำพูดนั้นแม้แต่น้อยทั้งที่ในใจก็เกิดกลัวอยู่
“ข้าคิดว่าข้าไม่จำเป็นจะต้องพูดดีกับเจ้าแล้วล่ะงั้นจงรับพลังของข้าไปกินซะ”
เฉียนหลินเกิดบรรดาโทสะจิตใจของเขาในตอนนี้อยากจะสับเด็กหนุ่มผู้นี้ให้เละละเอียดด้วยอาวุธตนเองจริงๆ กล้าปากดีกับตนถึงเพียงนี้ทั้งที่มีพลังอยู่ในขั้นต่ำก่อนที่จะสะบัดมือขึ้นเหล่าก้อนดินที่มีลูกไฟก็จุดประกายกันเป็นวงเล็กวงน้อยก่อนจะพวยพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วเข้าไปยังร่างคนตรงข้ามเมื่อเขาขยับมืออยากจะให้รู้ว่าไม่ควรจะมาปากดีกับคนเช่นเขา
ไป๋เหอที่เห็นดวงไฟมากมายวิ่งมาทางตนแม้จะเกิดนึกกลัวกับสิ่งตรงหน้าที่เต็มไปด้วยกระแสพลังของการทำลายล้าง เขาเริ่มขยับมือขึ้นเป็นจังหวะให้เหล่าอาวุธระดับสวรรค์เตรียมพร้อมโจมตีก่อนที่มือจะขยับไปข้างหน้าเหล่าอาวุธทั้งหลายก็ปรี่เข้าปะทะยังลูกไฟดวงเล็ก จนเกิดเปลวเพลงตรงหน้าคนทั้งสองแต่อาวุธระดับสวรรค์นั้นยังคงไม่ได้รับผลกระทบมีเพียงลูกไฟทั้งหมดแตกละเอียดไปหมดแล้ว
เฉียนหลินเมื่อเห็นว่าดวงไฟไม่ได้ผลจากนั้นก็เรียกขวานฟ้าออกมาก่อนที่จะวิ่งเข้าไปต่อกรกับเจ้าเด็กนั่นเพื่อต้องการปะทะว่าฝีมือเด็กอวดดีมีความเก่งกาจแค่ไหน
ไปเหอเลือกอาวุธระดับสวรรค์เป็นดาบเข้ามาอยู่ในมือก่อนจะตั้งรับขวานฟ้าด้วยสองมือตนเพราะแรงที่ฟันลงมานั้นมันรุนแรงมากจนเขาต้องใช้สองมือจับดาบไว้ให้มั่นไม่ปล่อยให้มันหลุดมือเขารับรู้ได้ว่าพลังตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้เพราะแรงคนตรงหน้านั้นมันมีพละกำลังมากกว่าเขาจนตัวเขาเองถอยร่นไปเรื่อยๆ เมื่อเริ่มจะตั้งรับไม่ไหว
“เป็นไงเจ้าเด็กปากดี คิดจะสู้กับคนอย่างข้าเหรอเจ้ายังอ่อนหัดนัก”ใบหน้าแสดงความดูถูกเผยให้เห็นเด่นชัดเขาพึงพอใจมากที่ทำให้เจ้าคนตรงหน้าหน้าซีดได้นั่นทำให้เขาซะใจไม่น้อย
“แม้ข้าจะอ่อนหัดข้าก็ไม่คิดจะยอมแพ้ข้าจำจะต้องสู้กับเจ้าให้ถึงที่สุดหากเป็นไปได้ข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้”ไป๋เหอคำรามตอบกลับแม้ว่าพลังตนเองจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินแต่เขาก็มีความมุ่งมั่นทะเยอทะยานไม่ยอมแพ้
เฉียนหลินส่งเสียงหึในลำคอก่อนจะกล่าวเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงแดกดัน “คนอย่างเจ้านะเหรอที่จะฆ่าข้าได้หัดดูสารรูปเจ้าตอนนี้สิจะเอาอะไรมาต่อกรข้าได้หรือไม่เจ้าก็เรียกอาวุธระดับสวรรค์ทั้งหมดที่เจ้ามีออกมาสิ”
ไป๋เหอคิดว่าตานี่ต้องการให้ตนใช้อาวุธระดับสวรรค์ทั้งหมดเข้าต่อกรซึ่งคำพูดนั้นดูมีอะไรบางอย่างเขาไม่เชื่อหรอกมันเป็นการยุแหย่ให้เขานำอาวุธทั้งหมดออกมาแน่ ๆ เรื่องอะไรเขาจะให้มันประหลาดใจล่ะเอาแค่นี้พอ ก่อนที่ไป๋เหอจะกระทืบเท้าหนึ่งครั้ง
‘ล่องลอยไร้เงา’ พลังที่เกิดกับวิชานี้ทำให้ร่างกายไป๋เหอขยับอย่างรวดเร็วและเป็นฝ่ายโจมตีคืนบ้างเขาฟาดฟันไปยังขวานนั้นด้วยพละกำลังทั้งหมดที่ตนเองมีไปหลายครั้งไปหลายหนแต่ดูเหมือนว่าขวานฟ้านั้นมันทนทานมากไม่มีบิ่นแตกหักงอแม้แต่น้อย
“แม้ว่าเราจะเป็นอาวุธระดับสวรรค์ทั้งคู่แต่ข้ามีพลังลมปราณมากกว่าเจ้าและชั้นพลังอยู่เหนือเจ้ามาก ข้าย่อมที่จะมีพลังควบคุมมันอยู่เหนือเจ้า” เฉียนหลินพูดเสร็จก็เป็นฝ่ายรุกขึ้นมาบ้างเขาฟาดฟันขวานลงมายังร่างเด็กอวดดีเรื่อยๆ อย่างไม่คิดปรานี
“มันหมายความว่ายังไงข้าไม่เข้าใจ” ไป๋เหอกัดฟันถามตายังคงจ้องอยู่กับขวานฟ้าเรื่อยๆยามมันฟันลงมาเขายอมรับว่าพลังที่ปล่อยออกมาพร้อมขวานฟ้านั้นมันรุนแรงมากเกินที่เขาจะรับไหวแต่เขาก็ยังอดทนต่อแรงกระแทกนั้น
“ก็หมายความว่าอาวุธระดับสวรรค์หากจะต้องทำมันให้แข็งแกร่งขึ้นเจ้าจำจะต้องถ่ายเทพลังลมปราณเข้าสู่ตัวมันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้มันเพิ่มขึ้น เจ้าไปอยู่ส่วนไหนมาเหตุใดเรื่องแค่นี้โง่เขลานักตำราก็มีให้อ่านมากมายเหตุใดไม่ศึกษามีความรู้อันน้อยนิดคิดจะเดินท่องยุทธภพเหรอสิ้นคิดสิ้นดี” เฉียนหลินคิดว่ายังไงซะเจ้าเด็กนี่ก็จะต้องตายอยู่แล้วการให้ความรู้นิดหน่อยก็คงไม่ยากอะไร
คำพูดนี้มันเหมือนเป็นการตบหน้าแต่ใช่ว่าเขาไม่รู้ เขานั้นพลังปราณมีเพียงนิดมีเหรอจะสู้คนที่มีชั้นพลังมากขนาดนี้ได้แต่เอาเถอะเขาจำเป็นจะต้องสู้หากไม่สู้ก็จะต้องตาย จากนั้นไป๋เหอก็ถ่ายเทพลังลมปราณไปยังดาบเล่มนั้นก่อนที่จะรับรู้ได้ว่าดาบที่ตนถืออยู่นั้นมีพลังมากขึ้นอย่างเหลือเชื่อเขาใช้พลังลมปราณบางส่วนเท่านั้นยังไม่ได้ดึงมาจากจุดตันเถียนที่มีอะไรอยู่ในนั้น
‘หากข้ามีพลังลมปราณมากขึ้นก็สามารถถ่ายเทได้มากขึ้นสินะ’
“เจ้าหนูอย่าเหม่อลอย ข้าจะให้เจ้าดูว่าพลังใครมากกว่ากันอาวุธระดับสวรรค์อยู่กับเจ้าก็เสียของเปล่าๆควรเปลี่ยนเจ้าของซะ” เมื่อเห็นแววตาไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มเฉียนหลินก็ได้ทีเผลอกล่าวขึ้นอีกครั้งแล้วกลับมาเป็นฝ่ายรุกคืนบ้าง เขารับรู้ว่าเจ้านี่ใช้ลมปราณไปแล้วแต่นั่นแค่น้อยนิดเท่านั้นเขาจึงยิ้มเยาะก่อนจะเริ่มต้นทำสิ่งที่คิดว่าน่าตื่นเต้นที่สุด